เช้าวันจันทร์ เวลา 08.45 น.
ลลินยืนอยู่หน้าเครื่องชงกาแฟในห้องพักพนักงาน มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟ อีกข้างเลื่อนโทรศัพท์อ่านข้อความที่แพรวส่งมาไม่หยุด
แพรว: เมื่อคืนเป็นยังไงบ้างจ๊ะ?
ลลิน: อะไรเป็นยังไง?
แพรว: อย่ามาทำเป็นไม่รู้! บอสไปส่งถึงบ้านหรือเปล่า?
ลลิน: ไปส่งแค่คอนโด ไม่ได้ขึ้นห้อง!
แพรว: ฉันยังไม่ได้ถามเลยว่าได้ขึ้นห้องไหม 😏
ลลินแทบสำลักกาแฟ
ลลิน: แพรว! แกนี่มัน!
แพรว: โอ๊ย ฉันแค่ถามเรื่องการเดินทางเอง ทำไมต้องร้อนตัวขนาดนั้นด้วย
ลลิน: ฉันไม่ได้ร้อนตัว!
แพรว: จ้าาา แม่คนไม่ร้อนตัว แล้วทำไมส่งข้อความมาตั้งสามบรรทัดในเวลาไม่ถึงสิบวินาทีล่ะ?
ลลินกดล็อกหน้าจอทันที
“ฉันจะบ้าตายกับผู้หญิงคนนี้!”
“บ้าตายเรื่องอะไร?”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
ลลินสะดุ้งจนเกือบทำแก้วกาแฟหลุดมือ
เมื่อหันกลับไป เธอก็พบกับบุคคลที่กำลังเป็นหัวข้อสนทนาอยู่เมื่อครู่
คีริน
บอสของเธอในชุดสูทสีเข้ม ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวถูกรวบไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงนิ่งสนิทเหมือนทุกวัน
แต่สำหรับลลินแล้ว…
วันนี้เขาหล่อกว่าปกติประมาณสามร้อยเปอร์เซ็นต์
หรืออาจเป็นเพราะเธอเพิ่งนั่งทำงานข้างเขาอยู่หลายชั่วโมงเมื่อคืนก็ไม่รู้
“อะ… อรุณสวัสดิ์ค่ะบอส!”
“อืม”
สายตาของเขาเลื่อนลงมองแก้วกาแฟในมือเธอ
“ดื่มกาแฟตอนท้องว่างอีกแล้ว?”
“คะ?”
“คุณยังไม่ได้กินข้าวเช้าใช่ไหม?”
ลลินกะพริบตาปริบ ๆ
“คือ… ฉันรีบมาทำงานค่ะ เลยยังไม่ได้กิน”
คีรินถอนหายใจเบา ๆ
“กินอะไรสักหน่อยก่อนเริ่มงาน อย่าปล่อยให้ตัวเองหิวจนไม่มีสมาธิ”
“รับทราบค่ะ!”
เธอตอบเสียงใส ก่อนเผลอยิ้มให้เขา
คีรินมองรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปหยิบแก้วกาแฟของตัวเอง
“แล้วก็ไม่ต้องยิ้มเหมือนผมเพิ่งอนุมัติโบนัสให้คุณ”
“อ้าว บอสไม่ให้โบนัสเหรอคะ?”
“ถ้าคุณยังถามมาก ผมอาจพิจารณาไม่ให้”
“โหดร้ายที่สุด!”
ลลินทำหน้ามุ่ย ขณะที่คีรินเดินออกจากห้องพักพนักงานไป
เธอมองตามแผ่นหลังของเขา ก่อนยกมือแตะแก้มตัวเอง
“แค่คุยกันตอนเช้า ทำไมต้องใจเต้นด้วยนะ…”
“เพราะแกชอบเขาไง”
เสียงแพรวดังขึ้นจากด้านข้าง
ลลินสะดุ้งเฮือก
“แกมาตั้งแต่เมื่อไหร่!”
“ตั้งแต่ตอนที่แกยิ้มให้บอสเหมือนนางเอกซีรีส์เกาหลีแล้วจ้ะ”
“ฉันไม่ได้ชอบเขาสักหน่อย!”
แพรวพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“จ้า ไม่ชอบก็ไม่ชอบ”
เธอเว้นจังหวะ ก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์
“แต่ถ้าไม่ชอบจริง ๆ ขอเบอร์บอสให้ฉันหน่อยสิ”
“ไม่ได้!”
“อ้าว ไหนบอกว่าไม่ได้ชอบไง?”
“ก็… ก็…”
ลลินอ้าปากค้าง หาคำแก้ตัวไม่ทัน
แพรวหัวเราะจนตัวงอ
“โอ๊ย! ฉันอยากเห็นหน้าตัวเองตอนแกยอมรับความจริงจังเลย!”
“ฉันเกลียดแก!”
“รักฉันเถอะจ้ะ อย่างน้อยฉันก็ไม่ทำให้แกใจสั่นเท่าบอสหรอก”
ลลินก้มหน้าดื่มกาแฟเงียบ ๆ
เธอไม่กล้าตอบ เพราะกลัวว่าถ้าเผลอพูดออกไปอีกคำเดียว ความลับในใจก็คงถูกเปิดโปงจนหมด
เวลา 10.20 น.
ลลินกำลังตรวจสอบโค้ดในระบบหลังบ้าน เมื่อเสียงโทรศัพท์ภายในดังขึ้น
“คุณลลินครับ”
เสียงเลขาฯ ของคีรินดังมาตามสาย
“คะ?”
“ท่านประธานต้องการให้คุณนำรายงานโครงการไปที่ห้องประชุมใหญ่ครับ อีกประมาณสิบนาทีจะเริ่มประชุม”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันเตรียมไปให้”
เธอรีบเปิดแฟ้ม ตรวจสอบเอกสารให้ครบ แล้วเดินตรงไปยังห้องประชุมใหญ่
แต่เมื่อมาถึง เธอกลับพบว่าประตูห้องยังปิดอยู่ และมีเสียงสนทนาดังลอดออกมาเป็นระยะ
ลลินกำลังจะเคาะประตู ทว่าเสียงผู้หญิงคนหนึ่งกลับดังขึ้นเสียก่อน
“คีรินคะ ที่รัก คุณลืมแฟ้มเอกสารไว้ในรถอีกแล้วนะคะ”
มือของลลินหยุดค้างอยู่กลางอากาศ
ที่รัก?
เธอค่อย ๆ ลดมือลงอย่างช้า ๆ
“ที่รัก” งั้นเหรอ?
ใคร?
ใครเรียกบอสว่า ‘ที่รัก’?
หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติพลันกระตุกอย่างแรง
ลลินเหลือบมองผ่านช่องกระจกตรงประตู และเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ข้างคีริน
ผู้หญิงคนนั้นแต่งตัวสวยสง่าในชุดเดรสสีครีม ผมยาวสลวยถูกจัดทรงอย่างประณีต เธอยื่นแฟ้มเอกสารให้คีรินด้วยรอยยิ้มสนิทสนม
ที่สำคัญ…
คีรินไม่ได้ทำหน้ารำคาญเหมือนเวลาถูกพนักงานคนอื่นรบกวน
เขารับแฟ้มมาแล้วพูดอะไรบางอย่างกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนโยน
อ่อนโยนเสียจนลลินรู้สึกเหมือนถูกใครสักคนเอาค้อนมาทุบกลางอก
“โอ้โห…”
เธอพึมพำกับตัวเอง
“มีเจ้าของแล้วเหรอเนี่ย…”
ภาพเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัว
คีรินนั่งอยู่ข้างเธอบนโซฟา
คีรินถามว่าเธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่า
คีรินบอกว่าเขาภูมิใจในตัวเธอ
คีรินอาสาไปส่งเธอที่คอนโด
ทุกอย่างที่เธอเคยคิดว่าเป็นสัญญาณพิเศษ…
บางทีมันอาจเป็นเพียงนิสัยใจดีของผู้ชายที่มีแฟนอยู่แล้วก็ได้
ลลินเม้มริมฝีปากแน่น
“ลลิน ตั้งสติ นี่มันเรื่องส่วนตัวของบอส ไม่ใช่เรื่องของเธอ”
เธอพยายามพูดกับตัวเอง
“เขาจะมีแฟนก็เป็นสิทธิ์ของเขา เธอเป็นแค่พนักงานคนหนึ่งเท่านั้น”
แต่ยิ่งพยายามคิดแบบนั้น ความรู้สึกจุกแน่นในอกก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
ทั้งที่เธอเพิ่งเริ่มรู้สึกดีกับเขาแท้ ๆ
ทั้งที่เธอเพิ่งคิดว่าเขาอาจจะ…
“คุณลลิน?”
เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เธอสะดุ้ง
เลขาฯ ของคีรินยืนถือแท็บเล็ตอยู่ไม่ไกล
“มายืนทำอะไรตรงนี้ครับ?”
“เอ่อ… ฉันเอารายงานมาให้ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นเชิญด้านในเลยครับ ทุกคนกำลังรออยู่”
ลลินสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนฝืนยิ้ม
“ค่ะ”
เธอผลักประตูเข้าไป และพยายามไม่มองผู้หญิงในชุดเดรสสีครีมอีก
แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่คิดปล่อยให้เธอรอดง่าย ๆ
“อ้าว นี่คงเป็นคุณลลินใช่ไหมคะ?”
ผู้หญิงคนนั้นหันมาทักเธอด้วยรอยยิ้ม
ลลินชะงัก ก่อนรีบยกมือไหว้
“สวัสดีค่ะ”
“ฉันได้ยินชื่อคุณบ่อยมากเลยค่ะ”
ลลินรู้สึกเหมือนมีใครโยนระเบิดลงกลางห้องประชุม
ได้ยินชื่อเธอบ่อย?
จากบอส?
ผู้หญิงคนนั้นยิ้มกว้างขึ้น
“คีรินเล่าให้ฟังว่าคุณเก่งเรื่องระบบมาก แล้วก็ช่วยทีมแก้ปัญหาโครงการล่าสุดได้ดีมากด้วย”
ลลินหันไปมองคีรินโดยไม่รู้ตัว
เขากำลังเปิดแฟ้มเอกสารอยู่ สีหน้าเป็นปกติราวกับเรื่องทั้งหมดไม่มีอะไรผิดแปลก
“ขอบคุณค่ะ”
เธอตอบเสียงเบา
“ฉันแค่ทำตามหน้าที่ค่ะ”
“ถ่อมตัวจังเลยนะคะ”
ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะเบา ๆ ก่อนหันไปหาคีริน
“เห็นไหมคะ ฉันบอกแล้วว่าทีมของคุณต้องมีคนเก่ง ๆ แบบนี้”
คีรินพยักหน้า
“อืม”
จากนั้นเขาหันมาทางลลิน
“เอารายงานมาวางตรงนี้ แล้วช่วยเปิดไฟล์สรุปผลการทดสอบด้วย”
“ค่ะบอส”
น้ำเสียงของเธอเรียบเฉยกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
คีรินเงยหน้ามอง
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”
“เปล่าค่ะ”
“แน่ใจนะ?”
“แน่ใจค่ะ”
เธอตอบโดยไม่สบตา ก่อนรีบเดินไปจัดเอกสารที่อีกฝั่งของโต๊ะประชุม
คีรินมองตามเธอด้วยความสงสัย
ปกติลลินจะต้องมีคำพูดติดตลกสักประโยค หรือไม่ก็ทำหน้าทะเล้นใส่เขา
แต่วันนี้เธอกลับเงียบผิดปกติ
และเขาไม่ชอบเลยสักนิด
หลังการประชุมเริ่มต้นไปได้ประมาณยี่สิบนาที ลลินก็พยายามจดจ่ออยู่กับการนำเสนอข้อมูลอย่างเต็มที่
เธอตอบคำถามเรื่องระบบได้ครบถ้วน อธิบายตัวเลขได้ชัดเจน และไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่จุดเดียว
แต่ทันทีที่ผู้หญิงในชุดเดรสสีครีมเอ่ยขึ้นว่า
“คีรินคะ หลังประชุมเราไปทานมื้อกลางวันด้วยกันนะคะ ฉันจองร้านที่คุณชอบไว้แล้ว”
ปลายปากกาของลลินก็หยุดนิ่ง
“ได้ครับ”
คำตอบสั้น ๆ จากคีรินทำให้เธอรู้สึกเหมือนหัวใจตกลงไปอยู่ที่พื้น
เขามีร้านอาหารที่ชอบด้วยกัน
มีการนัดทานข้าวกันเป็นประจำ
และผู้หญิงคนนั้นยังเรียกเขาว่า ‘ที่รัก’ ต่อหน้าคนอื่นได้อย่างไม่เคอะเขิน
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงไม่ธรรมดา
ลลินก้มหน้าจดบันทึกต่อ แม้จะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังเขียนอะไรลงไป
หลังการประชุมจบลง เธอรีบรวบเอกสารใส่แฟ้มแล้วลุกขึ้นทันที
“ขอตัวก่อนนะคะ”
คีรินเรียกเธอไว้
“ลลิน เดี๋ยวก่อน”
เธอหยุดเดิน แต่ไม่หันกลับไป
“คะบอส?”
“บ่ายนี้คุณว่างไหม ผมอยากให้ช่วยดูรายงานระบบอีกชุด”
“ถ้าเป็นเรื่องงาน ส่งรายละเอียดมาในอีเมลได้เลยค่ะ ฉันจะจัดการให้”
น้ำเสียงของเธอสุภาพจนผิดปกติ
คีรินขมวดคิ้ว
“ผมถามว่าคุณว่างไหม”
“ฉันว่างค่ะ แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องคุยกันโดยตรง ฉันคิดว่าทำงานผ่านอีเมลน่าจะสะดวกกว่าค่ะ”
คนในห้องประชุมเงียบลงเล็กน้อย
แม้แต่ผู้หญิงในชุดเดรสสีครีมก็ยังหันมามองเธอด้วยความสงสัย
คีรินจ้องลลินนิ่ง
“มีปัญหาอะไรกับผมหรือเปล่า?”
“ไม่มีค่ะ”
“ถ้าไม่มี ก็หันมาคุยกันดี ๆ”
ลลินกำแฟ้มในมือแน่น
เธออยากบอกเขาว่าไม่มีอะไรทั้งนั้น
อยากยิ้มแล้วทำเหมือนทุกอย่างเป็นปกติ
แต่เมื่อรู้ว่าตัวเองอาจกำลังรู้สึกกับผู้ชายที่มีคนรักอยู่แล้ว เธอก็ไม่อยากปล่อยให้ความรู้สึกนี้เดินหน้าต่อไปอีก
“ขอโทษค่ะบอส ฉันมีงานต้องจัดการต่อ ขออนุญาตกลับไปทำงานก่อนนะคะ”
พูดจบเธอก็เดินออกจากห้องประชุมทันที
คีรินมองตามแผ่นหลังของเธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เกิดอะไรขึ้นกับลลินหรือคะ?” ผู้หญิงในชุดเดรสสีครีมถาม
“ผมก็อยากรู้เหมือนกันครับ”
เขาตอบพลางมองไปยังประตูที่ปิดลงแล้ว
และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่คีรินพบว่า…
เขาไม่สามารถวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาได้ด้วยตัวเอง