คิราห์วางแก้วกาแฟลงแรงกว่าปกติ
เสียงกระทบโต๊ะดัง กึก จนแทนไทต้องเหลือบมอง
“มึงเป็นเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย”
“บอกว่าไม่สน แล้วจะหงุดหงิดทำไมวะ”
คิราห์ไม่ตอบ
เขาเพียงจ้องภาพตรงหน้า โซวาที่นั่งคุยกับน้ำเหนือ และพาขวัญ
รอยยิ้มของเธอ…ไม่ใช่รอยยิ้มฝืน
แต่เป็นรอยยิ้มที่เขาเคยเห็นมาก่อน
มันเป็นรอยยิ้มสบายใจ
แบบที่เขา…ไม่เคยให้ได้รับ
น้ำเหนือเอนตัวเข้ามาเล็กน้อย พูดอะไรบางอย่าง
โซวาหัวเราะเบา ๆ
ไม่ดัง
แต่ดังพอให้คิราห์ได้ยินชัดในหัว
ท่าทีของเขาตอนนี้ไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก
“กูไปห้องน้ำ”
คิราห์ลุกขึ้นพูดเสียงแข็ง
ทั้งที่ทิศทางที่เดินไป…ไม่ใช่ห้องน้ำเลยสักนิด
แทนไทมองตามแผ่นหลังเพื่อน
ถอนหายใจยาว
“ชิบหายแล้วไอ้คิราห์…มึงเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเองแล้ว”
คิราห์เดินผ่านโต๊ะที่โซวานั่งคุยอยู่กับน้ำเหนือและพาขวัญ
สายตาเหลือบไปเห็นช่อดอกไม้สีขาวบนโต๊ะ
“เปลี่ยนใจรวดเร็วดีนิ”
เสียงนั้นเบา แต่เย็นเฉียบ
ก่อนที่เขาจะเดินออกจากร้าน
น้ำเหนือขยับจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่โซวายกมือขึ้นเล็กน้อย เป็นเชิงขอจัดการเอง
เธอเงยหน้ามองแผ่นหลังของคิราห์ที่เพิ่งเดินผ่านไป
ริมฝีปากยกยิ้มบาง
"พูดลอย ๆ แต่พูดกับเรา อิอิ…หรือว่าจะเริ่มมีใจให้เราแล้วนะ"
โซวาคิดในใจ
พาขวัญสบตาเพื่อน และรู้ทันทีว่าโซวากำลังคิดอะไรอยู่
จังหวะเดียวกันนั้นเอง เธอก็สบตากับแทนไทที่เดินตามคิราห์
พาขวัญเบนหน้าไปอีกทาง พร้อมเบ้ปากอย่างหมดอารมณ์
"ไม่อยากเจอก็ต้องเจอ ซวยจริง"
น้ำเหนือเห็นบรรยากาศแปลก ๆ ก็อดถามไม่ได้
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”
พาขวัญตอบปัดไป
เพราะไม่อยากให้บรรยากาศที่เพิ่งเริ่มดี…ต้องสะดุด
โซวายังคงยิ้มไม่หุบ
ภาพอาการของคิราห์เมื่อครู่…ยังวนอยู่ในหัวเธอไม่ไปไหน
แทนไทเดินตามคิราห์ออกมาติด ๆ ก่อนจะตะโกนเรียกทันที
“เฮ่ย ๆ คิราห์! มึงบอกจะไปห้องน้ำ แล้วนี่มึงเดินออกมาหน้าร้านเลยเนี่ยนะ อะไรวะ แล้วยังจะหัวเสียอะไรขนาดนี้อีก”
“กูก็ปกติของกูดี...ไม่ได้หัวเสียอะไรสักหน่อย”
คิราห์ตอบเสียงห้วน ไม่หยุดเดิน
“หยุดก่อนดิ” แทนไทคว้าแขนเพื่อนไว้
“มึงเนี่ย…โคตรไม่ปกติเลย เป็นอะไรก็บอกกูมา ถ้ามึงชอบน้องคนนั้นก็แค่ยอมรับ น้องเขาชอบมึงจะตายห่าอยู่แล้ว”
คิราห์ชะงัก ก่อนจะสะบัดแขนออก
“ใครบอกกูชอบ” เขาหันมาจ้องหน้าเพื่อน
“กูไม่ชอบหรอก ผู้หญิงใจโลเลพรรค์นั้นน่ะ”
แทนไทหัวเราะหึในลำคอ
“กูไม่เชื่อ อาการมึงมันฟ้องชัดขนาดนี้”
“บ้ารึเปล่า มึงเนี่ย”
คิราห์สบถ
“จะมารู้ใจแทนกูได้ยังไง กูรู้ใจตัวเองดีที่สุดเว้ย”
แทนไทเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะพูดช้า ๆ น้ำเสียงจริงจังกว่าทุกครั้ง
“ถ้ามึงรู้ใจตัวเองจริง…มึงคงไม่เป็นแบบนี้หรอก”
คิราห์เดินต่อ แต่จังหวะเท้าเริ่มช้าลง
แทนไทไม่ได้เร่ง ไม่ได้ดึง แค่เดินข้าง ๆ
“กูไม่เถียงแล้วก็ได้”
แทนไทพูดขึ้นเสียงเรียบ
“มึงบอกไม่ชอบ กูก็เชื่อ”
คิราห์หัวเราะหึในลำคอ “ก็ดี จะได้จบ ๆ”
แทนไทพยักหน้าเหมือนเห็นด้วย
ก่อนจะพูดต่อ ช้าลงกว่าปกติ
“แต่ถ้ามึงไม่ชอบจริง…มึงคงไม่ต้องเดินหนีออกมานอกร้าน”
คิราห์กำหมัดแน่น
แต่ไม่หันกลับมา
“แล้วมึงคงไม่ต้องหงุดหงิดกับรอยยิ้มของเขา
ไม่ต้องไปสนว่าดอกไม้เป็นของใคร
แล้วก็ไม่ต้องพูดประชด ทั้งที่ไม่มีใครถาม”
ถนนตรงหน้าดูยาวขึ้นอย่างประหลาด
คิราห์หยุดเดินในที่สุด
“กูบอกแล้วไงว่ากูปกติดี”
แทนไทมองเพื่อนนิ่ง ๆ
สายตาไม่ได้กดดัน แค่จริงเกินไป
“อืม…ปกติของมึง”
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย
“ปกติที่นั่งมองผู้หญิงคนหนึ่งทั้งร้าน
แล้วทำเหมือนตัวเองไม่รู้สึกอะไร”
คิราห์เงียบ
ลมหายใจหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว
แทนไทถอนหายใจเบา ๆ
“กูไม่บังคับให้มึงยอมรับหรอกนะ”
“แค่อยากบอกว่า…บางที คนที่มึงหลอกเก่งที่สุด
อาจไม่ใช่คนอื่น”
เขาตบบ่าคิราห์เบา ๆ ครั้งหนึ่ง
ก่อนจะเดินนำไปก่อน
คิราห์ยืนอยู่ตรงนั้น
ท่ามกลางความเงียบ
เมฆฝนเริ่มตั้งเค้าทะมึน
ลมเย็นพัดแรงขึ้นฝนเริ่มลงเม็ดเล็ก ๆ
คิราห์กับแทนไทรีบเดินไปที่รถแทบจะพร้อมกัน
ประตูรถปิดลง
เสียงดัง ปึง
ยังไม่ทันสตาร์ตเครื่อง
สายตาของคิราห์ก็เหลือบไปเห็นภาพตรงหน้า
น้ำเหนือกางร่มคันใหญ่
เอนตัวเข้ามานิดหนึ่งเพื่อบังฝนให้โซวา
ระยะห่างระหว่างสองคนนั้น…ใกล้เกินไป
โซวาไม่ได้ปฏิเสธ
เธอเดินไปพร้อมเขา ปล่อยให้พาขวัญถือร่มของตัวเองอีกคันหนึ่งอยู่ห่างออกไป
ร่มก็มี…ถือเองไม่ได้หรือไงวะ
คิราห์กัดฟันแน่น
มือที่วางอยู่บนพวงมาลัยเผลอกำแน่นโดยไม่รู้ตัว
“คงชอบสินะ…”
เสียงเขาหลุดออกมาเบา ๆ แต่เต็มไปด้วยอารมณ์
แทนไทที่นั่งข้าง ๆ หันมามองหน้าเพื่อนทันที
แววตานั้นไม่ได้แปลกใจ
มีแต่ความหนักใจ
“กูว่ามึงหนักแล้วว่ะไอ้คิราห์”
เขาพูดเสียงเรียบ แต่ชัดทุกคำ
“อาการหึงขนาดนี้ เหมือนจะคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว รู้ตัวบ้างไหม”
คิราห์ไม่ตอบ
สายตายังคงจับจ้องไปที่ภาพของโซวาซึ่งกำลังก้มขึ้นรถ
ก่อนที่ประตูจะปิดลง
แต่ความรู้สึก…ไม่หายไปตามฝน
ฝนเริ่มตกเม็ดใหญ่ขึ้น กระทบกระจกหน้ารถดัง ติ๊ก…ติ๊ก
คิราห์ยังไม่ออกรถ
สายตาเขายังค้างอยู่ตรงลานจอด
ตรงที่โซวาอยู่ในรถอีกคัน
"ขอบคุณที่เดินมาส่งนะคะพี่น้ำเหนือ"
โซวากล่าวขอบคุณเสียงหวาน
"ยินดีครับ...ฝนตกหนักแล้วรีบไปเถอะ ขับรถดี ๆ นะครับ"
น้ำเหนือตอบด้วยถ้อยคำที่สุภาพ
คิราห์มองภาพนั้น เขากำพวกมาลัยแน่นจนเส้นเลือดข้อมือปูด
"คิราห์มึงจะออกรถได้ยัง จะดูเขาอีกนานไหมฝนกำลังจะตกแรงเรื่อย ๆแล้วนะเว้ย"
แทนไทพูดอย่างเหลืออด
คิราห์ยังคงนั่งนิ่ง
มือวางอยู่บนพวงมาลัย แต่ไม่ขยับ
เครื่องยนต์ยังติด
เสียงฝนกระหน่ำใส่กระจกดังสม่ำเสมอ
เหมือนกำลังกดดันอะไรบางอย่างในอกเขา
แทนไทเหลือบมองเพื่อน
เริ่มรู้สึกไม่ชอบความเงียบนั้น
กระทั่งไฟท้ายของรถอีกคันสว่างขึ้น
โซวาออกรถ
แล้วขับออกไปจากลานจอดอย่างช้า ๆ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง
คิราห์เหยียบคันเร่ง
ขับรถตามออกไปแทบจะทันที