มุมแคบ ๆ หลังร้าน ผนังปูนเย็นเฉียบ ฟาร์มยืนพิงมันไว้อย่างอ่อนแรง พลางยกมือขึ้นนวดที่ขมับเบาๆ พยายามควบคุมลมหายใจที่สั่นระรัวให้กลับมาเป็นปกติ
“อดทนไว้ฟาร์ม แกทำได้!!” ฟาร์มพึมพำกับตัวเองเหมือนกำลังสะกดจิต
ภาพใบหน้าตึงจัดกับคำพูดเย็นเฉียบของติณณ์เมื่อครู่ ยังวนอยู่ในหัวไม่หยุด ฟาร์มทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ ทั้งอัดอั้น แต่เธอไม่มีสิทธิ์แสดงออกมากไปกว่านี้ น้ำตาคลอขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่เธอพยายามกลั้นมันไว้ ฟาร์มรีบยกมือขึ้นปาดมันออกอย่างรวดเร็ว เพราะเธอไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอในตอนนี้
“ฟาร์ม…”
เสียงหนึ่งดังขึ้น ฟาร์มสะดุ้งลมหายใจเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง เมย์รีบเดินเข้ามาหา
“เป็นยังไงบ้าง” แววตาของเมย์เป็นห่วงอย่างชัดเจน ก่อนจะเอื้อมมือจับแขนเธอเบา ๆ
“ฟาร์มผิดมากเหรอพี่เมย์ ฟาร์มแค่อยากทำงาน แต่ทุกอย่างมันกลับดูแย่ไปหมด” ฟาร์มเม้มปากแน่น ความรู้สึกที่พยายามกลั้นไว้ก่อนหน้านี้เหมือนจะตีขึ้นมาอีกครั้ง เมย์ถอนหายใจแผ่ว ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลงกว่าปกติ
“เฮียติณณ์เป็นคนแบบนั้นแหละ ปากร้าย ดุเก่ง ใครโดนก็ต้องเจ็บ แต่จริง ๆ แล้ว จิตใจลึก ๆ ของเฮียเป็นคนดีนะฟาร์ม แต่แค่ไม่เคยยอมให้ใครเห็นมุมนี้ของตัวเอง”
“หึ! คนแบบนั้นเนี่ยนะ ใจดี! ฟาร์มไม่อยากจะเชื่อเลยพี่เมย์” ฟาร์มเคล้นเสียงหัวเราะออกมาจากลำคอเบา ๆ อย่างไม่ค่อยเชื่อ รอยยิ้มของเธอทั้งฝืน ทั้งเจ็บ เมย์เอื้อมมือไปจับที่ไหล่ฟาร์มเบา ๆ เหมือนเป็นเชิงบอกว่า สิ่งที่เธอพูดมาทั้งหมดเป็นความจริง
“เชื่อพี่เถอะ บางคนยิ่งปากร้ายมากเท่าไหร่ ข้างในยิ่งอ่อนโยนมากเท่านั้น แค่เขาไม่รู้วิธีอ่อนโยนยังไงกับคนอื่น” เมย์เว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
“พี่ทำงานที่นี่มาหลายปี พี่เห็นหลายอย่างมาก แล้ววันหนึ่งฟาร์มจะเขาใจในสิ่งที่พี่พูด”
ฟาร์มนิ่งไปครู่หนึ่ง คำพูดนั้นเหมือนจะคลายอะไรบางอย่างในใจเธอ แต่ก็ยังไม่มากพอจะลบภาพความเย็นชาที่เธอเพิ่งเผชิญมาได้
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ตลอดทั้งสัปดาห์ ฟาร์มพยายามไม่เดินไปตรงที่ติณณ์อยู่ พยายามหลบสายตา พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ ถ้าเขาอยู่โซนหน้าเวที เธอจะไปอยู่หลังบาร์ ถ้าเขาขึ้นชั้นลอย เธอจะหลบลงไปโซนสตาฟ ฟาร์มทำงานเงียบ ๆ ไม่พูดมาก ไม่สบตา ไม่ส่งรอยยิ้มไปให้ใครเกินความจำเป็น และมันได้ผล เพราะติณณ์ไม่เห็นเธอในสายตาเลยทั้งสัปดาห์
คืนวันศุกร์ลูกค้าคึกคักแน่นร้าน บนห้อง VIP ชั้นลอย เพลิงกับตุลย์นั่งดื่มเหล้ากันตามปกติ แต่บรรยากาศผิดไปอย่างเห็นได้ชัด แก้วของติณณ์ที่วางอยู่ตรงหน้า เหล้าแทบไม่ลด แต่คิ้วหนาได้รูปกลับขมวดแน่นตลอดเวลา
“มึงเป็นอะไรวะช่วงนี้ หงุดหงิดเหมือนคนอดบุหรี่” เพลิงเอ่ยถามอย่างประชด
“หรือว่า…กำลังหาของที่หายไป” ตุลย์ที่ยืนมองลูกด้านล่าง เอ่ยตามพลางเหลือบมองเพื่อนรักอย่างสังเกตุสีหน้า แต่ติณณ์ไม่ตอบ สายตาคมกวาดมองไปทั่วร้าน ทั้งโต๊ะ VIP หน้าเวที โซนบาร์ทางเดินสตาฟ ไม่มีเธออยู่ในสายตาเขาเลย
“เด็กฝึกงานคนนั้นไปไหน” เสียงเขาเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“อ้าว…กูนึกว่ามึงไม่สนใจซะอีก” เพลิงเอ่ยขึ้นกวน ๆ
“กูไม่ได้สนใจ แค่กลัวว่าจะแอบอู้งาน”
ติณณ์คว้าแก้วเหล้าที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมากระดกในครั้งเดียวจนหมด แอลกอฮอล์รสขมที่ไหลลงคอ ไม่ได้ช่วยทำให้เขาผ่อนคลายลงเลยสักนิด เพราะความเงียบของเธอ กำลังทำให้เขาหงุดหงิด
“กูเห็นทำงานอยู่หลังร้านนะ หลบเก่งซะด้วย เหมือนจงใจไม่ให้ใครเห็นหน้า”
เสียงตุลย์เอ่ยขึ้นราวกับพูดขึ้นลอย ๆ ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะพลู คำว่า “จงใจ” กระแทกเข้ากลางอกของติณณ์หนัก ๆ เขาขบกรามแน่น นิ้วมือแกร่งกระแทกแก้วลงที่โต๊ะเสียงดัง ปัง!
“หลบกู?”
“ก็มึงดุน้องมันขนาดนั้น ถ้าเป็นกู กูก็หลบปะ”
เพลิงกล่าวออกมาตรง ๆ คำพูดของเพลิงเมื่อครู่ดูเหมือนว่าจะทำให้ติณณ์สำนึกขึ้นมาได้เพียงเสียววินาที แต่ก็ยังไม่มากพอ ที่จะทำให้คนปากแข็งยอมรับความผิดของตัวเองออกมาตรง ๆ
-โซนหลังร้าน-
ฟาร์มยืนจัดของอยู่หน้าชั้นเก็บแก้ว คนตัวเล็กก้มหน้าก้มตาทำงาน อย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะงานเท่านั้นที่ทำให้เธอหยุดคิดเรื่องต่าง ๆ ในหัวได้
“หลบจริงจังเลยนะฟาร์ม” เมย์เดินเข้ามายืนข้าง ๆ ก่อนจะเอียงหัวมากระซิบคนน้องอย่างแซว ๆ
“ก็ฟาร์มไม่อยากมีปัญหาอีกนี่พี่เมย์ แล้วอีกอย่าง ถึงฟาร์มจะอยู่หรือไป เฮียตินณ์ก็ไม่สนใจหรอกค่ะ” ฟาร์มโน้มหน้ามาใกล้เมย์อย่างหยอกเย้า ก่อนจะทำหน้ายู่ใส่
“ปากดีแบบนี้ เดี๋ยวเถอะ”
เมย์มองฟาร์มอย่างเอ็นดูปนเป็นห่วง เธอได้แต่ภาวนาให้ฟาร์มได้เห็นเนื้อแท้ของติณณ์เร็ว ๆ แต่เธอก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เธอจะพูดแทนได้
“พี่เมย์…คืนนี้หลังเลิกงานเราไปกินก๋วยเตี๋ยวกันไหม วันนี้ฟาร์มเลี้ยงเอง”
“อ้าว ได้ข่าวว่าเงินเดือนยังไม่ออกไม่ใช่เหรอ”
“ยังค่ะ แต่ฟาร์มอยากเลี้ยงพี่สาวฟาร์มนี่หน่า” ฟาร์มหันมายิ้มบาง ๆ ก่อนจะหันกลับไปจัดแก้วบนชั้นวางอย่างคล่องแคล่ว
“ก็ได้ แต่กินแค่ชามเดียวนะ เดี๋ยวเงินไม่พอใช้”
เสียงทั้งคู่ดังขึ้นจากมุมหลังร้าน โดยไม่รู้เลยว่า บทสนทนาที่ควรจะมีแค่สองคนนั้น กำลังมีใครอีกคนรับรู้ จากที่นัดกันเพียงสองคน แต่ดูเหมือนว่า จะมีคนบนชั้นลอย รับรู้ข่าวนี้ไปเรียบร้อยแล้ว
เพลิงกลับขึ้นมาที่ห้อง VIP ก่อนจะนั่งลงข้างตุลย์ หลังจากลงไปคุยโทรศัพท์ที่หลังร้าน และบังเอิญได้ยินบทสนทนาของฟาร์มกับเมย์เข้าโดยไม่ตั้งใจ
“น้องมันชวนเมย์ไปกินก๋วยเตี๋ยวหลังเลิกงานว่ะ”
“มึงรายงานใคร” ตุลย์หันมาถาม
เพลิงพยักพเยิดไปทางเพื่อนรักปากร้ายที่ยืนอยู่ริมกระจก ติณณ์ยังคงยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมมองลงไปทางเดินโซนหลังร้านอย่างไม่แสดงอารมณ์ แต่ทันทีที่ได้ยินเพลิงพูด สีหน้าเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ติณณ์เหลือบมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังห้อง อีกหลายชั่วโมงกว่าร้านจะปิด ทว่าในใจแทบอยากจะสั่งปิดร้านเสียตอนนี้เลย