บทที่ 11 คนร้ายที่ใกล้ตัว
เช้าวันเสาร์หญิงสาวตื่นแต่เช้าสะพายเป้ใบเก่าเดินไประยะทาง 2 เมตรก็ถึงป้ายรถเมล์ที่คุ้นเคยนั่งไปจนเกือบสุดสายก็ต้องต่อรถสองแถวเข้าซอยไปอีกเพราะบ้านแห่งนี้อยู่แถบชานเมืองข้ามจากตัวเมืองเชื่อมจังหวัดปริมณฑล
เอี๊ยด...
รถสองแถวได้หยุดตรงหน้าปากซอยร่างบางสาวเท้าไปตามทางถัดจากบ้านสองหลังก็เป็นบ้านที่เธอคุ้นเคยตั้งแต่จำความได้มือบางผลักประตูที่เริ่มเก่าเข้าไปทว่ากำลังจะปิดประตูก็มีแรงดึงจากด้างล่างชายเสื้อ
ปึก..อึ
“เย้พี่เมย์..กลับมาแล้ว” เสียงใสแจ๋วจากปกป้องเด็กชายอายุ 7 ขวบที่กำลังเตะฟุตบอลกับพี่ๆระหว่างรอหญิงสาวกลับมาในวันหยุดเป็นประจำ
“ไงเราตัวมอมแมมอีกแล้ว” มือบางลูบหัวเล็กที่เปียกชื้นเต็มไปด้วยเหงื่อจากการออกกำลังส่งผลให้เด็กชายยิ้มโชว์ฟันที่เริ่มผลัดเปลี่ยนจากน้ำนมเป็นฟันแท้
“วันนี้กลับมาเร็วจังลูกเมย์” แม่เพียรจิตที่กำลังเตรียมปลอกฟักสำหรับทำกับข้าวเย็นนี้รวมถึงเฝ้าดูแลเด็กๆไปด้วย
“ที่นี่เขาหยุดเสาร์อาทิตย์ก็เลยอยากกลับมานอนตักแม่...” หญิงสาวที่ไม่เคยได้รับความรักจากใครนอกจากที่นี่แต่เมื่อมีคนรับอุปการะเธอจึงทำให้ต้องไปอาศัยอยู่บ้านหลังใหม่แต่ทว่าความรักที่นั่นกลับเทียบไม่ได้กับที่นี่
“ขี้อ้อนจังเลย…ถ้าเหนื่อยมากเมย์กลับมาอยู่ที่นี่สิลูก” เพียงเท่านั้นร่างบางก็โน้มตัวเข้าไปกอดหญิงสูงวัยตรงหน้าพร้อมกับพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้เพื่อไม่อยากให้แม่ต้องมาเป็นห่วง มือที่เหี่ยวย่นลูบหลังบางไปมาด้วยความอบอุ่น
“มดกับจิ๊บละแม่” หญิงสาวรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยซึ่งปกติเด็กสาวสองคนจะไม่ไกลห่างจากแม่เพียรจิตเลย
“มดออกไปทำงานพาร์ทไทม์”
“ส่วนจิ๊บไปเรียนภาษาที่โรงเรียนเห็นว่าจะกลับค่ำๆน่ะลูก”
“อ่อ..งั้นเมย์ช่วยแม่ดีกว่า” โดยมีเด็กชายปกป้องอาสาเอากระเป๋าเป้ไปเก็บให้จากนั้นร่างบางก็ลงมือช่วยเตรียมวัตถุดิบทำกับข้าวทำไปได้สักพักก็มีเสียงออดจากประตูหน้าบ้านขึ้น
ออดดดด....
“เอ๋....ใครมาหรือว่ามดกับจิ๊บจะกลับมาแล้ว”
“เดี๋ยวเมย์ไปดูให้เองจ้ะ” หญิงสาวไม่รอช้ารีบเดินไปดูหากเป็นน้องสาวคงดีเพราะฟ้าก็ใกล้จะมืดแล้วแต่ทว่าสายตาก็ต้องเบิกกว้างเพราะคนที่มาคือประธานหนุ่มหน้าตาหล่อที่ในมือก็ถือกระเป๋าหนังราคาแพงมาด้วย
“ขะคุณปัญ” สายสวยเบิกกว้างด้วยความความตกใจที่คนตรงหน้ามาที่ได้ไง อ๋อ...หรือว่าเขาเป็นเจ้าของมูลนิธิ….ภาพในวันที่เธอเข้าไปดาวน์โหลดใบสมัครงานแสดงรูปภาพวิสัยทัศน์บริษัท…ใช่เขาจริงๆก็ไม่แปลกที่เขาจะมาที่นี่ได้นี่นา…
ชายหนุ่มเดินนำเข้าไปด้านใน ร่างบางที่ยังคงสงสัยเมื่อนึกขึ้นได้เเล้วจึงสาวเท้าเดินตามแผ่นหลังหนาไป หญิงสูงวัยที่เห็นอีกคนตั้งแต่วัยเด็กพอชายหนุ่มเติบโตก็ไม่ค่อยได้มายังบ้านหลังนี้บ่อยครั้งจึงรีบลุกขึ้นมาต้อนรับทันที
“คุณปัญ” หญิงสูงวัยพุ่งเข้ากอดชายหนุ่มด้วยความคิดถึง
“นมสบายดีไหมครับ” ชายหนุ่มรับอ้อมกอดนั้นด้วยความคิดถึงเช่นกัน
“สบายดีลูก...มีเมย์ จิ๊บกับมดช่วยงานนมเบาไปเยอะเลยคุณหนู” เมื่อตอนเด็กๆพ่อแม่ของเขางานยุ่งมากจึงเอาเขามาอยู่ที่นี่บ่อยๆ ร่างสูงจึงขอตัวเอากระเป๋าไปเก็บยังห้องนอนส่วนตัวของตัวเองที่นี่
เมื่อ 20 ปี ที่แล้วรถหรูจอดที่หน้าบ้านซึ่งเป็นที่พักพิงสำหรับเด็กกำพร้า
“อยู่ที่นี่ไปก่อนนะครับน้องปัญ”
“คุณแม่ทำงานเสร็จจะรีบมารับกลับ” คุณหญิงปริมเอ่ยบอกลูกชายให้ทราบในเหตุผลเนื่องจากวันนี้เธอและสามีมีประชุมงานด่วนกระทันหันจึงจำเป็นที่จะต้องเอาลูกมาฝากไว้กับเพียรจิตเพราะชายหนุ่มไม่เอาใครเลยนอกจากเพียรจิตซึ่งตอนนี้ได้มาช่วยดูแลมูลนิธิของเธอ
“ครับ” เด็กหนุ่มยังคงมีความบึงตึงอยู่เล็กน้อยเพราะด้วยความที่เป็นเด็กก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมวันหยุดพ่อแม่ของเขาถึงไม่เคยมีเวลาให้เลย
“ฝากด้วยนะ”
“ได้เลยค่ะ คุณผู้หญิง”
“ป่ะ…เข้าไปข้างในกันค่ะคุณหนู” เมื่อชายหนุ่มเข้ามาเอาสัมภาระเก็บยังห้องส่วนตัวที่เขาขอจากผู้เป็นแม่ไว้ว่าไม่อยากอยู่รวมกับคนอื่นเพราะต้องการสมาธิในการอ่านหนังสือ เขาโดนกำชับให้เริ่มเรียนรู้งานตั้งแต่จำความได้เริ่มจากสิ่งง่ายๆโดนปลูกฝังมาว่าจะต้องดูแลงานแทนคุณพ่อคุณแม่รวมถึงน้องสาวเพราะเขาเป็นพี่ชายคนโต
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศด้านนอกกำลังดีเด็กชายหนุ่มจึงเปลี่ยนบรรยากาศอ่านหนังสือข้างด้านนอกมีโต๊ะม้าหินอ่อนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตัวยาวเด็กชายจึงเลือกนั่งอ่านหนังสือตรงนี้แต่เมื่ออ่านไปได้สักพักก็มีเสียงของเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับตุ๊กตาตัวเก่าเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ที่เริ่มเก่ารองเท้าแตะที่ผ่านการซักมาหลายครั้งทำให้สีเริ่มจาง
“เย่น...เย่น” เด็กหญิงวัย 2 ขวบ ที่ยื่นตุ๊กตาตัวเก่าวางไว้บนเก้าอี้ม้าหินอ่อนข้างๆเด็กชาย
“ออกไป”
“ฉันอยากอยู่คนเดียว” เด็กหนุ่มที่ไม่เอาใครง่ายๆเอ่ยปากไล่เด็กสาวตัวน้อยที่ตอนนี้กำลังหัดพูดจาเลียนแบบพร้อมกับส่งยิ้มให้ในแววตาใสซื่อ
“ปัย...เย่น” เด็กน้อยวัยกำลังซนค่อยๆปืนป่ายขึ้นเก้าอี้ในขณะเด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกรำคาญที่มีคนตามมาวอแวจึงรีบเก็บหนังสือเดินเพื่อที่จะเดินกลับไปห้องพักในขณะที่เด็กสาวปืนขึ้นมาได้ก็มองด้วยสายตาใสซื่อพร้อมกับชูมือข้างนึงไปหาเด็กหนุ่ม
“มะ...เย่น”
เด็กชายหนุ่มไม่คิดที่จะสนใจเดินเข้าไปในห้องนอนจู่ๆท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้มลมแรงกลิ่นฝนโชยมาอ่อนๆ เสียงท้องฟ้าที่เริ่มร้องเด็กหญิงตัวน้อยมองไปทางห้องที่เด็กชายเดินเข้าไปเมื่อรอบตัวเริ่มเงียบมองไปทางไหนก็ไม่เจอใครเสียงฟ้าร้องเริ่มดังขึ้นปากเล็กเริ่มเบะปากส่งเสียงร้องไห้
“แง..แง” ไม่นานฝนก็เริ่มปรอยลงมาความดังของเสียงฝนกลบเสียงร้องของเด็กหญิงตัวน้อย เด็กชายหนุ่มที่เห็นแบบนั้นจึงรีบวิ่งออกไปฝ่าสายฝนอุ้มเด็กหญิงที่ตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนเมื่อเข้ายังที่พัก
“ตายแล้วคุณหนู..ทำไมพากันตัวเปียกแบบนี้” เพียรจิตที่กำลังคุยกับเจ้าหน้าที่อาสาที่เอาเด็กหญิงตัวน้อยมาส่งเพราะแม่ของเด็กหญิงไม่พร้อมที่จะเลี้ยงเนื่องจากท้องไม่พร้อมอายุยังไม่บรรลุนิติภาวะและยังติดคุกเนื่องจากค้ายาเสพติดทำให้มีคนโทรแจ้งเข้ารับช่วยเหลือเด็กน้อยจากแหล่งมั่วสุมจึงได้มาอยู่มูลนิธิแห่งนี้
ด้วยความที่ภูมิต้านทานน้องยังไม่แข็งแรงทำให้อีกวันเด็กหญิงมีอาการไข้ขึ้นสูงและมีภาวะปอดบวมเหตุการณ์ในวันนั้นทำให้เด็กชายหนุ่มเกิดรู้สึกผิดปนสงสารถ้าหากเขาไม่เดินหนีเธอเธอคงไม่ต้องโดนเจาะน้ำเกลือแบบตอนนี้เด็กชายหนุ่มที่เริ่มเปิดใจให้อีกคนมากขึ้นทำให้เด็กหญิงตัวน้อยติดแจ
“อย่าทำแบบนั้น” เด็กหญิงที่กำลังอยากรู้อยากลองพยายามที่จะปีนมายังบนโต๊ะเนื่องจากเขากำลังตั้งใจอ่านหนังสือไม่ได้เล่นด้วยเหมือนเคย
“พิ...พิ”
“ปัญ” เด็กหญิงตัวน้อยที่ขี้นิ้วเล็กไปที่ตุ๊กตาตัวโปรดตัวเองหล่นอยู่ใต้โต๊ะในสภาพเลอะขี้ดินสกปรกมอมแมมตั้งแต่วันที่เธอตากฝนเพราะทำร่วงเมื่อเด็กชายหนุ่มมองตามไปเอื้อมมือเก็บ
“มันสกปรกแล้ว”
“เดี๋ยวพี่เอาไปซักให้นะ”
1 สัปดาห์ผ่านไป เด็กชายหนุ่มกลับบ้านหลังใหญ่ไม่ได้กลับมายังมูลนิธิเพราะติดสอบปลายภาค เสียงผู้ใหญ่สองคนที่กำลังเจรจารับเด็กไปอุปถัมภ์
“ได้ค่ะคุญหญิงสุดา น้องเมย์เป็นเด็กเลี้ยงง่ายมากค่ะ”
“ปะ...น้องเมย์กลับบ้านเรากันนะคะ” คุณหญิงสุดามีลูกสาวคนเดียวซึ่งอยากมีอีกคนแต่ไม่สามารถมีได้อีกเนื่องจากปัญหาสุขภาพจึงรับเด็กจากที่นี่ไปรับเลี้ยงเป็นเพื่อนลูกสาวเพิ่มแม่เพียรจิตเดินไปส่งน้องเมย์ที่รถเก๋งหน้ามูลนิธิพร้อมกับอวยพรให้เด็กหญิงตัวน้อยมีความสุขกับบ้านหลังใหม่
“มีความสุขกับบ้านใหม่นะคะน้องเมย์” คำอวยพรพร้อมกับมือที่ลูบหัวอยากให้เด็กที่อยู่ที่นี่มีบ้านพร้อมที่จะได้รับความสุขเยี่ยวยาจิตใจเป็นสิ่งที่เธอคาดหวังต่อการส่งเด็กไป
“แมะ...ปัญ” เด็กหญิงจำชื่อสองชื่อนี้ได้อย่างแม่นยำเพราะเป็นคนที่อยู่กับเด็กหญิงมากที่สุดไม่นานรถเก๋งก็เคลื่อนตัวออกไป
เด็กชายหนุ่มที่กำลังลงมาจากรถเตรียมเข้าบ้านมูลนิธิพร้อมกับในมือถือตุ๊กตาตัวเก่าที่มีกลิ่นหอมเนื่องจากตนซักเองกลับมืออย่างถะนุถนอมเตรียมเอามาให้เด็กหญิงตัวน้อยแต่มันกลับได้พบกลับข่าวเศร้าและน่าใจหายว่าเด็กหญิงได้บ้านใหม่แล้วซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้พบเธออีกเมื่อไหร่อีกไม่กี่วันเขาก็ต้องบินไปเรียนต่อต่างประเทศ
เธอยังเป็นคนที่เขาคิดถึงเสมอเธอทำให้เขาเป็นคนที่เห็นคุณค่าคนอื่นมากขึ้นอ่อนโยนขึ้น เมื่อหลุดออกจากพะวังห้องนอนเขาที่นี่ถึงแม้จะไม่ได้กลับมานานแต่ยังมีคนเข้ามาทำความสะอาดให้อยู่เสมอ เมื่อชายหนุ่มเดินออกมาก็พบกับเลขาสาวหน้าห้องที่เดินตามมา
“ทำไมคุณได้มาที่นี่คะ” ร่างบางถามยังคนตัวสูงด้วยความแปลกใจ
“มูลนิธิบ้านฉันทำไมจะมาไม่ได้” ชายหนุ่มตอบกลับแววตาราบเรียบ หญิงสาวทำความสะอาดห้องนี้บ่อยครั้งเห็นรูปเขาตั้งแต่เด็กๆแต่ก็จำเขาไม่ได้เลยเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อนเพราะตอนนั้นเธอเด็กมากไม่แปลกที่จะจำเขาไม่ได้
“อะเอ่อค่ะ”
“ฉันกับแม่เพียรจิตกำลังทำกับข้าวรอสักครู่นะคะ” เพียงเท่านั้นหญิงสาวเดินกลับไปที่ห้องครัวต่อแต่ทว่ามีชายหนุ่มรูปหล่อเดินตามเมื่อรู้สึกมีคนเดินตามมาจึงหันกลับไปเอ่ยถาม
“ตามมาทำไมคะ”
“ฉันอยากช่วย..ทำกับข้าวให้เด็กๆ” ร่างสูงไม่รอช้าเดินนำเข้าไปยังห้องครัวที่มีแม่นมของเขาอยู่ในห้องอยู่ก่อนแล้ว
“ให้ผมช่วยนะครับนม” ทั้งสามช่วยกับทำกับข้าวไม่นานก็เสร็จพร้อมเสิร์ฟชายหนุ่มยกจานพวกของหนักไปยังห้องอาหารรวม หญิงสาวเป็นคนตักข้าวและแม่เพียรจิตตักกับข้าวให้กับเด็กๆที่ต่อแถวรอรับกับข้าวอย่างเป็นระเบียบ
“นมดีใจนะที่คุณหนูกลับมา”
“และ...อ่อนโยนขึ้น” มือที่เริ่มเหี่ยวตักแกงฟักใส่ไก่ไปให้ยังจานข้าวคนตัวสูง
“ทานเยอะๆนะลูก”
“นี่คุณปัญนะเมย์เป็นเจ้าของมูลนิธิที่นี่”
“คุณปัญเป็นเจ้านายเมย์เองค่ะ” หญิงสาวตอบกลับด้วยความที่ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเพราะรู้จักคนตรงหน้าแล้ว
“อ่าว..ดีดีเลยฝากเมย์ด้วยนะคะคุณหนู”
“เมย์เป็นคนที่ขยันและกตัญญูมากๆหากคุณหนูได้อยู่ใกล้คงรักน้องเมย์เหมือนกับที่นมรัก”
“ครับ” ประธานหนุ่มตอบรับไปแต่นมของเขาจะรู้ไหมว่าน้องเมย์ของนมจ้องจะทำลายครอบครัวเขาอยู่