ช่วงเวลาเช้าวันเสาร์ มหาวิทยาลัยควรจะเงียบสงบ แต่ไม่ใช่กับช่วงก่อนถึงงานกีฬามหาวิทยาลัย ที่ทุกคณะต่างต้องระดมกำลังนักศึกษามาเตรียมงานกันอย่างขะมักเขม้น
ใต้ตึกคณะครุศาสตร์เต็มไปด้วยกองกระดาษ โฟม และโครงไม้สำหรับทำขบวนพาเหรด ใบเตย ไอเดีย และข้าวสวย กำลังนั่งกุมขมับอยู่หน้าแบบร่างโครงสร้างรถบุปผชาติของคณะ
"โครงไม้มันรับน้ำหนักดอกไม้กระดาษกับป้ายไฟไม่ไหวหรอกเตย"
ข้าวสวยเอาดินสอเคาะหัวตัวเอง
"เมื่อฉันวานลองประกอบดูแล้ว มันโอนเอนเหมือนจะพังลงมาให้ได้เลย ฉันว่าเราต้องใช้โครงเหล็กว่ะ"
"แต่พวกเราไม่มีใครเชื่อมเหล็กเป็นเลยนะ อุปกรณ์ก็ไม่มี"
ใบเตยถอนหายใจ
วันนี้เธออยู่ในชุดไปรเวทสบายๆ เสื้อยืดตัวเล็กพอดีตัวจากแบรนด์ CPS แมตช์กับกางเกงยีนส์ทรงกระบอกและรองเท้าแตะรัดส้นของ Moniga ที่ดูทะมัดทะแมงคล่องตัว ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มอย่างพิถีพิถัน ผิวหน้าดูฉ่ำวาวสุขภาพดี รับกับพวงแก้มปัดสีพีชอ่อนๆ และริมฝีปากที่แต้มทินต์ไล่สีแบบ ตามสไตล์ที่เธอชอบ แม้จะเหนื่อยกับงานคณะแต่ว่าที่ครูปฐมวัยก็ยังคงความสดใสไว้ได้เสมอ
"ไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีความรู้แต่เรามีคนรู้จักที่คณะเครื่องกลไม่ใช่เหรอจ๊ะ?"
ไอเดียยิ้มกริ่ม ยักคิ้วหลิ่วตาให้ใบเตย
"หยุดเลยนะไอเดีย"
ใบเตยรีบเบรกเพื่อนทันที แก้มใสขึ้นสีระเรื่อเมื่อนึกถึงหน้าคนให้ฟันเฟืองจิ๋วที่ตอนนี้ถูกห้อยไว้กับซิปกระเป๋าเป้ของเธอเรียบร้อยแล้ว
"เพิ่งรบกวนน้องเขาซ่อมโมเดลให้ไปหยกๆ จะไปกวนอีกได้ยังไง น้องเขาก็คงมีงานของคณะที่ต้องทำเหมือนกัน"
"แหมมมม ปกป้องเก่ง ห่วงใยเก่งแค่เดินไปถามเฉยๆ ว่าพอจะช่วยหาโครงเหล็กเหลือใช้ให้ได้ไหม ไม่ได้บังคับให้น้องเขามาทำให้นี่นา"
ข้าวสวยลุกขึ้นยืน คว้าแขนใบเตย
"ไปเลย ไปหาพวกน้องคิวที่คณะวิศวะกัน"
รู้ตัวอีกที ใบเตยก็ถูกเพื่อนรักทั้งสองลากมายืนอยู่หน้า 'โรงช็อป' ของคณะวิศวกรรมศาสตร์เรียบร้อยแล้ว
บรรยากาศที่นี่ต่างจากคณะครุศาสตร์ลิบลับ เสียงเครื่องตัดเหล็กดังแสบแก้วหู ประกายไฟจากการเชื่อมโลหะแลบแปลบปลาบ กลิ่นน้ำมันเครื่องและ สนิมเหล็กคลุ้งไปทั่วบริเวณ นักศึกษาชายในชุดเสื้อช็อปเปื้อนคราบน้ำมันเดินขวักไขว่ไปม
า
"โอ้โห ดงเถื่อนชัดๆ"
ไอเดียกลืนน้ำลายลงคอ เกาะแขนใบเตยแน่น
"อ้าว พี่ใบเตยนี่นา มาหาไอ้คิวเหรอครับ "
เสียงคุ้นหูดังขึ้นฝ่าเสียงเครื่องจักร นอสที่เพิ่งเดินถือแก้วน้ำอัดลมออกมาจากโรงช็อปรีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาแก๊งสาวๆ ด้วยความตื่นเต้น โดยมีเวียร์กับไตเติ้ลเดินตามมาติดๆ
"สวัสดีจ้ะนอส... คือพวกพี่...เอ่อ .. "
ใบเตยยังพูดไม่ทันจบ นอสก็ชิงตะโกนเข้าไปในโรงช็อปเสียเสียงดังลั่น
"ไอ้คิว ไอ้คิวโว้ยยย .. พี่ใบเตยมาหามึงถึงช็อปเลยเว้ย!!"
พรึ่บ!!
เสียงเครื่องเจียรเหล็กถูกปิดสวิตช์ลงแทบจะทันที ใบเตยอ้าปากค้าง อยากจะมุดแผ่นดินหนีตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด สายตาของเด็กวิศวะนับสิบคนที่อยู่แถวนั้นหันมามองที่พวกเธอเป็นตาเดียว
และจากมุมในสุดของโรงช็อป ร่างสูงโปร่งที่คุ้นตาก็กำลังเดินแหวกกลุ่มเพื่อนตรงมาหาเธอ
วันนี้คิวอยู่ในสภาพที่ทำเอาใบเตยเผลอกลั้นหายใจ เสื้อช็อปสีเลือดหมูถูกถอดพาดไว้กับไหล่ เผยให้เห็นเสื้อยืดสีดำด้านในที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบลู่ไปกับลำตัวท่อนบนที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแบบคนออกกำลังกาย ผมสีเข้มที่มักจะเซ็ตทรงไว้เสมอตอนนี้ยุ่งเหยิงและเปียกชื้น ใบหน้าหล่อเหลามีคราบเขม่าสีดำติดอยู่ที่แก้มข้างหนึ่ง
ดิบ เถื่อน แต่กลับดึงดูดสายตาจนไม่อาจละไปมองทางอื่นได้
"พี่เตย... มาทำอะไรที่นี่ครับ?" คิวหยุดยืนห่างจากใบเตยไปสองก้าว เขาไม่กล้าเข้าใกล้เธอมากไปกว่านี้เพราะรู้ตัวว่าตัวเองทั้งเลอะเทอะและเต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อ
"คืองี้ไอ้คิว พี่เตยเขา..."
นอสกำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่คิวหันไปตวัดสายตาดุๆ ใส่จนนอสต้องรูดซิปปากเงียบกริบ
"คือคณะพี่กำลังทำรถพาเหรดน่ะคิว แต่โครงไม้มันรับน้ำหนักไม่ไหว พี่เลยจะมาถามว่า พอจะมีเศษเหล็กหรือโครงเหล็กเก่าๆ ที่คณะครุฯ พอจะขอยืมไปดัดแปลงได้บ้างไหม"
ใบเตยรีบอธิบาย รวบรวมความกล้าสบตากับคนตรงหน้า
"ถ้าคิวไม่สะดวกไม่เป็นไรนะ พี่แค่ลองมาถามดู"
คิวนิ่งไปนิดหนึ่ง สายตาของเขาไม่ได้มองแค่ใบหน้าของเธอ แต่มันกวาดมองตั้งแต่การแต่งตัวด้วยเสื้อ CPS ตัวเก่ง ไปจนถึงรองเท้าเเตะโชว์เท้าขาวที่เผยให้เห็นหลังเท้าขาวสะอาด เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ช็อปมันสกปรกแล้วพี่ก็ใส่รองเท้าแตะมาด้วย ระวังเศษเหล็กบาดเท้า"
คำพูดแรกที่หลุดออกมาไม่ใช่การตอบรับหรือปฏิเสธ แต่เป็นความเป็นห่วงที่ทำเอาคนฟังหน้าเห่อร้อนขึ้นมาดื้อๆ
"ผมไม่อนุญาตให้เอาเศษเหล็กไปหรอกครับ..."
คิวพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ใบเตยหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย
"อ่า... ไม่เป็นไรจ้ะ งั้นเดี๋ยวพี่..."
"เพราะเหล็กพวกนั้นมันเชื่อมยาก.ผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบพวกพี่ทำไม่ไหวหรอก"
คิวขัดขึ้นมาเสียก่อน นัยน์ตาสีเข้มวาววับขึ้นมาจังหวะหนึ่ง เขายกมือที่เปื้อนคราบน้ำมันขึ้นเช็ดเหงื่อที่ปลายคาง ก่อนจะพูดประโยคถัดมาที่ทำเอาแก๊งเพื่อนฝั่งวิศวะแทบจะผิวปากแซว
"เดี๋ยวผม เป็นคนไปทำให้คณะพี่เองครับ"
"เฮ้ย ไม่เป็นไรคิว งานคณะพี่ พี่เกรงใจ คิวเรียนหนักอยู่แล้ว..."
ใบเตยรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน
"ผมเต็มใจครับ" คิวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นจนคนฟังปฏิเสธไม่ออก
"ช่วงนี้ช็อปผมว่างพอดี แล้วอีกอย่าง ..."
เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด ก้มหน้าลงมาจนระดับสายตาเกือบจะเสมอกัน กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ลอยมากระทบจมูกใบเตย
ผมอยากมีข้ออ้างเดินไปหาพี่ที่ตึกครุศาสตร์ทุกวันด้วย"
ประโยคที่พูดด้วยเสียงกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน ทำเอาริมฝีปากที่เคลือบด้วยทินต์สีสวยของใบเตยเม้มเข้าหากันแน่น ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกร่าง
ไอ้เด็กคนนี้ บทจะเงียบก็เงียบจนน่าอึดอัด แต่บทจะรุกขึ้นมา ก็ทำเอาคนอายุมากกว่าอย่างเธอไปไม่เป็นเลยจริงๆ