ตอนที่ 16 ทำแบบนี้ทำไม
ภายในรถหรูจอดด้านข้างบริษัท
“ตั้งแต่วันนี้เธอต้องไปนอนคอนโดกับฉัน” เมื่อหญิงสาวปิดประตูรถเสร็จคนที่นั่งตำแหน่งคนขับสั่งเสียงเข้มทันทีอย่างเอาแต่ใจ
“พรุ่งนี้ได้ไหมคะ วันนี้น้องสาวมานอนที่ห้องด้วย” คนเอาแต่ใจเมื่อได้ยินแบบนั้นจึงพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อยแต่ไม่ใช่ว่าเขาไม่ฟังเหตุผลนะ
“อืม” รถหรูได้จอดบริเวณหน้าล็อบบี้คอนโดหญิงสาวจึงแวะซื้อข้าวร้านอาหารตามสั่งด้านข้างคอนโดเผื่อน้องสาวของเธอจะยังไม่ได้กินข้าว
ก็อก... ก็อก...
ทว่ากลับไม่ได้รับการตอบกลับจากคนในห้องร่างบางจึงหยิบกุญแจไขเข้าห้องเข้าไป
“สุชาอยู่หรือเปล่า”
“พี่ซื้อกระเพราะไก่ไข่ดาวที่เธอชอบมาฝาก”
หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องน้ำกลับพบว่าไม่มีใครอยู่ในนั้นแต่สายตาดันไปสะดุดเข้าที่ชุดทำงานที่เหมือนกันกับของเธอที่ตากไว้ด้านนอกร่างบางไม่เชื่อว่าน้องสาวจะทำแบบนั้นกับเธอเมื่อเปิดประตูไปที่ระเบียงก็พบว่าชุดทำงานในภาพกล้องวงจรปิดยังอยู่
“ฮึกก...ไม่จริง”
“ฮือออ”
แกร็กกก.... เสียงประตูห้องดังขึ้น
พบว่าคนที่กำลังปลอมเป็นเธอกำลังเดินเข้ามาด้วยความเหนื่อยแต่อีกคนก็ต้องตกใจเมื่อเจอพี่สาวของเธออยู่ในห้องตอนนี้ เนื่องจากเธอยังไม่ได้เก็บข้าวของของตัวเองเพราะไม่คิดว่าพี่สาวจะกลับมาไวกว่าปกติ
“ทำแบบนี้ทำไม” หญิงสาวเอ่ยถามน้องสาวทั้งน้ำตาร่างกายสั่นเทิ้มจากความเสียใจ
“แก...เห็นฉันเป็นพี่บ้างหรือเปล่า”
“ฉันทำแบบนี้ก็เพราะพี่ ฮึก” สุดาร้องไห้ออกมาเช่นเดียวกัน
“พี่ไม่ยอมทำลายครอบครัวนี้เสียที....ไม่งั้นแม่ก็คงไม่มาบังคับ....ฉัน” จากที่โมโหน้องสาวตัวเองมากรีบกลับอารมณ์โทษตัวเองที่ต้องทำให้น้องสาวมาตระกำลำบากด้วย
“แล้วที่แกโอบกอดกับเขาออกมาจากห้องแกไม่ได้......”
“เ-ากันใช่ไหม...ยัง”
“ฉันรอดมาได้” หญิงสาวเดินมาจับดูตามตัวว่าน้องสาวมีบาดแผลหรืออะไรบ้างไหมเหมือนลืมความโกรธก่อนหน้านี้เสียสนิท
“พี่จะรีบๆทำนะ แกจะได้ไม่ต้องทำอะไรแบบนี้อีก”
“ถ้าแม่สั่งอะไรแกแบบนี้อีกเดี๋ยวพี่ทำเอง” ผู้เป็นน้องสาวที่รับรู้ถึงความห่วงใยจากพี่ถึงจะต่างแม่แต่รับรู้ต่อความรู้สึกนั้นเป็นอย่างดีจึงทำให้เธอนั้น
“ฮือออ...ฉันขอโทษ” สุชาโผล่เข้ามากอดพี่สาวอย่างรู้สึกผิด
“ฉันจะช่วยเตือนแม่...ว่าพอแล้ว”
“พี่จะได้กลับมาอยู่บ้าน ฉันอยากกินกับข้าวฝีมือพี่”
“ฉันทำงานบ้านเป็นหมดแล้วนะที่พี่เคยสอน” ผู้เป็นน้องสาวโอ้อวดบอกอีกยังพี่สาวแต่ดวงตายังคงชุ่มด้วยหยดน้ำตา
“ปะ”
“กินข้าวเถอะเย็นหมดแล้ว”
บนเตียงนอน
ทั้งสองร่างสวยที่กำลังนอนคุยเรื่องนู่นเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อยเหมือนวันนี้เป็นวันที่ปลดล็อคเกือบทุกเรื่องแต่ก็ยังมีเรื่องนึงที่หญิงสาวไม่ได้บอกให้น้องรับรู้ไป ทำให้อีกคนที่หันไปมองหน้าพี่สาวต่างแม่ที่กำลังเหม่อลอยไป
“พี่เมย์เป็นอะไรหรือเปล่า”
“พี่เครียดอะไรบอกฉันได้นะ...แบ่งมาให้ฉันบ้างก็ได้” อดเป็นห่วงผูเป็นพี่ไม่ได้เพราะที่ผ่านมาไม่รู้เลยว่าพี่เธอต้องลำบากขนาดไหนที่ทำงานส่งเงินมาให้เธอแต่ยังต้องโดนไล่ออกให้ไปอยู่คนเดียวอีก
“พี่แค่เครียดเรื่องงานหนะ”
“เอ่ออ....”
“พี่ต้องไปดีลงานต่างจังหวัดตั้งแต่วันพรุ่งนี้นะ” บอกแหละแต่บอกไม่หมดได้แค่ขอโทษน้องสาวในใจ...ไม่งั้นสุชาไม่ยอมแน่ๆ
“อ่อ..พรุ่งนี้ฉันก็กลับละ”
“ช่วงนี้จู่ๆแม่ก็เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้อง”
“แต่พี่ไม่ต้องห่วงนะฉันไหว”
“เรื่องที่ฉันปลอมเป็นพี่ให้ฉันไปบอกเขาให้ไหมว่าเป็นฉัน”
“ไม่เป็นไรพี่บอกเขาเองดีกว่า...นอนเถอะดึกแล้ว” มือบางห่มผ้าให้น้องสาวด้วยความรักพร้อมกับลูบหัวที่ตีแผ่ความห่วงใยไม่นานทั้งสองพี่น้องก็เข้าสู่นินทรา
เช้าอีกวัน
หญิงสาวง่วนอยู่กับการจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเพราะว่าคนเอาแต่ใจพิมพ์สั่งทิ้งไว้ในเมจเสจตั้งแต่ที่เขาส่งเธอเสร็จหน้าคอนโด ส่วนสุชาออกไปตั้งแต่เช้ามืดเพราะต้องกลับไปเตรียมหนังสือเพื่อที่จะไปเรียนต่อในช่วงบ่าย เมื่อลงมาก็พบว่ารถหรูมาจอดรออยู่ที่หน้าคอนโดแล้วหญิงสาวไม่รอช้ารีบก้าวขึ้นรถหรูทันที
ปึก...
เมื่อปิดประตูรถรถก็เคลื่อนออกไปด้วยความรวมเร็วในระหว่างที่อีกคนตั้งใจขับรถสายตาคมเอาแต่มองยังท้องถนนทำให้คนที่นั่งข้างคนขับลังเลว่าจะควรพูดเรื่องคลิปที่เธอถูกเป็นผู้ต้องหาดีไหม สองมือกุมประสานกันไว้อย่างแนบแน่นจนทำให้คนขับที่แอบลอบสังเกตคนข้างๆด้วยหางตาจนทนไม่ไหวเลยต้องเอ่ย
“มีอะไรก็พูดมา” เสียงเข้มถามทว่าสายตาจดจ้องท้องถนนข้างหน้า
“คะคือ...” หญิงสาวที่กังวลว่าหากบอกไปแล้วเขาจะรับฟังหรือเปล่าหรือจะแก้แค้นน้องสาวต่างแม่ของเธอด้วย
“พูดมา ฉันจะถามรอบนี้รอบสุดท้าย”
“คนในคลิปคือน้องสาวฉันค่ะ...”
“ฉันเจอชุดเดียวกันกับในคลิปที่ห้องทั้งที่ชุดนั้นฉันตากไว้” ร่างบางตอบกลับด้วยหวังแต่ทว่าเขายังไม่เชื่อ
“ฉันจะแน่ใจได้ยังไง” ชายหนุ่มยังคงเสียงแข็ง
“น้องสาวสารภาพแล้ว...แม่ฉันเองที่อยากเห็นครอบครัวคุณเจ็บปวด”
“ฉันไม่เข้าใจแม่เหมือนกันว่าโกรธครอบครัวคุณทำไม”
“ฉันจะพยายามหาเหตุผลของแม่นะ...ฉันสัญญา” หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงมาดมั่นต่อสิ่งที่พูดไปทำให้คนฟังกลับรู้สึกหวิวในใจ
“อืม...”