ลานด้านหลังคณะวิศวกรรมศาสตร์
แดดบ่ายสาดลงมากระทบพื้นปูนด้านหลังคณะ
ลานจอดรถเงียบกว่าด้านหน้าอย่างเห็นได้ชัด
มีเพียงเสียงลม กับเสียงใบไม้ไหวเบา ๆ
โซวายืนอยู่ใต้เงาตึก
ในมือกำถุงกระดาษใบเล็กแน่น
ภายในนั้นคือช็อกโกแลตที่เธอทำเอง
ทำซ้ำไปซ้ำมา…
จนมั่นใจว่ามันดีที่สุดเท่าที่เธอจะให้ใครคนหนึ่งได้
หัวใจเต้นแรง
แรงจนรู้สึกได้ถึงจังหวะในหูตัวเอง
อย่าถอย
เธอบอกตัวเองซ้ำ ๆ
อีกด้านหนึ่งของลาน
พาขวัญยืนทำทีเหมือนกดโทรศัพท์
แต่สายตากลับเหลือบมองรถคันหรูสีดำที่จอดอยู่ไม่ไกล
“มาแล้ว…”
เธอพึมพำเบา ๆ
เมื่อเห็นร่างสูงในเสื้อช็อปสีเลือดหมูเดินเข้ามา
พี่แทนไท
ท่าทางนิ่ง สุขุม
ทุกก้าวเดินดูเหมือนคนที่ไม่รีบร้อน
แต่กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบลงอย่างประหลาด
พาขวัญกลืนน้ำลาย
เอาวะ…เพื่อเพื่อน
เธอก้าวออกไปหนึ่งก้าว
แล้ว
“โอ๊ย!”
ร่างบางเซถลา
กระเป๋าหล่นลงพื้น
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าจะตั้งตัว
“เป็นอะไรรึเปล่า?”
เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้ตัว
มือแข็งแรงคว้าแขนเธอไว้ทัน
ก่อนที่ร่างจะล้มลงกับพื้นจริง ๆ
พาขวัญเงยหน้าขึ้น
สบเข้ากับดวงตาคมนิ่งของแทนไทเต็ม ๆ
“ขะ…ขวัญไม่เป็นไรค่ะ”
เธอยิ้มแห้ง ๆ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
“ขอโทษนะคะ พอดีเดินไม่ดูทาง”
แทนไทก้มลงเก็บกระเป๋าให้
ก่อนจะยื่นคืนอย่างสุภาพ
“ไม่เป็นก็ดีแล้ว”
เขาพูดแค่นั้น
น้ำเสียงเรียบสนิท
ไม่มีความห่วงใย
ไม่มีความรำคาญ
เพียงยกมือขึ้นปัดแขนเสื้อของตัวเองเบา ๆ
ราวกับเพิ่งสัมผัสสิ่งที่ไม่อยากให้ติดตัว
พาขวัญชะงัก
เอาไงดี…เขาไม่สนใจเราเลย
แถมกำลังจะเดินไปหาพี่คิราห์กับโซวาแล้วด้วย
เธอกัดฟันแน่น
เอาวะ เป็นไงเป็นกัน
“ขอโทษนะคะ”
พาขวัญเอ่ยเสียงสั่น
“ขวัญไม่ได้เนื้อตัวสกปรกขนาดนั้นนะคะ”
แทนไทชะงักฝีเท้า
หันกลับมามองเธอ
“พี่แค่ถูกเนื้อต้องตัวนิดเดียว”
เธอเงยหน้าสู้
“แต่ทำท่าทางรังเกียจขนาดนั้น มันก็…ไม่โอเคไหมคะ”
แทนไทหัวเราะในลำคอเบา ๆ
สายตาเย็นเฉียบ
“พี่พูดตรงไหนว่าเธอสกปรก”
เขาหยุดคำพูดไว้ชั่วครู่
“หรือเธอคิดไปเอง”
พาขวัญใจเต้นแรง
น้ำตาเริ่มเอ่อขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“พี่ไม่ได้พูด…”
เธอกัดริมฝีปาก
“แต่การกระทำมันฟ้อง”
แทนไทส่ายหน้า
สีหน้าชัดเจนว่าเบื่อหน่าย
“มุขแบบนี้ พี่เจอมาเยอะแล้ว”
เขาพูดเสียงเรียบ
“สาว ๆ ชอบใช้เพื่อเข้าหาพี่....”
เขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
ก่อนยกนิ้วชี้ส่ายเบา ๆ
“บอกตรง ๆ นะ
สาวสวยที่มาชอบพี่ เยอะแยะ”
คำพูดนั้นเหมือนมีดกรีด
“หน้าอย่างน้อง”
เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย
“แค่หางตา พี่ยังไม่อยากมองเลยครับ…”
แทนไทหยุด
เหมือนนึกอะไรขึ้นได้
“เอ่อ…ชื่ออะไรนะ”
พาขวัญกำหมัดแน่น
เล็บจิกลงบนฝ่ามือจนเจ็บ
เธอไม่ได้สวยเหมือนดาวคณะ
แต่ก็ไม่ใช่ใครที่สมควรถูกดูถูก
น้ำตาไหลลงมาเงียบ ๆ
และเป็นครั้งแรกที่แทนไทรู้สึก
หัวใจตัวเองกระตุกวูบอย่างไม่มีเหตุผล
“หึ…”
พาขวัญหัวเราะทั้งน้ำตา
“แค่หางตายังไม่อยากมองเหรอคะ”
เธอเช็ดน้ำตาลวก ๆ
เงยหน้าสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้
“พี่คงคิดว่าตัวเองหล่อมากสินะ
ถึงดูถูกคนอื่นได้ขนาดนี้”
เธอพูดเร็วขึ้น เสียงสั่นแต่ชัดเจน
“ถ้าไม่รวยหน่อย
คงไม่มีใครเข้าหา
ทำเก๊ก ทำทรง ใส่หน้ากากคนดี คนหล่อให้สาวกรี๊ดว่าเข้าถึงยาก ”
หัวใจพาขวัญเต้นแรงแทบหลุดอก
“บอกตรง ๆ นะคะ”
“ต่อให้เหลือผู้ชายคนเดียวบนโลก”
“แต่ถ้านิสัยหยาบ ดูถูกคนอื่นแบบนี้”
เธอกำหมัดแน่น
เล็บจิกลงบนฝ่ามือจนเจ็บ
“ขวัญขออยู่คนเดียว
เลี้ยงหมา…ยังดีกว่า”
พูดจบ
พาขวัญปาดน้ำตาแรง ๆ
ก่อนจะหมุนตัวเดินหนีทันที
ไม่คิดจะหันกลับมาอีก
“นี่เธอ!”
แทนไทเรียกเสียงเข้ม
น้ำเสียงแฝงความหงุดหงิด
“เธอเดินมาล้มเอง แล้วยังมาหาเรื่องฉันอีก?”
พาขวัญหยุดฝีเท้า
หันกลับมาค้อนเขาแรง ๆ
ทั้งที่ดวงตายังแดงก่ำ
“ก็ใครว่าขวัญก่อนละคะ”
เธอพูดแค่นั้น
แล้วหมุนตัวเดินต่อทันที
แต่แดดบ่ายร้อนจัด
ร่างกายที่ฝืนไว้ก่อนหน้า
เริ่มทรยศเจ้าของมัน
โลกทั้งใบหมุนคว้าง
ภาพตรงหน้าพร่ามัว
เสียงรอบตัวค่อย ๆ ไกลออกไป
พาขวัญก้าวพลาด
ร่างบางโคลงเคลง
ก่อนจะทรุดลงกับพื้น
และดับวูบไปในพริบตาเดียว
แทนไทคว้าแขนเธอไว้ไม่ทัน
ร่างบางล้มลงต่อหน้าเขา
อย่างหมดแรง
“เฮ้ย~~!”
เสียงทุ้มหลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว
แทนไทรีบก้าวเข้าไป
คุกเข่าลงข้างร่างที่แน่นิ่ง
มือใหญ่ประคองไหล่เล็ก ๆ ไว้แน่น
ร่างของเธอเบากว่าที่คิด
เบาจนหัวใจเขาหนักอึ้งอย่างประหลาด
“นี่…ได้ยินไหม”
เขาเรียกเสียงต่ำ
และอยู่ใกล้กว่าที่เคยยืนกับผู้หญิงคนไหน
ไม่มีการตอบสนอง
มีเพียงใบหน้าซีดเผือด
ดวงตาปิดสนิท
กับริมฝีปากที่เม้มแน่น
ราวกับยังฝืนอะไรบางอย่างไว้
ก่อนจะหมดสติ
แทนไทขมวดคิ้วแน่น
ความรู้สึกบางอย่างแล่นวาบขึ้นมาในอก
ไม่ใช่ความรำคาญ
ไม่ใช่ความเย็นชาแบบที่เขาคุ้นเคย
…แต่มันคือความรู้สึกผิด
เมื่อกี้…กูแรงไปหรือเปล่าวะ
คำพูดที่เขาเคยใช้ผลักผู้หญิงออกไปนับไม่ถ้วน
วันนี้กลับย้อนกลับมาฟาดใส่ตัวเองเต็มแรง
“โธ่เว้ย…”
เขาสบถเบา ๆ
ก่อนจะช้อนร่างเธอขึ้นมาโดยไม่ลังเล
แขนแข็งแรงโอบเธอไว้แน่น
ในจังหวะที่อุ้มขึ้น
กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอลอยเข้ามา
ไม่ฉุน
ไม่หวานจัด
เป็นกลิ่นสะอาด ๆ ของคนธรรมดา
แทนไทไม่มีเวลาคิด
เขาอุ้มเธอเดินตรงไปที่รถคันหรูสีดำของตัวเอง
เปิดประตูด้านข้าง
วางร่างบางลงอย่างระมัดระวัง ปรับเบาะ
มือหนึ่งประคองศีรษะ
อีกมือจัดท่าทางให้เธอเอนสบายที่สุดเท่าที่จะทำได้
ก่อนจะคาดเข็มขัดนิรภัยให้
นิ้วของเขาสั่นเล็กน้อย
ทั้งที่ปกติไม่เคยเป็นแบบนี้
แทนไทมองหน้าเธอใกล้ ๆ
ขนตาที่ยังเปียกชื้นจากคราบน้ำตา
คิ้วเรียวที่ขมวดแน่น
เหมือนเจ้าตัวยังโกรธเขาไม่หาย
คำพูดของตัวเองเมื่อครู่
ย้อนกลับมาชัดเจนในหัว
“แค่หางตาพี่ยังไม่อยากมอง”
กรามเขาแข็งเกร็ง
ริมฝีปากเม้มแน่นโดยไม่รู้ตัว
“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้…”
เขาพึมพำ
ทั้งที่รู้ว่าเธอไม่ได้ยิน
แทนไทปิดประตูรถ
อ้อมไปนั่งหลังพวงมาลัย
สตาร์ตรถทันที
รถคันหรูพุ่งออกจากลานจอด
มือเขากำพวงมาลัยแน่น
สายตาเหลือบมองเธอเป็นระยะ
ราวกับกลัวว่าเธอจะไม่หายใจ
และในขณะที่รถของแทนไทแล่นออกจากลานจอด
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง
อีกฟากหนึ่งของลาน
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้น
โซวาชะงัก