EP.1 เด็กฝึกงาน

1509 Words
เสียงฝนกระหน่ำใส่หลังคากระจกของอาคารสูงกลางกรุงเทพฯ ดังไม่ขาดสาย หยดน้ำไหลพรั่งพรูราวกับท้องฟ้ากำลังร้องไห้แทนใครบางคน “เวลอร่าคลับ” สถานบันเทิงระดับไฮเอนด์ที่คนมีเงินเท่านั้นถึงจะก้าวเข้ามาได้ และนี่จะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ “ฟาร์ม” ก้าวเข้ามาในสถานที่แบบนี้ เด็กสาวในชุดเดรสสีครีมเรียบง่ายยืนกำสายกระเป๋าผ้าใบเล็กแน่น นิ้วมือเย็นเฉียบ ทั้งที่แอร์ในล็อบบี้ไม่ได้แรงอะไรนัก สายตาคู่สวยกวาดมองไปรอบตัวอย่างประหม่า แสงไฟนีออนสีม่วงแดงสะท้อนผิวขาวผ่องให้ดูเด่นเกินกว่าที่เธอตั้งใจ จากลูกสาวเจ้าของไร่กาแฟ สู่ผู้หญิงที่กำลังจะ “ขายเวลาและรอยยิ้ม” เพื่อแลกกับเงิน หลังจากที่พ่อเสียชีวิตอย่างกะทันหันไปได้ไม่นาน โชคชะตาก็เหมือนจะเล่นตลก แม่ก็ดันมาล้มป่วยไปอีกคน เด็กผู้หญิงที่เคยถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ยิ่งกว่าไข่ในหิน ตอนนี้ต้องกลายมาเป็นเสาหลักของบ้าน ฟาร์มกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคียง ก่อนจะก้าวไปยืนหน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับอย่างประหม่า “มาสมัครงานนั่งดริ้งค่ะ” พนักงานสาวมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างประเมินค่า ก่อนจะพยักหน้า “กรอกใบสมัคร แล้วไปนั่งรอด้านในค่ะ” ฟาร์มนั่งลงที่โซฟาหนังยาว มือสั่นเล็กน้อย ขณะกรอกข้อมูล เธอพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ในอก “แม่ต้องได้ผ่าตัด ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม” ขณะที่ฟาร์มกำลังนั่งกรอกใบสมัครอยู่ ทว่าประตูห้องกระจกบานใหญ่ด้านในถูกเปิดออก ชายหนุ่มร่างสูงก้าวออกมา และเพียงก้าวแรก ทั้งห้องก็เหมือนถูกกลืนไปด้วยออร่าของเขา “ติณณ์…ติณณ์ภัทร” ทุกคนที่นี่เรียกเขาว่า “เฮียติณณ์” ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท ปลดกระดุมเล็กน้อย เผยให้เห็นแผงอกแกร่ง หุ่นที่อยู่ภายใต้ชุดสูทนั้น แทบไม่ต้องจินตนาการก็รู้ว่ามันต้องดีขนาดไหน ใบหน้าหล่อไร้ที่ติ ดวงตาคู่คมเย็นเฉียบ แต่กลับมีความร้อนแรงซ่อนอยู่ภายใน ในวินาทีนั้นฟาร์มไม่รู้ว่าเขาเป็นใครด้วยซ้ำ แต่กลับรู้สึกเสียวสันหลัง พลางมวนท้องน้อยแปลก ๆ ตั้งแต่แรกเห็น สายตาของเขาหยุดอยู่ที่เธอพอดี ราวกับกำลังสแกนเข้าไปถึงข้างใน ติณณ์ภัทรเป็นเจ้าของคลับแห่งนี้ เขาตั้งใจจะลงมาตรวจร้านตามปกติเหมือนทุกวัน แต่วันนี้กลับอยากจะทำอย่างอื่นมากกว่าเดินตรวจร้าน เพราะเด็กใหม่ ที่นั่งก้มหน้ากรอกใบสมัครอยู่ตรงนั้น ทำให้เขาไม่เดินออกไปจากห้องนี้ เธอไม่เหมือนใครที่เขาเคยเจอ เพราะผู้หญิงที่มาสมัครงานที่นี่ ส่วนใหญ่จะแต่งตัวจัดเต็มมาเกินร้อยทุกคน แต่เธอกลับไม่ ทั้งไม่ยั่ว ไม่มั่นเกินเหตุ แต่กลับดึงดูดอย่างประหลาด “คนนั้น… ใครสัมภาษณ์” ติณณ์ภัทรหันไปถามผู้จัดการ “เด็กสมัครนั่งดริ้งครับเฮีย” “นั่งดริ้ง…งั้นเหรอ” ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อย ติณณ์ก้าวไปหยุดตรงหน้าเธอ ฟาร์มเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตากลมสบเข้ากับสายตาคมคู่นั้นเต็ม ๆ คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนตัวตรงในทันที “ชื่ออะไร” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ ทั้งที่ผ่านมาเขาไม่เคยสนใจเวลาคนมาสมัครงานเสียด้วยซ้ำ “ฟาร์ม… ค่ะ” “มาทำงานแบบนี้ เพราะอะไร” คำถามเรียบ ๆ แต่มันกลับตอบยากสำหรับฟารม์ มือเล็กกำชายกระโปรงแน่นด้วยความประหม่า “ต้องใช้เงินค่ะ” เธอตอบตรง ๆ ดวงตาใสแต่มีแววดื้อรั้นไม่หลบเขาแม้แต่น้อย ติณณ์มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นชะงัก “เด็กใหม่คนนี้ ยังไม่ต้องลงสนาม” “เฮียครับ… แต่ร้าน…” “ฉันต้องการให้ฝึกงานก่อน” ผู้จัดการอึ้งกับคำว่า “ฝึกงาน” ที่ออกจากปากผู้เป็นนาย เพราะมันไม่เคยมีอยู่จริงในร้านนี้ แต่อยู่ ๆ ตำแหน่งนี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่โดยเจ้าของร้าน เพราะเด็กสาวตรงหน้าเพียงคนเดียว “ฝึก…ต้องฝึกงานด้วยเหรอคะ?” ฟาร์มเองก็ชะงัก ติณณ์พยักหน้าเล็กน้อย สายตาคมที่มองเธอทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เพราะเธอไม่เคยโดนผู้ชายมองด้วยสายตาแบบนี้มาก่อน “ถ้าทำได้ดี ค่อยลงสนามจริง” คำพูดนั้นฟังดูเหมือนเมตตา แต่แววตาของเขากลับบอกอะไรบางอย่างที่มากไปกว่านั้น ทั้งผู้จัดการ และพนักงานที่อยู่ตรงนั้น ถึงกับงงกันเป็นไก่ตาแตก แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยอะไรออกไป “แล้ว…ต้องฝึกนานแค่ไหนคะ” ฟาร์มเอ่ยถามออกไป แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบ เพราะเขาจงใจที่จะไม่ตอบเธออยู่แล้ว “ขึ้นไปคุยที่ห้องทำงานฉัน” เสียงทุ้มต่ำที่ทั้งเด็ดขาดทั้งเอาแต่ใจ สั่งก่อนที่จะเดินออกไป ประตูลิฟต์ชั้นบนสุดปิดลงเงียบสนิท ฟาร์มยืนกุมมือตัวเองแน่น หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เธอไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่ตัดสินใจมาสมัครงานที่นี่ แต่ก็ถอยไม่ได้แล้ว พนักงานสาวคนหนึ่งพาเธอขึ้นมาชั้น VIP โดยไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม นอกจากประโยคสั้น ๆ “เฮียติณณ์จะสัมภาษณ์ด้วยตัวเองค่ะ” คำว่า “ด้วยตัวเอง” ทำให้ลมหายใจเธอสะดุดไปหนึ่งจังหวะ ห้องกระจกบานใหญ่ค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นพื้นที่กว้างโอ่โถง แสงไฟสีอำพันนวลตา ตัดกับวิวกรุงเทพ ฯ ยามค่ำคืนที่ทอดยาวสุดสายตา และตรงกลางห้องนั้น ผู้ชายในสูทดำกำลังยืนหันหลังอยู่ เพียงแค่เห็นแผ่นหลังกว้าง ฟาร์มก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันบางอย่างที่หนักอึ้งโดยไม่ต้องมีคำพูด “เข้ามา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง ฟาร์มก้าวเข้าไปช้า ๆ ประตูปิดลงด้านหลังทันที เสียงกลอนดัง “คลิก” แผ่วเบาแต่ชัดเจน เหมือนตอกย้ำว่า ตอนนี้ในห้องมีแค่เขากับเธอสองคนเท่านั้น ติณณ์หันกลับมาช้า ๆ สายตาคมกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่ปิดบัง จนฟาร์มรู้สึกเหมือนถูกถอดเสื้อด้วยสายตา ชุดเดรสเรียบสีครีมที่เธอคิดว่าสุภาพพอ กลับแนบไปกับสัดส่วนเว้าโค้งอย่างไม่ปรานีต่อสายตาคนมอง ทรวงอกอิ่มเต็มอกรับกับเนื้อผ้าบางเบาเกินไป เอวคอดชัด สะโพกโค้งมนจนติณณ์เผลอขบกรามแน่นเพื่อข่มอารมณ์ที่ร้อนรุ่มโดยไม่รู้ตัว “นั่ง” เขาชี้ไปที่เก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงาน ฟาร์มนั่งลงอย่างว่าง่าย หลังตรงมือวางบนตักอย่างสำรวม พลางคิดในหัวว่า แค่มาสมัครงานนั่งดริ้งต้องสัมภาษณ์ขนาดนี้เชียวเหรอ ติณณ์นั่งลงฝั่งตรงข้าม พลิกแฟ้มประวัติในมือช้า ๆ “ฟาร์ม…เขมมิกา วนากุล อายุ 22 ปี กำลังศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ ปี 4” เขาอ่านใบสมัครช้า ๆ “ค่ะ” เธอพยักหน้า “ทำไมถึงมาสมัครงานที่นี่” เขาถามโดยไม่เงยหน้า “ต้องใช้เงินค่ะ” ติณณ์เงยหน้าขึ้นทันที สายตาคมจับจ้องเธอ ราวกับจะมองให้ทะลุทุกคำโกหก “เด็กในร้านทุกคนก็ต้องใช้เงิน เธอต่างยังไง” คำถามนั้นแทงใจ จนฟาร์มเลื่อนสายตาขึ้นมาสบเขาตรง ๆ “ของคนอื่นอาจเป็นความอยาก แต่ของฉัน เป็นความจำเป็นค่ะ” ความนิ่งในแววตาคู่นั้นทำให้ติณณ์ถึงกับชะงักไปชั่ววินาที เธอนิ่งเกินกว่าที่เขาจะอ่านออก และความรู้สึกนี้มันทำให้เขาหงุดหงิด เด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขา ไม่ใช่เด็กสาวโลกสวยอย่างที่รูปลักษณ์บอกเลยแม้แต่น้อย “จำเป็นแค่ไหน ถึงต้องมาทำงานแบบนี้” ฟาร์มลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เพราะเธอไม่อยากพูดเรื่องส่วนตัวให้คนแปลกหน้ารับรู้มากเกินไป เธอจึงเลือกถามประโยคที่ทำให้ติณณ์ถึงกับเลิ่กลั่กเสียทรง “ถ้าฉันไม่ตอบคำถามนี้ คุณยังจะรับฉันเข้าทำงานอยู่หรือเปล่าคะ” เธอเอ่ยออกมาด้วยแววตาที่ดื้อรั้น เกินหน้าตาบ่องแบ๊วของเธอ จนคนตัวสูงถึงกับกระแอมออกมาอย่างเสียอาการ เขานึกไม่ถึงว่าเธอจะกล้าย้อนถามเขา ตรง ๆ แบบนี้ ทว่าเขากลับไม่โกรธ แต่รู้สึกหมั่นเขี้ยวเธอขึ้นมาเสียอย่านั้น ในใจแทบอยากจะลากเธอเข้าไปลงโทษในห้อง ให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลย ปากดีขนาดนี้ อยากรู้ว่าอย่างอื่นจะดีเหมือนปากหรือเปล่า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD