เวลา 12.50 น.
ภายในห้องทำงานหรูที่มีประธานหนุ่มนั่งทำงานอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หญิงสาวที่เข้ามาเห็นจึงโค้งหัวลงเล็กน้อย พร้อมกับนั่งทำงานประจำที่ของตัวเอง มือบางเปิดแฟ้มที่กองอยู่ตรงหน้าเริ่มอ่านและทำความเข้าใจ ตอนแรกก็ประหม่าต่อการทำงานร่วมกันกับชายหนุ่มเล็กน้อย พอตั้งสติได้ก็ตั้งหน้าตั้งตาสนใจแค่เอกสารตรงหน้าก็สามารถทำให้การทำงานผ่านไปได้ด้วยดี
3 ชั่วโมงผ่านไป อีก 15 นาทีถึงเวลาเลิกงาน
“เอกสารสำหรับวันนี้มีเพียงเท่านี้ใช่ไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มเพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำอะไรต่อ
“หน้าที่ของเธอคือเป็นเลขาของฤทธิ์ก็เหมือนเลขาของฉัน”
“เพียงแต่อำนาจฤทธิ์จะมากกว่าเธอ”
“ที่ฉันพูด...เข้าใจหรือเปล่า”
“ไม่เข้าใจอะไรก็ถาม...” เสียงเข้มร่ายรายละเอียดให้ฟัง
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“ถึงเวลาเลิกงานแล้วก็ไปสิ พรุ่งนี้มีประชุมเช้าอย่าลืมเตรียมข้อมูลการประชุมมาด้วยละ” ชายหนุ่มสั่งงานพร้อมกับหยิบสูทขึ้นมาพาดที่แขนแกร่งและเดินออกจากห้องไป
“รับทราบค่า” หญิงสาวได้ทำการเก็บไอแพดใส่ในกระเป๋าผ้าใบโปรดมือบางกดปิดคอมพิวเตอร์ พร้อมกับสาวเท้าเดินออกจากห้องทำงานหรู จู่ๆ..สายตาของร่างบางดันเผลอไปปะทะเข้ากับห้องทำงานของอดีตคนรักเข้า เมื่อมองไปบริเวณรอบๆแล้วไม่เจอใคร จึงทำให้ร่างบางตัดสินใจที่จะเอื้อมมือไปเปิดประตู....แต่ทว่า
ปึก....ตุ๊บ...
“อะ...โอ๊ย” แรงกระชากจากประตูหนาทำให้หญิงสาวล้มไปใส่แผงอกแกร่ง
“คะ..คุณเป็นอะไรไหมครับ….เมย์!!” สีหน้าตกใจมากของกายที่เห็นเมย์พุ่งเข้ามาแบบนี้
"เราไม่เป็นอะไร กายเลิกงานแล้วเหรอ” ร่างบางถามด้วยรอยยิ้มหวาน
"ก็ต้องเลิกแล้วสิ นี่มันถึงเวลาเลิกงานแล้ว” เสียงเข้มของประธานหนุ่มที่อยู่ทางด้านหลังตอบแทนน้องเขย พรางจ้องมองยังร่างบางด้วยสายตาเข้มขึ้น เมื่อร่างสูงต่อว่าด้วยวาจาราบเรียบพร้อมกับสาวเท้าเดินไปที่กล่องลิฟท์ทันที
กายก้มโค้งหัวให้หญิงสาวตรงหน้าเล็กน้อยพร้อมเดินตามร่างหนาอีกคนไป สายตาของกายก้มลงมองพื้น เหลือแค่สายตาคมของชายหนุ่มอีกคนที่มองกลับมาในแววตาที่ดุดันจนประตูลิฟท์ปิด
ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มได้เข้าไปหาน้องเขยในห้องทำงานเพื่อคุยงานทึ่ค้างนิดหน่อย แต่ฤทธิ์ส่งข้อความเข้ามาหา ว่าหญิงสาวที่พึ่งได้เข้ามาทำงานวันนี้วันแรกดูลุกลี้ลุกลนห้องของน้องเขยทำให้ชายหนุ่มเปิดกระชากประตูอย่างแรง เพื่อจงใจให้อีกฝ่ายเจ็บตัว
“คุณปัญครับ... คุณเมย์อยู่ที่หน้าห้องคุณกายครับ”
“อืมขอบใจ” สายตาที่ใสซื่อของร่างบางตรงหน้า ที่มีต่อน้องเขยทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ อยากรู้นักว่าจะอาลัยอาวรณ์และเข้ามายุ่งเกี่ยวกันอีกทำไม ในเมื่อน้องเขยของเขาก็เริ่มต้นใหม่ไปแล้ว
“แกรู้จักกับเลขาของฉันมาก่อนเหรอ” ทำไมจะไม่รู้ว่าที่ถามแบบนี้เพราะเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้ามีท่าทีอะไรต่อเขา
“เอ่อ ผมกับเมย์เคยเป็นแฟนกันมาก่อนครับ”
“เลิกกันได้ปีกว่าแล้วครับ” ชายหนุ่มตอบพี่ชายของแฟนสาวอย่างเลี่ยงไม่ได้
“แกทิ้งเขาหรือเปล่าทำไมเขาถึงตามแกตลอด” เสียงเข้มเอ่ยถามกลับทันที
“เมย์เป็นคนขอเลิกกับผมครับ และเธอก็หายไปเลยไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน” ไม่นานประตูลิฟท์ก็เปิดออก
ทั้งคู่เดินไปโรงรถด้วยกันชายหนุ่มอีกคนไปรับแฟนสาวที่ทำงานอยู่อีกที่ นอกจากตระกูลชัยพัฒนวนิชย์จะเด่นเรื่องอสังหาริมทรัพย์ ก็ยังมีธุรกิจด้านโรงแรมที่โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้านโรงแรมจะมีแต่สมาชิกสาวๆที่ดูแล แม่และน้องสาวเขาเป็นหลัก
ป้ายรถเมย์
หญิงสาวนั่งรอรถเมย์ด้วยใจที่เหม่อลอยผลัดนึกถึงท่าทางของชายหนุ่มที่เป็นประธานที่ได้ส่งสายตาเหมือนไม่พอใจปนหงุดหงิดการกระทำของกายที่ดูไม่ได้ห่วงใยเธอเหมือนก่อน...ไม่นานก็มีเสียงบีบแตรจากรถคันข้างหน้า
ปี๊นๆ....
ไม่นานกระจกรถก็ลดลงมาพร้อมกันเสียงใสแจ๋วของเพื่อนสาว ทำให้ร่างบางที่กำลังจมกับความรู้แย่พลันดีใจอย่างพุ่งกระโดด
“พวกเรามารับแกแล้วจ้า.... ขึ้นรถมาเร็ว” เสียงของผักบุ้งแหลมปรี๊ดพุ่งขึ้นโสตประสาท
“พวกแกนี่จริงๆเลย” หญิงสาวส่ายหน้าเล็กน้อยพร้อมกับลุกขึ้นเข้าไปในรถปอเช่สีชมพูคันข้างหน้า
"พวกแกนัดกันจะไปไหนเนี่ย”
“พวกฉันก็มารับแกไปฉลองไงจ๊ะ...”
“ฉลองที่พวกเราก้าวสู่การเติบโตไปอีกหนึ่งขั้น” เสียงของจันจิที่กำลังสร้างบรรยากาศให้เพื่อนสาวที่พึ่งขึ้นรถมารู้สึกดี เพราะพวกเพื่อนๆรู้และเข้าใจดีว่าที่เพื่อนรักของเขาเศร้าเพราะเรื่องอะไร...
“ร้านเดิมป่ะ” ร้านเดิมของแก๊งนี้คือ ‘ราชาหมูกระทะ’ หลังมหาลัยที่พวกเราพากันมากินตั้งแต่เข้าเรียนปีหนึ่ง เมื่อมาถึงผักบุ้งก็รีบพุ่งตรงเข้าไปในร้านทันที
“หมูกระทะชุดใหญ่ 1 นะเฮียยยยย”
“อร่อยเหมือนเดิม”
“โอ๊ย..อ๊อนนน”
“ค่อยกินสิผักบุ้ง” ทั้งสามก็ได้ระบายสารทุกข์สุกดิบจวบจนเวลาใกล้จะปิดร้าน จันจิจึงแวะไปส่งหญิงสาวที่คอนโดเพราะทางผ่านกลับบ้านพอดี
“บ๊ะบาย ขอบใจนะขับรถดีดีละ” เมื่อร่างบางกำลังเปิดห้องเข้าคอนโด ประตูห้องฝั่งตรงข้ามก็เปิดออกมาพอดี
“อะ..คุณปัญ สวัสดีค่ะ”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ไม่มั่นใจว่าคนด้านหลังต้องการอะไรจึงเอ่ยถามไปอย่างกล้าๆกลัวๆ
“เธอเตรียมประชุมเสร็จหรือยังฉันรีบ” เมื่อหญิงสาวแตะคีย์การ์ดมือหนาก็ผลักเปิดประตูเข้าไป แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดอะไรร่างบางจึงไม่ปฏิเสธ
“ยังค่ะ กะว่าจะทำตอนนี้ ฉันพึ่งกลับมาจากกินข้าว”
“แต่ฉันก็ยังไม่ได้กินข้าว” ร่างบางได้แต่ก็บความสงสัยไว้ในใจว่า....แล้วทำไมไม่กิน
“ตอนนี้ห้องฉันมีแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคุณทานได้หรือเปล่า”
“อืม” ร่างสูงตอบพร้อมกับนอนเหยียดขาลงบนโซฟาตัวเล็กสายตาคมจ้องมองที่หน้าจอโทรศัพท์ ซึ่งเขาน่าจะกำลังดูงานผ่านมือถือ มาม่าหมูสับเมนูง่ายๆถูกเสิร์ฟมาวางบนโต๊ะทรงกลม ชายหนุ่มเห็นจึงก้มหน้าลงตั้งหน้าตั้งตากิน ซึ่งปกติอาหารสำเร็จรูปแบบนี้เขาไม่มีทางแตะต้องมันแน่ๆ...แต่
ตอนนี้ไม่ว่าคนตรงหน้าจะทำอะไรให้เขากลับกินได้โดยไม่แย้งใดๆ....บางครั้งก็เผลอลืมว่าตนนั้นต้องทำลายความรู้สึกของหญิงสาว ร่างบางได้แต่จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าทานด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย ซึ่งพอมีผู้เจ้านายหนุ่มอยู่ในห้องด้วยแล้วแม้ว่าตัวเองจะเป็นเจ้าของห้องกลับไม่กล้าขยับไปไหน เมื่อรับรู้ถึงสายตาจากอีกคนทำให้ชายหนุ่มจึงเอ่ย
“ไปอาบน้ำสิ จะได้มาสรุปงาน”
“มองขนาดนี้ ฉันกินไม่ลง” เสียงเข้มเอ่ยโทนเสียงตำหนิ
“เอ่อค่ะ” สิ้นเสียงหวานร่างบางจึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำโดยความรวดเร็วแต่ไม่ทันระวัง เมื่อเท้าแตะพื้นด้วยความที่มีหยดน้ำทำให้สไลด์ลื่นส่งผลให้ข้อเท้าแพลงอย่างกะทันหัน
ตุ๊บ...
“โอ๊ย... ฮืออ” เพียงเท่านั้น ร่างสูงที่กำลังล้างจานรีบผละออกมาดูทันที
“เมย์!!”
“เมย์เจ็บตรงไหน เป็นอะไรมากหรือเปล่า” ร่างบางที่เห็นความตกอกตกใจจากร่างสูงจึงอดรู้สึกเอ็นดูไม่ได้ ที่ไม่คิดว่าอีกคนจะดูเป็นห่วงขนาดนี้
“เจ็บค่ะ” เพียงเท่านั้นชายหนุ่มจึงช้อนตัวหญิงสาวไปยังโรงพยาบาลทันที
โรงพยาบาล BKK
“โดยรวมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงถือว่าการล้มในครั้งนี้ยังถือว่าไม่แรงมากนัก แต่ก็อยากให้ลดทิ้งน้ำหนักที่เท้า พยายามอย่าเดินเยอะนะคะ”
“เชิญรับยาที่ด้านหน้าและสามารถกลับบ้านได้เลยค่ะ” ร่างบางพยายามค่อยๆลงน้ำหนักที่เท้าและเดินมาที่ช่องรับยา
“ชญา ธนารักษ์คะ ..คะ” เสียงหวานไม่ทันได้เอ่ยจบดี
“ฉันจัดการแล้ว...กลับ” เมื่อกลับมาถึงคอนโดชายหนุ่มพยุงหญิงสาวเข้าไปอาบน้ำ พร้อมกลับส่งเข้านอน
“ขอบคุณนะคะ” คำขอบคุณที่มาจากใจพร้อมกับร้อยยิ้มหวาน ในความใสซื่อทำให้ชายหนุ่มกำลังรู้สึกสับสน
“นอนซะ”
“ฉันยังไม่ได้สรุปงานให้คุณเลย” เมื่อชายหนุ่มกำลังจะออกไปทว่ามือบางกลับลืมตัวจับมือหนาไว้
“นอน” ปัญได้รับรู้ถึงความอุ่นจากมือบางที่รั้งเขาไว้ ไม่นานก็ต้องสะบัดมือออกจากความอุ่นนิ่มนั้น พร้อมสาวเท้าออกจากห้องหญิงสาวไป
กระทั่งแผ่นหลังท่านปะธานหนุ่มออกจากห้องพักไปทำให้หญิงสาวพลางนึกไปถึงหากชายหนุ่มได้รับรู้ว่าตนนั้นเป็นอดีตคนรักของแฟนน้องสาวหนำซ้ำยังจะต้องทำร้ายความรู้สึกเขาทั้งสองอีกเขาจะปฏิบัติดีกับเธอแบบนี้ไหมและจะไล่เธอออกจากที่ทำงานไหมไม่นาน...ร่างบางก็ผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลียและรู้สึกเจ็บที่ข้อเท้า