เด็กสาว วัยขบเผาะ.!

2133 Words
เสียงฟองเบียร์ที่แตกตัวระยิบระยับในแก้วใสใบใหม่นั้นดูเย้ายวนใจอย่างประหลาด เมธีรินของเหลวสีทองอำพันจนฟองสีขาวนวลเอ่อล้นขอบแก้ว ก่อนจะเลื่อนมันมาวางตรงหน้าพิมพิกาช้าๆ สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ปฏิกิริยาของเด็กสาวไม่วางตา “มาเลยน้องพิม... ยกเลย” เมธียกแก้วของเขาขึ้นชูมาทางเธอ เป็นการกดดันเชิงสัญลักษณ์ที่ทำให้พิมพิกาไม่อาจปฏิเสธได้ เธอยื่นมือน้อยๆ ที่เริ่มสั่นเทาไปจับก้านแก้วอย่างเก้ๆ กังๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เมื่อแก้วทั้งสองกระทบกันเบาๆ จนเกิดเสียงกังวานใส เมธีก็แตะริมฝีปากกับขอบแก้วแล้วกระดกจิบลงคออย่างรวดเร็ว ในขณะที่ดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงจ้องมองลอดขอบแก้วมาที่เธอเพื่อดูว่าลูกแกะน้อยจะกล้าเดินตามเขาหรือไม่ พิมพิกากลั้นใจยกแก้วขึ้นกระดกตามแรงเชียร์ ทันทีที่น้ำสีเหลืองทองไหลผ่านลิ้นและสัมผัสลำคอ ความขมปร่าที่ไม่คุ้นเคยก็จู่โจมประสาทสัมผัสของเธออย่างรุนแรงจนเธอสำลักออกมาแทบจะทันที “อูยยย... ขม! แหวะ!” พิมพิกาอุทานเสียงหลงพลางทำหน้าเบ้ ใบหน้าหวานเหยเกด้วยความเข็ดขยาด เธอมองหน้าเมธี ระริน และศักดิ์ อย่างไม่อยากจะเชื่อว่าคนพวกนี้ทนดื่มน้ำรสชาติประหลาดนี่เข้าไปได้อย่างไร ในขณะที่เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของทั้งสามคนดังขึ้นประสานกันเมื่อเห็นท่าทีไร้เดียงสานั้น “อึกแรกมันก็จะเป็นแบบนี้แหละจ้ะพิม... ลองอีกหน่อยสิ ค่อยๆ จิบ เดี๋ยวรสหวานมันจะตามมาเอง” ระรินยุส่งพลางส่งยิ้มท้าทาย แววตาที่ฉ่ำปรือของน้าสาวดูเหมือนจะบอกว่า 'ถ้าแกผ่านอึกนี้ไปได้ แกจะพบสวรรค์' คำท้านั้นได้ผล พิมพิกาเป็นคนไม่ยอมคนอยู่เป็นทุนเดิม เธอยกแก้วขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่เพียงแค่จิบ แต่เธอกลั้นใจกลืนของเหลวซ่าขมนั้นลงไปติดๆ กันหลายอึกจนพร่องไปเกือบครึ่งแก้ว ความซ่าที่ซัดสาดอยู่ในช่องปากเริ่มเปลี่ยนเป็นความอุ่นวาบที่ลำคอ ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์และเที่ยงตรงเสมอ โดยเฉพาะกับร่างกายที่ใสสะอาดไม่เคยต้องมือมารอย่างพิมพิกา เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ความรู้สึกประหลาดก็เริ่มจู่โจมเธอ มันเริ่มจากความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง ก่อนจะแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าจนเธอรู้สึกว่าแก้มทั้งสองข้างมันตึงและร้อนผ่าวอย่างบอกไม่ถูก โลกที่เคยดูแข็งกระด้างและน่าอึดอัดในร้านซ่อมรถที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำมัน บัดนี้กลับดูอ่อนละมุนและพร่าเลือนลงอย่างน่าอัศจรรย์ แสงไฟนีออนที่เคยกะพริบถี่จนน่ารำคาญ กลับกลายเป็นแสงสีที่นุ่มนวลชวนฝัน พิมพิการู้สึกเหมือนร่างกายของเธอเบาหวิวราวกับขนนก ความเครียด ความกดดันจากอากู และความกังวลเรื่องชลธีที่เคยแบกไว้บนบ่า บัดนี้กลับมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกเคลิบเคลิ้มและผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอเริ่มรู้สึกว่าเสียงหัวเราะของศักดิ์ดูไพเราะขึ้น และใบหน้าคมเข้มของเมธีที่อยู่ข้างๆ ก็ดูเย้ายวนใจจนเธอไม่อาจละสายตาได้ เธอลองขยับนิ้วมือแล้วพบว่ามันดูเชื่องช้าและนุ่มนวลเกินจริง รอยยิ้มเริ่มผุดขึ้นบนริมฝีปากของเด็กสาวโดยที่เธอไม่ต้องพยายาม ความขมที่เคยรังเกียจในอึกแรก บัดนี้กลับกลายเป็นรสชาติที่ชวนให้กระหายต่อ พิมพิกาพบว่าตัวเองเริ่มชอบความรู้สึก "ลอย" แบบนี้เข้าเสียแล้ว มันเป็นอิสระที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต เป็นโลกที่เธอสามารถเป็นอะไรก็ได้ ทำอะไรก็ได้ โดยไม่ต้องสนคำครหาของใคร เธอมองหน้าเมธีอีกครั้งผ่านม่านตาที่เริ่มฉ่ำเยิ้ม รอยยิ้มของเธอเปลี่ยนจากความขัดเขินเป็นความกล้าแกร่งและแฝงไปด้วยจริตจะก้านที่ถูกปลุกขึ้นมาจากฤทธิ์น้ำเมา “อืม... มันก็น่าสนใจดีนะจ๊ะเฮีย” พิมพิกาพึมพำเสียงพร่า แววตาของเธอเริ่มส่องประกายร่านร้อนอย่างที่เมธีต้องการจะเห็นมาตลอด บัดนี้... ประตูสู่โลกแห่งราคะของพิมพิกาได้เปิดออกอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว โดยมีเบียร์ครึ่งแก้วนั้นเป็นกุญแจสำคัญ เมธีจ้องมองใบหน้าหวานที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อของพิมพิกาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงใจ เขาเห็นชัดว่าเด็กสาวเริ่ม "ติดลม" และกำแพงแห่งความละอายใจกำลังสั่นคลอนจนแทบพังทลาย เขาไม่รอช้าที่จะรุกคืบต่อทันที ชายหนุ่มยกแก้วเบียร์ขยับเข้าหาเธออีกครั้ง รอยยิ้มที่มุมปากแฝงไปด้วยคำท้าทายที่ยากจะปฏิเสธ “คราวนี้ขอหมดแก้วเลยนะน้องพิม... โชว์ให้เฮียดูหน่อยว่าพิมเก่งแค่ไหน” พิมพิกาในยามนี้ไม่มีแม้แต่คำท้วงติง ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่สูบฉีดอยู่ในกระแสเลือดทำให้เธอรู้สึกฮึกเหิมและอยากเอาชนะ มือเล็กๆ คว้าหมับเข้าที่ก้านแก้วยกขึ้นชนกับแก้วของเมธีดัง เคร้ง! ก่อนจะกระดกของเหลวสีทองอำพันลงคอรวดเดียวจนหมดแก้ว ท่ามกลางสายตาตะลึงพรึงเพริดของทุกคน เธอคว่ำแก้วเปล่าโชว์ให้คนทั้งสามดูอย่างผู้ชนะ แววตาที่เคยใสซื่อบัดนี้ฉ่ำเยิ้มและทอประกายความรั้นอย่างปิดไม่มิด “ว้าว... เก่งจังน้องพิม!” ระรินร้องเชียร์เสียงอ้อแอ้ ดวงตาปรือปรอยพลางตบมือให้หลานสาวอย่างสนุกสนาน “อย่างนี้มันต้องอีกแก้ว!” เมธีไม่ปล่อยให้จังหวะขาดช่วง เขารินเบียร์เติมให้พิมพิกาจนฟองขาวฟูฟ่องอีกครั้ง และคราวนี้ไม่ต้องรอให้เขาชวน พิมพิกาที่เป็นฝ่าย "ได้ใจ" กลับเป็นคนยื่นแก้วไปขอชนกับเขาเอง เธอรวบยอดดื่มทีเดียวหมดแก้วเป็นแก้วที่สามติดๆ กัน ในวินาทีนั้นเอง... โลกของพิมพิกาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สรรพสิ่งรอบกายที่เคยแข็งกระด้างในร้านซ่อมรถ กลับกลายเป็นภาพที่นุ่มนวลและพร่าเลือนเหมือนอยู่ในความฝัน เสียงหัวเราะรอบตัวฟังดูไพเราะและก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทอย่างน่าประหลาด เธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังลอยละล่องอยู่ในปุยเมฆที่แสนอบอุ่น ความอึดอัดใจ ความผิดชอบชั่วดี หรือแม้แต่เงาของชลธีที่เคยตามหลอกหลอน บัดนี้ถูกชะล้างหายไปสิ้น เหลือเพียงความสุขสมที่เอ่อล้นจนอยากจะกรีดร้องออกมา เธอมองออกไปเบื้องหน้าด้วยสายตาที่พร่ามัว เห็นระรินกำลังประกบปากจูบกับศักดิ์อย่างดูดดื่มที่เก้าอี้ข้างๆ ภาพไอดอลสาวที่กำลังถูกลูกน้องผัวรุกรานในโพรงปากอย่างเร่าร้อน กลับกลายเป็นภาพฝันที่แสนหวานและเย้ายวนใจในสายตาของเด็กสาวที่กำลังเมามาย เสียงคราง อือๆ ในลำคอของระรินที่สลับกับเสียงดูดดื่มน้ำลาย ฟังดูเหมือนท่วงทำนองเพลงที่กระตุ้นสัญชาตญาณร่านร้อนในกายเธอให้ตื่นตัว ‘อยากเป็นแบบนั้นจัง... อยากถูกทำแบบนั้นบ้าง...’ ความคิดชั่ววูบแล่นเข้ามาในสมองที่กำลังขาวโพลน ทันใดนั้นเอง เธอรับรู้ได้ถึงสัมผัสจากมือหยาบใหญ่ของเมธีที่เอื้อมมาประคองแก้มใสของเธอไว้อย่างแผ่วเบาแต่หนักแน่น ความร้อนจากฝ่ามือของชายรุ่นใหญ่ที่เจนจัดในกามารมณ์แผ่ซ่านเข้าสู่ผิวเนื้อนุ่มนวลของเด็กสาว มันวูบวาบและซ่านสยิวจนร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ กระแสความรู้สึกเหมือนไฟฟ้าช็อตแล่นปลาบไปทั่วร่างจนร่างกายกระตุกเบาๆ แขนขาที่เคยมีแรงกลับอ่อนระทวยไปหมดจนแทบจะทรงตัวบนเก้าอี้ไม่อยู่ พิมพิกาเผยอริมฝีปากบางๆ ออกอย่างไม่รู้ตัว ราวกับเป็นการเชื้อเชิญที่รอคอยมานาน และเมธีก็ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป เขาโน้มใบหน้าคมเข้มเข้าไปหา ก่อนจะประกบริมฝีปากหนาลงบนปากสวยของเด็กสาวอย่างรุนแรงและหิวกระหาย ลิ้นร้อนที่จัดจ้านและเต็มไปด้วยรสชาติของเบียร์และบุหรี่ถูกส่งเข้าไปสำรวจในโพรงปากที่แสนหวานและอ่อนนุ่มของพิมพิกาอย่างจาบจ้วง “อื้อออ...” พิมพิกาครางแผ่วในลำคอ รสสัมผัสที่แปลกใหม่และรุนแรงทำให้น้ำหวานในกายเด็กสาวหลั่งรินจนแฉะชื้นไปหมด ความเสียวซ่านแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กายยามที่ลิ้นของเมธีพัวพันหยอกล้อกับลิ้นของเธอ เธอหลับตาพริ้มปล่อยตัวปล่อยใจไปกับพายุแห่งราคะที่เมธีเป็นคนจุดขึ้น ท่ามกลางเสียงครางของระรินที่ดังอยู่ข้างๆ โลกสีขาวที่เธอเคยอยู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสีดำสนิทที่แสนเย้ายวนและร้อนรุ่มในร้านซ่อมรถแห่งนี้ที่กำลังแผดเผาตัวตนของเธอให้กลายเป็นจลน์ไปพร้อมกับความใคร่ที่ยากจะหยุดยั้ง พิมพิกาหลับตาพริ้มปล่อยสติให้ล่องลอยไปกับพายุราคะที่โหมกระหน่ำใส่ร่างน้อยของเธออย่างไม่ปรานี รสจูบของเมธีนั้นช่างหอมหวานและรุนแรงจนเธอแทบจะหลอมละลาย สิ่งที่เคยทำได้เพียงจินตนาการฟุ้งซ่านอยู่บนเตียงนอน บัดนี้เธอกำลังสัมผัสมันจริงๆ รสชาติของความ "ผิดบาป" มันกลับอร่อยลิ้นและละมุนละไมจนเธอไม่อยากจะลืมตาขึ้นมาพบกับความเป็นจริง “อูวววว... อือออ...” เสียงครางหวานหูหลุดออกมาจากลำคอระหง พิมพิกาตกอยู่ในภวังค์แห่งความสุขสมจนกระทั่งเสียงบางอย่างเริ่มแทรกซึมเข้ามาในโสตประสาท เสียงนั้นมันดิบเถื่อนและกระชั้นถี่จนทำให้เธอต้องฝืนปรือตาที่ฉ่ำเยิ้มขึ้นมองดูภาพตรงหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ถูกแอลกอฮอล์ปลุกปั่น “ซี้ดดด... อาาาา... จ๊วบ... จ๊วบ...” เสียงซี้ดปากยาวของศักดิ์ ผสมกับเสียงจ้วบจ้าบของการดูดดึงบางอย่างที่เปียกชื้น มันช่างน่าดึงดูดใจจนพิมพิกาต้องเบิกตากว้าง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาเด็กสาวตัวเย็นเฉียบทว่าเลือดในกายกลับเดือดพล่าน ศักดิ์กำลังยืนแอ่นเอวอยู่ข้างเก้าอี้ของระริน กางเกงของเขากองร่นลงไปอยู่ที่ข้อเท้าทั่งสองข้าง มื้อที่หยาบกร้านของเขาจิกประคองขยี้เส้นผมของระรินไว้แน่น ใบหน้าของศักดิ์หงายเชิดเหยเกด้วยความเสียวซ่านสุดขีด พิมพิกาจ้องมองดูภาพไอดอลสาวของเธอที่กำลังอ้าปากกว้าง คาบกลืนเอาส่วนหัวของท่อนเอ็นเขื่องของศักดิ์เข้าไว้ในโพรงปากอย่างช่ำชอง เด็กสาวสังเกตเห็นด้วยความตระหนกว่าแท่งลำที่ระรินกำลังปรนเปรอนั้นมันดู "ประหลาด" กว่าที่เธอเคยเห็นผ่านตา ผิวสัมผัสของมันขรุขระเป็นตะปุ่มตะป่ำไม่เรียบเนียนเหมือนของเมธี แถมสีสันยังดำคล้ำดูน่ากลัวทว่ากลับปลุกเร้าอารมณ์ใคร่ในตัวเธอให้พุ่งพล่านจนถึงขีดสุด ในจังหวะที่เธอกำลังตกตะลึงจนตาไม่กะพริบนั้นเอง ความรู้สึกจี๊ดแล่นปรี่เป็นริ้วขึ้นสู่สมองราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง เมื่อยอดปทุมถันคู่งามที่เธอเฝ้าหวงแหนกลับถูกคุกคามด้วยสัมผัสที่จาบจ้วง “อูยยยย... ซี้ดดดด... อาาาา!” พิมพิกาสะดุ้งเฮือก ร่างกายกระตุกเกร็งด้วยความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอรับรู้ได้ทันทีว่าเมธีฉวยโอกาสตอนที่เธอถลำลึกไปกับภาพของระริน สอดนิ้วโป้งและนิ้วชี้ที่หยาบใหญ่เข้าไปในคอเสื้อของเธอ บีบคีบและคลึงเคล้าเม็ดปทุมถันที่ยอดสงวนของเธอไว้อย่างถนัดถนี่ แรงบีบที่เน้นย้ำและจังหวะการขยี้ที่เป็นงานของเมธี ทำให้พิมพิการู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น ร่างกายของเด็กสาวอ่อนระทวยจนแทบจะร่วงหล่นจากเก้าอี้ ความเสียวซ่านมันแล่นผ่านยอดทรวงไปถึงใจกลางความสาวจนมันสั่นระริกและหลั่งไหลหยาดน้ำหวานออกมาจนชุ่มโชก พิมพิกาหอบหายใจถี่กระชั้น ดวงตาพร่าเลือนมองสลับระหว่างภาพระรินที่กำลังดูดดื่มของศักดิ์กับใบหน้าเจ้าเล่ห์ของเมธีที่กำลังขยี้ปทุมถันของเธออย่างเมามัน โลกใบเก่าที่สะอาดสะอ้านมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความร่านร้อนที่แผดเผาใจสาวท่ามกลางกลิ่นน้ำมันเครื่องและรสเบียร์ที่ขมปร่า เธอพ่ายแพ้แล้ว... พ่ายแพ้ต่อสัมผัสที่ดิบเถื่อนนี้อย่างหมดรูป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD