เมื่อกลับมาถึงจวนฉือฉางเทียนก็รีบไปที่เรือนชิ่วอิงของมารดา เพื่อบอกข่าวเรื่องแต่งงาน
“ท่านแม่ยุ่งอยู่หรือไม่”
“มีอะไร” เหลียนหลินที่ยังคงไม่พอใจบุตรชายเรื่องปฏิเสธการแต่งงานก็ถามเสียงแข็ง นางหาฮูหยินดี ๆ มาให้ก็ไม่ยอมรับไว้ วันหน้านางจะไม่สนใจบุตรชายผู้นี้อีก
“เรื่องแต่งงานขอรับ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง อยากจะรู้ว่ามารดาจะมีท่าทีอย่างไร
“ไม่รับ หากมิใช่เหยาเอ๋อร์แม่ก็จะไม่รับผู้ใดเป็นสะใภ้เด็ดขาด” ผู้เป็นมารดาบอกด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด นางเคยบอกไปแล้วและยังยืนยันคำเดิม
“ท่านแม่แน่ใจหรือว่าจะไม่ไปสู่ขอให้ข้า” เขาแกล้งถาม ไม่รู้ว่าไปถูกใจอันใดซูซินเหยาขนาดนั้นถึงขั้นอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้ขนาดนี้ นางมีดีตรงไหนกัน
“ใช่ หากเจ้าแต่งเข้ามาข้าจะกลั่นแกล้งจนฮูหยินของเจ้าให้อยู่ในจวนนี้ไม่ได้” เหลียนหลินขู่ ที่จริงนางก็พูดไปอย่างนั้นแหละ นางไม่กล้าทำเช่นที่พูดออกมาจริง ๆ หรอก แค่โมโหบุตรชายเท่านั้น
“เช่นนั้นเหยาเอ๋อร์ของท่านก็คงไม่ได้แต่งเข้าจวนโหวแล้ว” ฉือฉางเทียนหัวเราะให้กับท่าทางที่เด็ดขาดของมารดา เขารู้ดีว่าหากเขาแต่งผู้อื่นเข้ามา มารดาของเขาก็ไม่มีทางทำเช่นที่พูดหรอก
“เจ้าว่าอย่างไรนะ” เหลียนหลินถามย้ำอีกครั้งราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ข้าให้ท่านแม่ไปสู่ขอเหยาเอ๋อร์ของท่านแม่ ได้ยินชัดหรือยังขอรับ” เขาพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ เพื่อให้มารดาได้ยินในสิ่งที่เขาพูดอย่างชัดเจน
“เจ้าพูดจริงหรือ” มิใช่ว่าพูดให้นางดีใจเก้อหรอกนะ ตอนนั้นยังปฏิเสธหัวชนฝา มาวันนี้บอกจะแต่ง ช่างแปลกคนยิ่งนัก
“จริงขอรับ”
“เจ้าแต่งแล้วได้อันใด ในเมื่อเหยาเอ๋อร์ไม่ได้อยากแต่งงานกับเจ้า” วันนั้นหักหน้าไปขนาดนั้นยังจะมีสตรีใดยอมแต่งด้วยอยู่หรอก หากเป็นนางไม่ยอมแต่งด้วยหรอกนะ
“คุยกันแล้วขอรับ ท่านแม่ส่งแม่สื่อไปได้เลย” เขายิ้มให้มารดา พูดมาขนาดนี้ยังคิดว่าเขาโกหกหรือไม่
“ได้ ข้าจะจัดการเรื่องไปสู่ขอที่จวนสกุลซูเดียวนี้” เมื่อได้รับคำยืนยันจากบุตรชายก็พูดด้วยความตื่นเต้นดีใจ ไม่คิดว่างานแต่งงานจะได้จัดขึ้นเร็วเช่นนี้
เหลียนหลินลุกขึ้นเพื่อไปจัดเตรียมสินสอดให้ลูกชาย ทว่าเมื่อกำลังจะเดินผ่านลูกชายก็เดินเข้าไปหา แล้วดึงเขาเข้ามากอดด้วยความดีใจ “ลูกชายเจ้าทำดีมาก ลูกชายสุดที่รักขอแม่ แม่รักเจ้าที่สุด”
ฉือฉางเทียนมองตามมารดาไปด้วยสายตาขบขัน เมื่อครู่ยังโกรธเขาอยู่เลย พอตอนนี้มาบอกว่าเขาเป็นลูกชายสุดที่รักเสียได้
“พวกเจ้ารีบตามมา ข้าจะรีบเตรียมสินสอดไปสู่ขอลูกสะใภ้ของข้า”
“คุณหนูนายท่านกลับมาแล้วเจ้าค่ะ” ลี่มี่ไปรับหน้าที่เฝ้าประตูจวนรีบมารายงานเจ้านายเมื่อนายท่านของจวนกลับมา
“เจ้าให้คนไปบอกท่านพ่อ ข้าจะไปกินอาหารที่เรือนท่านพ่อ” ตอนนี้นางยังไม่รู้เลยว่าจะเริ่มพูดกับบิดาอย่างไร จู่ ๆ จะไปบอกว่าแต่งงาน ทั้งยังเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานอีก
เมื่อถึงเวลาอาหารซูซินเหยาก็ไปที่เรือนของบิดา สองพอลูกกินข้าวเงียบ ๆ จนเมื่อกินอิ่มแล้วหญิงสาวก็ยังนั่งนิ่ง ผู้เป็นบิดาจึงถามขึ้น
“มีเรื่องอันใดหรือ”
“ท่านพ่อ ข้าจะแต่งงานเจ้าค่ะ” ซูซินเหยาบอกเรื่องจะแต่งงานให้บิดารับรู้
“แต่งกับหยวนอันหรือ” แม้ไม่อยากให้บุตรสาวแต่งงานกับบุรุษผู้นี้ แต่ในเมื่อบุตรสาวตัดสินใจดีแล้วเขาก็ไม่อาจขัดความต้องการของนาง
“ไม่เจ้าค่ะ ข้าจะแต่งงานกับเทียนอันโหว”
ซูจงเฉิงที่ได้ยินบุตรสาวเอ่ยเช่นนั้นก็มองบุตรสาวด้วยสายตาไม่เข้าใจ บุตรสาวของเขาไปรู้จักกับเทียนอันโหวได้อย่างไร
“เจ้าว่าอย่างไรนะ”
“ข้าจะแต่งงานกับเทียนอันโหวเจ้าค่ะ” จากนั้นซูซินเหยาก็เล่าความเป็นมาให้บิดาฟัง แต่ไม่ได้เล่าเรื่องภายในจวนโหวให้ฟัง เล่าเพียงแค่ว่าฮูหยินผู้เฒ่าเอ็นดูนางเท่านั้น จึงทำให้ผู้เป็นบิดาพอจะวางใจได้บ้าง
“หากที่เจ้าเล่ามาเป็นเรื่องจริงข้าก็วางใจ” ฮูหยินผู้เฒ่าจวนโหวดีกับนางเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นบุญของนาง หากแต่งเข้าไปจะได้ไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก
“ท่านพ่อวางใจ ท่านป้าหลินดีกับข้ามาก” ซูซินเหยาบอกให้บิดาวางใจ นางรู้ดีว่าบิดากังวลเรื่องอันใด จวนเล็ก ๆ เช่นตระกูลซูยากมากที่จะได้แต่งให้ตระกูลใหญ่โตเช่นตระกูลฉือ หากไม่เป็นที่โปรดปรานจะถูกรังแกเอาได้ง่าย ๆ
“มิใช่ว่าเจ้าแต่งงานเพื่อไม่ให้หยวนอันมารังแกพวกเราได้หรอกนะ” มาถึงตอนนี้เขาก็พอจะเดาได้แล้วว่าเหตุใดบุตรสาวจึงแต่งงานเข้าจวนเทียนอันโหว
“เป็นเช่นที่ท่านพ่อคิด แต่ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเราสองคนตกลงกันแล้ว” นางไม่อยากให้บิดาต้องมาเป็นกังวล อยากให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ไม่ต้องมาคอยกังวลเรื่องของนางอีก “เรื่องแต่งงานเทียนอันโหวก็เห็นด้วย เขาไม่มีทางทำร้ายข้าแน่นอน”
“พ่อเคารพการตัดสินใจของเจ้า หากมีเรื่องอันใดให้ช่วยก็อย่าได้ลืมพ่อคนนี้” แม้ได้ยินเช่นนั้นเขาก็ไม่วางใจ เพราะหากแต่งงานไปแล้วเขาไม่สามารถช่วยเหลือนางได้เลย
“ท่านพ่อใช้ชีวิตอย่างสบายใจ ท่านโหวไม่มีทางทำร้ายข้า” นางรู้ว่าบิดายังไม่วางใจ หากได้เจอฮูหยินผู้เฒ่าจวนโหวท่านพ่ออาจจะวางใจได้บ้าง “อีกไม่นานท่านโหวก็จะมาสู่ขอ ยามที่ได้คุยกับฮูหยินผู้เฒ่าอาจจะทำให้ท่านพ่อวางใจได้”
“เช่นนั้นเจ้ากลับไปพักเถิด” เมื่อนางตัดสินใจดีแล้วเขาก็ไม่ขัด ไม่ว่านางจะตัดสินใจอย่างไรเขาก็พร้อมเคียงข้าง ขอเพียงบุตรสาวของเขามีความสุขก็พอ
“เช่นนั้นข้าลาเจ้าค่ะ”