เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งหน้าห้องทำงานผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“เข้ามา”
เสียงทุ้มต่ำดังมาจากด้านใน
ลลินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปอย่างระมัดระวัง ในมือมีโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่องกับสมุดจดเล่มเล็กที่เธอหยิบติดมือมาเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรม
ห้องทำงานของคีรินกว้างขวางและเป็นระเบียบอย่างน่าประหลาด โต๊ะทำงานสีดำตั้งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมือง อาคารสูงเรียงรายอยู่ไกลสุดสายตา บนโต๊ะมีเพียงจอคอมพิวเตอร์สองจอ เอกสารที่วางเรียงตามลำดับ และแก้วกาแฟสีดำที่มีไอร้อนลอยขึ้นบาง ๆ
ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ
ยกเว้นชีวิตของเธอในตอนนี้!
“ปิดประตูด้วยครับ”
“ค่ะ”
ลลินปิดประตูเบา ๆ แล้วเดินไปหยุดหน้าโต๊ะทำงานของเขา
“นั่งสิ”
เธอเหลือบมองเก้าอี้ตรงข้าม ก่อนจะค่อย ๆ นั่งลงอย่างเรียบร้อยที่สุดเท่าที่คนกำลังจะถูกสอบสวนจะทำได้
คีรินวางเอกสารในมือลง ถอดแว่นกรองแสงออก แล้วมองเธอตรง ๆ
“เอาละ เริ่มได้”
“เริ่มอะไรคะบอส?”
“คำอธิบายของคุณ”
“อ๋อ…”
ลลินเปิดโน้ตบุ๊กแทบไม่ทัน เธอพยายามรวบรวมสติแล้วเริ่มอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ตั้งแต่การปรับปรุงระบบยืนยันตัวตน การแก้ไขข้อผิดพลาดในฐานข้อมูล ไปจนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากนำโค้ดชุดใหม่ขึ้นทดสอบ
คีรินฟังเงียบ ๆ ไม่พูดแทรกแม้แต่คำเดียว
ยิ่งเขาเงียบ เธอก็ยิ่งประหม่า
“สรุปคือ คุณแก้ไขโมดูลยืนยันตัวตน แล้วไม่ได้ทดสอบการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลเดิมให้ครบถ้วน?”
“ค่ะ…”
“ทั้งที่ในเอกสารระบุชัดเจนว่าต้องทดสอบก่อนนำขึ้นระบบ?”
“ค่ะ…”
“แล้วคุณคิดว่าผมควรทำอย่างไรกับเรื่องนี้?”
ลลินก้มหน้าลงทันที
“ถ้าบอสจะหักคะแนนประเมิน หนูยอมรับค่ะ แต่ขอเวลาให้หนูแก้ระบบก่อนนะคะ ลูกค้าจะได้ไม่ต้องรอนาน”
คีรินเอนหลังพิงเก้าอี้ สายตายังคงจับอยู่ที่ใบหน้าของเธอ
“คุณคิดว่าผมสนใจแค่คะแนนประเมินของคุณหรือไง?”
“มะ…ไม่ใช่ค่ะ”
“สิ่งที่ผมสนใจคือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ถ้าระบบนี้มีข้อมูลของลูกค้าอยู่ แล้วเกิดข้อผิดพลาดมากกว่าที่เราตรวจพบ”
น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ลลินนิ่งไป เธอรู้ว่าเขาพูดถูก และความผิดพลาดครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรเอามาล้อเล่น
“หนูเข้าใจค่ะบอส หนูจะตรวจสอบทุกส่วนให้ละเอียดกว่าเดิม และจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก”
“ดี”
คีรินเลื่อนโน้ตบุ๊กของตัวเองมาทางเธอ หน้าจอแสดงบันทึกการทำงานของระบบเมื่อคืนที่ผ่านมา
“ผมตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฐานข้อมูลทั้งหมด แต่มีคำสั่งหนึ่งที่ทำให้การเชื่อมต่อถูกตัดเมื่อเกิดการยืนยันตัวตนซ้ำ”
ลลินเบิกตากว้าง รีบโน้มตัวเข้ามาดูหน้าจอ
“จริงด้วยค่ะ! ถ้าอย่างนั้นเราต้องย้อนดูเงื่อนไขตรงนี้ แล้วปรับการจัดการเซสชันใหม่…”
เธอเริ่มพูดเร็วขึ้นทันทีเมื่อเข้าสู่เรื่องที่ตัวเองถนัด นิ้วเรียวชี้ไปตามบรรทัดของโค้ดพร้อมอธิบายแนวทางแก้ไขอย่างคล่องแคล่ว
คีรินมองเธอเปลี่ยนไป
เมื่อครู่เธอยังนั่งตัวลีบเหมือนลูกแมวที่ทำแจกันแตก แต่ตอนนี้ดวงตากลับเป็นประกาย ราวกับลืมไปเสียสนิทว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเป็นเจ้านายผู้ขึ้นชื่อว่าเข้มงวดที่สุดในบริษัท
“ถ้าหนูปรับส่วนนี้ แล้วเพิ่มการตรวจสอบก่อนสร้างเซสชันใหม่ เราน่าจะป้องกันไม่ให้คำสั่งทำงานซ้ำได้ค่ะ แต่ต้องทดสอบกับข้อมูลจำลองก่อนนะคะ ไม่ควรลองกับระบบจริงทันที”
“คุณมั่นใจแค่ไหน?”
“ถ้าดูจากสาเหตุที่พบ หนูมั่นใจในแนวทางแก้ไขค่ะ แต่จะยืนยันผลได้ก็ต่อเมื่อทดสอบผ่านทุกกรณี”
คีรินพยักหน้าเล็กน้อย
“อย่างน้อยคุณก็รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”
ลลินหันขวับมามองเขา
“นี่บอสกำลังชมหนูหรือเปล่าคะ?”
“ผมกำลังบอกข้อเท็จจริง”
“อ๋อค่ะ…”
เธอพึมพำ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“แต่หนูขอรับไว้เป็นคำชมนะคะ”
คีรินมองรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลงหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ
“คุณนี่…”
“คะ?”
“ไม่มีอะไร กลับไปทำงานได้แล้ว”
“รับทราบค่ะบอส!”
ลลินรีบเก็บโน้ตบุ๊ก แต่เพราะมัวแต่ดีใจที่รอดจากการถูกตำหนิ เธอจึงลุกขึ้นเร็วเกินไปจนสายกระเป๋าคล้องโน้ตบุ๊กไปเกี่ยวเข้ากับมุมโต๊ะ
“ว้าย!”
ร่างของเธอเสียหลัก โน้ตบุ๊กเกือบหลุดจากมือ
คีรินลุกขึ้นคว้าแขนเธอไว้ได้ทัน ก่อนที่เธอจะเซไปชนโต๊ะข้าง ๆ
ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงวินาที
แต่สำหรับลลิน มันเหมือนภาพในหนังที่ถูกกดปุ่มหยุดเวลา
เธอยืนอยู่ใกล้เขามาก
ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมสะอาด ๆ ที่เจือด้วยกลิ่นไม้จาง ๆ จากตัวชายหนุ่ม ใกล้จนมองเห็นรายละเอียดของดวงตาสีน้ำตาลเข้ม และใกล้จนเพิ่งตระหนักว่า… บอสของเธอหล่อเกินไปแล้ว!
“ระวังหน่อยสิครับ”
เสียงทุ้มดังขึ้นเหนือศีรษะ
ลลินรีบถอยออกมาหนึ่งก้าว
“ขะ…ขอบคุณค่ะบอส!”
“ถ้าคุณทำโน้ตบุ๊กตก ผมคงต้องเสียเวลาหาคนมาแก้ระบบเพิ่มอีกคน”
เธอชะงัก
อุตส่าห์ซึ้งอยู่ตั้งหลายวินาที!
“บอสคะ! ช่วยพูดอะไรให้มันโรแมนติกกว่านี้สักนิดไม่ได้เหรอคะ?”
ทันทีที่คำพูดหลุดออกไป ทั้งห้องก็เงียบสนิท
ลลินยกมือปิดปากตัวเอง
ฉันพูดอะไรออกไป!
คีรินเลิกคิ้ว ก่อนจะก้าวกลับไปยืนข้างโต๊ะ
“คุณอยากให้ผมพูดอะไรนะ?”
“เปล่าค่ะ! หนูหมายถึง… โรแมนติกในแง่ของการทำงานเป็นทีมค่ะ! แบบทีมเวิร์กอะไรอย่างนี้!”
“งั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ!”
“ถ้าอย่างนั้น กลับไปทำงานให้เสร็จ แล้วส่งรายงานมาให้ผมก่อนหกโมงเย็น”
“ได้ค่ะ!”
“และคุณลลิน”
เธอหยุดมือที่กำลังจะเปิดประตู
“คะ?”
“ครั้งหน้า ถ้าจะพูดอะไรกับผม คิดให้ดีก่อนพูด”
ลลินยิ้มแห้ง
“รับทราบค่ะบอส”
เธอรีบออกจากห้องไปทันที โดยไม่ทันสังเกตว่าคนที่ยืนอยู่หลังโต๊ะทำงานกำลังมองตามเธอไปจนประตูปิดลง
คีรินถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะมุมปากตัวเอง
เมื่อครู่เขาเกือบยิ้มออกมา
เพราะลูกน้องตัวแสบคนนั้นแท้ ๆ
ชายหนุ่มส่ายหน้าให้กับตัวเอง แล้วหันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์
“วุ่นวายจริง ๆ”
แต่แทนที่จะกลับไปอ่านเอกสารต่อ เขากลับนึกถึงสีหน้าตอนที่เธออธิบายโค้ดอย่างตั้งใจ รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นเมื่อได้รับคำชม และดวงตาที่เบิกกว้างตอนเขาคว้าแขนเธอไว้
คีรินนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะปิดหน้าต่างเอกสารที่เปิดค้างไว้
“ไร้สาระน่า”
เขาพึมพำกับตัวเอง
มันก็แค่ลูกน้องคนหนึ่ง
แค่ลูกน้องที่ทำให้เขาต้องลุกจากโต๊ะมาช่วยแก้ปัญหา แค่ลูกน้องที่พูดมากกว่าคนอื่น และแค่ลูกน้องที่ทำให้ห้องทำงานเงียบ ๆ ของเขาไม่เงียบเหมือนเดิม
ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
อย่างน้อย… เขาก็พยายามบอกตัวเองแบบนั้น
⸻
อีกฟากหนึ่งของออฟฟิศ
ลลินทรุดตัวลงบนเก้าอี้ของตัวเอง ก่อนจะเอามือทาบอก
“หัวใจเอ๊ย แกจะเต้นแรงอะไรนักหนา!”
“เป็นอะไรไปยัยลิน?”
แพรว เพื่อนร่วมทีมที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ หันมาถาม
“แกเพิ่งไปห้องบอสมาไม่ใช่เหรอ โดนดุจนวิญญาณหลุดออกจากร่างหรือไง?”
ลลินหันไปมองเพื่อนทันที
“แก! บอสช่วยจับแขนฉันไว้ด้วย!”
แพรวอ้าปากค้าง
“เดี๋ยวนะ! บอสคีรินเนี่ยนะ?”
“เออ!”
“แล้วแกทำอะไรต่อ?”
“ฉันก็ขอบคุณเขาสิ!”
“แล้ว?”
ลลินเงียบไปสองวินาที ก่อนจะยกมือขึ้นปิดหน้า
“แล้วฉันก็ถามเขาว่าทำไมไม่พูดอะไรให้โรแมนติกกว่านี้!”
แพรวจ้องหน้าเพื่อนสนิทอย่างไม่อยากเชื่อหู
จากนั้นเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นจนคนโต๊ะใกล้ ๆ หันมามอง
“ลลิน! แกมันบ้าไปแล้ว! นั่นบอสนะ ไม่ใช่พระเอกในนิยาย!”
“ฉันรู้แล้วน่า! ไม่ต้องย้ำ!”
“แล้วเขาว่ายังไง?”
ลลินฟุบหน้าลงกับโต๊ะ
“เขาบอกให้ฉันคิดให้ดีก่อนพูด…”
แพรวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มเจ้าเล่ห์
“ฉันว่าแล้ว”
“ว่าอะไร?”
“ระบบที่รวนวันนี้น่ะ อาจไม่ใช่ระบบคอมพิวเตอร์ก็ได้”
ลลินเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
“แกหมายความว่าไง?”
แพรวยักคิ้ว
“ก็หัวใจแกไงยัยบ๊อง!”
“แพรว!”
เสียงโวยวายของลลินดังไปทั่วแผนก ขณะที่เพื่อนสนิทหัวเราะจนแทบหยุดไม่ได้
ไม่มีใครรู้เลยว่าในห้องทำงานกระจกใสที่อยู่สุดทางเดิน ผู้บริหารหนุ่มที่ควรจะกำลังตรวจสอบรายงาน กลับเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะนั้น