ตอนที่ 15 คนร้ายอีกคน

1903 Words
ตอนที่ 15 คนร้ายอีกคน เมื่อเปิดประตูก็พบว่าเป็นคุณหมอผู้หญิงที่ตำหนิเขาไปเมื่อวานก่อน หญิงสาวที่เห็นใครเข้ามาจึงยิ้มให้เพราะเป็นผู้หญิงด้วยกันจึงทำให้สามารถพูดคุยปรึกษากันได้อย่างไม่ต้องเกร็งใดใด เมื่อเห็นสายตาหมอสาวที่จ้องม้องตัวเองเขม็งจึงยอมเดินออกจากห้องไปรอด้านนอกทันที “เป็นยังไงบ้างคะ ยังเจ็บและคันอยู่ไหม” หมอสาวสอบถามอาการหญิงสาวตรงหน้าพร้อมกับนำไฟฉ่ายส่องดูม่านตา วัดความดัน เพราะวันนี้ครบกำหนดที่หญิงสาวจะต้องออกจากโรงพยาบาลแล้ว “ดีขึ้นแล้วค่ะ” “งั้นหมดน้ำเกลือประปุกนี้ก็สามารถกลับบ้านได้เลยนะคะ” หมอสาวที่กำลังก้มจดบันทึกอาการผู้ป่วยเสร็จและกำลังจะหมุนตัวออกจากห้องแต่ทว่า “หมอคะ” เสียงหวานเอ่ยเรียกทำให้อีกคนที่กำลังจะเดินออกจากห้องหมุนตัวกลับมา “คะ” “คะคืออ” ทว่าหญิงสาวยังคงมีความเขอะเขินหมอสาวที่เห็นว่าอีกคนต้องการจะถามอะไร “คนไข้สอบถามหมอได้ทุกเรื่องเลยค่ะ” “ถะถ้าเราอยากจะไม่เจ็บเวลาที่ทำแบบนั้นมีวิธีไหนบ้างคะ” ถามจบหญิงสาวก้มหน้าหงุดทันที “ก็จะมีพวกเจลหล่อลื่นและตัวเราค่ะ” “หากเรามีอารมณ์ร่วมและลดการหดเกร็งก็จะช่วยได้เยอะเลยค่ะ” “แล้วคนไข้พร้อมที่จะมีน้องเลยไหมคะ” “อะเอ่อยังค่ะ” “ถ้ายังไม่พร้อมก็สามารถป้องกันด้วยการสวมถุงยางอนามัยนะคะ” “งั้น...ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะคะ” “ขอบคุณค่ะ” หมอสาวเดินออกไปชายหนุ่มรีบเดินเข้ามาทันที “เป็นอะไรหรือเปล่า...ทำไมคุยตั้งนาน” ชายหนุ่มโน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงจนลืมตัว “เปล่าค่ะ แค่ตรวจเช็คร่างกายนิดหน่อย” บริษัท CSC Real Estate Group ฉันลงรถหรูข้างบริษัทเหมือนเดิมเมื่อเดินเข้ามายังภายใต้ตึกหรูขนาดใหญ่ก็พบว่ามีรถตำรวจรวมถึงพนักงานที่ยืนดูมากมายจอดหน้าบริษัทกำลังคุมตัวผู้ชายที่ค่อนข้างมีอายุเขาคือผู้จัดการฝ่ายบัญชีที่ภาพในกล้องวงจรเป็นฉันเดินกอดกับเขาออกมา....เขาทำแบบนั้นไปทำไม ติ๊ด ~ ติ๊ด ~ สุชา : พี่เมย์อยู่คอนโดไหม เมย์ : พี่ทำงาน สุชา : ขอนอนด้วยได้ไหม เมย์ : ไม่มีเรียนเหรอ Calling…. ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียกกรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง “โดดเรียนอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้” ได้แต่พึมพัมกับตัวเองเพราะว่าน้องสาวต่างแม่ของฉันเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงไม่ค่อยฟังใครขณะกำลังเดินเข้าลิฟท์เสียงของพนักงานที่กำลังมุงดูคนทำผิดต่างคนก็ต่างออกความคิด “แกว่าผู้หญิงที่เดินออกมาคือใคร” “เขาว่าเป็นฝ่ายบริหารนะ” “มิน่าละ ไม่งั้นไม่กล้าทำถึงขนาดนี้หรอก” “เหลือคนร้ายอีกคน” ร่างบางไม่ทนฟังอีกต่อไปมันไม่ใช่เธอแต่คนในภาพแต่งตัวเหมือนเธอเลยต้องมีคนไม่ชอบเธอแน่ๆ ติ๊ง ~ ชั้นลานจอดรถ เป็นกายและคุณลูกชุบเข้ามาพร้อมกันทั้งสองยิ้มให้เธอเหมือนเคยจนทำให้เธอนั้นมีความรู้สึกผิดที่ตะก่อนเธอฟังแม่มากจนเกินไปทำให้ทำร้ายใครหลายๆคน “สวัสดีเมย์” “สวัสดีค่ะคุณเมย์” ใบหน้าสวยดุจดั่งเจ้าหญิงเอ่ยทักทายมายังเธอเหมือนเราทั้งสองไม่เคยมีความรู้สึกไม่ดีใส่กัน “เรื่องที่ตำรวจมาวันนี้ฉันไม่ได้เป็นคนทำนะคะ” ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยน้ำตาที่จู่ๆก็กลายเป็นผู้ต้องหาที่ประธานหนุ่มเปิดไฟล์วิดิโอนั้นให้เธอดู “กายรู้ว่าเมย์ไม่ได้ทำอะไรแบบนี้แน่ๆ” หญิงสาวอ่อนโยนเกินกว่าจะทำอะไรแบบนี้ได้ “ลูกชุบช่วยอีกแรงนะคะ” เธออภัยให้คนตรงหน้าเพราะว่ากายเล่าทุกอย่างที่เขาได้พบกับหญิงสาวล่าสุดและรู้สึกเห็นใจหญิงสาวมากกว่าที่ต้องโดนบังคับให้ทำร้ายคนที่ยังรักอยู่ “ขอบคุณนะคะ” ไม่นานประตูถูกเปิดออกชั้นฝ่ายบริหารทั้งสามพูดคุยกันเรื่องไร้สาระไปเรื่อยทำให้เกิดเสียงหัวเราะดังสลับเบาจนกายลูกชุบเข้าห้องทำงานของตัวเองไปก่อนหญิงสาวที่เผลอยิ้มค้างจนต้องชะงักไปเพราะประธานหนุ่มยืนกอดอกมองมาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว “ห้องทำงานล็อคเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามคนอยู่หน้าประตูตอนนี้หน้าตาบึ้งตึงหันหลังเดินเข้าห้องทำงานไป “อ่าว...ก็นึกว่าประตูล็อค” ทำได้แค่เกาหัวและเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานพบชายหนุ่มนั่งทำงานโต๊ะทำงานของตัวเองพอมาถึงโต๊ะตัวเองพบว่าวันนี้ไม่มีเอกสารให้เธอได้ทำเหมือนเมื่อก่อน “วันนี้ฤทธิ์หยุดเหรอคะถึงไม่ได้เอาเอกสารมาให้” “งั้นเดี๋ยวฉันลงไปเอกสารเองค่ะ” เมื่อหญิงตั้งท่าจะลุกขึ้นออกไปทว่าเสียงเข้มเอ่ย “ไม่ต้อง” “เธอเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่จำไม่ได้หรือไง” “ฉันอยากได้แซนวิชแบบวันนั้น” ปากเขามันหนักไปงั้นกับภาพที่เธอยิ้มหัวเราะมีความสุขกับคนอื่นยกเว้นกับตัวเองที่ไม่มีเอกสารให้เธอทำเพราะเขาทำเสร็จหมดแล้วเหลือเพียงเตรียมไปดีลหน้างานอีกสามวันที่ต่างจังหวัด หญิงสาวดันลืมสนิทว่าตัวเองนั้นกำลังโดนเป็นผู้ต้องสงสัยจึงเดินไปทำแซนวิชให้ประธานหนุ่มด้วยความเข้าใจดีไม่นานแซนวิชไข่ดาวเบคอนก็ถูกนำมาวางด้านหน้าเมื่อวางแซนวิชไว้เสร็จร่างบางที่ไม่มีอะไรทำจึงเดินวนไปวนมาทำให้คนที่นั่งอ่านสรุปการประชุมเอ่ยออกมา “นั่งสักทีได้ไหม เดินไปเดินมาฉันเวียนหัว” “ค่ะ...” หญิงสาวจึงเดินไปนั่งที่โซฟาขนาดใหญ่พรางมองออกไปข้างนอกกระจกและนั่งทบทวนสิ่งต่างๆที่เข้ามาในชีวิตเธอควรจะกล้าที่จะปฏิเสธที่แม่สั่งเธอจะได้เป็นคนที่มีความสุขเสียที ประธานหนุ่มที่รู้สึกถึงความเงียบผิดปกติจึงมองหาพบว่าหญิงสาวได้คดตัวนอนบนโซฟาไปแล้วจึงถือแซนวิชที่เหลือไว้อีกชิ้นนึงเดินเข้าไปวางไว้บนโต๊ะทรงกลมและค่อยๆจับร่างกายนุ่มนิ่มเอนลงนอนราบกับโซฟาดีดี มือแกร่งจับเส้นผมเหยียดตรงยาวสีดำที่ปรกใบหน้าสวยไว้ทัดใบหูพร้อมกับถือวิสาสะสำรวจใบหน้าดวงตาที่หลับสนิทขนตาที่แผ่งอนจมูกที่โด่งพอดีกับโครงหน้าริมฝีปากสวยที่รสติหวาน ร่างสูงจึงโน้มตัวลงชิมมันอีกครั้งดูดคลึงเล่นๆ ทำให้อีกคนสะดุ้งตื่นและตกใจที่หน้าเธอและเขาห่างกันไม่ถึงคืบ “คุณปัญ” หญิงสาวรีบลุกขึ้นนั่งเพราะตัวเองเผลอหลับ ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นมานั่งรอเพราะเขาได้สั่งอาหารเที่ยงเอาไว้ “อาหารครับคุณปัญ” ไม่นานอาหารก็มาส่งโดยทีฤทธิ์เอามาให้ “ขอบใจ” “ผมจองไฟล์บินให้แล้วนะครับ ทีมงานบางส่วนเดินทางไปเตรียมสถานที่ให้ล่วงหน้าแล้ว” “อืมดี…” เมื่อประตูห้องทำงานหนูปิดลงและนี่ก็เป็นหลายครั้งที่เขาและเธอกินข้าวด้วยกันในห้องทำงานนี้ ชั้น G เมื่อเลขาหนุ่มลงมากำลังจะตรงไปกินข้าวเที่ยงที่โรงอาหารพนักงานเพราะต่อให้ตอนนี้เขาเป็นเลขาผู้บริหารแต่เขาก็ยังชอบอะไรที่ธรรมดาและเรียบง่ายอยู่เสมอแต่ก็ดันพบกับสาวห้าวคนนึงที่เหมือนจะรอเขาอยู่ก่อนแล้ว “คุณเป็นเลขาคุณปัญใช่ไหม” “ทำไม มีอะไร” เลขาหนุ่มพูดด้วยสีหน้าบ่งบอกว่าเอือมระอาอย่างชัดเจนขณะเดินไปที่ร้านประจำเพราะเขาเป็นพวกชอบเก็บตัว “เห็นเมย์บ้างไหม ฉันไม่เห็นเธอลงมาเลย” “ฉันไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น” “เหมือนเดิมนะพ่อหนุ่ม” ป้าร้านข้าวมันไก่ที่เห็นลูกค้าคนเดิมมาจำได้อย่างแม่นทำให้โดยไม่ต้องสั่ง “ครับ” ไม่นานข้าวมันไก่แบบทอดครึ่งนึงแบบต้มครึ่งนึงถูกเสิร์ฟหญิงสาวที่เห็นว่ามันหน้าตาหน้ากินจึงเนียนสั่งตามชายหนุ่มไป “เอาแบบนี้ด้วยค่ะป้า” เมื่อได้ของตัวเองเสร็จที่นั่งดันเต็มสะแล้วจะเหลือก็แค่ที่นั่งด้านหน้าเลขาหนุ่ม ฟุบ ~ “อย่าพึ่งเอ่ยปากไล่นะ เพราะไม่มีที่นั่งแล้ว” พูดเหมือนรู้ทันว่าอีกคนต้องการจะพูดไล่เธอไปนั่งไกลๆ ไม่เป็นไรเขาเป็นคนกินข้าวไวอยู่แล้วทนสักแปบเดียวคงไม่เป็นไร “เมย์เป็นเพื่อนคนเดียวที่นี่ของฉัน ฉันก็แค่อยากรู้ว่าเธอเป็นยังไงบ้าง” เลขาหนุ่มที่เห็นอีกคนทำหน้าตาน่าสงสารจึงตอบไปแบบปัดๆ “งานเยอะเลยต้องกินข้าวข้างบน” จากนั้นชายหนุ่มก็รีบตักข้าวเข้าปากแบบรวดเร็วคนตรงข้ามที่เห็นแบบนั้นจึงเอ่ยเตือน “กินช้าๆหน่อยสิคุณ กินเร็วแบบนั้นเคี้ยวละเอียดรึป่าวก็ไม่รู้” “เดี๋ยวก็ปวดท้องเอานะ” ประโยคที่ทำให้ชายหนุ่มชะงักไปทันที “กินข้าวช้าๆหน่อยสิลูกจะรีบไปไหน” “ดูสิเนี่ยเคี้ยวละเอียดรึป่าวก็ไม่รู้....เดี๋ยวก็ปวดท้องเอานะ” เป็นเหมือนประโยคที่ตำหนิแต่จริงๆแล้วคือความห่วงใยนี่คือประโยคสุดท้ายที่แม่ได้พูดกับเขาหลังจากที่เลิกเรียนมาอีกวัน บ้านชัยพัฒนวนิชย์ บ้านพักแม่บ้าน “แม่ผมกลับมาแล้ว” เด็กชายหนุ่มที่พึ่งกลับมาจากโรงเรียนชื่อดังเพราะได้รับอุปการะด้านการศึกษาจากคุณผู้หญิงจึงได้เรียนโรงเรียนดีดีกับประธานหนุ่มตัวน้อย ภายในห้องขนาดกลางที่เงียบสนิทมีแม่ของเขานอนอยู่บนเตียงโดยไม่มีเสียงตอบรับใดใด เด็กชายจึงเดินไปจับตัวแม่แต่ก็ต้องพบว่าร่างกายมีความเย็นมากตัวเริ่มแข็งแล้วด้วยสัญชาตญาณจึงนำนิ้วชี้ของตนไปที่จมูกกับพบว่าแม่ของเขานั้นได้เสียชีวิตลงไปแล้ว จากการสันนิษฐานจากแพทย์แม่ของเขาได้นอนไหลตายและแม่ของเขาได้ อุทิศร่างกายไว้เป็นอาจารย์ใหญ่ชายหนุ่มที่มีแค่แม่เพียงคนเดียวตั้งแต่เกิดพ่อทิ้งเขาและแม่ตั้งแต่เขายังอยู่ในท้องแต่เมื่อแม่จากไปเขายังถือว่าโชคดีที่มีคุญผู้หญิงคุณผู้ชายคอยให้ความรักความอบอุ่นและความห่วงใยจากประธานตัวน้อย “ไม่เป็นไรนะฤทธิ์...ฤทธิ์จะมีปัญอยู่ข้างๆเสมอ” “หนิคุณ ฉันพูดแค่นี้ทำซึ้งเลยเหรอ” หญิงสาวที่เห็นคนตรงหน้าจ้องหน้าเธอค้างและเงียบไปนานจึงเอ่ยเรียก “น่ารำคาญพูดมาก..” เลขาหนุ่มลุกขึ้นและเดินออกไปอย่างรวดเร็วที่จู่ๆความอ่อนแอก็เข้ามารบกวนซึ่งเขาไม่ชอบ...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD