หลังคลับปิดพนักงานเริ่มทยอยออกจากหลังร้าน ไฟปิดลงทีละดวง เสียงเพลงในคลับเงียบหาย เหลือเพียงความอ่อนล้าหลังคืนอันยาวนาน ฟาร์มกับเมย์เดินเคียงข้างกันออกมาหน้าร้าน อากาศยามดึกเย็นลงเล็กน้อย ช่วยให้หัวใจที่ตึงทั้งคืนค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
ร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำเจ้าดังอยู่ไม่ไกลจากคลับ โต๊ะสแตนเลสเรียงราย แสงไฟสีขาวสว่างพอให้เห็นไอร้อนลอยจากหม้อน้ำซุป กลิ่นพริกคั่วกับมะนาวลอยเตะจมูกคนที่เดินผ่านไปมา
“ได้ยินพี่ ๆ ที่ร้านพูดกันว่าก๋วยเตี๋ยวต้มยำร้านนี้เด็ด”
ฟาร์มยิ้มอย่างตื่นเต้น เหมือนเด็กที่กำลังได้กินของโปรด เมย์ยิ้มบาง ๆ พลางส่ายหน้ากับท่าทางของคนน้อง ทั้งคู่เดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะด้านในที่ยังว่างอยู่ ฟาร์มจดรายการลงในกระดาษ แล้วยื่นให้เด็กเสิร์ฟ ไม่นานก๋วยเตี๋ยวต้มยำเผ็ดพอประมาณ ชามร้อน ๆ ก็ถูกยกมาเสิร์ฟ ไอซุปขุ่นแดงนวลลอยขึ้นชวนหิว ฟาร์มคีบเส้นขึ้นชิม รอยยิ้มบาง ๆ แต้มขึ้นที่ใบหน้า บ่งบอกว่ามันอร่อย เมื่อก๋วยเตี๋ยวลดลงไปได้เกือบครึ่งชาม ฟาร์มยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม เธอแอบมองเมย์เล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามคนตรงหน้าอย่างเกรงใจ
“พี่เมย์ ฟาร์มขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”
“ได้สิ”
“พี่เมย์ ทำงานที่คลับมานานหรือยังคะ”
“อืม…ก็นานพอสมควรนะ”
“แล้วทำไมถึงเลือกมาที่นี่คะ” ฟาร์มถามต่อ ขณะที่มือยังคีบเส้นเข้าปากไม่หยุด แต่คนถูกถามกลับชะงักเล็กน้อย ก่อนจะวางตะเกียบลงช้า ๆ
“พี่เคยมีแฟน” เมย์พูดต่อเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“เขาหนีไปพร้อมทิ้งหนี้พนันก้อนโตไว้ให้พี่ หนําซ้ำยังแอบเอาบ้านและที่ดิน ที่แม่พี่ทิ้งไว้ให้ก่อนตายไปจำนอง พอรู้ตัวอีกทีเจ้าหนี้ก็เกือบจะมายืดบ้านแล้ว” ฟาร์มที่พึ่งตักน้ำซุปเข้าปากถึงกับชะงัก ความร้อนจากซุปเหมือนจะลามเข้ามาในอก เพราะเรื่องที่เมย์เจอ มันหนักหนาเกินกว่าผู้หญิงอย่างเมย์จะรับไหว เมย์ถอนหายใจ ก่อนจะพูดต่อ
“พี่เลยต้องหาเงินให้เร็วที่สุด ถึงงานที่นี่มันจะหนัก แต่ได้เงินไว พี่แค่หวังว่าจะเก็บเงินสักก้อน แล้วกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัด ใช้ชีวิตเงียบ ๆ กับลูกสาว” แววตาเมย์ที่พูดถึงลูกสาว เธอดูมีความสุขมาก เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอมีแรงสู้จนถึงทุกวันนี้
“ลูกสาว!” ฟาร์มเงยหน้าขึ้นจากชามก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าทันที
“ใช่จ๊ะ… 4 ขวบแล้วกำลังน่ารักเชียวล่ะ พี่ฝากป้าเลี้ยงอยู่ที่ต่างจังหวัด 3 เดือนพี่จะกลับไปทีน่ะ" เมย์ยังพูดต่อ
"เฮียติณณ์ใจดี ให้พี่ลาโดยไม่หักเงินเดือนด้วยนะ แถมยังซื้อของเล่นให้พี่ไปฝากลูกด้วย” เมย์กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มพอนึกถึงความใจดีของผู้เป็นนาย
ฟาร์มคิดไม่ถึงว่าผู้ชายที่เธอหลบหน้ามาตลอดทั้งสัปดาห์ ก็พอจะมีเรื่องราวดี ๆ อยู่บ้าง แต่เธอก็ไม่พูดอะไรออกไป ก่อนที่เมย์จะเปลี่ยนเรื่องกลับมาถามเด็กขี้สงสัยตรงหน้า
“แล้วฟาร์มล่ะ ทำไมถึงมาทำงานที่นี่”
ฟาร์มวางตะเกียบลง กำลังจะอ้าปากตอบ เสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนึ่งดังใกล้เข้ามาจากทางด้านหลัง เงาร่างสูงโปร่งหยุดอยู่ข้าง ๆใบหน้าที่คุ้ยเคยสะท้อนกับเงาโต๊ะสแตนเลส จนเธอต้องเงยหน้าขึ้นช้า ๆ และคนที่เธอคิดไม่ถึงก็ยืนอยู่ตรงหน้า ท่าทีของเขาเหมือนมาโดยตั้งใจ มากกว่าบังเอิญผ่านมา สายตาคมจับจ้องเธอไม่วาง ราวกับว่ารอให้เธอชวนร่วมโต๊ะ
เมย์ชะงัก ก่อนจะยกมือไหว้ตามมารยาท
“อ้าวเฮีย…มาทานก๋วยเตี๋ยวเหมือนกันเหรอคะ”
เมย์ทำหน้างงเล็กน้อย เพราะเธอไม่เคยเห็นติณณ์ออกมาทานอาหารข้างทางเลยสักครั้ง เขาไม่ตอบเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ทว่าสายตายังไม่ละไปจากฟาร์ม ความเงียบโรยตัวลงบนโต๊ะสแตนเลสอย่างแปลกประหลาด ไอซุปร้อนยังลอยกรุ่น แต่บรรยากาศกลับเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด
“เชิญนั่งด้วยกันสิค่ะ”
เมย์เอ่ยชวนผู้เป็นนายอย่างสุภาพ ทว่าติณณ์นั่งลงก่อนที่เมย์จะพูดจบเสียด้วยซ้ำ เขาลากเก้าอี้ออกมาแล้วนั่งลงข้าง ๆ ฟาร์ม อย่างถือวิสาสะ ท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวราวกับทุกอย่างเป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ ฟาร์มก้มหน้าลงกับชามก๋วยเตี๋ยวอีกครั้ง พยายามตั้งใจกิน แต่เธอสัมผัสได้ว่าการกระทำของเธอ กำลังมีใครบางคนจ้องมองอยู่
ติณณ์สั่งก๋วยเตี๋ยวเพิ่มอีกหนึ่งชาม เขานั่งพิงพนักเก้าอี้สบาย ๆ แต่สายตาคมกลับจับจ้องไปที่ชามของฟาร์มอย่างไม่ปิดบัง
“ต้มยำ?” เขาถาม
“ค่ะ”
“เผ็ดไหม”
“นิดหน่อยค่ะ”
คำถามสั้น ๆ ง่าย ๆ ที่เขาทำเหมือนกับว่า อาทิตย์ที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมย์มองภาพตรงหน้าสลับไปมา ก่อนจะรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่ลอยอยู่กลางอากาศ เธอจึงรีบพูดขึ้นเพื่อคลี่คลายบรรยากาศที่คุกรุ่น
“วันนี้ฟาร์มเป็นคนเลี้ยงค่ะเฮีย”
ติณณ์เลิกคิ้วเล็กน้อย สายตาเลื่อนมาที่ฟาร์มทันที
“มีเงินเหรอ”
ประโยคที่ติณณ์เอ่ยออกมา เธอไม่รู้ว่ามันคือคำถามหรือเขาประชด เธอจึงเลือกตอบแค่เพียงสั้น ๆ
“ก็… แค่ก๋วยเตี๋ยวค่ะ”
ติณณ์พยักหน้าไม่ซักต่อ แต่ริมฝีปากกลับยกขึ้นเล็กน้อย เหมือนรอยยิ้มที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครเห็น
ชามก๋วยเตี๋ยวของเขาถูกยกมาเสิร์ฟ ติณณ์หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเส้นชิมคำหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นลอย ๆ
“อร่อยดี”
“ใช่ไหมคะ ร้านนี้เด็ดจริงค่ะเฮีย”
เมย์หัวเราะแห้ง ๆ อย่างโล่งใจ แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เมย์พูดจะไม่เข้าไปในโสตประสาทเขาเลยสักนิด เพราะเจ้านายเอาแต่เหลือบมองไปที่เด็กสาวข้าง ๆ
“เธอมากินบ่อยเหรอ”
“ไม่ค่ะ พึ่งมาวันนี้”
คำตอบนั้นทำให้คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ดูเหมือนว่าคนตัวเล็กที่อยู่ข้าง ๆ จะยังไม่หายโกรธเรื่องวันนั้น แต่เขาก็ไม่ได้เซ้าซี้เธอต่อ ติณณ์เพียงก้มหน้าลง ตักน้ำซุปเข้าปากอีกครั้งอย่างเงียบ ๆ ทว่าในวินาทีถัดมา คนตัวโตสำลักออกมาทันที เมื่อความเผ็ดร้อนของพริกที่เพิ่งละลายกับน้ำซุปร้อน ๆ ที่เข้ามาในปากเหมือนระเบิดตูมไหลลงคอ จนเขารู้สึกว่าคอแทบไหม้ ใบหน้าหล่อเริ่มขึ้นสีอย่างห้ามไม่อยู่ คนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จากที่ทำเป็นไม่สนใจ กลับรีบคว้าแก้วน้ำของตัวเองส่งให้เขาอย่างไม่ลังเล
“น้ำค่ะ”
ติณณ์รับน้ำมาดื่มกลืนลงคออึกใหญ่ ก่อนจะไอเบา ๆ อีกครั้ง ฟาร์มเห็นท่าไม่ดี จนต้องยกมือเล็กขึ้นมาลูบที่แผ่นหลังกว้างเบา ๆ กลัวว่าเขาจะสำลักอีก เธอมองคนข้าง ๆ ที่ตอนนี้ใบหน้าขาวขึ้นสีแดงจัด ลามไปจนถึงใบหูจากความเผ็ดเมื่อครู่ ดวงตาคมที่เคยนิ่งขรึมดูพร่าเล็กน้อย เหมือนคนพยายามกลั้นอาการไว้ไม่ให้ใครเห็น
“ค่อย ๆ นะคะ เฮียกินเผ็ดไม่ค่อยได้ใช่ไหม”
ประโยคนั้นทำให้ติณณ์ชะงัก คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย ติณณ์ไม่ได้ตกใจที่เธอรู้ทันว่าเขากินเผ็ดไม่ได้ แต่เขากลับพอใจกับคำพูดที่เธอเอ่ยออกมา เพราะมันดูไม่ห่างเหินเหมือนก่อนหน้า และอีกอย่าง เขาคิดไม่ถึงว่าคนตัวเล็กที่ลูบหลังอยู่ไม่ห่าง จะดูห่วงใยเขาขนาดนี้ และเหมือนว่าเธอจะหายโกรธเขาแล้วด้วย
“กินเผ็ดไม่ได้ทำไมไม่บอกคะ ทีหลังจะได้บอกเขาไม่ต้องใส่พริก ถ้าสำลักจนตายขึ้นมาจะทำยังไง”
เธอบ่นออกมาเป็นชุด จนลืมไปว่าเขาเป็นเจ้านาย เมย์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามถึงกับกระแอมเบา ๆ เพื่อเตือนคนน้องที่ยังบ่นไม่หยุด
ติณณ์หัวเราะหึในลำคอ ทั้งที่อาการเผ็ดยังไม่หายดี
รู้ทันอีก…