ความเงียบโรยตัวลงมาครู่หนึ่งหลังจากประโยคตรงไปตรงมาของคิว
ใบเตยรู้สึกเหมือนแก้มตัวเองกำลังจะระเบิด เธอค่อยๆ ดึงแขนออกจากมือหนาที่เปื้อนคราบฝุ่นอย่างเชื่องช้า ไม่ใช่เพราะรังเกียจ แต่เพราะกลัวว่าถ้าให้เขาจับไว้นานกว่านี้ เขาอาจจะสัมผัสได้ว่าชีพจรของเธอเต้นแรงจนแทบจะทะลุข้อมือออกมาแล้ว
"งั้นคิวไปทำเหล็กต่อเถอะ เดี๋ยวพี่ไปช่วยเพื่อนตัดกระดาษทางนู้นก่อน"
พูดจบเธอก็รีบหันหลังสับเท้าเดินหนีไปหลบหลังบอร์ดไม้ทันที ทิ้งให้คิวยืนอมยิ้มบางๆ อยู่คนเดียว ก่อนที่เขาจะหันกลับไปสวมหน้ากากเชื่อมเหล็กและลงมือทำงานต่อด้วยความกระตือรือร้นที่ดูจะมากกว่าปกติไปหลายเท่าตัว
ทางด้านแก๊งเพื่อนที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ
"มึงเห็นที่กูเห็นไหมไอ้ไตเติ้ล"
นอสกระซิบพลางมองตามหลังคิวที่กลับไปจับหัวเชื่อมเหล็ก
"ไอ้เสือยิ้มยากมันดุว่ะ เมื่อกี้กูนึกว่ามันจะบวกกับพี่แชมป์ซะแล้ว"
" มันไม่ได้อยากบวกหรอก แต่มันหวงของมัน"
ไตเติ้ลหัวเราะหึๆ "มึงดูสายตาตอนมันมองพี่แชมป์ดิ แทบจะเอาลวดเชื่อมไปจี้หน้าเขาอยู่แล้ว แล้วพอหันกลับมามองพี่เตยนะ หมาโกลเด้นท์ชัดๆ ตัดภาพไวปานแสงสุดจัดว่ะเพื่อนเรา "
"เพื่อนเรามันโตแล้วว่ะ"
เวียร์แกล้งทำท่าปาดน้ำตาปลอมๆ
17:30 น. ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี
โครงเหล็กดัดรูปรถบุปผชาติเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ มันทั้งแข็งแรง แน่นหนา และรอยเชื่อมก็เนี้ยบกริบสมกับเป็นฝีมือของเด็กเครื่องกลหัวกะทิ
คิวถอดถุงมือและหน้ากากออก เขาใช้หลังมือเช็ดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เสื้อช็อปถูกถอดพาดบ่าไว้ตามเดิม เผยให้เห็นเสื้อยืดสีดำที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการทำงานหนักมาตลอดช่วงบ่าย
"โห สุดยอดเลยน้องคิว แน่นเปรี๊ยะ แข็งแรงทนทาน รถถังชนยังไม่พังเลยมั้งเนี่ย"
ข้าวสวยเดินมาเคาะโครงเหล็กด้วยความทึ่ง
โหห... จึ้งมากอะ
"ขอบคุณพวกน้องๆ มากเลยนะ วันนี้ถ้าไม่ได้วิศวะมาช่วย พวกพี่ตายแน่ๆ"
ไอเดียเสริม
"ไม่เป็นไรครับพี่ พวกผมชิลๆงานเเค่นี้สบายมาก"
นอสยิ้มกว้าง ก่อนจะแกล้งลูบท้องตัวเอง
"แต่ตอนนี้กระเพาะพวกผมเริ่มไม่ชิลแล้วครับพี่ ใช้พลังงานไปเยอะ สงสัยต้องหาอะไรกระแทกปากซะหน่อย"
ใบเตยที่เพิ่งเก็บเศษกระดาษเสร็จเดินเข้ามาร่วมวงพอดี
"งั้นเดี๋ยวพวกพี่เลี้ยงหมูกระทะเอง ถือเป็นการเลี้ยงขอบคุณชุดใหญ่เลย ปะ ไปด้วยกันให้หมดนี่แหละ"
"อุ๊ยหมูกระทะเหรอยัยเตย"
ไอเดียทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เธอหันไปสบตากับข้าวสวยอย่างรู้กัน ก่อนจะแกล้งทำเสียงเสียดาย
"แต่ฉันกับข้าวสวยต้องรีบกลับไปปั่นสไลด์พรีเซนต์ของจารย์แม่พรุ่งนี้นี่นา ลืมไปสนิทเลย"
"อ้าว.. แต่เรานัดกันแล้วนะว่าจะเลี้ยงน้องเขา"
ใบเตยขมวดคิ้ว
"ก็แกเป็นตัวแทนหมู่บ้านไปเลี้ยงน้องเขาไง"
ข้าวสวยรีบดันหลังใบเตยไปทางกลุ่มเด็กวิศวะ "เดี๋ยวฉันโอนตังค์ส่วนของพวกฉันให้แกเอง แกพาพวกน้องคิวไปกินเลยนะ ฝากด้วย"
ฝั่งวิศวะเองก็ดูเหมือนจะทำงานเข้าขากันอย่างน่าประหลาด ไตเติ้ลรีบยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูแล้วทำตาโต
"เชี่ยยยย นอส เวียร์ กูเพิ่งนึกได้ว่าเรานัดรุ่นพี่เตะบอลตอนหกโมงเย็นนี่หว่า สายแล้วๆ"
"เออว่ะ ลืมสนิทเลย"
นอสรับมุกอย่างไหลลื่ "งั้นพวกกูขอตัวก่อนนะครับพี่เตย ไอ้คิวมึงไม่ได้เตะบอล มึงก็ไปกินหมูกระทะกับพี่เขาแทนพวกกูแล้วกันนะเว้ย ไปละ ชิ่งโว้ยยย"
พูดจบ แก๊งเพื่อนทั้งสองฝั่งก็แตกฮือกันไปคนละทิศคนละทางราวกับนัดกันมาล่วงหน้า ทิ้งให้ใบเตยกับคิวยืนเด๋อด๋าอยู่ใต้ตึกคณะกันแค่สองคน ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มสลัวลงเรื่อยๆ
ใบเตยหันมามองคิวอย่างทำตัวไม่ถูก
"เอ่อ... เพื่อนเราหนีกันไปหมดแล้วเอาไงดีอะ คิวอยากกินหมูกระทะอยู่ไหม หรือว่าเหนื่อย อยากกลับไปพักผ่อนแล้ว?"
คิวมองคนตัวเล็กที่ยืนประสานมือกันแน่นด้วยความประหม่า รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
"ผมกินอะไรก็ได้ครับเเล้วเเต่พี่ ขอแค่ได้กินกับพี่ก็พอ"
ประโยคอ่อยเบอร์แรงถูกงัดออกมาใช้อีกครั้ง ทำเอาใบเตยต้องรีบก้มหน้าซ่อนความเขิน
" งั้นเดี๋ยวพี่เดินไปเอาหน้ามอแล้วกัน ร้านประจำพี่อยู่ไม่ไกล..."
"ไม่ต้องเดินหรอกครับ"
คิวขัดขึ้นเบาๆ เขาล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์สีเข้ม หยิบกุญแจรถที่มีพวงกุญแจรูปฟันเฟือง แบบเดียวกับที่ห้อยอยู่บนกระเป๋าเธอขึ้นมาแกว่งเบาๆ
"เดี๋ยวผมซ้อนท้ายมอไซค์พี่ไป เอ้ย ไม่ใช่ เดี๋ยวพี่ซ้อนท้ายรถผมไปดีกว่าครับ"
เขาแกล้งพูดผิดเพื่อหยอกให้เธอขำ ซึ่งมันก็ได้ผล ใบเตยหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับมุกฝืดๆ ของคนหน้านิ่ง
ณ ลานจอดรถหน้าคณะ
ใบเตยคิดว่ารถของคิวคงจะเป็นมอเตอร์ไซค์คันเล็กๆ ทั่วไป แต่พอเดินมาถึง เธอก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นรถบิ๊กไบค์ Ducati สีดำด้านคันใหญ่ที่จอดเด่นเป็นสง่าอยู่
"โห... รถใหญ่จัง พี่จะขึ้นไปนั่งยังไงเนี่ยไม่เคยนั่งอะ"
เธอพึมพำพลางมองเบาะหลังที่ดูสูงและลาดเอียง
คิวไม่ได้พูดอะไร เขาเดินไปหยิบหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีดำสนิทที่แขวนไว้หน้ารถขึ้นมา ก่อนจะเดินเข้ามาหาใบเตย
"ผมขออนุญาตนะครับ"
เสียงทุ้มบอกกล่าวล่วงหน้า ก่อนที่มือหนาจะค่อยๆ สวมหมวกกันน็อกลงบนศีรษะเล็กๆ ของเธออย่างเบามือที่สุด ใบเตยต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพราะน้ำหนักของหมวก คิวขยับตัวเข้ามาใกล้จนปลายเท้าแทบจะชนกัน มือแกร่งของเขาค่อยๆ เอื้อมมาใต้คางของเธอเพื่อติดสายรัดคางให้
ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงคืบ...
ใบเตยได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการทำงานของเขาอย่างชัดเจน นัยน์ตาสีเข้มที่กำลังจดจ่ออยู่กับการติดสายรัดคางดูมีเสน่ห์จนเธอเผลอมองค้าง
"หมวกมันหลวมไปนิด พี่เตยรัดแน่นๆ หน่อยนะครับ เวลาผมบิดจะได้ไม่ปลิว"
คิวพูดเสียงเบา นัยน์ตาคมตวัดขึ้นมาสบตากับเธอในระยะประชิด
"คะ... คิวขับรถเร็วเหรอ?"
ใบเตยถามเสียงสั่นก็เธอไม่เคยนั่งรถคันใหญ่เเบบนี้
คิวอมยิ้ม มือที่เพิ่งติดสายรัดคางเสร็จค่อยๆ เลื่อนมาจับที่ไหล่บางของเธอเบาๆ เพื่อประคองให้เธอทรงตัว
"ปกติผมขับเร็วครับแต่ถ้ามีพี่ซ้อนท้ายผมจะขับให้ช้าที่สุด"
นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเจ้าเล่ห์นิดๆ ก่อนที่เขาจะพูดประโยคที่ทำเอาใบเตยแทบจะทรงตัวไม่อยู่
"เพราะผมอยากให้มือของพี่กอดเอวผมไว้นานๆ"
ว่าที่ครูอนุบาลสาวตายสงบศพสีชมพูไปเลยครับจังหวะนี้เด็กวิศวะเวลาอ้อนบวกอ่อยนี่มันร้ายกาจจริงๆ ใจเธอเหลวไปหมดเเล้ว