ตอนที่ 8 MAY - อธิบาย
“เหตุผลอะไรเมย์ไม่รู้....เมย์ขอโทษ” หญิงสาวรู้สึกโล่งอกที่ได้เอ่ยบอกสิ่งที่อึดอัดมานาน ซึ่งผู้ที่อยู่ในห้องต่างก็รู้สึกตกใจแต่ก็กลับมีความไม่เชื่ออยู่บ้างโดยเฉพาะชายหนุ่มผู้ที่โดนทำร้ายความรู้สึก
ชายหนุ่มรู้สึกตกใจกับสิ่งที่คนตรงหน้าบอก
“เมย์เสียใจที่ทำร้ายกายทั้งที่เมย์รักกายมาก ฮึก...”
“.....และเมย์ก็เสียใจที่ปล่อยให้กายได้มีรักใหม่...แต่เขาคู่ควรสมกับความรักของกาย ฮือ” ไหล่บางสั่นไหวไปตามความรู้สึกเสียใจที่ต้องจบความสัมพันธ์แถมยังโดนใครต่อใครเกลียดทั้งที่เธอไม่ได้อยากทำ
“เมย์....” ร่างสูงเดินมาหยุดตรงหน้าพร้อมกับนั่งลงข้างๆ
“แต่เมย์รู้ใช่ไหม...ว่าความรู้สึกกายมันเปลี่ยนไปแล้ว” มือสากเอื้อมจับมือบางที่กุมประสานกันแน่นส่งมอบความรู้สึกที่เริ่มอ่อนโยนขึ้น ร่างบางพยักหน้ารับรู้ว่าความรู้สึกคนตรงหน้าได้เปลี่ยนไปแล้วแต่เธอก็ยินดีที่เขาได้เจอคนที่ดีกว่าทั้งครอบครัว
“..เมย์รู้ เมย์ยินดีกับกายนะ”
“เมย์แค่อยากจะมาบอกเหตุผลเพียงเท่านั้น” มือสากย้ายจากจับมือบางมาทับบนหัวของหญิงสาวพลางลูบอย่างทะนุถนอม
“แต่เรายังเป็นเพื่อนกันได้นะ”
“จริงๆนะ....” ดวงตาสวยที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่เหมือนจะเหือดแห้งไปแล้วแต่ตอนนี้กลับไหลขึ้นมาอีกระรอกเพราะความดีใจถึงจะลดสถานะลงมาแต่ทุกอย่างมันกำลังดีขึ้น เพื่อนของชายหนุ่มก็พลันน้ำตาซึมกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่
“งั้นเรามาดื่มฉลองกัน” กิตชงเครื่องดื่มยื่นมาให้ยังหญิงสาว มือหนาของกายจึงรับไปและถามว่า
“มึงชงเข้มไปหรือเปล่า” ด้วยความที่เขาจำได้ว่าคนด้านข้างคออ่อนขนาดไหนจึงเป็นห่วงว่าเพื่อนของเขาจะใส่แอลกอฮอล์ลงไปในปริมาณที่มาก
“กูใส่ไปนิดเดียว..”
“ดื่มได้เหมาะสำหรับเมย์สุดๆครับ”
“เราขอโทษเมย์ด้วยนะ ตอนแรกพูดไม่ดีไป” ชายหนุ่มตรงหน้าเอ่ยขอโทษอย่างที่ตอนแรกเข้าใจผิดและไม่รู้ว่าหญิงสาวจะต้องพบเจออะไรมาบ้าง
“ไม่เป็นไรเลย”
ปึก..
เสียงวางแก้วจากแชมป์ที่ตอนนี้สติเริ่มหดหายไปจากฤทธ์แอลกอฮอล์ คนเมาเริ่มพยุงตัวเองที่นอนพิงโซฟาอย่างหมดสภาพซึ่งเพื่อนทั้งสองของเขาที่เห็นจนชิน พยายามจะชงเครื่องดื่มให้หญิงสาวอย่างใจดีเช่นกัน
“มึงไม่ต้องเลย พอ!!” กายเอ่ยห้ามเพื่อนที่เมาแอ๋หนัก
“ขะ...โทดด..ด๋วยเมมมย์” คนเมาที่เอ่ยขอโทษด้วยเสียงยานทำให้หญิงสาวเอนดูไปกับภาพตรงหน้าพร้อมกับจิบเครื่องดื่มในมือของตน
“ขอบคุณนะ ขอบคุณทุกคนเลย”
“แล้ว...เมย์จะเอายังไงต่อ” กายถามเพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นอยากจะช่วยเหลือหญิงสาวได้บ้าง
“เมย์อยากรู้ว่าทำไมแม่ถึงบังคับให้ทำแบบนี้” เวลาล่วงเลยไปจนถึงตีสองกว่า กายเดินมาส่งหน้าบาร์หรูแต่เมื่อเห็นว่าหญิงสาวจะต้องกลับเพียงคนเดียวด้วยรถโดยสารเพียงลำพังจึงเอ่ยปากบอกจะไปส่งที่คอนโด ซึ่งเหตุการทั้งหมดตกอยู่ในสายตาคมที่ฉายถึงความโกรธอย่างชัดเจน
KL Smart Condo
รถ Audi RS e-tron GT รุ่นใหม่ล่าสุดจอดหน้าคอนโดขนาดเล็ก ร่างเล็กลงจากรถหรูเข้าไปในที่พักของตนแต่เมื่อมาถึงก็ต้องชะงักเล็กเพราะประตูไม่ได้ล็อคแถมไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศกระทบเข้ากับร่างกาย....นี่เรารีบจนลืมปิดแอร์และล็อคประตูเลยเหรอ
ทันทีที่มือบางกดสวิตซ์ไฟ...พรึ่บ ตาสวยก็ต้องเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจต่อผู้ที่อยู่เบื้องหน้าแต่แล้วความรู้สึกเจ็บถึงแรงตบลงบนแก้มสวย
เพี๊ยะ...
“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าให้ทำอะไร”
“ทำไมถึงไม่ทำ ทำไมไปทำดีกับมัน” หญิงสูงวัยตะเบ็งเสียงด้วยความโกรธพร้อมกับมือที่เริ่มเหี่ยวตบตีตามร่างสวย
เพี๊ยะ..เปี๊ยะ
“แม่.. เมย์เจ็บ ฮืออ”
“ทำไมฉันพูดอะไรทำไมแกไม่ฟัง” ร่างสวยที่ตอนนี้ตามแขนเรียวเริ่มมีรอยมือ รวมถึงรอยเริ่มช้ำ
“เมย์ไม่อยากทำแล้ว”
“แม่บอกเมย์ได้ไหม”
“ฮึก...ว่าเพราะอะไร” ไหนๆวันนี้มันก็เจ็บมาทั้งวันแล้วจะเจ็บอีกนิดก็คงไม่เป็นไร หญิงสูงวัยหลับตาลงพยายามข่มอารมณ์ไว้ข้างในมือที่เริ่มเหี่ยวพลางกำเข้าหากันเสียงหอบหายใจเริ่มแรงขึ้นเพราะแรงโกรธที่สะสม
“แม่ แม่ แม่ไหวไหม” หญิงสาวที่เห็นแม่บุญธรรมตรงหน้าเริ่มมีอาการที่ไม่สู้ดีหนักเลยเข้าไปที่จะประคองให้นั่งแต่ลงแต่ด้วยทิฐิจากหญิงสูงวัยที่มีมากกว่าจึงผลักร่างบางออกและเดินออกจากคอนโดแห่งนี้ไป
ก็อกๆ....
เสียงประตูดังขึ้นหญิงสาวจึงเดินไปเปิดไม่ได้เอะใจอะไรเพราะคาดว่าแม่ของเธออาจจะกลับมาอธิบายให้เธอเข้าใจคงเป็นได้...แต่ทว่าแตะคีย์การ์ดไม่ทันไรแรงผลักเข้ามาพร้อมกับมือแกร่งกระชากแขนบางเข้าหาตัว
ปึก....
“คะ..คุณปัญ” ด้วยความตกใจที่จู่ๆประธานของเธอก็เข้ามาในห้องของเธออีกครั้ง
“ไง..” สายตาคมจ้องมองยังคนตัวเล็กด้วยแววตาคมเข้มจากการเห็นอีกคนเดินเข้าหายังน้องเขยตัวเองที่บาร์แถมยังกลับมาส่งกันถึงคอนโดเป็นเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเป็นเช้าอีกวัน
“อะไรคะ คือฉันไม่รู้ว่าทำอะไรผิด..” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความงุนงงว่าเพราะอะไรเขาถึงโกรธเธออีกครั้ง
“ทำอะไรรู้ดีอยู่แก่ใจ” ประธานหนุ่มตวัดแขนแกร่งโอบรัดหญิงสาวพร้อมกับซุกไซร้ซอกคอขาวภาพที่เห็นน้องเขยกำลังประคองผู้หญิงในอ้อมกอดออกจากบาร์แถมยังพากันมาส่งคอนโดอีก
“อะ..อ๊ะ หยุดดค่ะ” มือบางพยายามที่จะผลักไสร่างสูงตรงหน้าออก
ผลั๊ก...
“คุณกำลังเข้าใจผิด”
“ฉันไปบอกความจริงกับกายมาแล้วค่ะ” เมื่อร่างสูงตั้งท่าจะเข้ามาหาอีกหญิงสาวจึงรีบเอ่ย
“ความจริงอะไร”
“ความจริงที่ว่า....คือเธอรักมันอยู่” เสียงเข้มเอ่ยออกมาโดยไม่รู้เลยว่าภายในใจนั้นรู้สึกยังไงกันแน่
“ใช่ค่ะฉันรักเขา กายคือคนที่คอยอยู่ข้า...อ๊ะ” ยังไม่ทันได้พูดจบร่างสูงก็กระชากร่างบางเข้าหาตัวเองพร้อมกับกดริมฝีปากจรดที่ปากบางสวยพร้อมกับบดขยี้ริมฝีปากจากเบาจนหนักหน่วง เมื่อเห็นว่าคนในอ้อมกอดเริ่มโอนเอนร่างสูงจึงสอดแทรกลิ้นสากเข้าไปเชยชิมลิ้นเรียวสวยที่ไม่รู้ประสาพอโดนต้อนหนักจึงปล่อยเลยตามเลย
ปากหยักมอบสัมผัสให้กับหญิงสาวไปได้สักพักก็ต้องผละออกมาเมื่อรับรู้รสชาติจากน้ำตาจากคนตัวเล็กและแรงสั่นของร่างกายคนในอ้อมแขนแกร่งกำลังร้องไห้ที่ไม่สามารถควบคุมความเจ็บปวดได้เหมือนก่อน
“ไปอาบน้ำแล้วนอนสะ” ร่างสูงเอ่ยจบก็สาวเท้าออกจากห้องไป
ฮึก...ฮืออ
หญิงสาวจึงเดินเข้าไปชำระร่างกายพร้อมกับทายาที่ผิวขาวเนียนตอนนี้ที่มีรอยช้ำรอยแรงบีบต่างๆ เมื่อแต่งตัวทายาเสร็จเปิดประตูออกมาก็พบกับคนตัวสูงเมื่อกี้ที่กำลังนอนอยู่บนที่นอน 5 ฟุต
“มองอะไร มานอนสิ”
“เอ่อ.. คือทำไมคุณไม่ไปนอนห้องคุณละคะ” หญิงสาวถามยังคนบนเตียงหน้ามึนปนสงสัย
“ฉันก็จะคอยดูคนที่คิดไม่ซื่อกับครอบครัวฉันไงละ”
“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นจริงๆ” เสียงตอบกลับทันควันทำให้อีกคนเริ่มเสียงแข็งที่ตอนนี้เวลาล่วงเลยมาจวบจนจะเช้าแต่ร่างบางไม่ยอมขึ้นมานอนสักที
“อย่าให้ต้องพูดซ้ำขึ้นมานอน”
“อย่าคิดว่าฉันพิศวาศเธอมาก...อย่างเธอมันไม่มีอะไรน่าดึงดูดเลยสักนิด” ร่างสูงตั้งใจเอ่ยประโยคที่เหน็บแนมให้อีกคนเจ็บแน่นอนว่าพอร่างบางได้ยินแบบนั้นใจก็เริ่มสั่นไหวกับคำพูดดูถูกจึงเดินเข้าไปหาชายหนุ่มบนเตียงอย่างไม่คิดจะถามอะไรอีกพร้อมกับล้มตัวนอนและหันตะแครงข้างไปอีกทาง น้ำตาเริ่มไหลออกมาอีกครั้งไม่นานก็ผล็อยหลับไปด้วยเพราะตอนนี้ดึกมากแล้วบวกกับวันนี้หญิงสาวได้ใช้พลังงานไปจนหมดจึงทำให้หลับสนิทไปอย่างง่ายดาย