“หากดูแลดี ๆ ร่างกายก็จะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมได้ ท่านป้าหลินอย่างได้กังวลเลยเจ้าค่ะ” เท่าที่นางจับชีพจรให้วันนั้นก็ไม่ได้มีโรคร้ายแรงอันใด หากบำรุงดี ๆ ก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
“หากได้เจ้าไปดูแลที่จวนร่างกายข้าคงดีขึ้น” เหลียนหลินเริ่มแย้มความต้องการของตนเอง หากบอกไปตรง ๆ ก็กลัวว่าจะตกใจเอาได้
“เช่นนั้นยามกลับถึงเมืองหลวงข้าจะแวะไปที่จวนของท่านบ่อย ๆ นะเจ้าคะ” การได้คบหากับคนระดับนี้ถือว่าเป็นเรื่องดี วันหน้านางอาจพึ่งพาได้บ้าง เพราะดูแล้วจงหยวนอันไม่มีทางยอมจบเรื่องนี้ง่าย ๆ นางก็ได้แต่หวังว่าจะไม่ต้องให้ผู้อื่นมาวุ่นวายให้คนอื่นมาวุ่นวายเพราะนาง
“ดี เช่นนั้นก็ดี ข้าจะรอต้อนรับเจ้าอยู่ที่จวน” เหลียนหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจทาบทามซูซินเหยาให้กับบุตรชายของตนเอง เพราะกลัวว่าหากช้าไปจะไม่ทันกาล “เหยาเอ๋อร์ข้าขอพูดตรง ๆ เลยนะ ข้าชอบเจ้ามากอยากให้เจ้าแต่งงานกับบุตรชายข้า หากข้าจะไปทาบทามที่จวนของเจ้า เจ้าจะว่าอย่างไร”
ซูซินเหยาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไป ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยเช่นนี้ออกมา ฮูหยินจวนโหวเกิดฐานะของนางไปมากจริง ๆ นางไม่เคยคิดฝันเลยแม้แต่น้อย
“ท่านป้าหลินนี่...” หญิงสาวไม่รู้เลยว่าจะตอบเช่นไร เพราะมันกะทันหันเกินไป
“เจ้าอย่าเพิ่งปฏิเสธเลยกลับไปคิดดี ๆ ข้าอยากได้เจ้ามาเป็นลูกสะใภ้จริง ๆ” นางยื่นมือไปกุมมือของหญิงสาวเอาไว้ ทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าปฏิเสธ
“เจ้าค่ะ” ซูซินเหยาทำได้เพียงตอบรับ เมื่อวันนั้นมาถึงนางจะปฏิเสธก็ไม่เป็นไร โดยให้ข้ออ้างว่าคิดทบทวนมาดีแล้ว เป็นถึงฮูหยินผู้เฒ่าจวนโหวคงไม่สร้างความลำบากใจให้นางหรอกกระมัง
“เช่นนั้นก็ดี” เมื่อได้รับคำตอบที่พอใจเหลียนหลินก็ยิ้มออกมา พร้อมกับบอกเล่าข้อดีของบุตรชายตนเองให้หญิงสาวฟัง “บุตรชายของข้าเป็นบุรุษที่องอาจ หล่อเหลา หากเจ้าได้เห็นเจ้าต้องชอบเขาเป็นแน่ เขาไม่เคยสนใจสตรีผู้ใด หากเจ้าได้แต่งงานด้วยเจ้าจะต้องเป็นสตรีเพียงหนึ่งเดียวของเขาแน่นอน และหากเขาดื้อดึงจะรับสตรีอื่นเข้ามา ข้าจะเป็นคนที่ขัดขวางเขาเอง”
ซูซินเหยาเพียงยิ้มบาง ๆ เท่านั้นไม่ได้ตอบอันใด ส่วนในหัวก็คิดตามที่สตรีสูงวัยพูด เขาไม่สนใจสตรี แล้วเขาจะสนใจนางหรือ ดูแล้วแต่งงานกับบุรุษผู้นี้จะใช้ชีวิตยากกว่าแต่งงานกับจงหยวนอันเสียอีก
“อีกสามวันเจ้าจะเดินทางกลับแล้วใช่หรือไม่” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบอันใดเหลียนหลินจึงจวนเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากกดดันเกินไป
“ใช่เจ้าค่ะ” นี่ก็ครบเจ็ดวันแล้ว ไม่รู้ว่าจงหยวนอันจะล้มเลิกความคิดของตนเองหรือยัง เดิมทีคิดว่าหากเขายังมาตามรังควาญนาง นางจะขอให้จวนโหวช่วยตอบแทนที่นางเคยช่วยฮูหยินผู้เฒ่าเอาไว้ แต่เมื่อเรื่องราวเป็นเช่นนี้แล้วนางคงต้องหาทางช่วยตนเอง
“เช่นนั้นข้าก็จะเดินทางกลับพร้อมเจ้าด้วย เดินทางหลายคนปลอดภัยดี”
เทียนอันโหว ฉือฉางเทียนที่เดินทางกลับจากไปธุระที่ต่างเมือง ได้ข่าวว่ามารดามาถือศีลที่อารามเหอตงจึงคิดจะแวะหามารดา ทว่าเมื่อมาถึงก็พบว่ามารดาออกจากอารามไปเมื่อไม่นานมานี้ พร้อมกับหญิงสาวนางหนึ่ง
“องครักษ์ที่ตามท่านแม่มาเยอะหรือไม่” ฉือฉางเทียนถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เพราะกลัวว่าสตรีผู้นั้นจะเป็นมือสังหารที่ถูกส่งมา
“ตามมามากกว่าสิบคนขอรับ” หวังหย่งตอบ หากฮูหยินผู้เฒ่าออกจากจวนอย่างน้อยต้องมีคนติดตามสิบคน ออกมานอกเมืองเช่นนี้เขาคิดว่าต้องมีมากกว่านั้น
“เช่นนั้นก็รีบตามไปเถิด” เขารีบควบม้าตามขบวนรถม้าไปเพราะกลัวว่ามารดาจะได้รับอันตราย ไม่นานก็ตามมาถึงขบวนรถม้า เมื่อพวกองครักษ์เห็นผู้เป็นนายก็รับทำความเคารพ
“ท่านโหว”
“คารวะท่านแม่” เขาทำความเคารพผู้เป็นมารดาที่อยู่ในรถม้า
“มาก็ดี ไปส่งเหยาเอ๋อร์ที่จวนตระกูลซูก่อน” เมื่อได้รับคำสั่งจากมารดาก็ไม่สามารถขัดได้จึงจำเป็นต้องไปที่จวนสกุลซูก่อนจึงจะพามารดากลับจวน
“ขอบคุณท่านป้าหลินที่มาส่ง” เสียงหวานดังขึ้นจากบนรถม้าทำให้คนที่นั่งอยู่บนม้าถึงกลับชะงัก เดิมที่เขาก็ไม่ได้คิดจะสนใจ แต่ก็อยากรู้ว่าผู้ใดที่ทำให้มารดาเขาให้ความสนใจเพียงนี้
ซูซินเหยาเดินลงมาจากรถม้าก็ทำความเคารพท่านโหวผู้สูงศักดิ์ก่อนจะเดินเข้าไปในจวนของตนเอง ทว่าก็อดที่จะปรายตามองบุรุษผู้นั้นมิได้ และก็พบว่าเขามองนางอยู่ด้วยใบหน้าเรียบนิ่งไม่ต่างจากนาง นางไม่อยากให้เขามองว่านางเข้าหามารดาของเขาเพื่อฐานะฮูหยินจวนโหว
หน้าตาหล่อเหล่า ท่าทางองอาจ รูปร่างกำยำเหมาะสมกับฐานะแม่ทัพ ทว่าก็ให้ความรู้สึกเย็นชาและน่าหวาดกลัวในคราเดียวกัน