“เดี๋ยว ๆ คิราห์!”
แทนไทร้องขึ้นทันที
น้ำเสียงปนความตื่นตระหนกมากกว่าหงุดหงิด
“มึงคิดจะทำอะไรของมึงวะ”
คิราห์ไม่หันมามอง
สายตายังคงจับจ้องถนนเปียกฝนตรงหน้าอย่างแน่วแน่
ไฟถนนสะท้อนบนพื้นถนนเป็นเงาพร่า
เหมือนภาพซ้อนสับสนในหัวเขา
“มึงนั่งนิ่ง ๆ เงียบ ๆ เถอะน่า”
เสียงเขาต่ำ เรียบ
แข็งพอจะตัดบททุกคำถาม
“คาดเข็มขัดด้วย”
แทนไทอ้าปากจะเถียง
แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน
เขากลับเลือกทำตามอย่างว่าง่าย
เสียง คลิก ของเข็มขัดนิรภัยดังขึ้นในรถ
พร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งที่กดทับอยู่กลางอก
รถของโซวาอยู่ไม่ไกล
ไฟท้ายสีแดงยังมองเห็นชัด
ท่ามกลางม่านฝนที่เทลงมาไม่ลืมหูลืมตา
คิราห์ขับตามในระยะที่ไม่ใกล้
แต่ก็ไม่ยอมให้รถคันนั้นหลุดออกจากสายตา
ฝนกระหน่ำหนักขึ้น
ถนนมันวาวจนไฟถนนสะท้อนพร่าเป็นเส้นยาว
รถของโซวาอยู่ข้างหน้าไม่ถึงร้อยเมตร
ไฟท้ายสีแดงกะพริบเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
คิราห์เร่งเครื่องขึ้นอีกนิด
ไม่มาก…
แต่พอจะไม่ให้รถคันนั้นหายไปจากสายตา
“คิราห์ ช้าลงหน่อย!”
แทนไทร้องเสียงดังขึ้น
“ฝนมันแรงนะเว้ย!”
“กูรู้”
เสียงตอบสั้น แข็ง และตึง
เหมือนคนที่ไม่ยอมฟังเหตุผลใด ๆ ทั้งนั้น
แล้วในเสี้ยววินาทีนั้นเอง
ไฟท้ายของรถโซวาแดงวาบ
เบรกกะทันหัน
“เหี้--ย!”
แทนไทอุทานพร้อมกับที่คิราห์เหยียบเบรกสุดแรง
เอี๊ยด~~!
ล้อรถลื่นไถลบนถนนเปียก
พวงมาลัยสะบัดอย่างควบคุมไม่ได้
ร่างของแทนไทกระแทกกับเบาะ
เข็มขัดนิรภัยรั้งแน่นจนเจ็บ
รถหมุนเฉียง
ภาพตรงหน้ากลายเป็นไฟถนน สายฝน
และเงารถที่หมุนคว้าง
หัวใจคิราห์กระแทกแรงจนหูอื้อ
มือกำพวงมาลัยแน่น
ข้อนิ้วขาวซีด
“คิราห์! คุมรถ!”
แทนไทร้องสุดเสียง
ในเสี้ยววินาทีสุดท้าย
คิราห์หักพวงมาลัยสวนแรง
เหยียบเบรกซ้ำอีกครั้ง
รถหยุดลง
เฉียดท้ายรถโซวาไม่ถึงหนึ่งคืบ
ความเงียบถาโถมเข้ามา
หนักหน่วงกว่าสายฝน
ได้ยินเพียงเสียงฝนกระหน่ำใส่หลังคารถ
และเสียงลมหายใจถี่ ๆ ของคนสองคนในนั้น
แทนไทหอบ
มือยังสั่นไม่หาย
“มึงบ้าไปแล้ว…”
เสียงเขาแหบพร่า
“นี่มันเกือบตายแล้วนะเว้ย!”
คิราห์ไม่ตอบ
เขานั่งนิ่ง
เหงื่อเย็นไหลตามขมับ ทั้งที่อากาศหนาว
สายตายังคงจับจ้องไปที่รถคันหน้า
ในรถโซวา
“พาขวัญไม่เป็นอะไรนะ…”
เสียงโซวาดังขึ้น
เธอหน้าซีด
ศีรษะมีเลือดไหลออกมาเป็นทาง
“ไม่เป็นไรนะ ขวัญ โซวาไม่เป็นไร”
เธอพูดทั้งที่สายตาเหลือบไปเห็นเลือดที่ศีรษะของเพื่อน
“เลือด!”
พาขวัญอุทานเบา ๆ
ใบหน้าเธอซีดเผือดเหมือนจะเป็นลม
“ขอโทษนะขวัญ เมื่อกี้มีหมาน้อยมันข้ามถนน”
โซวาอธิบายเสียงสั่น
“โซวาไม่อยากเหยียบมัน เลยเบรกกะทันหัน”
“ไม่เป็นไร…เข้าใจ”
พาขวัญพยายามยิ้ม
“ขวัญเองก็คงทำแบบนั้นเหมือนกัน”
เธอเหลือบไปมองรถด้านหลัง
“แต่รถคันข้างหลัง…ไม่รู้เป็นยังไง ลงไปดูเขาหน่อยดีกว่า”
“ฝนตกนะ เดี๋ยวขวัญลงไปด้วย”
ประตูรถของโซวาและพาขวัญเปิดออก
ร่างบางก้าวลงมาท่ามกลางสายฝน
สีหน้าตื่นตกใจชัดเจน
โซวาหันมามองรถที่ตามหลังมา
ดวงตาเธอเบิกกว้าง
เมื่อเห็นระยะห่างที่เฉียดอันตราย
เธอเดินเข้ามาใกล้
ฝนเปียกเสื้อนักศึกษาจนแนบตัว
“ขอโทษนะคะ ที่เบรกกะทันหัน ทำให้คุณเกือบ....”
กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลง
คิราห์หันไปมองโซวา
เธอยืนอยู่ท่ามกลางฝน
เลือดผสมกับน้ำฝนไหลลงมาตามแก้ม
แต่สายตานั้นยังนิ่ง
ทำให้โซวาชะงัก
“พี่คิราห์…”
เธออุทานเบา ๆ
ปกติเธอจำรถเขาได้
แต่วันนี้เขาเปลี่ยนรถอีกคัน
คิราห์เปิดประตูลงจากรถทันที
น้ำฝนสาดใส่หน้า
แต่เขาแทบไม่รู้สึก
“เป็นบ้าอะไร!”
เสียงเขาเย็นชา เต็มไปด้วยคำตำหนิ
“ขับรถแล้วหลอนเบรกกะทันหันมันอันตรายรู้ไหม?”
“ขอโทษจริง ๆ ค่ะ”
เสียงโซวาสั่น
“โซวาไม่ได้ตั้งใจ”
“ขับรถแบบนี้ คิดจะฆ่าตัวตายหรือยังไง!”
คำพูดนั้นเหมือนกระแทกตรงอก
“ขอโทษอีกครั้งนะคะ…”
โซวานิ่งเธอได้แต่ก้มหน้ารับผิด เลือดที่ศีรษะของเธอไหลลงเป็นทาง
ทำให้หัวใจคิราห์สั่นวูบ
“พวกเราก็ขอโทษแล้ว”
พาขวัญเอ่ยขึ้น แม้ใบหน้ายังซีด
“พวกพี่เองก็ขับไม่เว้นระยะห่างเหมือนกัน”
“ผิดก็ว่าไปตามผิด อย่ามาแถน้อง”
แทนไทสวนขึ้นทันที
พาขวัญหายใจแรง
ร่างกายโอนเอนแทบจะล้ม
แทนไทรีบเข้าไปประคอง
แต่เธอกลับสะบัดมือออก
“อย่ามายุ่ง…”
เสียงเธอสั่น
“จะเอายังไงก็ว่ามา จะได้ชดใช้”
พาขวัญหันไปหาโซวา
โซวารีบเข้ามาพยุงเพื่อน
มือสั่น...เธอมองหน้าคิราห์กระพริบตาถี่
แต่ความกลัวยังชัดเจน
“โซวา…ขวัญเห็นเลือดแล้วจะเป็นลม” ขวัญกระซิบ
“ขวัญ!”
สีหน้าโซวาซีดกว่าเดิม
โซวาจับแขนเพื่อนแน่น ตัวเธอเองก็แทบยืนไม่ไหวเช่นกัน
คิราห์กับแทนไทสังเกตอาการของทั้งคู่
ดูออกทันทีว่าไม่ไหวจริง ๆ
ฝนยังตก
หนักขึ้น
เหมือนตอกย้ำสถานการณ์ตึงเครียดอยู่ตอนนี้
คิราห์กำหมัดแน่นก่อนตัดสินใจ
“แทนไท มึงพาขวัญไปรถกูก่อน”
เสียงเขาหนักแน่น
“เดี๋ยวกูพาโซวาไปเอง สภาพไม่ไหวทั้งคู่”
“พาไปไหน?”
แทนไทถาม
คิราห์หยุดคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ
“ไปโรงพยาบาลก่อน ไปทำแผล”
เขาตอบสั้น ๆ
“โอเคเจอกันที่โรงพยาบาล”
แทนไทตอบ
ก่อนจะหันมาทำท่าจะอุ้มพาขวัญที่แทบจะทรงตัวไม่อยู่
“ไม่ต้องมาอุ้มขวัญ..... ”
“ถ้ายังดื้อแล้วฤทธิ์เยอะจะลากขึ้นรถและไม่ต้องไปโรงพยาบาล จะทิ้งไว้ตรงที่มีถังขยะ”
แทนไทยพูดเสียงเข้ม
พาขวัญเม้มปากหายใจแรง ด้วยความโกรธจัด แต่ร่างกายก็แทบจะไม่ไหว จึงปล่อยให้เขาอุ้มเธอขึ้นรถ
คิราห์ยืนมองโซวาที่หยุดนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝน
เลือดที่ไหลจากศีรษะผสมกับน้ำฝนจนแทบแยกไม่ออก
แต่ภาพนั้นกลับทำให้เขารู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด
“จะยืนตากฝนให้เลือดมันไหลหมดตัวเลยไหม...หมดสติริมถนนก่อนเลยใช่ไหม”
เสียงเขาเรียบ เย็น
“แล้วค่อยไปโรงพยาบาลทีเดียว”
โซวาพยักหน้าอย่างเข้าใจ
เธอขยับเท้าเหมือนจะก้าวเดินตาม
แต่ยังไม่ทันได้ก้าว
เขาก็พูดต่อ น้ำเสียงไม่เปลี่ยน
“ตายไปจะลำบากฉัน”
เขามองเธอผ่านม่านฝน
“ต้องให้การกับตำรวจอีก”
คำพูดนั้นเย็นชา
บาดลึก
เหมือนตั้งใจผลักให้เธอถอยห่าง
แต่ในวินาทีถัดมา
คิราห์กลับถอดเสื้อคลุมของตัวเอง
คลี่มันออก แล้วคลุมลงบนไหล่บางของเธอ
เสื้อนักศึกษาสีขาวที่เปียกฝนแนบลำตัวเธอ
เผยให้เห็นอกอวบมากเกินไป
มากพอที่เขาจะเผลอกลืนน้ำลาย
และรีบเบือนสายตาหนีอย่างหงุดหงิดกับตัวเอง
“ขอบคุณค่ะ…”
โซวาเอ่ยเสียงเบาแต่คงแฝงไปด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
มือจับชายเสื้อที่เขาคลุมให้แน่นขึ้น
ก่อนจะก้าวเดินตามเขาช้า ๆ
แต่ยังเดินได้ไม่ถึงสองก้าว
คิราห์ก็หยุด
เขาหันกลับมา
ถอนหายใจแรงเหมือนหงุดหงิด
แล้วเดินเข้ามาอุ้มเธอขึ้นจากพื้นทันที
โซวาอุทานเบา ๆ ด้วยความตกใจ
มือเผลอคว้าเสื้อเขาไว้แน่น
“ชักช้าจริง ๆ”
เขาบ่นเสียงต่ำ
“เดี๋ยวก็เปียกหมด”
ฝนยังคงตกหนัก
แต่ในอ้อมแขนของเขา
โซวากลับรู้สึกว่า
หัวใจตัวเองสั่นแรงกว่านั้นมาก
ประตูรถปิดลงพร้อมเสียงฝนที่ถูกตัดขาด
ภายในรถเงียบงัน ทำให้ได้ยินลมหายใจของคนสองคนที่ยังไม่เข้าจังหวะเดียวกัน
โซวานั่งตัวเกร็งอยู่บนเบาะ
เสื้อคลุมของคิราห์ยังอุ่น ชื้นฝน และมีกลิ่นของเขาติดอยู่
เธอกำชายเสื้อแน่น เหมือนมันคือสิ่งเดียวที่ยึดเธอไว้ไม่ให้ใจสั่นไปมากกว่านี้
คิราห์สตาร์ตรถ
มือจับพวงมาลัยแน่นกว่าปกติ
เขาไม่มองเธอ
ไม่พูดอะไร
มือข้างหนึ่งกลับเอื้อมไปดึงเข็มขัดนิรภัยให้เธออย่างรวดเร็ว
นิ้วมือเฉี่ยวโดนต้นแขนบางโดยไม่ได้ตั้งใจ
โซวาสะดุ้ง
หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยิน
“นั่งนิ่ง ๆ”
เสียงเขาต่ำ เรียบ