“แชะ”
ภาพเดียวแต่แรงพอจะจุดไฟได้ทั้งป่า เพลิงมองรูปในหน้าจอ แล้วยิ้มบาง ๆ อย่างพอใจ ก่อนจะกดส่งออกไปโดยไม่ลังเล
หลังจากที่หญิงสาวเจ้าปัญหากดตัดสายไป ติณณ์โทรกลับมาอีก แต่หน้าจอกลับมืดสนิท ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสาย เขาขบกรามแน่นดวงตาคมนิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่อารมณ์ร้อน แต่เป็นอารมณ์ของคนที่เริ่มไม่พอใจจริง ๆ นิ้วแกร่งกดโทรซ้ำทันทีเหมือนไม่ต้องคิด เสียงสัญญาณดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะตัดไปเหมือนเดิม
“อย่าให้เจอนะยัยตัวแสบ”
เขาตั้งใจจะกดซ้ำเป็นรอบที่เท่าไหร่เขาเองก็ไม่แน่ใจ แต่ก่อนที่นิ้วจะทันแตะหน้าจอ เสียงแจ้งเตือนไลน์ก็ดังขึ้น ติณณ์ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเหลือบมองหน้าจอ ชื่อที่ปรากฏขึ้น ทำให้แววตาเขาเปลี่ยนทันที
“เพลิง”
เขากดเปิดแชตอย่างช้า ๆ อย่างไม่ใส่ใจมากนัก เพราะไม่มีอารมณ์จะต่อล้อต่อเถียงกับใครในตอนนี้ แต่เมื่อข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
“เจอเด็กใครก็ไม่รู้ว่ะ แต่ถ้าไม่ใช่ ขอควงหน่อยนะฮะ”
พร้อมแนบภาพ….หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม รอยยิ้มหวานเชื้อเชิญคนรอบข้าง ดวงตาฉ่ำวาวด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ชุดที่ใส่ก็รัดเกินจำเป็น มันช่างขัดใจเขาเหลือเกิน
มือที่ถือโทรศัพท์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทุกอย่างในหัวเหมือนถูกต่อเข้าหากันในเสี้ยววินาทีเดียว ลิ้นหนาดันเข้ากระพุ้งแก้มอย่างข่มอารมณ์ที่กำลังปะทุอยู่ข้างใน แต่ทว่านิ้วแกร่งกลับกดพิมพ์ข้อความอย่างเอาเป็นเอาตาย
“มึงอยู่ตรงไหน”
ข้อความถูกส่งออกไปทันที ไม่มีแม้คำเกริ่นใด ๆ ติณณ์วางโทรศัพท์ในมือลงบนโต๊ะเสียงดัง ปัก!
เขาลุกขึ้นยืนยกมือขึ้นเท้าเอว เงยหน้าขึ้นสูดอากาศเข้าปอดลึก ๆ เหมือนพยายามดึงสติกลับมาให้ทัน ก่อนที่อะไรบางอย่างจะหลุดออกไปมากกว่านี้
“เด็กบ้า…” เขาพึมพำเสียงต่ำ ภาพในหัวไม่ยอมจางออกไป
ไม่นานโทรศัพท์เขาก็สั่นขึ้นอีกครั้ง ติณณ์คว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดหน้าจอทันทีโดยไม่ต้องคิด
เพลิง: โลเคชั่นเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ จุดสีแดงกะพริบอยู่ไม่ไกลจากร้านของเขา ติณณ์จ้องหน้าจออยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกดล็อกหน้าจอ แล้วเดินไปหยิบกุญแจรถจากโต๊ะ ก่อนจะพุ่งออกจากห้องทำงาน
โลเคชั่นที่เพลิงส่งมา ปรากฏชื่อร้านกึ่งผับเล็ก ๆ แถวมหาวิทยาลัย แสงไฟนีออนสีส้มอมแดงกระพริบอยู่หน้าจอ เสียงเพลงดังทะลุออกมานอกอาคารแม้จะยังไม่เปิดประตูเข้าไป กลุ่มนักศึกษาปะปนกับวัยทำงานยืนจับกลุ่มกันแน่นหน้าร้าน ติณณ์ชะลอรถจอดริมฟุตปาธ สายตากวาดมองผ่านกระจกหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเห็นโต๊ะหนึ่งใกล้เวทีเล็ก ๆ ด้านใน คนร่างบางที่เขาตามหา อยู่ตรงนั้น
“หมดเวลาสนุกแล้วเด็กดื้อ”
เขาลงจากรถ เดินตรงเข้าไปในร้านโดยไม่เสียเวลามองใคร เสียงเพลงดังกลบทุกอย่าง แต่การปรากฏตัวของเขากลับทำให้คนรอบข้างเงียบลงไปเองโดยไม่รู้สาเหตุ ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีเข้มก้าวผ่านโต๊ะต่าง ๆ เขามุ่งตรงไปข้างหน้าเหมือนรู้ตำแหน่งเป้าหมายดีอยู่แล้ว
ยังไม่ทันจะถึงโต๊ะนั้น เพลิงที่เห็นเพื่อนตั้งแต่ไกลก็รีบเดินสวนออกมาดักไว้ก่อน สีหน้ากวน ๆ กับรอยยิ้มแบบคนรู้ทันผุดขึ้นทันที
“โห…มึงมาเร็วขนาดนี้เลยเหรอวะ” เพลิงเอ่ยแซว พลางยกมือขึ้นตบไหล่เพื่อน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะพูดต่อ “สวัสดีการของร้านเหรอวะ มารับเด็กฝึกงานถึงที่”
สายตาคมกริบของติณณ์เหลือบมองอีกฝ่ายเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบเสียงเรียบ
“พูดมากชิบหาย ไปแดกเหล้าต่อไป กูเลี้ยง!!”
