EP.6 เด็กดื้อคนนี้ ก็แพ้ทางเขาเหมือนกัน

1226 Words
“หัวเราะอะไรคะ” ฟาร์มหันมาค้อน ดวงตากลมใสยังฉายแววหงุดหงิดปนเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบัง “หัวเราะคนที่ลืมตัวว่ากำลังดุเจ้านายอยู่” เขาตอบเสียงเรียบ แต่รอยยิ้มมุมปากกลับกว้างขึ้นอย่างชัดเจน เมย์รีบก้มหน้าก้มตาคีบก๋วยเตี๋ยวเข้าปากทันที ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพราะบรรยากาศบนโต๊ะตอนนี้มันชวนอึดอัดเกินไปสำหรับคนที่ไม่เกี่ยว “ฟาร์มไม่ได้ดุค่ะ ก็แค่…” “เป็นห่วง” ติณณ์พูดแทรกขึ้น ดวงตาคมจับจ้องเธอเหมือนรู้คำตอบอยู่แล้ว คำพูดนั้นทำเอาฟาร์มชะงัก ปากที่อ้าจะเถียงค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเม้มปากแน่นอย่างคนโดนจับได้ “คราวหน้าบอกผมก่อนนะ ถ้าจะดุขนาดนี้” เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ แต่ทว่าสายตายังไม่ละไปจากเธอ “ใครเป็นห่วงเฮียคะ ฟาร์มแค่กลัวว่าจะไม่ได้เงินเดือนต่างหาก” เธอรีบแก้ตัวอย่างเลิ่กลั่ก แต่ทว่าหน้ากลับแดงวาบขึ้นมา ฟาร์มรีบก้มหน้าลงกินก๋วยเตี๋ยวของตัวเองต่ออย่างเขิน ๆ ทุกการกระทำอยู่ในสายตาติณณ์ เขายกยิ้มที่มุมปากบาง ๆ เพราะรู้ว่า “เด็กดื้อคนนี้ ก็แพ้ทางเขาเหมือนกัน” ก๋วยเตี๋ยวชามสุดท้ายถูกยกออกจากโต๊ะ เมย์คว้าทิชชู่ซับปากเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นเก็บกระเป๋า ฟาร์มเองก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กแอปเรียกรถ “กลับยังไงกัน” ติณณ์เอ่ยถาม สายตากวาดมองสองคนตรงหน้า ก่อนจะมาหยุดตรงที่ฟาร์ม เมย์ผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน มองเจ้านายออกอย่างทะลุปรุโปร่ง เธอรีบออกตัวแทบจะทันที “เมย์เดินกลับค่ะ ห้องอยู่ไม่ไกล เดินนิดเดียวก็ถึง” เมย์สะพายกระเป๋าขึ้นบ่า เหมือนกลัวว่าตัวเองจะเป็น ก.ข.ค. ในสถานการณ์แบบนี้ “ฟาร์มนั่งแท็กซี่กลับค่ะ กำลังเรียกรถ” ฟาร์มเอ่ยขึ้น พร้อมโชว์หน้าจอมือถือที่เปิดแอปเรียกรถไว้แล้ว คนตัวเล็กก้มหน้ามองที่หน้าจออีกครั้ง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เพราะยังหาคนขับไม่ได้ “เธอจะไปแถวไหน” เขาถามขึ้นตรง ๆ “พัฒนาการค่ะ” “ผมจะผ่านทางนั้นพอดี เดี๋ยวไปส่ง” เขาโกหกคำโตด้วยน้ำเสียงนิ่ง หน้าตาไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด เมย์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เหลือบมองหน้าทั้งคู่ทันที เธอรู้ว่าเพนท์เฮ้าส์เจ้านายอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ เพราะเมย์เคยเอาเอกสารไปส่งให้เขาเซ็นอยู่บ่อย ๆ ติณณ์ปลายตามองเมย์อยู่ครู่หนึ่ง เพราะรู้ว่าโดนลูกน้องจับได้อีกแล้ว แต่ยังทำนิ่งเก็บอาการ “พอดีวันนี้ต้องแวะไปดูไซต์งานแถวนั้น” ติณณ์ตัดบทแก้ตัวออกไป เขาเอ่ยเหตุผลที่เหมือนเตรียมไว้แล้วออกมา แต่ทว่ามันกลับฟังไม่ขึ้นเท่าไร เพราะตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะตีสามแล้ว ฟาร์มมองหน้าติณณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดยกเลิกรถที่เรียกผ่านแอป เธอรู้ดีว่าเวลานี้เรียกรถยากจริง ๆ เพราะอาทิตย์ที่ผ่านมา เธอกลับห้องเวลานี้เป็นประจำ “งั้นก็ได้ค่ะ” คำตอบของฟาร์ม ทำให้ติณณ์ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากหนาอย่างพอใจ เหตุผลของเขาเนียนพอสำหรับคนตัวเล็กข้าง ๆ ยกเว้นลูกน้องอย่างเมย์ เธอยิ้มอย่างรู้ทัน พลางคิดในใจ…เฮียอ้างเก่งขึ้นทุกวันจริง ๆ ภายในรถเงียบกว่าที่คิด ติณณ์เหลือบตามองคนข้าง ๆ เพียงครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “ต้องการเงินไปทำอะไรนักหนา ถึงกับต้องมาทำงานหนักขนาดนี้” “มีเรื่องที่ต้องใช้ค่ะ” ฟาร์มหันมามองเขาเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ คำตอบของเธอปิดกั้นการถามต่อของเขาทุกช่องทางทันที ติณณ์เหลือบมองเธออีกครั้งอย่างจนใจ เพราะเขารู้ว่าเธอคงไม่บอกเขาง่าย ๆ ก่อนสายตาคมจะกลับไปจดจ่อกับถนนตรงหน้า แต่ภายในใจก็ยังคงหาเหตุผลอยู่ รถแล่นไปตามเส้นทางที่เธอบอกเขาไว้ก่อนขึ้นรถ “หนาวไหม” เขาถามเบา ๆ พลางลดแอร์ลงอีกนิด แต่ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงความเงียบ จนทำให้ติณณ์หันไปมองคนข้าง ๆ อีกครั้ง และภาพของคนตัวเล็กที่ดูอ่อนแรงกว่าที่เธอแสดงออกเสมอ ดวงตาคู่สวยปิดสนิท ศีรษะเอนพิงพนักเบาะอย่างคนหมดแรงจริง ๆ ลมหายใจสม่ำเสมอ จังหวะนิ่งจนรู้ได้ทันทีว่าหลับไปแล้ว ไม่นานรถชะลอลงเมื่อถึงหน้าคอนโด ติณณ์ดับเครื่อง แต่ยังไม่ขยับลงไปไหน เขาหันมามองฟาร์มเต็ม ๆ ครั้งแรกตั้งแต่เธอหลับ ใบหน้าสวยนิ่งสงบ ดูไม่ซุกซนเหมือนตอนตื่น แต่เหมือนแบกอะไรไว้มากกว่าที่ควร ติณณ์ถอนหายใจแผ่ว ก่อนจะพึมพำกับตัวเองราวกับไม่มีใครได้ยิน “จะทำตัวเก่งไปถึงไหน” มือเขายกขึ้นอย่างลังเล ก่อนจะหยุดไว้แค่ตรงนั้น ติณณ์นั่งมองเธออยู่เงียบ ๆ เหมือนกลัวว่า ถ้าขยับเพียงนิดเดียว เธอจะตื่นจากความเหนื่อยล้า แต่ทว่าคนตัวเล็กกลับขยับตัวเสียเอง เปลือกตาที่ปิดสนิทก่อนหน้ากระพริบช้า ๆ แล้วค่อย ๆ เปิดขึ้นเล็กน้อย ฟาร์มขยับไหล่ พยายามปรับสายตาให้ชินกับแสงไฟหน้าคอนโดที่ส่องเข้ามาในรถ “ถึงแล้วเหรอคะ” เสียงถามแผ่วเบา ปนความงัวเงีย “ถึงแล้ว” ติณณ์พยักหน้าเบา ๆ เธอหันไปมองรอบตัวเหมือนยังไม่แน่ใจ ก่อนจะยกมือขึ้นขยี้ตาอย่างคนเพิ่งตื่น หยดน้ำตาใส ๆ เอ่อขึ้นที่หางตาเพราะความง่วง “ขอโทษค่ะ เผลอหลับไป” ฟาร์มขยับตัวจะเปิดประตู แต่ท่าทางยังเชื่องช้า เหมือนร่างกายยังไม่อยากร่วมมือกับสมองนัก ติณณ์มองภาพนั้นแล้วถอนหายใจแผ่วอีกครั้ง “เหนื่อยขนาดนี้ ยังฝืนมาทำงานอีก” เขาพูดเรียบ ๆ แต่แฝงความเป็นห่วง ฟาร์มหยุดมือที่กำลังจับที่เปิดประตูไว้ชั่วครู่ ก่อนจะหันมายิ้มบาง ๆ “ก็…ต้องทำค่ะ” คำตอบเดิม ทั้งสั้น ทั้งดื้อ เหมือนเจ้าตัวมันไม่มีผิด ติณณ์สบตาเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ ราวกับพูดกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับเธอ “ตัวแค่นี้…ทำไมดื้อจัง” ฟาร์มชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาถลึงตาใส่คนพูด จากที่ง่วงนอนเมื่อครู่ กลับตาตื่นขึ้นมาทันที “ใครดื้อคะ ถ้าเฮียหมายถึงฟาร์ม…ฟาร์มไม่รับนะคะ” เธอรีบเบือนหน้าหนี แล้วเปิดประตูรถก้าวลงไป แต่ก่อนจะปิดประตู เสียงของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง “ขึ้นห้องดี ๆ ล่ะ” “ขอบคุณนะคะเฮีย” ฟาร์มหันกลับมาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนประตูรถจะปิดลง เหลือเพียงติณณ์ที่ยังนั่งอยู่หลังพวงมาลัย มองตามแผ่นหลังเล็กที่เดินเข้าตึกไป จนลับสายตา ทั้งที่ควรโล่งใจ แต่กลับรู้สึกหนักในอกอย่างบอกไม่ถูก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD