“ฟาร์มอยู่ไหน”
แจงชะงักมือที่ถือโทรศัพท์แข็งค้างไปทันที เธอเหลือบมองฟาร์มด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป จากความอยากรู้อยากเห็นเป็นตกใจปนรู้สึกผิด ฟาร์มหน้าซีดวาบ หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มในพริบตาเดียว เธอรู้แล้วว่าเบอร์นี้เป็นของใคร ทั้งที่ไม่เคยจดจำไว้เลยสักครั้ง
แจงกลืนน้ำลาย ก่อนจะตอบกลับไปอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
“เอ่อ…ขอโทษนะคะ พอดีฟาร์ม…”
เสียงจากปลายสายตัดบททันที
“ให้เธอรับสาย”
เสียงนั้นทำให้แจงถึงกับขนลุกโดยอัตโนมัติ แจงยื่นโทรศัพท์คืนให้ฟาร์มอย่างช้า ๆ
“เขา…จะคุยกับแก”
ฟาร์มรับมันมา มือเล็กเย็นเฉียบ ทั้งที่หน้าจอยังอุ่นจากการถูกจับอยู่ครู่หนึ่ง เธอสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะยกโทรศัพท์แนบหู
“ค่ะ…”
เธอพยายามปรับเสียงให้เป็นปกติที่สุด ทั้งที่ตอนนี้ลิ้นแทบจะเหลวไปกับแอลกอฮอล์ที่อยู่ในมือแล้ว ฟาร์มสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อไม่ให้ปลายสายจับได้ว่าเธอไม่ได้อยู่ในสภาพเรียบร้อยอย่างที่ควรจะเป็น
“อยู่ไหน” เสียงทุ้มจากปลายสายดังมาอีกครั้ง และฟังไม่ออกว่าอารมณ์ไหนน่ากลัวกว่ากัน
ฟาร์มเม้มปากนิดหนึ่ง ก่อนจะยกคิ้วขึ้นเหมือนอีกฝ่ายมองไม่เห็น แล้วตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้สบายที่สุด
“อยู่กับเพื่อนค่ะ”
“เพื่อน?” เขาทวนช้า ๆ
ฟาร์มกลอกตาเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มให้ตัวเอง แล้วรีบเสริมต่อทันที
“ใช่ค่ะ เพื่อนสนิท นัดกันนานแล้ว แค่มานั่งคุยนิดหน่อยเอง ไม่ได้ทำอะไรเสียหายสักหน่อย”
เธอพูดเร็วขึ้นนิดหนึ่ง คล้ายจะกลบอะไรบางอย่าง คนข้าง ๆ อย่างแจงกับจุ๊บเริ่มอมยิ้มรู้ทัน ว่าเพื่อนกำลัง “งัดสกิลเอาตัวรอด”
“ผมโทรไปสิบกว่าสาย”
“เหรอคะ โทรศัพท์ฟาร์มปิดเสียงไว้ ไม่ได้ยินจริง ๆ ค่ะ”
ฟาร์มยกมือขึ้นเกาหลังหู แสร้งทำเสียงงง ๆ คำตอบนั้นฟังดูเนียนจนแม้แต่ตัวเองยังเกือบเชื่อ แต่ฟาร์มรู้ว่าคนอย่างติณณ์คงไม่ได้เชื่อคำแก้ตัวนั้นง่าย ๆ แต่แทนที่จะถอย ทั้งที่ในใจก็กลัวจะตกงาน เธอกลับยกคางขึ้นเล็กน้อย แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงความดื้ออย่างจงใจ เหมือนตั้งใจจะปิดเกมก่อนอีกฝ่ายจะทันได้รุกกลับ
“เฮียมีอะไรหรือเปล่า ฟาร์มลางานไปแล้วนะคะ”
คำพูดนั้นหลุดออกไปอย่างมั่นใจ เหมือนกำลังบอกว่า เรื่องงานจบแล้ว เรื่องอื่นไม่เกี่ยว ปลายสายเงียบลงอีกครั้ง คราวนี้นานกว่าเดิม ฟาร์มกลั้นยิ้มเล็กน้อย รู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังได้เปรียบ แม้จะรู้ดีว่า ความเงียบนั้นไม่ใช่สัญญาณของการยอมแพ้ แต่เป็นสัญญาณของใครบางคนที่เริ่มไม่พอใจ
“จะกลับกี่โมง เสียงเธอเมาแล้ว”
“อะไรนะคะ…สัญญาณไม่ดีเลยค่ะเฮีย”
ฟาร์มรีบพูดรัว ๆ ทั้งที่สัญญาณไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยสักนิด เธอขยับโทรศัพท์ออกจากหู ทำเสียงขาด ๆ หาย ๆ ใส่ไมค์อย่างตั้งใจ ก่อนจะรีบกดตัดสายทันทีโดยไม่ตอบคำถามปลายสาย จอมือถือดับวูบลงพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงผิดจังหวะ
“ซวยแล้ว!” เธอพึมพำกับตัวเอง พลางวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเหมือนวางระเบิดไว้
ยังไม่ทันได้ตั้งสติ เธอก็หันขวับไปถลึงตาใส่แจงที่นั่งทำหน้าสำนึกผิด ปากยิ้มแห้ง ๆ เหมือนรู้ตัวว่าทำเรื่องใหญ่เข้าให้แล้ว
“ดูฝีมือแกสิยัยแจง!” แจงยกมือขึ้นทันที
“ฉันขอโทษ! ใครจะรู้ว่าเป็นเบอร์เจ้านายแกอ่ะ โทรเข้าขนาดนั้น ฉันนึกว่าฉุกเฉินจริง ๆ”
ฟาร์มกุมขมับ เอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง “ฉันจะตกงานหรือเปล่าเนี่ยยยย”
“ถ้าเจ้านายแกโทรตามขนาดนี้ ฉันว่าแกไม่น่าจะตกงานนะ” จุ๊บหัวเราะกลั้น ๆ
“ไหน ๆ ก็จะตกงานแล้ว ก็เอาให้สุดไปเลยแก!”
จุ๊บยกแก้วขึ้นอย่างฮึกเหิม เสียงกระทบแก้วดังขึ้นอีกครั้งพร้อมเสียงหัวเราะที่เริ่มดังเกินระดับปกติ ฟาร์มมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าลังเลเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างปลง ๆ แล้วยกแก้วของตัวเองขึ้นตาม
“เออ…เอาให้สุด” เธอพูดเสียงปนขำปนประชด “ถ้าพรุ่งนี้โดนเรียกเข้าพบ ก็ค่อยว่ากัน” แจงรีบชนแก้วเข้ามาอีกคน
“ชนให้กับอนาคตที่ยังไม่รู้ว่าจะรอดหรือร่วง!”
แต่ในขณะที่เสียงหัวเราะของสาว ๆ ยังคงดังกลบทุกอย่าง อีกมุมหนึ่งของร้าน กำลังมีใครบางคนหยุดสายตาลงกับภาพตรงหน้า
"เพลิง" บังเอิญนัดเพื่อนมาดื่มที่ร้านนี้เหมือนทุกคืน เขาเดินผ่านโซนชั้นล่างอย่างไม่ใส่ใจนัก จนกระทั่งเห็นร่างเล็กที่คุ้น ๆ นั่งอยู่ท่ามกลางแสงไฟสลัว ทำให้ฝีเท้าของเขาชะงักลง
“นั้นมันเด็กไอ้ติณณ์นี่หว่า” ตำแหน่งที่เพลิงมอบให้นั้น เจ้าตัวที่เมาแอ๋อยู่ยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
“กระตุกต่อมเสือเล่นดีกว่า”
เพลิงแสยะยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะยกแก้วขึ้นจิบแล้วว่างลงที่โต๊ะ เขาเดินตรงไปที่ฟาร์มทันที ร่างเล็กนั่งเอนตัวพิงเพื่อนอย่างคนเมาที่ไร้แรงยืน แก้มขึ้นสี ดวงตาฉ่ำวาวเกินกว่าปกติ ภาพนั้นทำให้เขาอยากทำเรื่องสนุก
“ฟาร์ม!...บังเอิญจัง” เพลิงเอ่ยทักเสียงทุ้ม แต่สะดุดหูทันที
ฟาร์มเงยหน้าขึ้นตามเสียง สมองที่มึนจากแอลกอฮอล์ประมวลผลช้ากว่าปกติไปนิด ดวงตาหยาดเยิ้มจ้องหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างคนดีใจจริง ๆ
“เฮียเพลิง?”
คำเรียกนั้นหลุดออกจากปากฟาร์มไปง่าย ๆ เพราะความเมาแท้ ๆ จนลืมไปว่าเขาเป็นเพื่อนสนิทคนที่เธอพึ่งกดตัดสายเมื่อครู่ แจงกับจุ๊บแทบกลั้นหายใจไม่อยู่ สองคนมองผู้ชายตรงหน้าตาไม่กะพริบ
“เชี่ย…” จุ๊บรีบกระตุกแขนแจงเบา ๆ
“หล่อเกินเรื่อง หล่อแบบไม่ต้องพูดอะไรเยอะ หล่อแบบน้ำเดินได้เลยเมิง” เสียงแจงกระซิบจุ๊บกลับ
เพลิงหัวเราะในลำคอเหมือนเห็นปฏิกิริยานั้นจนชิน เขาหันกลับมามองฟาร์มอีกครั้ง สายตานิ่งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของเธอ
“เมาหรือเปล่าเนี่ย”
“ก็…นิดหน่อยค่ะ” ฟาร์มตอบทั้งรอยยิ้ม ตัวเอนเข้าหาโต๊ะโดยไม่รู้ตัว จากสภาพที่เห็น ทำให้เพลิงต้องยกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างขำๆ
“ดีใจที่ได้เจอ งั้นขอถ่ายรูปด้วยหน่อยได้ไหม เผื่อจะส่งให้ใครดู” เขาพูดขึ้นเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
“ได้สิคะ” ฟาร์มยังไม่ทันคิดให้รอบคอบ คนเมาก็พยักหน้าไปก่อนแล้ว เพลิงขยับเข้ามาใกล้ แต่มีระยะห่างที่ไม่เกินงาม แสงจากหน้าจอโทรศัพท์สะท้อนเข้าดวงตาฉ่ำวาวคู่นั้นพอดี รอยยิ้มอ่อนหวานของเธอถูกจับไว้ในเฟรมอย่างชัดเจน
แชะ…