“ขอบคุณคร๊าบเสี่ย” เพลิงหัวเราะขึ้นขำ ๆ ก่อนจะทำท่าโค้งให้ติณณ์อย่างหยอกล้อ
ติณณ์ไม่พูดอะไรเพิ่ม เขาก้าวผ่านเพลิงไปโดยไม่หันกลับมาแม้แต่นิดเดียว ทิ้งให้เพื่อนยืนมองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยสีหน้าที่เริ่มจริงจังขึ้น
เพลิงถอนหายใจเบา ๆ พึมพำกับตัวเอง
“งานเข้าแล้วน้องฟาร์ม”
ติณณ์เดินมาไม่กี่ก้าวก็ถึงโต๊ะที่หมาย ฟาร์มเงยหน้าขึ้นตามแรงสะกิดบางอย่างในใจ แทนที่จะตกใจ แต่เธอกลับยิ้มกว้างทันที รอยยิ้มที่ทำให้คนตรงหน้าแทบจะหมดความอดทน
“เฮียมาได้ไงคะ”
เสียงหวานปนหัวเราะดังขึ้นอย่างไม่รู้สึกผิดเลยสักนิดที่เธอตัดสายเขาทิ้ง จนทำให้เขากระวนกระวายอยู่ไม่สุข แต่คนที่ตกใจมากกว่าเธอ กลับเป็นเพื่อนทั้งสองเช่นเคย แจงกับจุ๊บชะงักไปพร้อมกัน สายตามองผู้ชายตรงหน้า สลับกับฟาร์มตาแทบหลุดจากเบ้า
“นี่ใครอีกล่ะเนี่ย…”
“คนเมื่อกี้ว่าหล่อแล้ว คนนี้หล่อกว่าอีก กูจะบ้า!”
ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีเข้มยืนอยู่ตรงนั้นเฉย ๆ แต่กลับดึงสายตาทั้งร้านไปได้อย่างง่ายดาย สีหน้านิ่ง ดวงตาคมกริบที่กวาดมองโต๊ะอย่างรวดเร็วทำให้บรรยากาศรอบตัวเหมือนเย็นลงไปหลายองศา
แจงกระตุกแขนจุ๊บเบา ๆ ก่อนจะกระซิบแทบไม่เป็นเสียง
“หล่อแบบไม่น่าเล่นด้วยเลยว่ะ”
“ดูทรง…คนนี้ไม่ใช่สายเล่นอะ…คนนี้สายพากลับบ้านแน่ ๆ” จุ๊บพยักหน้าเร็ว ๆ เห็นด้วยอย่างแรง
ติณณ์ไม่ตอบคำถามฟาร์ม เขามองเธอจากหัวจรดเท้า สายตานิ่งจนคนเมาอย่างฟาร์มยังรู้สึกได้ มือเขายื่นออกไปตรงหน้าอย่างไม่เปิดช่องให้ต่อรอง
“ลุก”
“ไม่เอา…ฟาร์มยังไม่อยากกลับ” เธอเงยหน้าขึ้นเอ่ยออกไปอย่างคนเมาแล้วกล้าเกินตัว คนตัวเล็กย่นจมูกใส่คนตรงหน้าอย่างไม่ยอม ฟาร์มยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังเป็นศูนย์กลางของความตึงเครียด เธอขยับลุกขึ้น แต่ทว่ากลับเสียการทรงตัว แขนเล็กเผลอคว้าเอวเขาไว้ตามสัญชาตญาณ ติณณ์รับน้ำหนักนั้นไว้ทันทีโดยไม่พูดอะไร มือใหญ่ประคองเอวเธอไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย
“อย่าให้เฮียต้องพูดซ้ำ” เขาเปลี่ยนสรรพนามตัวเองทันที
“ทำไมเฮียชอบสั่งจัง ฟาร์มเป็นลูกน้องนะ ไม่ได้เป็นเมียเฮียซะหน่อย” ประโยคนั้นหลุดออกมาอย่างไม่ผ่านสมอง และมันก็ทำเอาคนรอบข้างแทบสำลัก เธอพูดออกมาหน้าตาเฉย ขณะที่แขนเล็กยกขึ้นมาโอบรอบเอวเขาไว้แน่นกว่าเดิม
คนตัวสูงนิ่งงันไปเล็กน้อย เขายกมือขึ้นประคองหลังเธอไว้แน่นพอให้รู้สึกถึงแรงกดเตือน สายตาคมกริบเหลือบมองไปรอบ ๆ ร้านชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาจับจ้องเธอใกล้กว่าที่เคย
“งั้นก็เป็นคืนนี้ซะเลย”