รถคันหรูขับเคลื่อนออกจากโรงแรมไปอย่างช้าๆ
เสียงท้องของมีนาร้องดัง คลืด!!
“หื้มม หิวหรอ ท้องร้องดังเชียว”
“ค่ะ ชายังไม่ได้กินอะไรเลยค่ะ”
“ชาอยากกินอะไร เดี๋ยวพี่พาไป หรือจะให้พี่
โทรไปสั่งครัวที่บ้านให้เขามาทำให้ดี”
“จะ 3 ทุ่มแล้ว เราหากินอะไรง่ายๆก็ได้ค่ะ นั่น!!
ร้านนั้น พี่ตรีจอดได้ไหมค่ะ ชาอยากกินบะหมี่”
ตรีภพกวาดสายตามองไปรอบๆสภาพแวดล้อม
ริมถนนไม่น่าสุนทรี ในการกินบะหมี่สักเท่าไหร่
“แน่ใจนะว่าจะกินร้านนี้ มันสะอาดหรือเปล่าชา”
“งั้นพี่ตรีนั่งรอชาอยู่ในรถก็ได้ค่ะ ชากินแป๊ปเดียว”
มีนาลอบกลืนน้ำลาย รีบลงจากรถทันที พอนึกถึง
บะหมี่เกี๊ยวหอมๆที่เธอชอบ แต่ตรีภพก็ยอมตาม
ลงไปด้วย อย่าว่าแต่ชาลิสาตัวจริงจะไม่มานั่งกิน
อะไรแบบนี้เลย แม้แต่ตัวของเขาเองก็ไม่เคยมา
นั่งกินของริมทางอะไรพวกนี้เช่นกัน
“พี่ตรี ไปรอในรถก็ได้ค่ะ ชาขอเวลาแป๊ปเดียว”
“ไม่เป็นไร” ตรีภพนั่งลงที่เก้าอี้พลาสติกอย่างลังเล
พร้อมกวาดสายตามองไปแต่ละโต๊ะ มีสาวโรงงาน
ไปถึงระดับพนักงานออฟฟิศมานั่งกินกัน
“ว้าว!! บะหมี่เกี๊ยวน้ำพิเศษมาแล้ว หอมจัง”
ท่าทางดีใจพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ของมีนา
อยู่ในสายตาของตรีภพทั้งหมด เธอจัดการปรุง
บะหมี่แล้วคีบกินอย่างชำนาญ พร้อมกับหันไป
สั่งแบบแห้งพิเศษอีกชาม
“มันอร่อยขนาดนั้นเลยหรอ พึ่งจะกินแค่คำเดียว
สั่งอีกชามแล้ว” ตรีภพเอ่ยถามอย่างสงสัย
มีนาคีบบะหมี่กับเกี๊ยวลูกโตยัดเข้าปากของตรีภพ
แบบที่เขาไม่ทันตั้งตัว “เห้ย อะไรเนี้ยชา”
“เคี้ยวไปเลยค่ะ พี่ตรี ไม่ตายหรอกน่า”
ตรีภพค่อยๆเคี้ยวอย่างกลั้นใจ ลิ้นเริ่มรับรสชาติ
“อือ อร่อยดีนะ อ๊าา แต่เผ็ดอ่ะ ชา เผ็ดๆ”
มีนารีบวิ่งไปตักน้ำเปล่ากระติกของร้านบะหมี่
“ไม่เอา พี่ไม่กิน มันไม่สะอาด อ๊ากๆเผ็ดๆ”
มีนาจับหลอดยัดเข้าปากของตรีภพทันทีเพราะเขา
หน้าแดงเกินกว่าจะเลือกได้ จึงยอมกลั้นใจหลับตา
แล้วดูดน้ำเข้าไปจนหมดแก้ว “ดีขึ้นไหมค่ะ”
“อืมๆ ขอบใจนะ”
“ชาขอโทษค่ะ ไม่คิดว่าพี่ตรีจะกินเผ็ดไม่ได้
แค่อยากให้ลองชิมความอร่อยของบะหมี่ร้านนี้”
มีนาก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด
“มีแบบไม่เผ็ดไหมล่ะ จริงๆมันก็อร่อยดีนะ”
บะหมี่แห้งที่สั่งไปก่อนหน้านี้มาเสิร์ฟพอดี
“งั้นลองกินชามนี้ไหมค่ะ แบบแห้งอร่อยดี”
“ป้อนหน่อยสิ” ตรีภพเอ่ยต่อทันทีที่มีนาพูดจบ
มีนาพยักหน้าตอบรับ พร้อมคีบบะหมี่กับเกี๊ยว
ป้อนใส่ปากให้กับตรีภพตามคำขอของเขา
“เป็นไงค่ะ อร่อยไหม” สายตาของเธอจ้องมอง
ริมฝีปากหนาที่กำลังเคี้ยว พร้อมรอยยิ้มเล็กๆ
ที่มุมปากของเขาเผยชัดขึ้น
“อืมๆ ก็อร่อยดีนะ” ตรีภพเคี้ยวบะหมี่ไป
สายตาจ้องมองมีนากลับไป อย่างครุ่นคิด
ตรีภพแทบไม่เชื่อตัวเอง ว่าเขาจะกินบะหมี่แห้ง
ชามนั้นจนหมด..พออิ่มแล้วทั้งคู่ก็มุ่งตรงกลับบ้าน
>>บ้านตรีภพ
รถคันหรูของพิชชี่จอดอยู่บริเวณหน้าบ้าน เสียงรถ
ของตรีภพขับเข้ามาจอดภายในโรงจอด พิชชี่ที่นั่ง
รออยู่ในห้องรับแขก รีบเดินออกมาทันที
“พี่ตรีขา” เสียงหวานออดอ้อนดังขึ้น
พร้อมกับเดินตรงมาหาตรีภพ
“งั้นชาขอตัวก่อนนะคะ”
มีนาเอ่ยขึ้น พร้อมกับรีบเดินเข้าบ้านไปทันที
“เดี๋ยว..ชา” ตรีภพรีบเอ่ยเรียกขึ้น
แต่มีนาก็เดินจนพ้นสายตาของเขาไปแล้ว
“พี่ตรีขา คุยกับพิชก่อนได้ไหมค่ะ”
“มีอะไรก็ว่ามา มันดึกแล้ว พี่อยากพัก”
>>ห้องนอน
มีนาก้าวเดินเข้ามาภายในห้องอย่างหงุดหงิด
[กลับไปคืนดี สมสู่กันให้พอใจเลยไป๊ ไอ้คนเจ้าชู้
ไอ้ผู้ชายน่ารังเกียจ แต่งงานกับคุณชาอยู่แล้ว
ยังจะมักมากไปมียัยพิชสุนัขอีก ไอ้คนบ้ากาม
เอ๊ะ! แล้วฉันจะโมโหทำไม ฉันไม่ใช่คุณชาลิสา
สักหน่อย บ้าๆๆๆ ยัยมีน เลิกเพ้อเจ้อ ฉันรู้สึก
บ้าๆอะไรขึ้นมาเนี้ย ไม่นะ ไม่ๆๆ มันแค่หน้าที่]
มีนาเข้าไปอาบน้ำด้วยอารมณ์หงุดหงิดใจ
แสงไฟส่องสว่างหัวเตียงถูกปิดลงไปพร้อม
กับดวงตาคู่สวยและหัวใจที่กำลังก็ว้าวุ่น
>>เช้าวันรุ่งขึ้น
มีนาลืมตาตื่นขึ้น มองสำรวจไปรอบห้องนอน
[นี่มันห้องนอนของพี่ตรี ฉันมานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไง]
มีนาต้องตกใจหนักกว่าเดิมเมื่อเธอนอนอยู่ใน
อ้อมแขนของตรีภพ เธอรีบขยับตัวออกจากเขา
“อื้ม! จะไปไหน นอนต่ออีกสักหน่อยสิ”
เสียงเอ่ยขึ้นภายใต้ใบหน้าหล่อคมที่ยังหลับอยู่
“ชามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงค่ะ ก็เมื่อคืนชา..”
“พี่ไปอุ้มมาเอง ชาไม่รู้สึกตัวบ้างเลยหรอ”
“แล้วพิชชี่ล่ะ ชาไม่ได้ยินเสียงรถของเธอเลย”
เสียงพ่นขำขึ้นในลำคอพร้อมกระชับกอด
“ขนาดพี่อุ้มชามาที่นี่ ชายังไม่รู้สึกตัวเลย
แล้วชาจะได้ยินเสียงรถพิชชี่ตอนไหน”
“มันก็จริงค่ะ”
>>วันเวลาผ่านไป 1 เดือน
ตรีภพปฎิบัติทุกอย่างกับมีนา คล้ายคู่สามีภรรยา
ที่รักกัน ยกเว้นเพียงเรื่องบนเตียง ที่มีนาพยายาม
บ่ายเบี่ยงเลี่ยงตรีภพมาตลอด และสิ่งเหล่านั้น
กลับทำให้มีนารู้สึกดีกับตรีภพแบบไม่ทันรู้ตัว
“วันนี้พี่กลับดึกหน่อยนะ ไปงานวันเกิดสารัช”
“ได้ค่ะ ขับรถดีๆนะคะ”
มีนายืนส่งตรีภพไปทำงานในทุกเช้าของทุกวัน
ร่างแกร่งสวมกอดและก้มหอมแก้มนุ่มของมีนา
ก่อนจะไปทำงานในทุกเช้าของทุกวันเช่นกัน
>> ณ บจก.เอที ทรานสปอร์ต
ขณะที่ตรีภพกำลังนั่งทำงานอยู่ พรางครุ่นคิดว่า
เขาอยากพาชาลิสากำมะลอไปเที่ยวทะเลสักครั้ง
พอคิดได้ดังนั้น เขารีบสั่งให้เลขาจองทริปทะเล
ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้!! ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เข้ามาได้” เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้น
“ขออนุญาตครับ อันนี้คือข้อมูลทั้งหมดที่คุณตรี
ให้ไปตามสืบครับ” ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกวาง
ลงต่อหน้าของตรีภพ มือสากหยิบเอกสารในซอง
ทั้งหมดออกมาไล่ดูอย่างละเอียด พรางพยักหน้า
“แสดงว่าชาลิสาถูกย้ายตัวออกจากโรงพยาบาล
ก่อนที่จะฟื้นขึ้นมา”
“ครับ แต่มันน่าแปลกตรง ผ่านไปแค่ 2-3 วัน
คุณชาลิสาก็ฟื้นกลับมาปกติ อย่างไม่น่าเชื่อ
อีกอย่างนะครับ ก่อนคุณชาลิสาจะฟื้น 1 เดือน
คุณมนัสได้บินด่วนไปที่เกาหลีพร้อมเลขาและ
ผู้หญิงคนนี้ครับ คุณตรี”
เลขาของตรีภพ ดึงข้อมูลการบินออกนอกประเทศ
ของมนัสขึ้นมา พร้อมรูปถ่ายของมีนา
“เอ๊ะ!! นี่มันผู้หญิงคนนั้นที่ฉันเจอในงานอีเว้นท์
เปิดตัวโชว์รูมรถของพี่เอกเมื่อ 2 เดือนก่อนนี่”
“ใช่ครับ คุณตรียังบอกว่าเธอดูคล้ายคุณชาลิสา”
“หึ!! ฉันพอตามแผนของคุณมนัสทันทั้งหมดล่ะ
แต่ช่วยไปสืบมาหน่อยว่าเธอเป็นใคร ชื่ออะไร”
“ผมสืบมาแล้วครับ ชื่อมีนา จิตบรรจง ชื่อเล่นมีน
อายุ 28 ปี เป็นเด็กกำพร้า มีอาชีพเป็นนักแสดง
ตัวประกอบและพริตตี้ MC ตามงานอีเว้นท์ครับ”
“หึ! มีน มีนา ฉันคิดไว้แล้ว ว่าเธอไม่ใช่ชาลิสา
เพราะคนอย่างชาลิสา ก็ไม่มีวันเป็นคนดีอย่าง
เธอได้หรอกมีน มีนา”
รอยยิ้มมุมปากของตรีภพเผยขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“คุณตรีจะเอายังไงต่อครับ แล้วเรื่องหย่า”
“จะให้ฉันหย่ากับชาลิสากำมะลอได้ยังไงกันเล่า
ฉันต้องกลับไปทำหน้าที่สามีแบบเต็มตัวซะแล้ว”
น้ำเสียงของตรีภพ พึงพอใจกับข้อมูลที่ได้รับ
“เอ่อ แล้วคุณตรีจะยอมให้ผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้
มาสวมรอยปลอมเป็นคุณชาลิสาแบบนี้หรอครับ
เท่ากับว่าแผนถ่วงเวลาการหย่าของคุณมนัสมัน
ก็สำเร็จไปเลยสิครับ”
“อืม ฉันจะตามน้ำไปก่อน แล้วห้ามบอกเรื่องนี้
กับใครเด็ดขาด เข้าใจไหม”
ตรีภพคุยกับเลขาเสร็จ ก็นั่งเคลียร์เอกสารต่อ
อย่างอารมณ์ดี พร้อมกับเปิดรูปวันงานอีเว้นท์
ของพี่ชายไล่หาดูรูปของมีนา