ตอนที่ 4 PUN-MAY สัมภาษณ์งาน

1595 Words
ตอนที่ 4 PUN-MAY สัมภาษณ์งาน เวลา 7.30 น ร้านกาแฟ “เหลือเวลาอีก 30นาที” “แวะซื้อกาแฟก่อนแล้วกัน” หญิงสาวสวมชุดเดรสสีครีมความยาวเลยเข่าสูทแขนยาวสีดำทับอีกหนึ่งชั้นเพิ่มความมาดมั่นน่าเชื่อถือ “รับเป็นเมนูอะไรดีคะ” พนักงานหน้าตาน่ารักเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “ขอเป็นลาเต้เย็นหวานน้อยค่ะ” ระหว่างรอหญิงสาวก็มานั่งรอที่โต๊ะรูปทรงกลมพรางมองรอบตึกบริษัทหรูแห่งนี้ที่มีพนักงานถยอยกันเข้ามาแสกนบัตรเข้าตึกทำงานบ้างก็แวะเข้าห้องน้ำบ้างก็แวะเข้าร้านสะดวกซื้อ “ลาเต้เย็นหวานน้อยคิวที่ 5 ได้แล้วค่ะ” เมื่อหญิงสาวได้ยินว่าเป็นคิวเรียกของตัวเองจึงรีบเดินออกไปรับแต่ทว่า... ปึก..ซ่า.. “ขะ..ขอโทษค่ะ” “ซี๊ดดดดดด....” ริมฝีปากหนาซูดปากเบาๆเพราะน้ำที่หกราดบนบริเวณหน้าท้องของเขาคืออเมริกาโน่ร้อนที่พึ่งกดออกจากเครื่องใหม่ๆ “คะ..คุณปัญ ร้อนมากไหมคะ” “นี่เราเจอกันครั้งไหนคุณเจ็บตัวตลอดเลย” ร่างบางรีบพยุงคนตัวสูงเพื่อไปทำแผล “ผมเจอคุณครั้งไหนผมเจ็บใจตลอด” ชายหนุ่มพึมพำเบาๆหญิงสาวที่ได้ยินเสียงอู้อี่จึงเอ่ยปากถาม “คุณบอกว่าอะไรนะคะเมื่อกี๊” “ผมบอกว่าขึ้นไปทำแผลที่ห้องทำงานผม” เสียงเข้มปนเอาแต่ใจนิดหน่อยเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ “อะ..อ๋อค่ะๆ” ร่างบางพยุงตามคำสั่งคนตัวสูงไปยังลิฟท์ที่มีป้ายติดว่า VIP ลิฟท์นี้จะเป็นแผนกชั้นผู้บริหารชั้น 25 ถึง 30 เท่านั้น เมื่อลิฟท์เปิดก็นำร่างคนตัวสูงค่อยๆประคองลงที่โซฟาหนังราคาแพงตัวยาว “กล่องยาอยู่ตรงไหนคะ” “อยู่โซนห้องครัวในตู้ชั้น 2” ร่างสูงเอ่ยบอกยังคนตัวเล็กกับสีหน้าฉายออกมาถึงความเจ็บปวดหญิงสาวเดินกลับมาด้วยกล่องยาสามัญมือบางเปิดกล่องหยิบหลอดครีมสีน้ำตาลมาเตรียมไว้ ชายหนุ่มจึงรีบปลดเสื้อเชิ้ตราคาแพงสีขาวออกจากตัวซึ่งบริเวณแผลที่โดนกาแฟหกใส่อยู่ตรงหน้าท้องเมื่อหญิงสาวเห็นชายหนุ่มทำแบบนั้นก็เริ่มทำสีหน้าไม่ถูกเพราะภาพตรงหน้าคือซิกแพคเป็นลอนสวยรับรู้ได้เลยว่าร่างสูงดูแลตัวเองมาเป็นอย่างดีชายหนุ่มเห็นหน้าหญิงสาวแดงเรื่อแบบนั้นจึงอย่างแกล้ง “เร็วๆสิคุณ” “อะ..เอ่อ ค่ะ” มือบางเอื้อมหยิบหลอดครีมที่เตรียมไว้บีบเนื้อครีมสีขาวออกมาพร้อมกับบรรจงทาบริเวณหน้าท้องที่เป็นลอนสวยอย่างแผ่วเบาเพราะเกรงว่าคนตรงหน้าจะเจ็บกลิ่นหอมอ่อนๆจากหญิงสาวตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลายเป็นพิเศษจนลืมตัวไปว่าคนตรงหน้าทำอะไรกับครอบครัวตัวเองเอาไว้ “เสร็จหรือยัง” เสียงเข้มเอ่ยถามสายตาคมจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าทำให้ร่างบางรู้สึกประหม่า “เสร็จแล้วค่ะ” เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีนัดสัมภาษณ์งานร่างบางจึงรีบลุกลี้ลุกลน “ขอโทษนะคะฉันมีนัดสัมภาษณ์งาน” หญิงสาวกำลังจะเอื้อมมือไปจับกลอนประตูเสียงเข้มจึงเอ่ยขึ้น “คุณสัมภาษณ์ที่ห้องนี้ไม่ใช่เหรอ คุณชญา ธนารักษ์” นี่มันชื่อฉันนามสกุลฉัน “คุณปัญ อย่าบอกนะคะว่า...” 0.0 ฉันเลือกสมัครงานฝ่ายบริหารก็จริงแต่ไม่คิดว่าจะต้องได้ใกล้กับประธานบริษัทขนาดนี้ละแบบนี้ฉันจะได้ใกล้ชิดกายได้ยังไงอิสระของฉันไม่นะ...ชญา “ทำไม คุณมีปัญหาอะไร” “หรือไม่พร้อมที่จะสัมภาษณ์งานแล้ว” “ไม่งั้นก็เชิญ” ชายหนุ่มผ่ายมือเชิญหญิงสาวที่กำลังทำท่าทางลุกลน “พร้อมสิคะ” ชายหนุ่มปรายตาดูใบสมัครคร่าวๆ แต่ในความเป็นจริงนั้นเขารู้ทุกอย่างรู้ทั้งที่เธอมาสมัครตำแหน่งฝ่ายบริหารทั้งที่ตัวเธอเองพึ่งเรียนจบในเมื่อเธออยากทำลายครอบครัวเขามากก็มาลองดูสิ...ฉันก็พร้อมจะขย้ำเหยื่อตรงหน้าเหมือนกัน “คุณใจถึงมากเลยนะประสบการณ์แทบไม่มีแต่เลือกสมัครฝ่ายบริหารมา” สายตาคมจ้องไปที่คนตรงหน้าใบหน้าสวยเม้มปากเป็นเส้นตรงกุมมือตัวเองไว้แน่นอากาศภายในห้องเย็นแต่มือสวยดันมีเหงื่อชื้นขึ้นมา “ฉันเรียนทางด้านนี้มาเคยฝึกงานกับบริษัท JTC Solution และยังเคยบริหารร้านอาหารของเพื่อนฉันด้วยค่ะ” หญิงสาวพยายามข่มความกลัวเอาไว้ให้ลึกที่สุดเพราะกลัวชายหนุ่มจะรู้ว่าเธอจะเข้ามาหาเพราะกายที่เป็นอดีตคนรัก เมื่อชายหนุ่มได้ยินชื่อบริษัทนั้นคือบริษัทคู่แข่งของเขาอย่างน้อยเธอก็ยังมีประโยชน์กับบริษัทเขาอยู่บ้าง... “งั้นผมขอถามคุณหนึ่งข้อ” ร่างบางตั้งใจฟังชายหนุ่มตรงหน้าพูด “ถ้าพนักงานคนนั้นกำลังทำให้บริษัทเกิดความขัดแย้งกันคุณชญามีวิธีจัดการอย่างไรครับ” “ฉันก็ต้องถามเหตุผลของคนคนนั้นก่อนค่ะว่าเหตุผลที่ไม่ตรงกันเพราะอะไรบางทีสิ่งที่เรากำลังประสบปัญหาอยู่พนักงานท่านอื่นอาจจะยังไม่รู้ถ้าเราลองเปิดใจรับฟังเขาเราอาจจะพบปัญหาใหม่และช่วยกันแก้ไขน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด” ตอบได้ดีมากมีเสน่ห์ที่สุด ทั้งคำพูดและน้ำเสียงทำให้เขาคล้อยตามนี่ก็คืออีกหนึ่งวิธีของการหลอกคนอื่นของเธอใช่ไหมชายหนุ่มหลุดออกจากพะวังที่สายตาเอาแต่จ้องใบหน้าสวยคนตรงหน้า “..คุณปัญคะ” เสียงหวานเรียกชายหนุ่มตรงหน้าที่เอาแต่จ้องหน้าเธอจนรู้สึกประหม่า “อืม คำตอบก็งั้นๆ ใครเขาก็ตอบแบบนี้กันทั้งนั้น” “พร้อมเริ่มงานเลยหรือเปล่า หรือว่าไ..” ยังไม่ทันได้เอ่ยจบประโยคหญิงสาวก็รีบตอบกลับทันที “พร้อมเริ่มเลยค่ะ” “ดี... ฤทธิ์ฝากจัดการต่อให้ด้วย” จากนั้นฤทธิ์ก็พาหญิงสาวไปทำความรู้จักกับแผนกต่างๆ เพราะการที่ร่างบางเข้ามาทำงานในฝ่ายบริหารถือว่าเป็นตำแหน่งที่สูงเพราะเธอจะต้องได้ใกล้ชิดกลับท่านประธานเบื้องบนและต้องรู้เกี่ยวกับงานทั้งหมดในบริษัท เมื่อฤทธิ์ได้พาหญิงสาวไปแนะนำตามแผนกต่างๆรวมถึงเล่าประวัติเกี่ยวกับบริษัทคร่าวๆให้หญิงสาวทราบแล้วก็วนกลับมาส่งหญิงสาวที่หน้าห้องสัมภาษณ์งานเมื่อช่วงเช้า “ผมได้ให้แม่บ้านมาจัดโต๊ะทำงานรวมถึงเอกสารที่คุณเมย์จำเป็นต้องรู้ไว้ให้ทั้งหมดแล้วนะครับ” เลขามือขวาที่สนิทกับประธานหนุ่มบอกให้หญิงสาวตรงหน้าอย่างใจดี “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ร่างสูงของฤทธิ์โค้งให้หญิงสาวเล็กน้อยและเดินจากไปหญิงสาวเดินกลับเข้ามาในห้องก็พบว่าโต๊ะของเธออยู่ใกล้กลับมุมขวาของประตูซึ่งหันหน้าตรงไปก็เจอโต๊ะของท่านประธาน สู้เขาสิวะหญิง...คงไม่มีไรหรอกมั้ง พักเที่ยง 12.00 ที่นี่มีสวัสดิการร้านอาหารของพนักงานฟรี ไม่เพียงแค่อาหารยังมีฟิตเนตพร้อมกับสระว่ายน้ำซึ่งทั้งหมดนี้ท่านประธานหนุ่มเพิ่มมาให้เป็นโบนัสให้กับพนักงานตอนที่เขาได้ตำแหน่งจากผู้เป็นพ่อ เหตุผลเพราะอยากให้พนักงานได้รับรับผ่อนคลายหากพนักงานได้รับการผ่อนคลายงานก็จะออกมาดี ฉันเดินวนไปมาบริเวณร้านอาหารมีอาหารหน้าตาน่ากินหลายอย่างจนทำให้ฉันเลือกไม่ถูกจึงเลือกเป็นข้าวราดแกงง่ายๆ เมนูไข่พะโล้กับกุนเชียงนอกจากจะเลือกอาหารนานแล้วยังหาโต๊ะนั่งยากอีกเพราะเวลาพักของทุกคนคือตอนเที่ยง “ตรงนี้ยังว่างนะคะ” หญิงสาวคนนึงออกไปทางแนวห้าวๆทรงผมรวบเป็นหางม้าสวมเสื้อยืดสีดำและกางเกงยีนส์สีเทารองเท้าผ้าใบสีขาวเสริมความเท่ขึ้นไปอีก “เอ่อ..อ่อ ขอบคุณนะคะ” “เธอเป็นพนักงานใหม่เหรอ” “ใช่ค่ะ พึ่งสัมภาษณ์วันนี้แล้วก็เริ่มงานวันนี้เลย” หญิงสาวตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร “ฉันชื่อมายด์นะ อยู่แผนกตรวจสอบอาคารแผนกฉันอยู่ชั้น21” ด้วยความที่ต่างคนต่างเข้ากันได้ง่ายจากการพูดคุยกันถูกคอ “ฉันเมย์นะ อยู่แผนกบริหาร ชั้น30” เพียงเท่านั้นหญิงสาวที่นั่งตรงข้ามถึงกับสำลักข้าวขึ้นมาอย่างกะทันหันกับแผนกที่ใครๆก็รู้ว่าแต่ละคนเข้าถึงยากและเนี๊ยบสุดๆ อุ๊บ..แค่กๆ.. “นี่ใจเย็นสิ ค่อยๆเคี้ยว” มือบางรีบหยิบน้ำส่งให้กับเพื่อนใหม่ด้วยความเป็นห่วง “สำลักแผนกทำงานเธอหนะสิ” “แปลว่าเธอต้องเก่งมากแน่ที่ได้อยู่แผนกนี้” หญิงสาวเอ่ยชมร่างบางอย่างจริงใจ “ฉันดีใจจังที่ได้มีเพื่อนเก่งๆแบบเธอ” หน้าหวานส่ายหน้าไปมากับความอวยเวอร์ของคนตรงหน้าไม่นานทั้งคู่ก็แยกย้ายกลับขึ้นทำงานไปยังแผนกของตนสองสาวได้แยกกันตรงขึ้นลิฟท์เพราะแผนกใช้ลิฟท์คนละตัวกัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD