ติณณ์ลุกขึ้นยืน เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดที่ด้านหลังฟาร์ม เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดังชัดในห้องเงียบ ๆ ฟาร์มรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเริ่มร้อนขึ้นทีละองศา เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับร่างบางของเธอจนมิด
“รู้ไหม งานที่เธอมาสมัคร ต้องแลกกับอะไรบ้าง”
“รู้ค่ะ” ฟาร์มตอบทั้งที่สายตามองไปข้างหน้าอย่างไม่กระพริบ
คำพูดนั้นทำให้ติณณ์ยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เขาโน้มตัวลงเข้ามาใกล้กว่าเดิมจากทางด้านหลัง ใบหน้าหล่อคมคายแทบเฉียดข้างแก้มเนียน ฟาร์มสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมผู้ชายอบอุ่นปะปนกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ จากตัวเขา ก่อนที่ติณณ์จะหันมากระซิบเบา ๆ ข้างใบหู
“เธอจะต้องถูกผู้ชายเมา ๆ ลูบ คลำ จับ มอง เหมือนเป็นของโชว์”
เขาเอ่ยขึ้นช้า ๆ ตั้งใจเน้นทุกคำให้หนักอึ้งลงกลางอากาศ ใบหน้าหวานของฟาร์มซีดลงเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่ แต่เธอรู้ทัน ที่เขาตั้งใจพูดแบบนี้เพื่อดูว่าเธอจะถอยหรือไม่ แต่เธอถอยไม่ได้แล้ว
ฟาร์มจงใจหันหน้ามาสบตากับเขาตรง ๆ ระยะห่างใกล้เสียจนปลายจมูกของทั้งคู่แทบเฉียดกัน
ลมหายใจอุ่น ๆ ปะทะกันแผ่วเบา ถึงแม้ในอกของเธอจะมีแต่ความกลัว แต่ในสายตาฉายความดื้อรั้นชัดเจน
“ค่ะ”
คำตอบสั้น ๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากบาง มันหนักแน่นกว่าที่ติณณ์คิด กรามของเขากระตุกเล็กน้อยอย่างหงุดหงิดด้วยความไม่พอใจ
“แล้วเธอยังคิดจะทำอยู่ไหม” ตินณ์ตั้งใจจะทำให้เธอกลัว แต่เขากลับคิดผิด ฟาร์มจ้องเข้าไปในดวงตาคมอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะตอบเสียงชัด
“ตราบใดที่ได้เงิน ก็ยังคิดจะทำค่ะ”
ประโยคนั้นเหมือนมีอะไรบางอย่างกระแทกอกของติณณ์แรง ๆ อย่างจัง เขาไม่ชอบคำตอบนี้เลยสักนิด ไม่ชอบที่เธอยอมง่าย ๆ ไม่ชอบที่เธอเอาชีวิตตัวเองไปแลก ถึงเขาจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม
และที่ไม่ชอบที่สุด ก็คือความรู้สึกหงุดหงิดลึก ๆ ที่เป็นอยู่ตอนนี้ เพราะเขาไม่ได้หวั่นไหวกับอะไรง่าย ๆ แบบนี้มานานมากแล้ว ติณณ์ปรายสายตาไปทางอื่น แล้วค่อย ๆ ถอยหลังออกมา เพราะเขาชักไม่แน่ใจ ว่าที่ต้องการทำให้เธอกลัว แต่กลับเป็นเขาเองที่รู้สึกใจสั่น ติณณ์รีบเอ่ยตัดบท
“ในเมื่อเธอยืนยันว่ายังจะทำ ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎของฉัน”
“ค่ะ…”
ฟาร์มตอบเพียงสั้น ๆ ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง จนติณณ์เองที่ต้องหลบสายตาคู่นั้น
“แล้วเรื่องเงินเดือนละคะ” เธอถามออกไปตรง ๆ อย่างไม่อ้อมค้อม เพราะสิ่งเดียวที่ทำให้เธอยังนั่งอยู่ตรงนี้ก็คือ… “เงิน”
“ฉันให้เงินเดือนตามเด็กฝึกงาน ไม่ใช่เด็กในสนาม ถ้าเธอไม่พอใจ กลับได้ทันที”
คำพูดนั้นฟังเหมือนเปิดทางให้ถอย แต่สายตาของติณณ์กลับไม่ไหวติง ราวกับเขาไม่ต้องการให้เธอถอยจริง ๆ เขาปรายตามองเธอเล็กน้อย ฟาร์มเงียบไปครู่หนึ่ง ทว่าช่วงเวลาที่เธอเงียบกลับทำให้คนที่ขู่ ถึงกับใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว กลัวคำตอบที่จะได้ยิน ไม่เป็นตามที่หวัง
“ฉันจะทำค่ะ”
“ทั้งที่รู้ว่าเงินน้อย” เขาเอ่ยถามกลับทันที
“ขอแค่ได้เงินก็พอค่ะ” ฟาร์มเอ่ยขึ้นเสียงหนักแน่น
และในวินาทีนั้น ติณณ์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแพ้เด็กสาวตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ เขาหันหลังให้เธออีกครั้ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“ออกไปได้ พรุ่งนี้เริ่มงาน”
“ขอบคุณค่ะ” ฟาร์มลุกขึ้นโค้งเล็กน้อย แล้วหันหลังเดินออกจากห้องไป
ทันทีที่ประตูปิดลง ติณณ์หยิบบุหรี่ราคาแพงขึ้นมาสูบเอาควันเข้าปอด เพื่อคลายความหงุดหงิด เสียงสบถเบา ๆ หลุดออกมาจากลำคอ
“เด็กดื้อ…”
เขาปรายตาไปบนจอทีวี ที่เป็นภาพกล้องวงจรปิดทุกมุมของร้าน บริเวณโถงทางเดินด้านล่างฉายภาพฟาร์มที่กำลังเดินตามพนักงานออกจากคลับ สายตาคมของติณณ์จับจ้องเธอไม่วาง ทั้งที่การกระทำเมื่อครู่อาจจะดูเหมือนไม่สนใจไยดี แต่ในใจเขากลับเริ่มตีตราเธอไว้แล้วว่า…‘ของฉัน’
-มหาวิทยาลัยชื่อดัง-
นักศึกษาทยอยเดินเข้าอาคารกันอย่างคึกคัก เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และเสียงรองเท้ากระทบพื้นดังปะปนกันไปทั่ว ฟาร์มสะพายกระเป๋าผ้าใบเดิม เดินฝ่ากลุ่มคนเข้ามาใต้ตึกคณะด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ภายในใจกลับไม่เหมือนทุกวัน ปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่รู้จะหาทางออกได้ยังไง เรื่องเงินเดือนที่ยังไม่รู้ว่าจะพอช่วยแม่ได้แค่ไหน ทุกอย่างวนอยู่ในหัวไม่หยุด
“ยัยฟาร์ม!! ทางนี้!!”
เสียงใสดังลั่นจากอีกฝั่งของลานใต้อาคารเรียน ทำให้ฟาร์มสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปตามเสียง หญิงสาวสองคนที่หน้าตาคล้ายกันราวกับสำเนาถูกต้อง ส่งเสียงเรียกเธอพร้อมเพรียงกัน
จุ๊บกับแจง ฝาแฝดพี่น้องเพื่อนซี้ของเธอที่รู้จักกันตั้งแต่ปีหนึ่ง แจงผมยาวประบ่า ผูกโบว์สีสันสดใสตามนิสัยร่าเริง ส่วนจุ๊บ ผมสั้น เซ็กซี่ สาวมั่นประจำกลุ่ม ทันทีที่ฟาร์มเดินถึงโต๊ะ แจงรีบเอ่ยถามขึ้นอย่างประชด
“หายหัวไปไหนมาย่ะ เมื่อคืนไม่ตอบไลน์เลยนะ! แล้วทำไมหน้าซีดขนาดนี้ เป็นอะไรหรือเปล่า” แจงมองเพื่อนด้วยสายตาจับผิด คนตัวเล็กถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะตอบออกใบด้วยสีหน้าที่เหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ
“เมื่อวานฉันไปสมัครงานมาแล้ว”
ฟาร์มเอ่ยออกไปอย่างไม่ปิดปัง สองสาวเพื่อนชี้ได้ยินแบบนั้น ต่างก็พากันขยับตัวเข้ามาใกล้ ๆ ด้วยความอยากรู้ ถึงแม้ว่าฟาร์มจะเคยบอกเรื่องนี้กับพวกเธอไว้แล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าเพื่อนจะไปจริง ๆ
“แกคิดดีแล้วใช่ไหมฟาร์ม ลองหาทางอื่นดูก่อนไหม พวกฉันสองคนเป็นห่วงแกนะเว้ย”
ฟาร์มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปตอบเพื่อนทั้งสอง ที่นั่งรอคอยคำตอบด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง ด้วยแววตาที่จริงจัง
“อืม ฉันตัดสินใจแล้ว พวกแกไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าฉันได้ค่าผ่าตัดแม่ครบแล้ว ฉันจะลาออกทันที!” จุ๊บกับแจงได้ยินแบบนั้น ทั้งสองก็ไม่เซ้าซี่ฟาร์มต่อ เพราะพวกเธอรู้ดีว่าเพื่อนคงคิดมาอย่างดีแล้ว
ทั้งสามสาวนั่งเม้าส์กันอยู่พักใหญ่เพราะยังไม่ถึงเวลาเรียน แต่ทว่าในจังหวะนั้นแจงเหมือนพึ่งนึกอะไรขึ้นได้ ก่อนจะรีบไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถหน้าจอเร็ว ๆ
“ฉันนึกออกแล้ว!! ว่าแกจะหาเงินได้อีกยังไง” แจงเปิดโพสต์ประกาศที่อยู่หน้าเพจของมหา’ลัย แล้วยื่นให้ฟาร์มดู
“อาทิตย์นี้ที่คณะเราจะมีค่ายดังมาแคสติ้งหานางเอกซีรี่ส์หน้าใหม่”
“แคสนางเอกซีรี่ส์?” ฟาร์มเลิกคิ้วอย่างสงสัย
“เออใช่! แกยังไม่เห็นประกาศเหรอ ค่ายใหญ่มากด้วยนะแก คนแห่มาสมัครกันเพียบแน่!” จุ๊บหันมาทันที ส่วนแจงหันมามองฟาร์มตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าอีกครั้ง สายตาคราวนี้ไม่ใช่การจับผิด แต่เป็นการประเมินแบบจริงจัง
“ฟาร์ม! แกไปแคสดูเถอะ!”
“ห๊ะ! ฉันเนี่ยนะ” ฟาร์มร้องลั่น พลางยกมือขึ้นมาชี้ที่หน้าตัวเองด้วยความไม่มั่นใจ
“ใช่!” จุ๊บรับคำเสียงสูง
“ดูหน้า ดูหุ่นแกสิ ให้ตายเถอะ ต่อให้ยืนเฉย ๆ กล้องก็รักแล้วปะ”
ฟาร์มก้มมองตัวเองอีกครั้ง
“มันจะได้จริงเหรอ พวกแกอย่ามาแซวฉันเล่นนะ”
“ฉันไม่ได้พูดเล่น ถ้าวัดจากรูปร่าง หน้าตา บุคลิก แกเข้าขั้นนางเอกได้สบาย ๆ เลย”
แจงพูดเร็วปรื๋อ พร้อมชักแม่น้ำทั้งห้ามาเพิ่มความมั่นใจให้เพื่อน
“แต่ฉันไม่เคยแสดง” ฟาร์มพยายามปฏิเสธ เพราะเธอไม่มั่นใจว่าจะทำออกมาได้ดีไหม
“ไม่เป็นไร แคสเพื่อเก็บประสบการณ์ก็ได้ เผื่อฟลุคได้จริง ๆ แกจะได้เงินอีกก้อนไปไว้เป็นค่าผ่าตัดแม่ไง” จุ๊บพูดตรงจุดเป๊ะ! คำว่า “เงิน” แทงเข้าใจฟาร์มอย่างจัง เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ในหัวคิดถึงใบหน้าของแม่ที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ และคำพูดของติณณ์เมื่อคืน…
“ฉันให้เงินเดือนตามเด็กฝึกงาน ไม่ใช่เด็กในสนาม” คำพูดนั้นทำให้เธอคิดไม่ตกมาทั้งคืน และเสียงของแจงก็ดึงฟาร์มให้ออกความคิดในหัวเมื่อครู่
“มันอาจจะเป็นโอกาสที่ฟ้าส่งมาให้แกก็ได้นะฟาร์ม อย่างน้อยก็เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง เดี๋ยวพวกฉันจะไปเป็นกองเชียร์แกเอง” แจงมองสีหน้าของฟาร์มก็รู้ทันทีว่าเธอเริ่มหวั่นไหวแล้ว ฟาร์มนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แววตามีความมุ่งมั่นขึ้นเล็กน้อย พลางคิดในใจว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เป็นไง เป็นกัน
“ได้!...งั้นฉันจะลองดู”