คนปากแข็ง

1212 Words
คิราห์วางแก้วกาแฟลงแรงกว่าปกติ เสียงกระทบโต๊ะดัง กึก จนแทนไทต้องเหลือบมอง “มึงเป็นเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย” “บอกว่าไม่สน แล้วจะหงุดหงิดทำไมวะ” คิราห์ไม่ตอบ เขาเพียงจ้องภาพตรงหน้า โซวาที่นั่งคุยกับน้ำเหนือ และพาขวัญ รอยยิ้มของเธอ…ไม่ใช่รอยยิ้มฝืน แต่เป็นรอยยิ้มที่เขาเคยเห็นมาก่อน มันเป็นรอยยิ้มสบายใจ แบบที่เขา…ไม่เคยให้ได้รับ น้ำเหนือเอนตัวเข้ามาเล็กน้อย พูดอะไรบางอย่าง โซวาหัวเราะเบา ๆ ไม่ดัง แต่ดังพอให้คิราห์ได้ยินชัดในหัว ท่าทีของเขาตอนนี้ไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก “กูไปห้องน้ำ” คิราห์ลุกขึ้นพูดเสียงแข็ง ทั้งที่ทิศทางที่เดินไป…ไม่ใช่ห้องน้ำเลยสักนิด แทนไทมองตามแผ่นหลังเพื่อน ถอนหายใจยาว “ชิบหายแล้วไอ้คิราห์…มึงเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเองแล้ว” คิราห์เดินผ่านโต๊ะที่โซวานั่งคุยอยู่กับน้ำเหนือและพาขวัญ สายตาเหลือบไปเห็นช่อดอกไม้สีขาวบนโต๊ะ “เปลี่ยนใจรวดเร็วดีนิ” เสียงนั้นเบา แต่เย็นเฉียบ ก่อนที่เขาจะเดินออกจากร้าน น้ำเหนือขยับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่โซวายกมือขึ้นเล็กน้อย เป็นเชิงขอจัดการเอง เธอเงยหน้ามองแผ่นหลังของคิราห์ที่เพิ่งเดินผ่านไป ริมฝีปากยกยิ้มบาง "พูดลอย ๆ แต่พูดกับเรา อิอิ…หรือว่าจะเริ่มมีใจให้เราแล้วนะ" โซวาคิดในใจ พาขวัญสบตาเพื่อน และรู้ทันทีว่าโซวากำลังคิดอะไรอยู่ จังหวะเดียวกันนั้นเอง เธอก็สบตากับแทนไทที่เดินตามคิราห์ พาขวัญเบนหน้าไปอีกทาง พร้อมเบ้ปากอย่างหมดอารมณ์ "ไม่อยากเจอก็ต้องเจอ ซวยจริง" น้ำเหนือเห็นบรรยากาศแปลก ๆ ก็อดถามไม่ได้ “มีอะไรหรือเปล่าครับ” “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” พาขวัญตอบปัดไป เพราะไม่อยากให้บรรยากาศที่เพิ่งเริ่มดี…ต้องสะดุด โซวายังคงยิ้มไม่หุบ ภาพอาการของคิราห์เมื่อครู่…ยังวนอยู่ในหัวเธอไม่ไปไหน แทนไทเดินตามคิราห์ออกมาติด ๆ ก่อนจะตะโกนเรียกทันที “เฮ่ย ๆ คิราห์! มึงบอกจะไปห้องน้ำ แล้วนี่มึงเดินออกมาหน้าร้านเลยเนี่ยนะ อะไรวะ แล้วยังจะหัวเสียอะไรขนาดนี้อีก” “กูก็ปกติของกูดี...ไม่ได้หัวเสียอะไรสักหน่อย” คิราห์ตอบเสียงห้วน ไม่หยุดเดิน “หยุดก่อนดิ” แทนไทคว้าแขนเพื่อนไว้ “มึงเนี่ย…โคตรไม่ปกติเลย เป็นอะไรก็บอกกูมา ถ้ามึงชอบน้องคนนั้นก็แค่ยอมรับ น้องเขาชอบมึงจะตายห่าอยู่แล้ว” คิราห์ชะงัก ก่อนจะสะบัดแขนออก “ใครบอกกูชอบ” เขาหันมาจ้องหน้าเพื่อน “กูไม่ชอบหรอก ผู้หญิงใจโลเลพรรค์นั้นน่ะ” แทนไทหัวเราะหึในลำคอ “กูไม่เชื่อ อาการมึงมันฟ้องชัดขนาดนี้” “บ้ารึเปล่า มึงเนี่ย” คิราห์สบถ “จะมารู้ใจแทนกูได้ยังไง กูรู้ใจตัวเองดีที่สุดเว้ย” แทนไทเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดช้า ๆ น้ำเสียงจริงจังกว่าทุกครั้ง “ถ้ามึงรู้ใจตัวเองจริง…มึงคงไม่เป็นแบบนี้หรอก” คิราห์เดินต่อ แต่จังหวะเท้าเริ่มช้าลง แทนไทไม่ได้เร่ง ไม่ได้ดึง แค่เดินข้าง ๆ “กูไม่เถียงแล้วก็ได้” แทนไทพูดขึ้นเสียงเรียบ “มึงบอกไม่ชอบ กูก็เชื่อ” คิราห์หัวเราะหึในลำคอ “ก็ดี จะได้จบ ๆ” แทนไทพยักหน้าเหมือนเห็นด้วย ก่อนจะพูดต่อ ช้าลงกว่าปกติ “แต่ถ้ามึงไม่ชอบจริง…มึงคงไม่ต้องเดินหนีออกมานอกร้าน” คิราห์กำหมัดแน่น แต่ไม่หันกลับมา “แล้วมึงคงไม่ต้องหงุดหงิดกับรอยยิ้มของเขา ไม่ต้องไปสนว่าดอกไม้เป็นของใคร แล้วก็ไม่ต้องพูดประชด ทั้งที่ไม่มีใครถาม” ถนนตรงหน้าดูยาวขึ้นอย่างประหลาด คิราห์หยุดเดินในที่สุด “กูบอกแล้วไงว่ากูปกติดี” แทนไทมองเพื่อนนิ่ง ๆ สายตาไม่ได้กดดัน แค่จริงเกินไป “อืม…ปกติของมึง” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย “ปกติที่นั่งมองผู้หญิงคนหนึ่งทั้งร้าน แล้วทำเหมือนตัวเองไม่รู้สึกอะไร” คิราห์เงียบ ลมหายใจหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว แทนไทถอนหายใจเบา ๆ “กูไม่บังคับให้มึงยอมรับหรอกนะ” “แค่อยากบอกว่า…บางที คนที่มึงหลอกเก่งที่สุด อาจไม่ใช่คนอื่น” เขาตบบ่าคิราห์เบา ๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนจะเดินนำไปก่อน คิราห์ยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางความเงียบ เมฆฝนเริ่มตั้งเค้าทะมึน ลมเย็นพัดแรงขึ้นฝนเริ่มลงเม็ดเล็ก ๆ คิราห์กับแทนไทรีบเดินไปที่รถแทบจะพร้อมกัน ประตูรถปิดลง เสียงดัง ปึง ยังไม่ทันสตาร์ตเครื่อง สายตาของคิราห์ก็เหลือบไปเห็นภาพตรงหน้า น้ำเหนือกางร่มคันใหญ่ เอนตัวเข้ามานิดหนึ่งเพื่อบังฝนให้โซวา ระยะห่างระหว่างสองคนนั้น…ใกล้เกินไป โซวาไม่ได้ปฏิเสธ เธอเดินไปพร้อมเขา ปล่อยให้พาขวัญถือร่มของตัวเองอีกคันหนึ่งอยู่ห่างออกไป ร่มก็มี…ถือเองไม่ได้หรือไงวะ คิราห์กัดฟันแน่น มือที่วางอยู่บนพวงมาลัยเผลอกำแน่นโดยไม่รู้ตัว “คงชอบสินะ…” เสียงเขาหลุดออกมาเบา ๆ แต่เต็มไปด้วยอารมณ์ แทนไทที่นั่งข้าง ๆ หันมามองหน้าเพื่อนทันที แววตานั้นไม่ได้แปลกใจ มีแต่ความหนักใจ “กูว่ามึงหนักแล้วว่ะไอ้คิราห์” เขาพูดเสียงเรียบ แต่ชัดทุกคำ “อาการหึงขนาดนี้ เหมือนจะคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว รู้ตัวบ้างไหม” คิราห์ไม่ตอบ สายตายังคงจับจ้องไปที่ภาพของโซวาซึ่งกำลังก้มขึ้นรถ ก่อนที่ประตูจะปิดลง แต่ความรู้สึก…ไม่หายไปตามฝน ฝนเริ่มตกเม็ดใหญ่ขึ้น กระทบกระจกหน้ารถดัง ติ๊ก…ติ๊ก คิราห์ยังไม่ออกรถ สายตาเขายังค้างอยู่ตรงลานจอด ตรงที่โซวาอยู่ในรถอีกคัน "ขอบคุณที่เดินมาส่งนะคะพี่น้ำเหนือ" โซวากล่าวขอบคุณเสียงหวาน "ยินดีครับ...ฝนตกหนักแล้วรีบไปเถอะ ขับรถดี ๆ นะครับ" น้ำเหนือตอบด้วยถ้อยคำที่สุภาพ คิราห์มองภาพนั้น เขากำพวกมาลัยแน่นจนเส้นเลือดข้อมือปูด "คิราห์มึงจะออกรถได้ยัง จะดูเขาอีกนานไหมฝนกำลังจะตกแรงเรื่อย ๆแล้วนะเว้ย" แทนไทพูดอย่างเหลืออด คิราห์ยังคงนั่งนิ่ง มือวางอยู่บนพวงมาลัย แต่ไม่ขยับ เครื่องยนต์ยังติด เสียงฝนกระหน่ำใส่กระจกดังสม่ำเสมอ เหมือนกำลังกดดันอะไรบางอย่างในอกเขา แทนไทเหลือบมองเพื่อน เริ่มรู้สึกไม่ชอบความเงียบนั้น กระทั่งไฟท้ายของรถอีกคันสว่างขึ้น โซวาออกรถ แล้วขับออกไปจากลานจอดอย่างช้า ๆ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง คิราห์เหยียบคันเร่ง ขับรถตามออกไปแทบจะทันที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD