ชายหนุ่มได้แต่คิดตามที่คนตัวเล็กบอก ทุกคำที่นางพูดออกมาล้วนเป็นความจริงทุกประการ เขาไม่สามารถอยู่จัดการเรื่องที่จวนได้ตลอดเวลา นับว่านางเป็นคนที่มองคนขาดจริง ๆ
“เรื่องนี้ข้าสามารถช่วยท่านโหวได้ จงหยวนอันที่สามารถอยู่ในตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลได้อย่างมั่นคงได้ ก็เป็นเพราะข้า หากไม่เชื่อก็ให้คนไปสืบดูได้”
“แล้วเจ้าจะช่วยข้าในฐานะอันใด” เขาคิดไม่ออกจริง ๆ ว่านางจะมาช่วยเขาในฐานะอันใดหากมิใช่ในฐานะฮูหยิน
“หากท่านโหวไม่รังเกียจ...ก็รับข้าเป็นน้องสาวบุญธรรมเถิด” ในเมื่อทั้งสองไม่ได้อยากแต่งงานกัน ทางเดียวที่นางจะเข้าไปอยู่ในจวนเทียนอันโหวก็คือเป็นบุตรบุญธรรมตระกูลฉือ
“ไม่ได้” ฉือฉางเทียนตอบแบบไม่ต้องคิด เรื่องอันใดเขาจะต้องรับนางเป็นน้องสาวบุญธรรมด้วย
“แล้วจะทำเช่นไร หากไม่รับข้าเป็นน้องสาวบุญธรรมหรือว่าท่านจะแต่งข้าเป็นฮูหยิน” หญิงสาวอดที่จะบ่นไม่ได้ นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ เช่นนั้นก็หาทางกันเอาเองแล้วกัน นางก็จะหาทางเอาตัวรอดของนางเอง
ชายหนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงัก ฮูหยินหรือ นั่นอาจเป็นทางเลือกที่ดี
“เช่นนั้นก็หาทางเอาตัวรอดกันเอาเองแล้วกัน” ในเมื่อเขาไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนาง นางก็ไม่อยากดึงดัน
“ไว้ข้าจะเก็บเรื่องนี้กลับไปคิดก่อน” ในเมื่อเรื่องนี้ไม่มีทางออก เขาก็จะลองคิดผลได้ผลเสียดูเสียหน่อย
“ฮะ คิดเรื่องอันใดหรือ” หญิงสาวถามอย่างแปลกใจ ตอนนี้นางเริ่มงงไปหมดแล้ว นี่สรุปแล้วเขาจะเอาเช่นไรกันแน่ คุยกันมาตั้งนานสรุปว่าคุยกันไม่รู้เรื่องหรือ
“เรื่องแต่งงานกับเจ้า ร่วมมือกัน” เขาบอกเสียงเรียบ ทว่าคำตอบนั้นของเขาก็ยิ่งทำให้หญิงสาวงงมากขึ้นกว่าเดิม
“ฮะ แต่งงาน” นี่เขาคิดจะแต่งงานกับนางหรือ “นี่ท่านโหวเข้าใจอันใดผิดหรือไม่ ข้ายังไม่ได้บอกเลยว่าจะแต่งงานกับท่าน”
“บอกไว้เลย ข้าไม่คิดรับเจ้าเป็นน้องสาวบุญธรรม” เป็นเพียงน้องสาวบุญธรรมจะสามารถไปต่อกรกับคนเรือนเล็กได้อย่างไร “หากจะร่วมมือกันต้องแต่งเป็นฮูหยินของข้าเท่านั้น”
“นี่ นี่ออกจะเกินไปหรือไม่” ในเมื่อไม่มีใจตรงกันเหตุใดต้องแต่งงานกันด้วย นี่จะไม่ทำให้เรื่องวุ่นวายไปกันใหญ่หรือ
“คิดหรือว่าฐานะน้องสาวบุญธรรมของเจ้าจะสามารถต่อกรกับคนเรือนเล็กได้” เขาบอกนางไปตามตรง คนเรือนเล็กใช่ว่าจะจัดการง่าย ๆ คนที่จะจัดการคนพวกนั้นได้มีเพียงฐานะนายหญิงของจวนเท่านั้น
“เรื่องนั้น...”
“ไม่ต้องตอบ กลับไปคิดทบทวนดี ๆ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่” เขาเองก็ต้องการคิดทบทวนตัวเองเหมือนกัน เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ต้องคิดทบทวนให้ดี ๆ เขาเองก็ไม่อยากตัดสินใจผิดพลาดในเรื่องนี้
“เจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบรับอย่างง่ายดาย เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เช่นที่เขาบอกจริง ๆ นี่คือทั้งชีวิตของนางเชียว หากเรื่องทุกอย่างจบลงแล้วชีวิตต่อจากนั้นของนางจะเป็นเช่นไร
ทั้งสองตกอยู่ในความเงียบทบทวนความคิดของตนเองจนรถม้ามาจอดอยู่ที่หน้าจวนสกุลซู
“ขอบคุณท่านโหวที่มาส่ง” หญิงสาวขอบคุณเขาแล้วเดินลงจากรถม้าไปเงียบ ๆ พลางคิดว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี
ฉือฉางเทียนรอจนซูซินเหยาเข้าไปในจวนแล้วค่อยสั่งให้รถม้าเคลื่อนตัวออกไป เพราะตลอดการเดินทางมาที่จวนสกุลซู จงหยวนอันได้ตามมาตลอดทาง
เมื่อกลับมาคิดทบทวนของเสนอของตนเองแล้วฉือฉางเทียนก็ได้เหนื่อยหน่ายใจ ไม่รู้ว่าเขายื่นข้อเสนอเช่นนั้นออกไปได้เช่นไร เขาที่ปฏิเสธการแต่งงานกับมารดามาโดยตลอด แต่บัดนี้กลับเป็นเขาเองที่ยื่นข้อเสนอให้นางแต่งมาเป็นฮูหยินด้วยตนเองเสียได้
ไม่รู้ว่าตอนนั้นคิดอันใดอยู่จึงได้ยื่นข้อเสนอนั้นออกไป
จงหยวนอันมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสายตายากจะคาดเดา นางสนิทสนมกับเทียนอันโหวถึงขั้นให้อีกฝ่ายไปส่งถึงที่จวน สองคนนี้ไปสนิทสนมกันได้อย่างไร มิใช่ว่านางก็รู้อยู่แล้วหรือว่าเขาและจวนเทียนอันโหวอยู่คนละฝั่งกัน แล้วเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่จวนเทียนอันโหวได้
เขาตามมาจนถึงจวนสกุลซู รออยู่จนรถม้าจวนเทียนอันโหวออกไปแล้วเขาจึงได้ลงจากรถม้าหมายจะเข้าไปในจวนแต่ก็ถูกขวางเอาไว้
“ข้ามาหาเหยาเอ๋อร์”
“คุณหนูบอกว่าไม่ต้องการพบคุณชายจง เชิญกลับไปเถิด” ผู้คุ้มกันบอกอย่างไม่ไว้หน้า เขาได้รับเงินมาไม่น้อยเพื่อมาคุ้มกันที่จวนสกุลซู จึงไม่อาจละเลยหน้าที่ของตนเองได้
“ฝากไว้ก่อนเถิด” ตอนนี้เขาไม่กล้าทำอันใดบุ่มบ่ามกลัวว่าจะทำให้เรื่องเลวร้ายไปมากกว่านี้
“คุณชายได้เรื่องแล้วขอรับ” เต๋อซวนที่ออกไปสืบข่าวเมื่อได้สืบได้เรื่องก็รีบกลับมารายงานเจ้านายของตัวเอง
“ว่ามา”
“คุณหนูซูรู้จักกับฮูหยินผู้เฒ่าจวนโหวที่อาราม และดูเหมือนว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะอยากให้ทั้งสองแต่งงานกัน”
จงหยวนอันที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำมือแน่นด้วยความโมโห คิดจะหนีไปจากเขาหรือไม่มีทางเสียหรอก คนที่นางจะแต่งงานด้วยมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น คนอื่นอย่าได้หวัง
“จับตาดูที่นี่เอาไว้ให้ดี หากมีเรื่องอันใดให้แจ้งข้าทันที”
“ขอรับ”