บทที่ 8

1749 Words
เช้าวันจันทร์ เวลา 08.45 น. ลลินยืนอยู่หน้าเครื่องชงกาแฟในห้องพักพนักงาน มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟ อีกข้างเลื่อนโทรศัพท์อ่านข้อความที่แพรวส่งมาไม่หยุด แพรว: เมื่อคืนเป็นยังไงบ้างจ๊ะ? ลลิน: อะไรเป็นยังไง? แพรว: อย่ามาทำเป็นไม่รู้! บอสไปส่งถึงบ้านหรือเปล่า? ลลิน: ไปส่งแค่คอนโด ไม่ได้ขึ้นห้อง! แพรว: ฉันยังไม่ได้ถามเลยว่าได้ขึ้นห้องไหม 😏 ลลินแทบสำลักกาแฟ ลลิน: แพรว! แกนี่มัน! แพรว: โอ๊ย ฉันแค่ถามเรื่องการเดินทางเอง ทำไมต้องร้อนตัวขนาดนั้นด้วย ลลิน: ฉันไม่ได้ร้อนตัว! แพรว: จ้าาา แม่คนไม่ร้อนตัว แล้วทำไมส่งข้อความมาตั้งสามบรรทัดในเวลาไม่ถึงสิบวินาทีล่ะ? ลลินกดล็อกหน้าจอทันที “ฉันจะบ้าตายกับผู้หญิงคนนี้!” “บ้าตายเรื่องอะไร?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ลลินสะดุ้งจนเกือบทำแก้วกาแฟหลุดมือ เมื่อหันกลับไป เธอก็พบกับบุคคลที่กำลังเป็นหัวข้อสนทนาอยู่เมื่อครู่ คีริน บอสของเธอในชุดสูทสีเข้ม ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวถูกรวบไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงนิ่งสนิทเหมือนทุกวัน แต่สำหรับลลินแล้ว… วันนี้เขาหล่อกว่าปกติประมาณสามร้อยเปอร์เซ็นต์ หรืออาจเป็นเพราะเธอเพิ่งนั่งทำงานข้างเขาอยู่หลายชั่วโมงเมื่อคืนก็ไม่รู้ “อะ… อรุณสวัสดิ์ค่ะบอส!” “อืม” สายตาของเขาเลื่อนลงมองแก้วกาแฟในมือเธอ “ดื่มกาแฟตอนท้องว่างอีกแล้ว?” “คะ?” “คุณยังไม่ได้กินข้าวเช้าใช่ไหม?” ลลินกะพริบตาปริบ ๆ “คือ… ฉันรีบมาทำงานค่ะ เลยยังไม่ได้กิน” คีรินถอนหายใจเบา ๆ “กินอะไรสักหน่อยก่อนเริ่มงาน อย่าปล่อยให้ตัวเองหิวจนไม่มีสมาธิ” “รับทราบค่ะ!” เธอตอบเสียงใส ก่อนเผลอยิ้มให้เขา คีรินมองรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปหยิบแก้วกาแฟของตัวเอง “แล้วก็ไม่ต้องยิ้มเหมือนผมเพิ่งอนุมัติโบนัสให้คุณ” “อ้าว บอสไม่ให้โบนัสเหรอคะ?” “ถ้าคุณยังถามมาก ผมอาจพิจารณาไม่ให้” “โหดร้ายที่สุด!” ลลินทำหน้ามุ่ย ขณะที่คีรินเดินออกจากห้องพักพนักงานไป เธอมองตามแผ่นหลังของเขา ก่อนยกมือแตะแก้มตัวเอง “แค่คุยกันตอนเช้า ทำไมต้องใจเต้นด้วยนะ…” “เพราะแกชอบเขาไง” เสียงแพรวดังขึ้นจากด้านข้าง ลลินสะดุ้งเฮือก “แกมาตั้งแต่เมื่อไหร่!” “ตั้งแต่ตอนที่แกยิ้มให้บอสเหมือนนางเอกซีรีส์เกาหลีแล้วจ้ะ” “ฉันไม่ได้ชอบเขาสักหน่อย!” แพรวพยักหน้าอย่างเข้าใจ “จ้า ไม่ชอบก็ไม่ชอบ” เธอเว้นจังหวะ ก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่ถ้าไม่ชอบจริง ๆ ขอเบอร์บอสให้ฉันหน่อยสิ” “ไม่ได้!” “อ้าว ไหนบอกว่าไม่ได้ชอบไง?” “ก็… ก็…” ลลินอ้าปากค้าง หาคำแก้ตัวไม่ทัน แพรวหัวเราะจนตัวงอ “โอ๊ย! ฉันอยากเห็นหน้าตัวเองตอนแกยอมรับความจริงจังเลย!” “ฉันเกลียดแก!” “รักฉันเถอะจ้ะ อย่างน้อยฉันก็ไม่ทำให้แกใจสั่นเท่าบอสหรอก” ลลินก้มหน้าดื่มกาแฟเงียบ ๆ เธอไม่กล้าตอบ เพราะกลัวว่าถ้าเผลอพูดออกไปอีกคำเดียว ความลับในใจก็คงถูกเปิดโปงจนหมด เวลา 10.20 น. ลลินกำลังตรวจสอบโค้ดในระบบหลังบ้าน เมื่อเสียงโทรศัพท์ภายในดังขึ้น “คุณลลินครับ” เสียงเลขาฯ ของคีรินดังมาตามสาย “คะ?” “ท่านประธานต้องการให้คุณนำรายงานโครงการไปที่ห้องประชุมใหญ่ครับ อีกประมาณสิบนาทีจะเริ่มประชุม” “ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันเตรียมไปให้” เธอรีบเปิดแฟ้ม ตรวจสอบเอกสารให้ครบ แล้วเดินตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ แต่เมื่อมาถึง เธอกลับพบว่าประตูห้องยังปิดอยู่ และมีเสียงสนทนาดังลอดออกมาเป็นระยะ ลลินกำลังจะเคาะประตู ทว่าเสียงผู้หญิงคนหนึ่งกลับดังขึ้นเสียก่อน “คีรินคะ ที่รัก คุณลืมแฟ้มเอกสารไว้ในรถอีกแล้วนะคะ” มือของลลินหยุดค้างอยู่กลางอากาศ ที่รัก? เธอค่อย ๆ ลดมือลงอย่างช้า ๆ “ที่รัก” งั้นเหรอ? ใคร? ใครเรียกบอสว่า ‘ที่รัก’? หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติพลันกระตุกอย่างแรง ลลินเหลือบมองผ่านช่องกระจกตรงประตู และเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ข้างคีริน ผู้หญิงคนนั้นแต่งตัวสวยสง่าในชุดเดรสสีครีม ผมยาวสลวยถูกจัดทรงอย่างประณีต เธอยื่นแฟ้มเอกสารให้คีรินด้วยรอยยิ้มสนิทสนม ที่สำคัญ… คีรินไม่ได้ทำหน้ารำคาญเหมือนเวลาถูกพนักงานคนอื่นรบกวน เขารับแฟ้มมาแล้วพูดอะไรบางอย่างกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนโยน อ่อนโยนเสียจนลลินรู้สึกเหมือนถูกใครสักคนเอาค้อนมาทุบกลางอก “โอ้โห…” เธอพึมพำกับตัวเอง “มีเจ้าของแล้วเหรอเนี่ย…” ภาพเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัว คีรินนั่งอยู่ข้างเธอบนโซฟา คีรินถามว่าเธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่า คีรินบอกว่าเขาภูมิใจในตัวเธอ คีรินอาสาไปส่งเธอที่คอนโด ทุกอย่างที่เธอเคยคิดว่าเป็นสัญญาณพิเศษ… บางทีมันอาจเป็นเพียงนิสัยใจดีของผู้ชายที่มีแฟนอยู่แล้วก็ได้ ลลินเม้มริมฝีปากแน่น “ลลิน ตั้งสติ นี่มันเรื่องส่วนตัวของบอส ไม่ใช่เรื่องของเธอ” เธอพยายามพูดกับตัวเอง “เขาจะมีแฟนก็เป็นสิทธิ์ของเขา เธอเป็นแค่พนักงานคนหนึ่งเท่านั้น” แต่ยิ่งพยายามคิดแบบนั้น ความรู้สึกจุกแน่นในอกก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ทั้งที่เธอเพิ่งเริ่มรู้สึกดีกับเขาแท้ ๆ ทั้งที่เธอเพิ่งคิดว่าเขาอาจจะ… “คุณลลิน?” เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เธอสะดุ้ง เลขาฯ ของคีรินยืนถือแท็บเล็ตอยู่ไม่ไกล “มายืนทำอะไรตรงนี้ครับ?” “เอ่อ… ฉันเอารายงานมาให้ค่ะ” “ถ้าอย่างนั้นเชิญด้านในเลยครับ ทุกคนกำลังรออยู่” ลลินสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนฝืนยิ้ม “ค่ะ” เธอผลักประตูเข้าไป และพยายามไม่มองผู้หญิงในชุดเดรสสีครีมอีก แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่คิดปล่อยให้เธอรอดง่าย ๆ “อ้าว นี่คงเป็นคุณลลินใช่ไหมคะ?” ผู้หญิงคนนั้นหันมาทักเธอด้วยรอยยิ้ม ลลินชะงัก ก่อนรีบยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ” “ฉันได้ยินชื่อคุณบ่อยมากเลยค่ะ” ลลินรู้สึกเหมือนมีใครโยนระเบิดลงกลางห้องประชุม ได้ยินชื่อเธอบ่อย? จากบอส? ผู้หญิงคนนั้นยิ้มกว้างขึ้น “คีรินเล่าให้ฟังว่าคุณเก่งเรื่องระบบมาก แล้วก็ช่วยทีมแก้ปัญหาโครงการล่าสุดได้ดีมากด้วย” ลลินหันไปมองคีรินโดยไม่รู้ตัว เขากำลังเปิดแฟ้มเอกสารอยู่ สีหน้าเป็นปกติราวกับเรื่องทั้งหมดไม่มีอะไรผิดแปลก “ขอบคุณค่ะ” เธอตอบเสียงเบา “ฉันแค่ทำตามหน้าที่ค่ะ” “ถ่อมตัวจังเลยนะคะ” ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะเบา ๆ ก่อนหันไปหาคีริน “เห็นไหมคะ ฉันบอกแล้วว่าทีมของคุณต้องมีคนเก่ง ๆ แบบนี้” คีรินพยักหน้า “อืม” จากนั้นเขาหันมาทางลลิน “เอารายงานมาวางตรงนี้ แล้วช่วยเปิดไฟล์สรุปผลการทดสอบด้วย” “ค่ะบอส” น้ำเสียงของเธอเรียบเฉยกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด คีรินเงยหน้ามอง “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?” “เปล่าค่ะ” “แน่ใจนะ?” “แน่ใจค่ะ” เธอตอบโดยไม่สบตา ก่อนรีบเดินไปจัดเอกสารที่อีกฝั่งของโต๊ะประชุม คีรินมองตามเธอด้วยความสงสัย ปกติลลินจะต้องมีคำพูดติดตลกสักประโยค หรือไม่ก็ทำหน้าทะเล้นใส่เขา แต่วันนี้เธอกลับเงียบผิดปกติ และเขาไม่ชอบเลยสักนิด หลังการประชุมเริ่มต้นไปได้ประมาณยี่สิบนาที ลลินก็พยายามจดจ่ออยู่กับการนำเสนอข้อมูลอย่างเต็มที่ เธอตอบคำถามเรื่องระบบได้ครบถ้วน อธิบายตัวเลขได้ชัดเจน และไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่จุดเดียว แต่ทันทีที่ผู้หญิงในชุดเดรสสีครีมเอ่ยขึ้นว่า “คีรินคะ หลังประชุมเราไปทานมื้อกลางวันด้วยกันนะคะ ฉันจองร้านที่คุณชอบไว้แล้ว” ปลายปากกาของลลินก็หยุดนิ่ง “ได้ครับ” คำตอบสั้น ๆ จากคีรินทำให้เธอรู้สึกเหมือนหัวใจตกลงไปอยู่ที่พื้น เขามีร้านอาหารที่ชอบด้วยกัน มีการนัดทานข้าวกันเป็นประจำ และผู้หญิงคนนั้นยังเรียกเขาว่า ‘ที่รัก’ ต่อหน้าคนอื่นได้อย่างไม่เคอะเขิน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงไม่ธรรมดา ลลินก้มหน้าจดบันทึกต่อ แม้จะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังเขียนอะไรลงไป หลังการประชุมจบลง เธอรีบรวบเอกสารใส่แฟ้มแล้วลุกขึ้นทันที “ขอตัวก่อนนะคะ” คีรินเรียกเธอไว้ “ลลิน เดี๋ยวก่อน” เธอหยุดเดิน แต่ไม่หันกลับไป “คะบอส?” “บ่ายนี้คุณว่างไหม ผมอยากให้ช่วยดูรายงานระบบอีกชุด” “ถ้าเป็นเรื่องงาน ส่งรายละเอียดมาในอีเมลได้เลยค่ะ ฉันจะจัดการให้” น้ำเสียงของเธอสุภาพจนผิดปกติ คีรินขมวดคิ้ว “ผมถามว่าคุณว่างไหม” “ฉันว่างค่ะ แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องคุยกันโดยตรง ฉันคิดว่าทำงานผ่านอีเมลน่าจะสะดวกกว่าค่ะ” คนในห้องประชุมเงียบลงเล็กน้อย แม้แต่ผู้หญิงในชุดเดรสสีครีมก็ยังหันมามองเธอด้วยความสงสัย คีรินจ้องลลินนิ่ง “มีปัญหาอะไรกับผมหรือเปล่า?” “ไม่มีค่ะ” “ถ้าไม่มี ก็หันมาคุยกันดี ๆ” ลลินกำแฟ้มในมือแน่น เธออยากบอกเขาว่าไม่มีอะไรทั้งนั้น อยากยิ้มแล้วทำเหมือนทุกอย่างเป็นปกติ แต่เมื่อรู้ว่าตัวเองอาจกำลังรู้สึกกับผู้ชายที่มีคนรักอยู่แล้ว เธอก็ไม่อยากปล่อยให้ความรู้สึกนี้เดินหน้าต่อไปอีก “ขอโทษค่ะบอส ฉันมีงานต้องจัดการต่อ ขออนุญาตกลับไปทำงานก่อนนะคะ” พูดจบเธอก็เดินออกจากห้องประชุมทันที คีรินมองตามแผ่นหลังของเธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เกิดอะไรขึ้นกับลลินหรือคะ?” ผู้หญิงในชุดเดรสสีครีมถาม “ผมก็อยากรู้เหมือนกันครับ” เขาตอบพลางมองไปยังประตูที่ปิดลงแล้ว และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่คีรินพบว่า… เขาไม่สามารถวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาได้ด้วยตัวเอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD