บทที่ 2

1534 Words
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งหน้าห้องทำงานผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “เข้ามา” เสียงทุ้มต่ำดังมาจากด้านใน ลลินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปอย่างระมัดระวัง ในมือมีโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่องกับสมุดจดเล่มเล็กที่เธอหยิบติดมือมาเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรม ห้องทำงานของคีรินกว้างขวางและเป็นระเบียบอย่างน่าประหลาด โต๊ะทำงานสีดำตั้งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมือง อาคารสูงเรียงรายอยู่ไกลสุดสายตา บนโต๊ะมีเพียงจอคอมพิวเตอร์สองจอ เอกสารที่วางเรียงตามลำดับ และแก้วกาแฟสีดำที่มีไอร้อนลอยขึ้นบาง ๆ ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ ยกเว้นชีวิตของเธอในตอนนี้! “ปิดประตูด้วยครับ” “ค่ะ” ลลินปิดประตูเบา ๆ แล้วเดินไปหยุดหน้าโต๊ะทำงานของเขา “นั่งสิ” เธอเหลือบมองเก้าอี้ตรงข้าม ก่อนจะค่อย ๆ นั่งลงอย่างเรียบร้อยที่สุดเท่าที่คนกำลังจะถูกสอบสวนจะทำได้ คีรินวางเอกสารในมือลง ถอดแว่นกรองแสงออก แล้วมองเธอตรง ๆ “เอาละ เริ่มได้” “เริ่มอะไรคะบอส?” “คำอธิบายของคุณ” “อ๋อ…” ลลินเปิดโน้ตบุ๊กแทบไม่ทัน เธอพยายามรวบรวมสติแล้วเริ่มอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ตั้งแต่การปรับปรุงระบบยืนยันตัวตน การแก้ไขข้อผิดพลาดในฐานข้อมูล ไปจนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากนำโค้ดชุดใหม่ขึ้นทดสอบ คีรินฟังเงียบ ๆ ไม่พูดแทรกแม้แต่คำเดียว ยิ่งเขาเงียบ เธอก็ยิ่งประหม่า “สรุปคือ คุณแก้ไขโมดูลยืนยันตัวตน แล้วไม่ได้ทดสอบการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลเดิมให้ครบถ้วน?” “ค่ะ…” “ทั้งที่ในเอกสารระบุชัดเจนว่าต้องทดสอบก่อนนำขึ้นระบบ?” “ค่ะ…” “แล้วคุณคิดว่าผมควรทำอย่างไรกับเรื่องนี้?” ลลินก้มหน้าลงทันที “ถ้าบอสจะหักคะแนนประเมิน หนูยอมรับค่ะ แต่ขอเวลาให้หนูแก้ระบบก่อนนะคะ ลูกค้าจะได้ไม่ต้องรอนาน” คีรินเอนหลังพิงเก้าอี้ สายตายังคงจับอยู่ที่ใบหน้าของเธอ “คุณคิดว่าผมสนใจแค่คะแนนประเมินของคุณหรือไง?” “มะ…ไม่ใช่ค่ะ” “สิ่งที่ผมสนใจคือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ถ้าระบบนี้มีข้อมูลของลูกค้าอยู่ แล้วเกิดข้อผิดพลาดมากกว่าที่เราตรวจพบ” น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลลินนิ่งไป เธอรู้ว่าเขาพูดถูก และความผิดพลาดครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรเอามาล้อเล่น “หนูเข้าใจค่ะบอส หนูจะตรวจสอบทุกส่วนให้ละเอียดกว่าเดิม และจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก” “ดี” คีรินเลื่อนโน้ตบุ๊กของตัวเองมาทางเธอ หน้าจอแสดงบันทึกการทำงานของระบบเมื่อคืนที่ผ่านมา “ผมตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฐานข้อมูลทั้งหมด แต่มีคำสั่งหนึ่งที่ทำให้การเชื่อมต่อถูกตัดเมื่อเกิดการยืนยันตัวตนซ้ำ” ลลินเบิกตากว้าง รีบโน้มตัวเข้ามาดูหน้าจอ “จริงด้วยค่ะ! ถ้าอย่างนั้นเราต้องย้อนดูเงื่อนไขตรงนี้ แล้วปรับการจัดการเซสชันใหม่…” เธอเริ่มพูดเร็วขึ้นทันทีเมื่อเข้าสู่เรื่องที่ตัวเองถนัด นิ้วเรียวชี้ไปตามบรรทัดของโค้ดพร้อมอธิบายแนวทางแก้ไขอย่างคล่องแคล่ว คีรินมองเธอเปลี่ยนไป เมื่อครู่เธอยังนั่งตัวลีบเหมือนลูกแมวที่ทำแจกันแตก แต่ตอนนี้ดวงตากลับเป็นประกาย ราวกับลืมไปเสียสนิทว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเป็นเจ้านายผู้ขึ้นชื่อว่าเข้มงวดที่สุดในบริษัท “ถ้าหนูปรับส่วนนี้ แล้วเพิ่มการตรวจสอบก่อนสร้างเซสชันใหม่ เราน่าจะป้องกันไม่ให้คำสั่งทำงานซ้ำได้ค่ะ แต่ต้องทดสอบกับข้อมูลจำลองก่อนนะคะ ไม่ควรลองกับระบบจริงทันที” “คุณมั่นใจแค่ไหน?” “ถ้าดูจากสาเหตุที่พบ หนูมั่นใจในแนวทางแก้ไขค่ะ แต่จะยืนยันผลได้ก็ต่อเมื่อทดสอบผ่านทุกกรณี” คีรินพยักหน้าเล็กน้อย “อย่างน้อยคุณก็รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่” ลลินหันขวับมามองเขา “นี่บอสกำลังชมหนูหรือเปล่าคะ?” “ผมกำลังบอกข้อเท็จจริง” “อ๋อค่ะ…” เธอพึมพำ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “แต่หนูขอรับไว้เป็นคำชมนะคะ” คีรินมองรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลงหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ “คุณนี่…” “คะ?” “ไม่มีอะไร กลับไปทำงานได้แล้ว” “รับทราบค่ะบอส!” ลลินรีบเก็บโน้ตบุ๊ก แต่เพราะมัวแต่ดีใจที่รอดจากการถูกตำหนิ เธอจึงลุกขึ้นเร็วเกินไปจนสายกระเป๋าคล้องโน้ตบุ๊กไปเกี่ยวเข้ากับมุมโต๊ะ “ว้าย!” ร่างของเธอเสียหลัก โน้ตบุ๊กเกือบหลุดจากมือ คีรินลุกขึ้นคว้าแขนเธอไว้ได้ทัน ก่อนที่เธอจะเซไปชนโต๊ะข้าง ๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงวินาที แต่สำหรับลลิน มันเหมือนภาพในหนังที่ถูกกดปุ่มหยุดเวลา เธอยืนอยู่ใกล้เขามาก ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมสะอาด ๆ ที่เจือด้วยกลิ่นไม้จาง ๆ จากตัวชายหนุ่ม ใกล้จนมองเห็นรายละเอียดของดวงตาสีน้ำตาลเข้ม และใกล้จนเพิ่งตระหนักว่า… บอสของเธอหล่อเกินไปแล้ว! “ระวังหน่อยสิครับ” เสียงทุ้มดังขึ้นเหนือศีรษะ ลลินรีบถอยออกมาหนึ่งก้าว “ขะ…ขอบคุณค่ะบอส!” “ถ้าคุณทำโน้ตบุ๊กตก ผมคงต้องเสียเวลาหาคนมาแก้ระบบเพิ่มอีกคน” เธอชะงัก อุตส่าห์ซึ้งอยู่ตั้งหลายวินาที! “บอสคะ! ช่วยพูดอะไรให้มันโรแมนติกกว่านี้สักนิดไม่ได้เหรอคะ?” ทันทีที่คำพูดหลุดออกไป ทั้งห้องก็เงียบสนิท ลลินยกมือปิดปากตัวเอง ฉันพูดอะไรออกไป! คีรินเลิกคิ้ว ก่อนจะก้าวกลับไปยืนข้างโต๊ะ “คุณอยากให้ผมพูดอะไรนะ?” “เปล่าค่ะ! หนูหมายถึง… โรแมนติกในแง่ของการทำงานเป็นทีมค่ะ! แบบทีมเวิร์กอะไรอย่างนี้!” “งั้นเหรอ” “ใช่ค่ะ!” “ถ้าอย่างนั้น กลับไปทำงานให้เสร็จ แล้วส่งรายงานมาให้ผมก่อนหกโมงเย็น” “ได้ค่ะ!” “และคุณลลิน” เธอหยุดมือที่กำลังจะเปิดประตู “คะ?” “ครั้งหน้า ถ้าจะพูดอะไรกับผม คิดให้ดีก่อนพูด” ลลินยิ้มแห้ง “รับทราบค่ะบอส” เธอรีบออกจากห้องไปทันที โดยไม่ทันสังเกตว่าคนที่ยืนอยู่หลังโต๊ะทำงานกำลังมองตามเธอไปจนประตูปิดลง คีรินถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะมุมปากตัวเอง เมื่อครู่เขาเกือบยิ้มออกมา เพราะลูกน้องตัวแสบคนนั้นแท้ ๆ ชายหนุ่มส่ายหน้าให้กับตัวเอง แล้วหันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ “วุ่นวายจริง ๆ” แต่แทนที่จะกลับไปอ่านเอกสารต่อ เขากลับนึกถึงสีหน้าตอนที่เธออธิบายโค้ดอย่างตั้งใจ รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นเมื่อได้รับคำชม และดวงตาที่เบิกกว้างตอนเขาคว้าแขนเธอไว้ คีรินนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะปิดหน้าต่างเอกสารที่เปิดค้างไว้ “ไร้สาระน่า” เขาพึมพำกับตัวเอง มันก็แค่ลูกน้องคนหนึ่ง แค่ลูกน้องที่ทำให้เขาต้องลุกจากโต๊ะมาช่วยแก้ปัญหา แค่ลูกน้องที่พูดมากกว่าคนอื่น และแค่ลูกน้องที่ทำให้ห้องทำงานเงียบ ๆ ของเขาไม่เงียบเหมือนเดิม ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น อย่างน้อย… เขาก็พยายามบอกตัวเองแบบนั้น ⸻ อีกฟากหนึ่งของออฟฟิศ ลลินทรุดตัวลงบนเก้าอี้ของตัวเอง ก่อนจะเอามือทาบอก “หัวใจเอ๊ย แกจะเต้นแรงอะไรนักหนา!” “เป็นอะไรไปยัยลิน?” แพรว เพื่อนร่วมทีมที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ หันมาถาม “แกเพิ่งไปห้องบอสมาไม่ใช่เหรอ โดนดุจนวิญญาณหลุดออกจากร่างหรือไง?” ลลินหันไปมองเพื่อนทันที “แก! บอสช่วยจับแขนฉันไว้ด้วย!” แพรวอ้าปากค้าง “เดี๋ยวนะ! บอสคีรินเนี่ยนะ?” “เออ!” “แล้วแกทำอะไรต่อ?” “ฉันก็ขอบคุณเขาสิ!” “แล้ว?” ลลินเงียบไปสองวินาที ก่อนจะยกมือขึ้นปิดหน้า “แล้วฉันก็ถามเขาว่าทำไมไม่พูดอะไรให้โรแมนติกกว่านี้!” แพรวจ้องหน้าเพื่อนสนิทอย่างไม่อยากเชื่อหู จากนั้นเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นจนคนโต๊ะใกล้ ๆ หันมามอง “ลลิน! แกมันบ้าไปแล้ว! นั่นบอสนะ ไม่ใช่พระเอกในนิยาย!” “ฉันรู้แล้วน่า! ไม่ต้องย้ำ!” “แล้วเขาว่ายังไง?” ลลินฟุบหน้าลงกับโต๊ะ “เขาบอกให้ฉันคิดให้ดีก่อนพูด…” แพรวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มเจ้าเล่ห์ “ฉันว่าแล้ว” “ว่าอะไร?” “ระบบที่รวนวันนี้น่ะ อาจไม่ใช่ระบบคอมพิวเตอร์ก็ได้” ลลินเงยหน้าขึ้นช้า ๆ “แกหมายความว่าไง?” แพรวยักคิ้ว “ก็หัวใจแกไงยัยบ๊อง!” “แพรว!” เสียงโวยวายของลลินดังไปทั่วแผนก ขณะที่เพื่อนสนิทหัวเราะจนแทบหยุดไม่ได้ ไม่มีใครรู้เลยว่าในห้องทำงานกระจกใสที่อยู่สุดทางเดิน ผู้บริหารหนุ่มที่ควรจะกำลังตรวจสอบรายงาน กลับเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะนั้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD