แค่เสี้ยววินาที..ใจสั่น

1351 Words
รถแล่นฝ่าสายฝนออกไปอย่างช้า ๆ โซวานั่งนิ่ง ตามคำสั่งเขา นิ่งจนรู้สึกได้ถึงหัวใจตัวเองที่เต้นแรงเกินไป คิราห์ขับรถด้วยสีหน้าตึงเครียด กรามเขาเกร็ง สายตาจ้องถนนข้างหน้า แต่ความคิด…กลับไม่ได้อยู่ตรงนั้นเลย ภาพเลือดที่ไหลจากศีรษะเธอ สีหน้าซีดเผือด และร่างบางที่อยู่ใกล้เกินไปในรถคันแคบ มันวนซ้ำไม่หยุด “เจ็บตรงไหนอีกไหม เผื่อหมดสติไปจะได้บอกหมอถูก....” โซวาหันมาสบตาขา เธออมยิ้ม “อย่าเข้าใจผิดฉันไม่ได้เป็นห่วงอะไรเธอหรอกนะ...ไม่ต้องยิ้ม” เขาเอ่ยขึ้นในที่สุด เสียงยังต่ำ ยังเรียบ แต่ไม่แข็งเหมือนก่อนหน้า โซวาเหลือบมองเขาผ่านกระจก “นึกว่าเป็นห่วงสะอีก” เธอพึมพำ แต่ก็ตอบเขากลับไปชัด “เจ็บแค่หัวค่ะ…มึน ๆ นิดหน่อย...ตรงอื่น ๆไม่ได้เจ็บอะไรค่ะ” เธอตอบเบา คิราห์กำพวงมาลัยแน่นขึ้นอีก ขากรรไกรกระตุกเล็กน้อย คำพูดสั้น “อืมก็ดี...” โซวาเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง เห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้าง เส้นเอ็นที่ลำคอ หยดน้ำฝนที่ไหลจากเส้นผมลงมา ใกล้จนเธอต้องรีบหันหน้าหนี “ค่ะ…แต่ยังไหวอยู่ค่ะไม่หมดสติแน่นอน” เสียงตอบแผ่ว ความเงียบกลับมาอีกครั้ง แต่เป็นความตึง ความรู้สึกที่เหมือนอะไรบางอย่างกำลังถูกดึงให้ตึงขึ้นเรื่อย ๆ รถชะลอความเร็วลงเมื่อไฟแดงปรากฏตรงหน้า คิราห์เหยียบเบรก ร่างโซวาเอนไปข้างหน้าเล็กน้อย มือเขายื่นมาอีกครั้ง เร็ว มั่นคง แตะที่หน้าผากเธอ ประคองไว้ไม่ให้กระแทก แค่เสี้ยววินาที แต่ผิวที่สัมผัสกัน กลับร้อนวูบ ทั้งคู่ชะงักพร้อมกัน เขาชักมือออกในทันที เหมือนไฟดูด “นั่งให้มั่นคงหน่อย เดี๋ยวหัวก็แตกอีกหรอก จะมาโทษฉันไม่ได้นะ” เธอแค่พยักหน้า “ที่แท้ก็เป็นห่วงเราเหมือนกัน... ทำปากแข็ง” โซวาแอบยิ้มแต่เขารู้สึกได้ “นี่จะยิ้มจนถึงโรงพยาบาลเลยไหม หัวกระแทกจนสมองไปหมดแล้วมัง” โซวาหันไปค้อนแต่รีบหันหน้ากลับอย่างเร็ว “จะพูดดีเลยไม่ได้ใช่ไหม ..พ่อรูปหล่อเนี่ย...ชิ” เธอคิดในใจก่อนมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนหยิบทิชชูมาซับเลือดที่ศีรษะอีกครั้ง ส่วนในรถอีกคัน แทนไทถามเสียงห้วน “หนาวไหมเอาเสื้อฉันไปก่อน” แทนไทโยนเสื้อคลุมให้กับพาขวัญ “ไม่หนาวไม่ต้องการ... ขอบคุณ” คำตอบของเธอก็ห้วนเช่นกัน “ไม่หนาวก็กรุณาใส่คลุมไว้เถอะ ฉันไม่อยากดูหน้าอกที่มันโผล่..เสื้อบาง ๆ มาหรอกนะ...มันไม่ได้ใหญ่อะไรเลย” พาขวัญรีบหยิบเสื้อคลุมที่อกอวบทันที “หน้ามหาลัยแต่......” เขาเหลือบมองอีกครั้ง “อนุบาล...หึ หึ” “ไอ้...” “หยุด!.....อย่ามาไอ้ที่นี่ ....เห็นว่าป่วยหรอกนะไม่อยากชวนทะเลาะ นั่งเงียบ ๆ ไปเลย” พาขวัญค้อนใส่เขาก่อนเบนหน้ามองนอกหน้าต่าง แทนไทเห็นแบบนั้นเขายกยิ้มอย่างพอใจ “ดูไปยัยนี่ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ” เขาคิดในใจ รถแล่นเข้าสู่โรงพยาบาลในเวลาไม่นาน คิราห์กับแทนไทช่วยพาทั้งสองคนส่งถึงมือแพทย์เรียบร้อย “ขอบคุณมากนะคะ แต่พวกพี่ไม่ต้องรอหรอกค่ะ กลับได้เลย เดี๋ยวพวกเราขับกลับเอง…แล้วก็ต้องขอโทษอีกครั้งด้วยค่ะ” โซวาพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน สีหน้าเต็มไปด้วยความเกรงใจจากใจจริง คิราห์นิ่งไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย “อืม…ก็ดีเหมือนกัน เสียเวลามามากแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ สีหน้าเฉยชา ก่อนจะหันไปดึงแขนแทนไท “ไป แทนไท กลับกัน” ทั้งสองเดินออกไปทันที ทิ้งให้โซวายืนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน “หา…อะไรนะ” โซวาบ่นพึมพำเบา ๆ “อุตส่าห์พูดดี ๆ แทนที่จะอยู่ไปส่งที่ห้องก่อน คนกำลังเสียขวัญแท้ ๆ นี่สุภาพบุรุษ…หรือไอ้ตัวร้ายในละครกันแน่” “เห็นไหม” พาขวัญเสริมเสียงหงุดหงิด “ดีไม่ได้ครึ่งของพี่น้ำเหนือเลย ผู้ชายพวกนี้น่ะ” “เอาน่า อย่างน้อยเขาก็พาเรามาส่งโรงพยาบาล” โซวาพูดพลางยิ้มบาง ๆ “ความดีก็ยังพอมีอยู่บ้างแหละ” รอยยิ้มนั้นไม่รอดพ้นสายตาของพาขวัญ “ยิ้มอะไรของเธออีก โซวา” โซวาหัวเราะคิก ก่อนจะชี้ไปที่เสื้อคลุมที่พาขวัญสวมอยู่ “เสื้อพี่เขา…กลิ่นพี่เขาด้วยนะ อิอิ” “โซวาบ้า!” พาขวัญหน้าแดง รีบกระชับเสื้อคลุมแน่น “ถ้าไม่ใช่เพราะเสื้อเปียก ฉันไม่ใส่หรอก อย่าฝัน…ไปทำแผลก่อนเลย เอาทิชชูปิดไว้ดี ๆ อย่าให้เห็นเลือด เดี๋ยวขวัญจะเป็นลมอีก” "จ้า...รอก่อนนะถ้าจะเป็นลมเรียกพยาบาลนะขวัญ" "จ้า..ห่วงตัวเองก่อนเถอะไปทำแผล...ไป" เมื่อโซวาทำแผลเสร็จเธอหากุญแจรถ "ขวัญ!" โซวาทำหน้าตกใจเมื่อรู้ว่ากุญแจรถไม่ได้อยู่ที่ตัว “กุญแจรถอยู่กับพี่คิราห์....เขาคงไม่อยากให้เราขับกลับ สงสัยอยากให้เรียกแท็กซี่ปลอดภัยกว่าขับตอนฝนตก แหมช่างเป็นห่วงเป็นใย” โซวาส่งสายตาซาบซึ้งให้กับความคิดนั้น และภาพที่เขาเอื้อมมือมาปกป้องหน้าผากของเธอยังคงวนเวียนไม่จางหาย จนเธอเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว “โซวา....กลับมาหลงอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย” ขวัญบ่นเธอเป็นชุด “ก็พี่เขาเป็นห่วงจริง ๆ นะ เมื่อครู่ตรงไฟแดงเบรกกะทันหัน พี่คิราเอื้อมมือมาปกป้องหน้าผากโซวา ด้วยนะ” “จ้าโลกสวย ....ถ้าเขาใส่ใจเขาคงรอรับกลับไปส่งแล้ว ไม่ปล่อยให้นั่งแท็กซี่กลับหรอกนะ” โซวาครุ่นคิดแต่ก็มีรอยยิ้มออกมาให้เห็น “เรียนเก่งมาก...ฉลาดมาก...แต่เรื่องผู้ชาย....อย่าให้พูดเลย เพื่อนของพาขวัญเอง” พาขวัญยังคงบ่นต่อ โซวาเดินเข้ามาเกาะแขนอย่างออดอ้อน “ไปค่ะคุณพาขวัญเพื่อนรัก กลับห้องกันวันนี้ไปนอนกับโซวานะใกล้มหาลัยกว่า....ไม่เอาไม่บ่นแล้วนะ” พาขวัญพยักหน้า ก่อนมองผ้าก๊อซที่ปิดแผลของโซวา “ว่าแต่เจ็บมากไหม....เพื่อนฉัน” ขวัญถามขึ้น “ไม่เจ็บแล้วไม่ต้องห่วงนะ...ถ้าแลกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นความใกล้ชิด ความสัมพันธ์ก้าวหน้าขึ้นมาจี๊ดหนึ่ง เจ็บแค่นี้คุ้มมาก” “โซวา” พาขวัญขึ้นเสียงเตรียมตัวจะด่าเพื่อน “ฮ่า...ฮ่า..ล้อเล่นน่าไม่เจ็บมากจ้ะ ....ไปกลับห้องหยุดทำหน้าดุขนาดนี้....เดี๋ยวไม่สวยนะ” โซวาหัวเราะกลบเกลื่อน รีบยกมือขึ้นยอมแพ้ “ฉันล่ะเหนื่อยใจกับเธอจริง ๆ” พาขวัญส่ายหน้า ถอนหายใจยาว “เจ็บตัวแล้วยังจะเอาเรื่องหัวใจมาเสี่ยงอีก” “ก็หัวใจมันห้ามไม่ได้อ่ะ” โซวายิ้มอ่อน เสียงเบาลงกว่าทุกที “อย่างน้อยวันนี้ก็รู้แล้วว่า…เขาไม่ใช่คนใจร้ายอย่างที่ปากเขาพูด” พาขวัญมองเพื่อนนิ่ง ๆ ก่อนจะพูดเสียงอ่อนลงเช่นกัน “ระวังจะคิดไปเองนะโซวา คนแบบนั้น…ยิ่งนิ่ง ยิ่งอ่านยาก” “อืม…รู้แล้ว” โซวาพยักหน้า แต่ยังคงมีรอยยิ้ม ทั้งสองเรียกแท็กซี่กลับที่พัก สายฝนยังโปรยลงมาไม่ขาด แต่ในรถกลับอบอุ่นอย่างประหลาด พาขวัญมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนเอ่ยขึ้นเบา ๆ “ถ้าเขาทำให้แกร้องไห้เมื่อไหร่…ฉันไม่ปล่อยไว้แน่” โซวาหัวเราะเบา ๆ แล้วเอนหัวพิงไหล่เพื่อน “ถ้าวันนั้นมาถึงจริง ๆ …อย่างน้อยโซวาก็ได้เรียนรู้ที่จะรัก..กับคนที่อยากรักนะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD