พอมีนาแต่งตัวเสร็จ ตรีภพก็เดินเข้ามาเหมือน
ตั้งเวลาเอาไว้ เขาช้อนอุ้มร่างของเธอเดินลงมา
ชั้นล่าง ภาพนี้ทำให้คนงานในบ้านรู้สึกแปลกใจ
เพราะตลอด 2 ปีที่ทั้งคู่แต่งงานกัน แค่นั่งกินข้าว
ด้วยกันยังแทบนับครั้งได้เลย ตรีภพหยุดชะงัก!!
เมื่อเห็นเอกภพผู้เป็นพี่ชายนั่งอยู่
“เอ้า!! พี่เอก จะเข้ามาทำไมไม่โทรบอกก่อน
ผมกำลังจะออกไปข้างนอกอยู่แล้วเชียว”
เอกภพก็อึ้งกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าเช่นกัน
“โทร 5 สาย แต่แกไม่รับสายฉันเลยต่างหากล่ะ”
“สวัสดีค่ะ พี่เอก” มีนายกมือไหว้เอ่ยทักทายขึ้น
“หวัดดีครับ น้องชา หายดีแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ ดีขึ้นมากแล้ว” มีนาเผยยิ้มขึ้นเล็กน้อย
ตรีภพค่อยๆวางชาลิสาลงนั่งที่โซฟา ก่อนจะดึง
มือถือขึ้นมาดู ก็จริงตามที่พี่ชายเอ่ยตอบ
“ผมปิดเสียงไว้ ขอโทษครับ ว่าแต่พี่เอกมาถึง
ที่นี่มีอะไรครับ พี่เอก!! พี่เอก!! พี่เอก)))”
ตรีภพเอ่ยเสียงดังจนเอกภพสะดุ้ง เขามัวแต่
จ้องมองรอยยิ้มของมีนาและรู้สึกว่านั่นไม่ใช่
ชาลิสา เพราะชาลิสาไม่เคยยกมือไหว้หรือยิ้ม
ให้เขาเลยสักครั้ง
[นี่น้องชาจริงๆหรอวะ ดูสวยขึ้นมาก โดยเฉพาะ
รอยยิ้มและสายตาหวานคู่นั้น รอยยิ้มกับสายตา
คู่นี้เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนวะ คุ้นชิบหาย]
มีนารู้สึกเกร็งกับการถูกจ้องมองจากเอกภพ
[โลกกลมเกิ๊น คุณเอกเป็นพี่ชายของคุณตรี
หรอเนี้ย ตายๆ หวังว่าเขาจะจำฉันไม่ได้นะ
ฉันมันก็แค่นักแสดงตัวประกอบฉากตัวเล็กๆ]
เอกภพลากแขนของน้องชายเข้ามาในห้องรับแขก
“พี่เอกมองชาขนาดนั้น มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ปะเปล่า แค่แปลกใจอะไรนิดหน่อย แต่ช่างเถอะ
แกจะเข้าบริษัทเลยไหม มีงานด่วนต้องเข้าประชุม”
“ไม่เข้า ผมจะพาชาไปหาหมอ”
“ห๊ะ!! แกพูดว่าอะไรนะตรี ก็ให้คนขับรถพาไปสิ
ปกติแกก็ทำแบบนี้ตลอด วันนี้นึกบ้าอะไรขึ้นมา
ตั้งแต่อุ้มลงมาเมื่อกี๊ล่ะ แกรังเกียจชาลิสาจะตาย
ทำไมอยู่ๆแกนึกอยากจะทำดีกับเธอ เดี๋ยวชาก็
ไม่ยอมหย่าให้ง่ายๆหรอก”
“ผมรู้สึกว่าชาเปลี่ยนไปมาก จะว่าความจำเสื่อม
ก็ไม่น่าจะใช่ ดูเหมือนเธอรู้จักทุกคน แม้กระทั่งพี่”
“เออ ก็แปลกจริง ชาลิสาไม่เคยไหว้และยิ้มให้ฉัน
เลยสักครั้ง แต่วันนี้เธอกลับ.. แต่ดูสวยขึ้นนะ”
“ใช่! สวยสะดุดตา รอยยิ้มที่มีเสน่ห์ ดวงตาคู่สวย
หวานปนความเย้ายวน เป็นอะไรที่มองไม่เบื่อเลย”
“เดี๋ยวนะ นี่แกพูดอย่างกับ แกกำลังตกหลุมรัก
ชาลิสาอยู่เลย แกรู้ตัวป่ะ พ่อสั่งให้แกหย่ากับเธอ
ไม่ใช่หรอไง ครบสัญญา 2 ปี ตามที่ตกลงแล้วนี่”
ตรีภพรู้สึกสะดุดกับคำว่าหย่าที่พี่ชายเอ่ยขึ้น
“เออนั่นสิ!! ผมลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย”
“พ่อของพิชชี่มากดดันพ่อแล้ว แกต้องรีบหย่ากับ
ชาลิสาให้เร็วที่สุด”
ตรีภพพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่อีกใจของเขากลับ
ไม่คิดเรื่องการหย่า เขาอยากค้นหาความจริงว่า
ทำไมชาลิสาถึงเปลี่ยนไปในทางที่ดีมากกว่า
“งั้นผมขอตัวก่อน” ตรีภพพุ่งออกนอกห้องโดย
ไม่รอคำตอบของพี่ชาย
[ไอ้น้องเวร จะหย่ากับเขาอยู่แล้ว ยังจะใส่ใจไป
ทำไมวะ เดี๋ยวเขาไม่ยอมหย่าขึ้นมาจะยุ่งนะเว้ย]
เอกภพบ่นอุบกับการกระทำของน้องชาย
ณ โรงพยาบาล
มีนาถูกพาเข้าห้องตรวจ ตรีภพนั่งรออยู่ด้านนอก
เขาบังเอิญได้ยินพยาบาลพูดถึงเรื่องของชาลิสา
“ขอโทษนะครับ ตอนคุณชาลิสาฟื้น มันทำไมครับ
ช่วยเล่าให้ผมฟังที ผมเป็นสามีของเธอครับ”
“คือมันน่าแปลกค่ะ คุณชาลิสานอนเป็นผักมา
เกือบ 2 เดือน พอฟื้นขึ้นมา ร่างกายปกติเลยค่ะ
ปกติคนไข้เคสแบบนี้ หลังฟื้นขึ้น ยังต้องนอนอยู่
โรงพยาบาลต่ออย่างน้อยๆ ครึ่งเดือนค่ะ เพราะ
ต้องฟื้นฟูพวกกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกาย
เสียก่อนค่ะ แต่เคสคุณชาลิสา ฟื้นปุ๊ปก็ออกจาก
โรงพยาบาลทันทีเลย อย่างกับคนละคนแน๊ะ”
คำตอบของพยาบาลยิ่งตอกย้ำว่าตรีภพไม่ได้
รู้สึกไปเอง
[เธอเป็นใครกันแน่ หน้าตา รูปร่าง ผิวพรรณ
ถึงได้เหมือนชาลิสาขนาดนี้ แต่ท่าทางกับคำพูด
ของเธอดูช่างอ่อนโยน นั่น!ไม่ใช่ชาลิสาผู้เคย
เย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ ชอบขู่บังคับ ชอบครอบครอง
ฉันต้องรู้ให้ได้ ว่าเธอเป็นใคร]
รถวีลแชร์ถูกเข็นออกมาจากห้องตรวจ ตรีภพรีบ
ลุกขึ้นเดินเข้าไปเข็นต่อจากพยาบาลจนไปถึงรถ
“อยากกินอะไรไหม พี่จะแวะทำธุระสักหน่อย”
“เอ่อ ชาว่า.. เดี๋ยวชานั่งแท็กซี่กลับบ้านเองก็ได้ค่ะ
พี่ตรีไปทำงานเถอะ แค่นี้ก็เสียเวลาไปเยอะแล้ว”
[เธอพลาดแล้ว ชาลิสากำมะลอ ชาลิสาตัวจริง
ไม่เคยเห็นใจคนอื่น เห็นแก่ตัว และที่สำคัญเลย
เธอไม่เคยนั่งรถของใคร ถ้าไม่ใช่รถของฉัน]
ตรีภพขับรถมุ่งตรงเข้าบริษัทอย่างไม่สนใจคำพูด
ของมีนาเลยสักนิด แล้วน่าแปลกสุดๆเลย คือ..
เขาไม่เคยพาชาลิสา มาที่บริษัทเลยสักครั้ง
ณ บริษัท เอที ทรานสปอร์ต
(สำนักงานใหญ่)
“พาชามาที่นี่ทำไมค่ะ พี่ตรี” มีนามองไปรอบๆ
“พี่ขอทำธุระนิดหน่อย”
ตรีภพพูดจบ ก้มช้อนอุ้มมีนา ออกมาจากรถ
สายตาของพนักงานหลายสิบคู่ พากันมอง
ด้วยความสงสัย
“คุณท่านครับ นั่นคุณตรีภพกับคุณชาครับ”
เลขาของมนัสเอ่ยขึ้น มนัสหันมองตามเลขาไป
[หึ! ฉันเลือกคนไม่ผิดจริงๆ ได้ผลเกินคาดจริงๆ
เธอเก่งมากนะมีนา ทำให้ตรีภพ พาเธอมาถึงที่นี่
เรื่องหย่าก็คงไม่ยากสำหรับเธอแล้วล่ะ]
“คุณพ่อ สวัสดีค่ะ” มีนาเห็นมนัสพอดียกมือไหว้
พร้อมเอ่ยทักทาย
“ยัยชา เป็นอะไรไปตรีภพ” มนัสเอ่ยถามเพราะเห็น
เท้าของเธอถูกพันด้วยผ้าก็อต
“ชานั่งตรงนี้นะ” ตรีภพค่อยๆวางเธอนั่งลงที่โซฟา
ในห้องทำงานของเขา “ข้อเท้าอักเสบครับ คุณพ่อ”
มนัสรีบคุกเข่าลง จับข้อเท้าของมีนาตรวจดู
“เจ็บมากหรือเปล่า ยัยชา” ใบหน้าของมนัสแสดง
ความเป็นห่วง ตรีภพรู้สึกแปลกใจอย่างบอกไม่ถูก
[คนนอกมองเข้ามาก็คือความห่วงของพ่อที่มีต่อ
ลูกสาว แต่ถ้าเธอคนนี้ไม่ใช่ลูกสาวล่ะ ความห่วง
แบบนี้เหมือนคนแอบชอบเลยนะ เดี๋ยวนะ!! คิดจะ
กินเด็กอย่างนั้นหรอ ไม่น่ามั้ง ต่อให้ไม่ใช่ชาลิสา
ตัวจริง แต่ภายนอกเธอเหมือนชาลิสาทุกอย่าง
จะกล้าคิดอะไรเกินเลยขนาดนั้นได้หรอ]
ตรีภพจ้องมอง พรางครุ่นคิดหนักกับท่าทีของมนัส
ที่กำลังทำอยู่ เขาเองก็รู้สึกไม่พอใจในการกระทำ
แบบนั้นของมนัสเช่นกัน ตอนนี้ความคิดของตรีภพ
มันสับสนตีกันยุ่งเหยิงวุ่นวายไปหมด
ทั้งมนัสและตรีภพต้องรีบเข้าประชุมด่วน ทำให้
มีนารู้สึกหายใจโล่งขึ้น แต่ก็โล่งใจได้ไม่นาน
[เห้อ!! นี่มันอะไรกันเนี้ย คุณมนัสลืมไปหรือเปล่า
ว่าฉันไม่ใช่ลูกสาวจริงๆของเขา ถ้าเขาจะดูแล
ลูกสาวดีขนาดนี้ แล้วทำไมถึงยอมให้มาแต่งงาน
กับคุณตรีภพได้ล่ะ ถ้าจะรักลูกสาวมากขนาดนี้
ควรหาผู้ชายที่ดีกว่านี้มาเป็นลูกเขยสิ ฉันโคตร
ไม่เข้าใจ พวกคนรวยจริงๆ คิดและทำอะไรกัน]
มีนากำลังนั่งอย่างสบายใจ ประตูเปิดห้องทำงาน
ของตรีภพถูกเปิดเข้ามา เสียงประตูดัง ปั้ง!!!
กระแทกกับผนังห้อง จนมีนาสะดุ้งขึ้น