ตอนที่ 9 MAY – PUN เริ่มสงสัย
ร่างสูงที่กำลังไล่ดูงานในเมลผ่านมือถือเมื่อเห็นว่าอีกคนนิ่งไปนานจึงปิดโทรศัพท์วางไว้บนหัวเตียงพร้อมกับชะโงกดูว่าหญิงสาวหลับไปจริงๆหรือไม่ เมื่อเห็นว่าร่างบางที่หายใจสม่ำเสมอกำลังเข้าสู่ห้วงนิทราไปมือหนาจึงจับเอาผ้าห่มคลุมร่างบางแต่ทว่าสายตาคมดันเหลือไปเห็นรอยที่เดาได้ไม่ยากว่ามาจากแรงบีบรวมถึงรอยแดงที่เริ่มเป็นสีม่วงอมช้ำเป็นจ้ำๆก็อดสงสัยไม่ได้ว่าใครทำร้ายเธอ
“ใครทำวะ” หรือว่าจะเป็นไอกายน้องเขยเขาก็ไม่น่าจะใช่เพราะกายไม่ใช่คนใช้ความรุนแรง ก่อนหน้านี้ที่ตามมาดูหญิงสาวสายของเขารายงานมาว่ามีหญิงสูงวัยเข้ามาในห้องนอนของเธอซึ่งอาจจะเป็นแม่ของเธอแต่ทำไมแม่ถึงทำร้ายลูกซะจนมีรอยช้ำขนาดนี้ละ
มือสากลูบรอยช้ำพร้อมกับลุกขึ้นเดินไปหากล่องปฐมพยาบาล จากนั้นเปิดกล่องหยิบครีมลดอาการช้ำมาทาให้อย่างเบามือพลางนึกว่าใครถึงลงมือกับเธอได้ขนาดนี้ ผิวขาวสวยที่โดนอะไรนิดหน่อยก็เป็นรอยเพราะเขาเคยลงบีบหนักใส่แขนเธอยังเป็นรอยนิ้วมือเขาเลยแล้วนี่เธอโดนหยิกมาคงเจ็บไม่น้อยเลย...ใช่ไหม
เมื่อทายาเสร็จก็คลุมผ้าห่มผืนหนาให้เธอจึงทิ้งตัวลงนานข้างๆอย่างแผ่วเบาพร้อมกับโอบกอดเข้าหาหญิงสาวมือสากหนาค่อยลูบหัวอย่างรู้สึกแปลกใจกับการกระทำต่อตัวเองที่เริ่มรู้สึกอยากรู้จักคนที่นอนข้างๆมากขึ้นถึงแม้ว่าเธอจะคอยทำลายครอบครัวเขาก็ตามแต่ใจกับแสดงอาการตรงกันข้าม
ติ๊ด~ ติ๊ด~
เวลา 6.00 น. ชายหนุ่มเอื้อมมือมากดหยุดด้วยที่มืออีกข้างยังคงกอดหญิงสาวเอาไว้สภาพตอนนี้ก็คือต่างคนต่างโอบกอดกันและกัน ด้วยความที่เห็นว่าเมื่อคืนกว่าอีกคนจะนอนปาไปจวบจนจะเช้าจึงให้ร่างบางนอนต่อส่วนตัวเองนั้นลุกขึ้นมาทำอาหารเอาไว้ให้ เขาผู้เป็นประธานที่ไม่เคยลงมือทำกับข้าวเองเลยสักครั้งเพราะตั้งแต่เล็กจนโตก็จะมีแม่บ้านดูแลทำให้ตลอดซึ่งในวันนี้จู่ๆก็อยากลองโชว์ฝีมือให้อีกคนลองกินดู...แบบที่เธอเคยทำให้
เริ่มยังไงดีวะ
เสียงคลิปวิดิโอที่กำลังบอกวิธีการทำอาหารซึ่งเป็นเมนูข้าวต้มหมูสับ ในขณะมีประธานหนุ่มสุดหล่อกำลังตั้งใจดูคลิปซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้ทำการเปิดดูคลิปนี้ก่อนลงมือทำไม่ต่ำกว่าสิบรอบ...
“เชี้ย...ทำไมยากจังวะ”
มือสากหน้าที่ทำการสับหมูพร้อมกับรอน้ำในหม้อเดือดและรอใส่หมูที่ตนกำลังสับไม่นานหญิงสาวที่กำลังนอนหลับอย่างสบายก็ได้กลิ่นหอมๆจากการทำกับข้าวของอีกคน พรางบิดตัวเล็กน้อยเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบกับภาพเบื้องหน้าเพราะคอนโดแห่งนี้ไม่ได้สัดส่วนใหญ่มากนักก็พบกับร่างสูงกำลังเคร่งเครียดในการทำอาหารทำให้หญิงสาวเผลอยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยพร้อมกับลุกและเดินเข้าไปหา
“คุณทำเองเลยเหรอคะ”
“หิวข้าวทำไมไม่ปลุกฉันละ” เสียงหวานถามคนตรงหน้าเพราะไม่คิดว่าคนอย่างเขาเนี่ยนะที่หิวข้าวทำกินเอง
“ผมทำให้คุณ” บ้าเอ่ยทำไมคำพูดดูเลี่ยนๆแปลกๆ
“คุณทำให้ฉันเหรอคะ” นิ้วเรียวสวยชี้เข้าหาตัวเองด้วยความตกใจที่ประธานหนุ่มที่เกลียดเธอจะทำอะไรแบบนี้ให้
“งั้นฉันไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนนะคะ” หญิงสาวก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำชำระร่างกายตัวเองด้วยความรีบลนจนทำให้เสียงเข้มดุขึ้นมา
“อย่าวิ่ง...เดี๋ยวล้มอีก”
“แฮะๆ...ค่า”
ไม่นานข้าวต้มหมูสับก็ถูกเสิร์ฟมาวางไว้ด้านหน้า ถึงแม้หน้าตาจะดูไม่ค่อยสวยเท่าไหร่แต่กลิ่นหอมนี่ใช้ได้เลยแต่การหั่นต้นหอมของชายหนุ่มไซส์ขนาดสั้นบ้างยาวบ้างจนทำให้หญิงสาวยิ้มค้างอยู่นานจนทำให้เสียงเข้มเอ่ย
“ยิ้มอะไร...รีบกิน”
“ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวยกมือขอบคุณคนตรงหน้าด้วยความเคยชินที่ตัวเองนั้นอยู่บ้านเด็กกำพร้ามาก่อนเวลาใครให้อะไรก็ยกมือไหว้จนติดเป็นนิสัยช้อนสั้นที่คนข้าวต้มหมูสับตรงหน้าเล็กน้อยพร้อมกับตักเข้าปาก
“หืม..ใช้ได้เลยนะคะเนี่ย”
“จริงเหรอ” เสียงเข้มถามกลับด้วยความดีใจที่ตนนั้นทำครั้งแรกแต่เธอดันชมว่ามันอร่อย
“ของคุณละคะ”
“ไม่มี...ฉันทำถ้วยเดียว” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับตัวเองกำลังเก็บอุปกรณ์ที่ทำกับข้าวพร้อมล้างจานเก็บเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ หญิงสาวจึงลุกขึ้นเดินเข้าไปที่โซนครัวและจูงมือชายหนุ่มมานั่งกินข้าวด้วยกัน
“กินด้วยกันค่ะ” แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าช้อนมีคันเดียวร่างบางก็ตั้งท่าจะลุกขึ้นไปหยิบเอาช้อนมาให้แต่ทว่าชายหนุ่มกลับรั้งมือสวยเอาไว้
“ใช้คันเดียวกันก็ได้”
“หรือเธอรังเกียจ”
“อะเอ่อ...กินคันเดียวกันได้ค่ะ” จากนั้นทั้งคู่ก็ผลัดกันตักข้าวให้กันและกันจนหมดถ้วยสายตาสวยพลันมองไปที่นาฬิกาบนหัวเตียงก็ต้องตกใจเพราะหน้าปัดแสดงเวลาสิบโมงครึ่งแล้ว
“คุณปัญ..นี่มันสิบโมงแล้วทำไมคุณไม่ปลุกฉันคะ”
“ไม่เป็นอะไรวันนี้ฉันไม่รีบ” เมื่อเห็นประธานหนุ่มดูชิลผิดปกติแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามกลับไปแต่อย่างใด
“ทำธุระตัวเองให้เสร็จและมารอฉันหน้าห้อง” เมื่อเสียงเข้มสั่งยังคนตรงหน้าและเดินออกไปยังห้องตัวเองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามส่วนเธอนั้นก็เข้าไปจัดการธุระของตัวเองอย่างว่าง่าย
หญิงสาวและประธานหนุ่มเดินเคียงคู่กันไปยังขึ้นรถหรู Mercedes-benz S Class คันสีดำมุ่งหน้าไปสู่บริษัทของตนทั้งคู่นั่งรถมาทำงานด้วยกันต่างคนต่างเงียบจวบจนใกล้มาถึงยังที่หมายหญิงสาวที่เห็นว่าหากลงไปพร้อมกันกับเขาพนักงานคนอื่นๆอาจจะสงสัยและทำให้ประธานหนุ่มจะดูไม่ดีเอาได้จึงเอ่ยทักท้วง
“ฉันลงข้างหน้าก็ได้นะคะ”
“เดี๋ยวคนมาเห็นจะมองคุณไม่ดีเอา” ประโยคนี้ทำให้คนประธานหนุ่มผู้เป็นคนขับรถกลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างง่ายดาย
“ฉันก็กะจะให้เธอลงตรงนี้แหละ”
“อะเอ่อ...ค่ะ” ไม่นานรถหรูก็เบรกอย่างรุนแรงทำให้ร่างเล็กกระแทกไปด้านหน้าถอยกลับเข้าเบาะรถอย่างไม่แรงหนักเนื่องจากคาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้เมื่อลงจากรถ รถหรูก็เคลื่อนตัวเข้าบริษัทไปอย่างรวดเร็วทำให้หญิงสาวงุนงงว่าอีกคนที่จู่ๆก็เกิดอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาอีก
ตอนนี้เป็นเวลาอีกสิบนาทีจะสิบเอ็ดโมงทำให้อากาศร้อนมากกว่าช่วงเช้าระยะทางตอนนี้ถึงแม้จะไม่ได้ไกลมากนักแต่ก็ทำให้หอบได้เลยทีเดียว เมื่อเข้าไปในบริษัทกลับเจอเพื่อนสาวออกไปทางห้าวอย่างมายด์
“เฮ้...เมย์ไม่เจอกันนานเลย” มายด์ทักหญิงสาวอย่างดีใจที่ไม่เห็นอีกคนลงมาทานข้าวที่โรงอาหารเลย
“ช่วงนี้ยุ่งๆเลยไม่ได้ลงไปทานงั้นเดี้ยววันนี้ฉันลงมาทานกับเธอนะ”
“ฉันจะรอนะ” ทั้งคู่ได้นัดแนะกันเสร็จก็แยกย้ายกันขึ้นไปทำงาน เมื่อเข้ามาภายในห้องทำงานหรูก็พบกับฤทธิ์กำลังคุยงานอยู่กับประธานหนุ่มขี้หงุดหงิดอยู่บริเวรโซนรับรองแขกอย่างเคร่งเครียดเมื่อทั้งสองหันมาเจอเธอฤทธิ์โค้งหัวและส่งยิ้มบางๆให้เล็กน้อยส่วนอีกคนเพียงแค่ปรายตามาเพียงเท่านั้น หญิงสาวยิ้มตอบกลับไปก็รีบเดินเข้ามาเปิดคอมพิวเตอร์พร้อมทำงาน
ประธานหนุ่มและเลขาฝีมือดีคุยงานกันเสร็จก็มีแฟ้มจำนวนมากส่งต่อมาบนโต๊ะทำงานของหญิงสาว
“ทั้งหมดนี้เป็นเอกสารที่จะใช้ดีลงานที่กระบี่อีกหนึ่งสัปดาห์หน้า”
“ฝากคุณเมย์ตรวจสอบอีกทีนะครับ”
“ได้ค่ะ” ซึ่งเอกสารรอบนี้เยอะพอสมควรเลย เมื่อฤทธิ์อธิบายเอกสารแต่ละส่วนให้หญิงสาวสักพักก็ออกจากห้องทำงานหรูไปเหลือเพียงเธอและประธานหนุ่มขี้หงุดหงิด