EP.3 เอามือมึงออกจากเด็กกู

1617 Words
คืนแรกในฐานะ “เด็กฝึกงาน” อย่างเป็นทางการ ฟาร์มสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัว กระโปรงทรงเอสีดำยาวเหนือเข่าเล็กน้อย รองเท้าคัทชูสีครีม ผมยาวถูกรวบครึ่งศีรษะอย่างเรียบร้อย แต่ยิ่งเรียบร้อยเท่าไหร่ สัดส่วนเว้าโค้งของเธอก็ยิ่งเด่นชัดเท่านั้น เธอไม่ได้ตั้งใจจะยั่วใคร แต่ร่างกายเธอมันยั่วโดยธรรมชาติ และคนแรกที่เห็นภาพนั้นเต็มตาก็คือ…เฮียติณณ์ -ชั้นลอย ห้องกระจก- “มึงแน่ใจนะ ว่าเอาน้องมาเป็นแค่เด็กฝึกงาน? ดูจากทรง กูว่าอีกไม่กี่นาน ได้เป็นเมียเจ้าของร้านชัวร์!” เพลิง ชายหนุ่มผิวเข้ม แววตานักเลงนิด ๆ พิงราวกระจกมองลงมาด้านล่างอย่างสนใจ “สวยเกินไปที่จะปล่อยให้เดินไปมา เป็นอาหารตาให้คนอื่นดูเล่นว่ะไอ้ติณณ์” ตุลย์ เพื่อนซี้อีกคนของติณณ์พูดพลางยกแก้วเหล้าขึ้นจิบอย่างรู้ทัน ว่าติณณ์คิดอะไรอยู่ เห็นจะมีแต่เจ้าตัวเท่านั้นแหละที่ไม่รู้ตัว ติณณ์ยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมจับจ้องร่างบางที่กำลังจัดของอยู่ที่หน้าบาร์ ใบหน้าหล่อขบกรามแน่นจนขึ้นสัน เมื่อเห็นสายตาแขกผู้ชายหลายคนจ้องเธอตาเป็นมัน เขารู้ดีว่าสายตาแบบนั้นคืออะไร “พวกมึงนี่พูดมากชิบหาย” เสียงเจ้าของร้านสุดเย็นชาเอ่ยขึ้น แต่ทว่าสายตาคมกลับจ้องไปที่เด็กฝึกงานของเขาไม่วางตา “โหย ขึ้นเสียงแล้วหนึ่ง แค่วันแรกเองนะเสี่ย” เพลิงเลิกคิ้วอย่างขำ ๆ “หึงหรือหวง วานบอก” ตุลย์เสริมต่อทันที “กูไม่ได้หวง” ติณณ์ตอบทันที โดยไม่หันมามองเพื่อนด้วยซ้ำ ประโยคนั้นเรียบมาก เร็วมาก และ “ไม่น่าเชื่อ” มาก!! “กูแค่กลัวว่าจะไปทำอะไรซุ่มซ่าม แล้วทำให้ลูกค้าไม่พอใจ ก็เลยต้องให้ฝึกงานก่อน” คำแก้ตัวที่ติณณ์เอ่ยออกมา ฟังดูเหมือนจะมีเหตุมีผลพอสมควร ถ้าคนฟังไม่ใช่เพื่อนซี้ทั้งสอง เพลิงกับตุลย์หันหน้ามองกันเงียบๆ เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันกลับมามองติณณ์ด้วยสายตาที่รู้เช่น เห็นชาติ เพราะพวกเขา รู้ไส้รู้พุงกันดีเกินไป “เหรอออ…ตั้งแต่มึงเปิดร้านมา กูไม่รู้ว่ามีตำแหน่งนี้ด้วย” เพลิงเอ่ยลากเสียงยาวอย่างรู้ทัน -โซนหน้าบาร์- “วันนี้ฟาร์มเริ่มจากงานเบสิกก่อนนะ เดินเสิร์ฟ ดูแลโต๊ะ VIP เปลี่ยนแก้ว เติมน้ำแข็ง ที่สำคัญห้ามนั่งกับแขกเข้าใจไหม” พี่เมย์ เด็กนั่งดริ้งรุ่นพี่ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ขณะยืนประกบสอนงานฟาร์มอยู่ข้าง ๆ “เข้าใจค่ะ” ฟาร์มพยักหน้ารับทันที เธอตั้งใจฟังทุกคำไม่ปริปากถาม เมย์เป็นคนเดียวในร้านที่เข้ามาคุยกับฟาร์มด้วยท่าทีเป็นมิตร ไม่ใช่เพราะหน้าที่ แต่เพราะความเข้าใจ เธอนึกถึงวันแรกที่ตัวเองก้าวเข้ามาในที่แห่งนี้ วันที่เต็มไปด้วยความประหม่า ความกลัว และความรู้สึกว่าตัวเองเล็กนิดเดียวในโลกของแสงสี เธอรู้ดีว่าการเริ่มต้นในร้านแบบนี้ ไม่ง่ายสำหรับใครเลย “แล้วจำไว้” เมย์ลดเสียงลง “เฮียติณณ์ไม่ชอบเด็กที่ทำตัวสะดุดตาเกินไป ระวังไว้ด้วย” ฟาร์มนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้าอีกครั้ง ทั้งที่ในใจกลับคิดว่า แค่ยืนเฉยๆ ก็เหมือนจะสะดุดตาไปแล้วหรือเปล่า เพราะเขาพร้อมจะแยกเขี้ยวใส่เธออยู่แล้ว เมย์ปรายตามองฟาร์มเล็กน้อย รุ่นพี่เห็นแววตาที่พยายามเข้มแข็งซ่อนอยู่ใต้ความกังวล ก็อดจะเอ็นดูไม่ได้ เด็กคนนี้ไม่ได้อยากมาอยู่ตรงนี้ แต่ชีวิตคงกำลังบีบให้เธอต้องมา “พี่ขึ้นไปดูแลแขกก่อนนะ ค่อย ๆ ทำไปนะฟาร์ม ไม่ต้องรีบ” เมย์พูดทิ้งท้าย เป็นประโยคสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความเข้าใจจากคนที่เคยผ่านจุดเดียวกันมาแล้ว ช่วงดึก โต๊ะ VIP โซนหน้าเวที ฟาร์มถือถาดน้ำแข็งเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง เธอก้มศีรษะเล็กน้อยตามมารยาท “น้ำแข็งเพิ่มค่ะ” แต่ยังไม่ทันที่เธอจะวางถังน้ำแข็งลง มือของลูกค้าชายคนหนึ่งก็เอื้อมมาจับข้อมือเธอทันที “เด็กใหม่เหรอ… หน้าตาน่ากินเชียว” ฟาร์มรีบดึงมือกลับ ใบหน้าเล็กแข็งกร้าวขึ้น แต่เสียงยังคงสุภาพ “ขอโทษค่ะ รบกวนปล่อยมือด้วยค่ะ” แต่ชายคนนั้นยังไม่ปล่อย แถมยังออกแรงดึงข้อมือเธอหนักขึ้น จนฟาร์มเกือบจะล้มลงไปที่ตักของเขา แต่ทว่าในจังหวะนั้นเอง… “เอามือมึงออกจากเด็กกู!” เสียงต่ำเย็นจัดดังขึ้นจากด้านหลัง ลูกค้าชายชะงักทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นเจอติณณ์ยืนอยู่ตรงนั้น ด้วยสายตาที่ไม่ต้องตะโกน แต่ทำให้คนขาสั่นได้ มือแกร่งยกขึ้นคว้าข้อมือฟาร์มแล้วดึงเธอมาอยู่ด้านหลังของเขาทันที “เด็กกู!! กูไม่อนุญาตให้ใครแตะ” บรรยากาศทั้งโต๊ะเงียบกริบ ฟาร์มยืนนิ่งอยู่ด้านหลังติณณ์ หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบหยุดหายใจ กับแผ่นหลังกว้างที่บังเธอไว้ ราวกับเป็นโล่เพียงชิ้นเดียวในตอนนี้ “เอ่อ…ผมขอโทษครับเฮียติณณ์ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าเป็นเด็กเฮีย” ลูกค้าหนุ่มเอ่ยตะกุกตะกัก ก่อนจะรีบถอยหลังออกอย่าลนลาน ติณณ์ไม่ตอบ เขาแค่ปรายตามองลูกน้องที่ยืนประกบอยู่ด้านข้าง “พามันออกไป!” น้ำเสียงที่ไม่ดังแต่เด็ดขาด เพลิงกับตุลย์ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่บนชั้นลอยถึงกับหันหน้ามามองกันแทบไม่เชื่อสายตา แต่ในแววตามีแววขำขันอยู่ไม่น้อย “ไอ้เหี้ย! มันลงไปตอนไหนวะ” เพลิงเลิกคิ้วสูง ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยความงุนงง ตุลย์มองไปยังร่างสูงของเพื่อนที่ยืนบังเด็กฝึกงานของเขาอยู่ สายตาติณณ์นิ่งไม่ไหวติงแม้แต่น้อย ราวกับว่ามันเป็นของรักของหวงชิ้นใหม่ของเขา “เร็วกว่าแสงอีกมึง” ตุลย์หัวเราะหึในลำคอ “แล้วเมื่อกี้ ใครบอกว่าไม่ได้หวงวะ” เพลิงเอ่ยเสริมต่อ พลางแสยะยิ้มอย่างไม่อยากเชื่อ หลังจากโซนด้านล่างสงบลง ติณณ์คว้าข้อมือเล็กของฟาร์มไว้แน่น ก่อนจะฉุดดึงให้เดินตามขึ้นมา มาบนชั้นลอยที่เพลิงกับตุลย์อยู่ โดยไม่สนสายตาใครคนทั้งร้าน สีหน้าและแววตาของติณณ์ในตอนนี้ ใครเห็นก็รู้ว่า…“ไม่ควรเข้าไปขวาง” ฟาร์มเดินตามมาติด ๆ จากแรงฉุดของคนร่างสูง ทั้งตกใจ ทั้งสับสน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรพูดอะไรออกไป ใบหน้าสวยนิ่วเล็กน้อย เพราะแรงบีบข้อมือของคนตรงหน้าแรงเกินไป ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง อารมณ์เขาก็เดือดดาลขึ้นมาอีกครั้ง “เข้ามาในร้านวันแรก ก็สร้างเรื่องแล้วหรือไง” เสียงของตินณ์เย็นจัด ราวกับไม่มีไออุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ในขณะที่มือแกร่งยังไม่ปล่อยข้อมือเล็กให้เป็นอิสระ “ฉ…ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ เขาจับมือฉันก่อน” ฟาร์มเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตากลมโตสั่นไหว เธอกำลังจะอ้าปากอธิบายต่อ “พอ!” ติณณ์สวนขึ้นทันที ตัดบทไม่ให้โอกาสเธอพูดแม้แต่วินาทีเดียว “โห ดุขนาดนี้ น้องมันจะร้องแล้วมึง” เพลิงที่นั่งพิงโซฟาอยู่เอ่ยขึ้น “ใจเย็นน่าเสี่ย วันแรกเอง” ตุลย์เสริมขึ้นอีกเสียงช่วยผ่อนบรรยากาศ ทว่าติณณ์กลับหันไปมองเพื่อนสองคนด้วยสายตาเตือน ก่อนจะหันกลับมาที่ฟาร์มอีกครั้ง “จำไว้ให้ดี เธอเป็นแค่เด็กฝึกงาน ยังไม่มีสิทธิ์นั่งกับแขก และไม่มีสิทธิ์ให้ใครแตะต้อง” ฟาร์มเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเงยหน้าสบตาเขาตรง ๆ ความอัดอั้นพุ่งขึ้นมาจนทนไม่ไหว เป็นครั้งแรกที่เธอกล้าขึ้นเสียงใส่เขา “แล้วฉันมีสิทธิ์อะไรบ้างคะ!!” คำถามนั้นทำเอาเพลิงและตุลย์ถึงกับเลิกคิ้วสูงอย่างพร้อมเพรียงกัน พวกเขาไม่อยากจะเชื่อหู ว่าในที่สุดก็มีคนกล้าเถียงคนอย่าง “ติณณ์ภัทร” ต่อหน้าต่อตาแบบไม่เกรงกลัว ติณณ์นิ่งไปชั่ววินาที ก่อนจะกดเสียงต่ำลงอย่างอันตราย “มีหน้าที่ทำตามที่ฉันสั่ง แค่นั้นพอ” ฟาร์มจ้องหน้าตินณ์เขม็งด้วยความโมโห เพราะเขาไม่คิดจะฟังคำอธิบายจากเธอเลยด้วยซ้ำ เธออยากจะหนีออกไปให้ไกลจากที่นี่ ไปให้พ้นจากแรงกดดันทั้งหมด ความอดทนของเธอเกือบจะสิ้นสุดลงเต็มที แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่นึกถึงใบหน้าแม่ แววตาที่แข็งกร้าว ก็อ่อนวูบลงทันที ฟาร์มหลับตาลงเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลืมขึ้น พยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ ฝืนกลืนอารมณ์ทั้งหมดนั้นกลับลงคอให้ลึกที่สุด “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” สิ้นเสียง เธอรีบหันหลังเดินออกไปทันที โดยไม่รอฟังคำอนุญาตของติณณ์แม้แต่น้อย ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศตึงจัดบนชั้นลอย และสายตาของติณณ์ที่จ้องตามแผ่นหลังบางนั้นออกไป “แม่งเอ้ย! ดื้อชิบหาย!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD