ซูซินเหยาเมื่อมาถึงจวนก็กลับเรือนไปพักผ่อน คิดทบทวนคำของเหลียนหลินที่เสนอให้นางแต่งงานกับบุตรชาย ไม่ง่ายเลยที่คนฐานะเช่นนั้นจะมาสนใจในตัวของนาง เพราะหากเป็นผู้อื่นก็คงหาตระกูลที่ทัดเทียมมาแต่งเพื่อส่งเสริมกันเช่นที่จวนตระกูลจงทำ
นี่นับว่าเป็นบุญของนางใช่หรือไม่ที่ถูกเอ็นดูเช่นนี้
เมื่อพักจนหายเหนื่อยแล้วก็ไปหาบิดาเพราะนางได้ข่าวว่าจงหยวนอันมาตามราวีที่จวนของนางอยู่บ่อยครั้ง ก็ไม่รู้ว่ามาสร้างความลำบากอันใดให้บิดาของนางหรือไม่
“ท่านพ่อลูกกลับมาแล้ว”
“มาแล้วก็ดี นั่งลง ๆ” ซูจงเฉิงมองหน้าบุตรสาวครู่หนึ่งแล้วอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ ตอนแรกที่บุตรสาวบอกว่าจะออกไปถือศีลที่อารามก็รู้สึกแปลกใจอยู่หน่อย ๆ เพราะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น
ทว่าวันต่อมาคนรักของบุตรสาวมาที่จวนด้วยท่าทางที่ร้อนใจ จึงรู้ได้ทันทีว่าทั้งสองต้องมีเรื่องผิดใจกันแน่นอน บุตรสาวของเขาจึงได้หาเรื่องหลบหน้าเช่นนี้ จงหยวนอันพยายามถามอยู่หลายครั้งว่านางออกไปถือศีลที่ใดแต่นางไม่ได้บอกเขาเอาไว้ บอกเพียงแค่ว่าจะออกไปถือศีลที่อารามนอกเมืองก็เท่านั้นจงหยวนอันจึงได้ล่าถอยไป
และเขาได้รู้ความจริงเมื่อสองวันก่อนว่าสาเหตุที่ทำให้ทั้งสองทะเลาะกันเพราะว่าจงหยวนอันจะต้องแต่งงานกับผู้อื่น เรื่องนี้เขารู้ว่าบุตรสาวของเขาไม่มีทางยอม จึงทำให้ผิดใจกัน
“ท่านพ่อเราจะทำเช่นไรดีเจ้าคะ” นางรู้ดีว่าจงหยวนอันไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ แน่ แล้วตระกูลเล็ก ๆ เช่นนางจะสามารถต่อกรกับเขาได้อย่างไร
“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง พ่อจะต้องปกป้องเจ้าให้ได้” แม้ปากจะพูดออกไปเช่นนั้นแต่เขาก็ไม่มั่นใจเลยสักนิดว่าจะทำได้เช่นที่พูดหรือไม่ แต่อย่างไรเขาก็จะปกป้องบุตรสาวผู้นี้ให้ถึงที่สุด
“เจ้าค่ะ” หญิงสาวรู้ดีว่าตนเองและบิดาไม่มีทางสู้จงหยวนอันได้ มีทางเดียวที่จะรอดพ้นเงื้อมมือของเขาก็คือต้องพึ่งพาตระกูลที่ใหญ่กว่าเขา
จงหยวนอันเมื่อได้ข่าวว่าซูซินเหยากลับมาแล้วก็ไปหานางที่จวน ทว่าประตูจวนกลับปิดเงียบสนิทไม่ต้อนรับ ใจจริงอยากจะพังประตูเข้าไปคุยกับนางให้รู้เรื่อง แต่หากทำเช่นนั้นนางจะต้องโกรธเขามากกว่าเดิม จึงทำได้เพียงไปเฝ้าที่หน้าประตูจวนของนาง เพื่อให้นางเห็นถึงความจริงใจของเขาเท่านั้น
“คุณหนูวันนี้บุรุษแซ่จงผู้นั้นมาอีกแล้วเจ้าค่ะ” ลี่มี่เข้ามารายงานเจ้านาย หลายวันนี้บุรุษผู้นั้นมาเฝ้าที่หน้าประตูจวนทุกวัน จะออกไปไหนก็ไม่ได้
“อยากมาก็มา” ตอนนี้นางรู้ความต้องการของตนเอง ไม่มีทางหวั่นไหวไปกับการกระทำของเขาเด็ดขาด บุรุษเช่นเขาไม่สมควรได้รับความรักที่ดีจากนาง
“คุณหนูจวนเทียนอันโหวส่งเทียบเชิญมาให้เจ้าค่ะ” ลี่จูนำเทียบเชิญที่ได้รับมาให้เจ้านาย ใจจริงนางก็อยากให้เจ้านายรับปากแต่งงานตามที่ฮูหยินผู้จวนโหวเสนอ บุรุษผู้นั้นจะได้ไม่มาตามวุ่นวายกับเจ้านายของนางอีก
“พรุ่งนี้เตรียมตัวให้ดีพวกเราจะไปจวนเทียนอันโหว” นางอยากไปดูท่าทีของคนจวนโหวก่อน และที่สำคัญนางอยากจะรู้ว่าบุรุษที่นางจะต้องแต่งงานด้วยคิดอย่างไรกับเรื่องนี้
เมื่อซูซินเหยาเดินทางมาถึงจวนเทียนอันโหวก็เห็นว่าชิงอีสาวใช้คนสนิทของเหลียนหลินมารอต้องรับอยู่แล้ว จึงได้ทำการทักทายเล็ก ๆ น้อย ๆ เสร็จแล้วก็พากันเดินไปที่เรือนชิ่วอิงของฮูหยินผู้เฒ่า
“เชิญคุณหนูซูด้านในเจ้าค่ะ”
ซูซินเหยาเดินเข้ามาในเรือนก็เหลือบมองบุรุษตัวโตครู่หนึ่งก่อนจะทักทายสองแม่ลูกอย่างรู้มารยาท นางก็ไม่คิดว่าจะได้เจอฉือฉางเทียนเร็วเช่นนี้ นี่ฮูหยินผู้เฒ่าจวนโหวคงไม่ใจร้อนเกินไปกระมัง
“เหยาเอ๋อร์นั่งก่อนสิ” เหลียนหลินบอกด้วยน้ำเสียงเอ็นดู อย่างไรนางก็จะเอาแม่นางน้อยผู้นี้มาเป็นสะใภ้ให้ได้ นางได้แต่หมายมั่นในใจ และหวังว่าบุตรชายผู้นี้จะรู้ว่าสิ่งใดควรทำไม่ควรทำ
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
“นี่คือบุตรชายเพียงคนเดียวของข้า เทียนอันโหว ฉือฉางเทียน วันนั้น
พวกเจ้าสองคนก็ได้พบกันแล้ว” นางแนะนำบุตรชายให้หญิงสาวที่ตนเองหมายตารู้จัก ก่อนจะหันไปเอ่ยกับบุตรชายของตนเอง “นี่คือคุณหนูซู ซูซินเหยาที่ช่วยแม่เอาไว้ วันหลังเจ้าก็ดูแลนางให้มากหน่อย”
ฉือฉางเทียนไม่ได้พูดอะไรเพียงมองหน้าของสตรีที่มารดาเอ็นดูนิ่ง ๆ ที่ผ่านมามีคนพยายามเข้าหามารดาของเขาไม่น้อย แต่ก็ไม่เห็นว่ามารดาจะให้ความสนใจเท่าสตรีผู้นี้มาก่อน ไม่รู้ว่านางทำอันใด มารดาของเขาจึงได้เป็นขนาดนี้ถึงขั้นออกปากให้เขาแต่งงานกับนาง
“รู้หรือไม่” เมื่อเห็นว่าบุตรชายไม่ตอบอันใดจึงได้ถามย้ำอีก พบกันครั้งแรกก็จะทำให้นางเสียหน้าเสียแล้ว
“ขอรับ” ฉือฉางเทียนจำต้องรับคำของมารดาอย่างห้ามไม่ได้ หากเป็นคนดีจริง มารดาของเขาจะคบหาไว้ก็ไม่เสียหายอันใด
สองหนุ่มสาวต่างก็มองสำรวจกันและกันอยู่เงียบ ๆ ทั้งสองตกอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง โดยไม่รู้เลยว่าผู้อาวุโสเพียงหนึ่งเดียวกำลังคิดแผนการของตนเองอยู่
“เหยาเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือไม่” เหลียนหลินชวนคุยเพราะไม่อยากให้บรรยากาศเงียบเชียบเกินไป ส่วนเจ้าลูกชายก็เอาแต่ตีหน้านิ่ง เช่นนี้ผู้อื่นก็หวาดกลัวหมดสิ
“ข้าสบายดีเจ้าค่ะ แล้วท่านป้าหลินเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ดีขึ้นหรือยัง” ซูซินเหยาหันไปตอบกลับคนถามด้วยใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้ม นอกจากท่านพ่อก็ไม่มีผู้ใดแสดงออกว่าเป็นห่วงนางเช่นนี้มาก่อน
“ข้าก็สบายดี หลังจากกลับมาที่เมืองหลวงก็เรียกหมอหลายคนมาตรวจแล้ว ไม่ได้เป็นอันใดมาก ดื่มยาไม่กี่เทียบก็หาย” หมอที่มาตรวจพูดเหมือนกันหมดทุกคน “หากได้เจ้ามาดูแลก็คงดี”