ความรู้สึกที่แสนคุ้นเคย

1114 Words
เรื่องที่หยวนชิงหลิงตบหน้าของหลี่อันหรงถูกลือไปทั่วคณะราชทูต ต่อมาเมื่อถึงเวลาพักทานอาหาร เหล่าสาวงามทั้งยี่สิบต่างก็ไม่มีใครกล้าโวยวายขึ้นอีก เพราะกลัวว่าตนจะโดนตบจนหน้าบวมเป็นหัวหมูเหมือนกันกับหลี่อันหรง ทำให้ความสงบสุขกลับคืนมาสู่คณะราชทูตอีกครั้ง “ชิงหลิง เจ้าดูสิว่าข้าได้สิ่งใดมา” พ่อครัวที่ชื่ออาเฟยยกปลาหลีฮื่อหลายตัวให้นางดู “ท่านได้มาจากไหน ดีเสียจริงข้าทานเนื้อจนเอียนแล้ว ได้ทานปลาบ้างคงรู้สึกดีไม่น้อย” หยวนชิงหลิงยิ้มอย่างอารมณ์ดี “องครักษ์สามคนนั้นให้มา เขาบอกว่าปลานี่ให้เจ้าทั้งหมด พวกเขาคงจะอยากขอบคุณที่เจ้าทำอาหารให้ทุกคนทาน ทั้งยังช่วยปรามสาวงามพวกนั้นด้วย” หยวนชิงหลิงมองตามมืออาเฟยที่ชี้ไปที่องครักษ์รูปร่างสูงใหญ่สามคน แต่พวกเขากลับมีใบหน้าที่แสนธรรมดายิ่งนัก นางพยักหน้าขอบคุณก่อนที่จะจัดการกับปลาที่พึ่งได้มา หยวนชิงหลิงทำปลาหลีฮื้อย่างเกลือและปลาหลีฮื้อผัดเปรี้ยวหวานสองอย่าง กลิ่นหอมของมันกระจายไปทั่วทำให้คนในคณะราชทูตต่างก็เข้ามามุงดู นางตักอาหารสองอย่างใส่ชามแล้วนำไปส่งให้องครักษ์ทั้งสามที่ยืนอยู่ไม่ไกล “ขอบคุณอีกครั้งสำหรับปลานะเจ้าคะ ข้าทำส่วนของพวกท่านเอาไว้ด้วย หวังว่ารสชาติจะถูกปากพวกท่าน” อาหารจากปลาสองอย่างผัดผักหนึ่งอย่างและน้ำแกง กินกับข้าวที่หุงเสร็จใหม่ร้อนๆ เสียงน้ำย่อยในกระเพาะของแต่ละคนร้องครวญครางขึ้นมาพร้อมกัน องครักษ์ทั้งสามรู้สึกอับอายจนต้องหันหน้าหนี หยวนชิงหลิงเองก็ได้ยินอย่างชัดเจน นางยกมือปิดปากหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่จะกลับมาทานอาหารในส่วนของตน “ดูนางสิ หัวร่อต่อกระซิกกับพวกองครักษ์ตัวเหม็นพวกนั้น ช่างไร้ยางอายเสียจริง นางลืมไปแล้วหรือว่าบิดาของนางถูกแม่ทัพแคว้นเซี่ยสังหาร หยวนชิงหลิงนางช่างเป็นบุตรสาวที่อกตัญญูยิ่งนัก” หลี่อันหรงพูดกับสตรีอีกสองคนที่นั่งรถม้าคันเดียวกับนาง ทั้งขบวนราชทูตมีเพียงหยวนชิงหลิงเท่านั้นที่มีรถม้านั่งเป็นส่วนตัว สตรีบรรณาการทั้งยี่สิบคนต้องแบ่งกันสามคนต่อรถม้าหนึ่งคัน ทำให้เวลานอนต้องเบียดเสียดยิ่งนัก นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้หลี่อันหรงไม่พอใจในตัวของหยวนชิงหลิง “นางทำอาหารได้อร่อยยิ่งนัก” องครักษ์หนึ่งในสามเอ่ยขึ้น หลังจากจัดการอาหารที่หยวนชิงหลิงนำมาให้จนหมดเกลี้ยง ได้ยินสหายเอ่ยดังนั้นอีกสองคนก็พยักหน้าเห็นด้วย ดูเหมือนครั้งหน้าคงต้องหาเนื้อสัตว์มาให้นางช่วยทำอาหารในระหว่างการเดินทางอันแสนยาวไกลนี่เสียแล้ว ดวงตะวันลับขอบฟ้าไปนานแล้ว ทุกคนต่างเร่งทำภารกิจส่วนตัวของตนให้เสร็จ และจะได้รีบเข้านอนเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมาทั้งวัน หยวนชิงหลิงรู้สึกเหนียวตัวเพราะควันจากการที่นางทำอาหาร จึงคิดว่าตนเองควรจะอาบน้ำสักหน่อย นางรอให้คนในขบวนเข้านอนกันหมด เหลือเพียงทหารที่ทำหน้าที่เฝ้ายามไม่กี่คน ก่อนที่จะย่องออกจากรถม้าตรงไปยังลำธารที่ห่างออกไป “ฮ่า!!!เย็นสบายเหลือเกิน” ร่างเล็กแหวกว่ายไปมาในน้ำท่าทางอารมณ์ดี การที่ต้องนั่งอยู่ในรถม้าโยกเยกทั้งวันทำให้นางปวดเมื่อยไปทั้งตัว น้ำเย็นในลำธารช่วยทำให้นางรู้สึกสดชื่นขึ้นไม่น้อย ในระหว่างที่หยวนชิงหลิงกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการเล่นน้ำ เสียงเดินของใครบางคนก็มุ่งตรงมาที่นาง แม้ตอนนี้นางจะไม่ได้แก้ผ้า แต่ชุดที่นางใส่ก็บางเกินไปยิ่งมันเปียกน้ำยิ่งทำให้มองเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของนางได้อย่างชัดเจน “กลับขึ้นมาได้แล้ว” เสียงทุ้มที่แสนคุ้นเคยดังมาจากด้านหลังโขดหิน หยวนชิงหลิงขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด นางเคยได้ยินเสียงนี้ที่ไหนกันนะ “เจ้าเป็นใคร หรือว่าเป็นองครักษ์ที่เฝ้ายามอย่างนั้นหรือ รอก่อนข้ากำลังไป” ไม่มีเสียงตอบกลับมา หยวนชิงหลิงค่อยๆ ว่ายกลับขึ้นฝั่ง แต่เพราะนางใช้เวลาอยู่ในน้ำนานมากเกินไปทำให้ขาของนางเกิดเป็นตะคริว นางพยายามตะเกียกตะกายกลับขึ้นฝั่งแต่ก็ไร้ผล ร่างบางค่อยๆ จมลงในน้ำเย็นอย่างช้าๆ ก่อนที่นางจะทันได้ตะโกนขอความช่วยเหลือ บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกหันหลังให้นางอยู่อีกฝั่งของโขดหินคือ หนึ่งในองครักษ์ที่หยวนชิงหลิงทำอาหารให้ทานวันนี้ เขาเห็นนางแอบย่องมาที่ลำธารจึงได้ตามมาดู เห็นว่านางอยู่ในน้ำนานเกินไปกลัวว่านางจะไม่สบาย จึงแสดงตัวเพื่อสั่งให้นางขึ้นจากน้ำ เขายืนรออยู่นานไม่ได้ยินเสียงของนาง ร่างสูงจึงเดินอ้อมโขดหินไปดู ไร้ร่างบางที่เคยแหวกว่ายอยู่ในลำธารก่อนหน้านี้ ชุดคลุมของนางยังคงวางอยู่ที่โขดหินเช่นเดิม ถ้านางยังไม่จากไปเช่นนั้นก็หมายความว่านางยังคงอยู่ในน้ำ ทันความคิดของตน องครักษ์ผู้นั้นก็กระโดดลงไปในน้ำทันที เขาดำลงไปตรงจุดที่นางเคยอยู่ก่อนหน้านี้ ผ่านไปไม่นานสองร่างก็โผล่พรวดขึ้นมาเหนือน้ำพร้อมกัน เขาว่ายน้ำพาร่างที่ไร้สติของนางกลับขึ้นมาบนฝั่ง ก่อนที่จะใช้นิ้วอังที่จมูกของนาง หยวนชิงหลิงไม่หายใจแล้ว องครักษ์ผู้นั้นตบหน้านางเบาๆ หลายที ก่อนที่จะยกร่างบางพาดบ่าแล้วเขย่าให้นางคายน้ำออกมา “แค็กๆๆๆ!!!” หยวนชิงหลิงพ่นน้ำออกจากปากก่อนที่นางจะพยายามสูดเอาอากาศเข้าไปในปอด สติที่เลือนรางทำให้นางมองเห็นใบหน้าของผู้ที่ช่วยชีวิตตนเองได้ไม่ชัด แต่กลิ่นหอมจางๆ ที่ออกมาจากตัวเขานั้น นางรู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก “เจ้า....หรือว่า” หยวนชิงหลิงยื่นมือออกไป พยายามจะสัมผัสใบหน้าของเขาก่อนที่นางจะหมดสติไป “หยวนชิงหลิง!!!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD