“…สงสัยจะลืมไว้บนรถ เฮ้อ แก่แล้วมันไม่ดีแบบนี้นี่แหละ”
เสียงของชายวัยห้าสิบปีบ่นออกมาหลังจากคลำมือจนทั่วเสื้อสูทตัวหนาก็ไม่พบเอกสารสำคัญที่เขาลืมถือมันมาด้วย ภาสกรถอนหายใจพลันส่ายหน้าเอือมระอากับความขี้หลงขี้ลืมของตัวเองแล้วทำท่าจะลุกขึ้นยืน
“ไม่เป็นไรค่ะท่าน เดี๋ยวยี่หวาไปเอาฉบับสำรองที่รถให้”
คนตัวเล็กเห็นดังนั้นก็เป็นฝ่ายอาสาทันที เธอเลื่อนเก้าอี้เล็กน้อยแล้วลุกเดินออกไปนอกห้องอาหาร สาวสวยสาวเท้าเดินกลับออกไปตามทางเดิน ไม่นานนักเธอก็มาหยุดอยู่หน้ารถยุโรปที่เป็นรถประจำตำแหน่งของเอกอัครราชทูต
“พอดีท่านลืมเอกสารน่ะค่ะ แต่ยี่หวาพกฉบับสำรองมาด้วย”
เธอเอ่ยบอกคนขับรถเพื่อให้เขาปลดล็อกประตูให้ ผู้ชายใส่แว่นดำทำเพียงพยักหน้าแล้วเปิดประตูให้เธอได้เข้าไปหยิบของด้านใน ร่างบางก้มตัวเล็กน้อยแล้วเอื้อมมือไปคว้าเอาแฟ้มที่ตนเองเป็นคนวางทิ้งไว้ออกมา ด้านในนั้นมีเอกสารสี่ห้าใบยี่หวาเลยตัดสินใจหยิบมันติดมือมาทั้งหมดโดยไม่ลืมหันไปก้มหัวให้กับคนขับรถแทนการขอบคุณ
สาวสวยเดินกลับเข้าร้านอาหารหรูไปอีกครั้งเธอก้าวเดินด้วยท่าทางมั่นใจและดูสง่างามเหมาะสมกับตำแหน่งงานที่ทำ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก…
“เชิญ”
ยี่หวาเปิดประตูหลังจากได้รับอนุญาตจากคนข้างใน เธอเดินตรงเข้าไปหาผู้เป็นนายของตนเองแล้วยื่นเอกสารส่งให้เขาพร้อมหันไปเคารพแขกคนสำคัญที่คุณภาสกรได้นัดหมายมาพูดคุยในวันนี้
“สวัสดีครับ ผู้ช่วยของท่านเหรอครับ”
“อืม ชื่อยี่หวา เป็นเด็กขยันแล้วก็ฉลาดมาก”
เธอหันไปก้มหัวให้ผู้อาวุโสที่เอาแต่ชมเธอไม่ขาดปากตั้งแต่ได้ทำงานร่วมกันก่อนที่หญิงสาวจะแทรกตัวนั่งลงบนเก้าอี้เพื่อเตรียมจดรายละเอียดสำคัญตรงหน้า
“ครับ สวยด้วย ไม่แปลกใจเลยที่ทำงานกับคนเก่ง ๆ แบบท่านได้”
เสียงคุณหัสดินทร์ดึงความสนใจให้คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นไปสบตากับเขา เธอมองชายวัยใกล้สี่สิบแต่ยังดูดีส่งสายตาเป็นประกายเล็ก ๆ มาให้
“อืม ฉันต้องทำงานกับคนเก่งอยู่แล้ว แต่แม่หนูนี่มีแฟนแล้วน่ะ…เข้าเรื่องของเราเลยดีกว่า”
“…ครับ”
ยี่หวาหลุบตากลับมามองเอกสารในมือตัวเอง เธอไม่คิดสนใจสายตาหรือคำพูดจากผู้ชายฝั่งตรงข้ามอีก คนตัวเล็กลอบถอนหายใจอย่างคนโล่งอก เธอรู้สึกสบายใจไม่น้อยที่ผู้อาวุโสอย่างคุณภาสกรคอยกันท่าแทนเธอทุกครั้งที่มีคนเข้าหาเวลาต้องออกไปพบเจอแขกนอกสถานที่
หลังจากนั้นภายในห้องก็ตกอยู่ในบรรยากาศของความจริงจัง กระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปสี่ชั่วโมงเอกอัครราชทูตกับผู้ช่วยส่วนตัวถึงได้เดินออกมา…
“คาดว่าทางนั้นคงไม่มีปัญหาอะไร ถ้ากลับถึงที่ทำงานแล้วก็เลิกงานได้เลย”
“ค่ะท่าน…เอ่อ ขอบคุณนะคะ ที่คอยช่วยยี่หวา”
สาววัยยี่สิบต้นเอ่ยคำขอบคุณออกไป เธอไม่ต้องอธิบายถึงเหตุผล ภาสกรก็คงจะรับรู้ได้
“ฉันไม่ชอบไอ้พวกหน้าม่อบ้าตัณหาเหมือนกันน่ะ อีกอย่าง เราก็เป็นเด็กวางตัวดีด้วย”
“ค่ะ”
คนตัวเล็กพยักหน้าแล้วรอให้ผู้อาวุโสเข้าไปนั่งด้านในรถก่อนเธอถึงได้ตามเข้าไป รถหรูขับเคลื่อนออกจากเขตของร้านอาหารมุ่งหน้ากลับไปยังตึกระฟ้าเพื่อส่งคนสำคัญของประเทศและผู้ช่วยสาว
“สวัสดีค่ะท่าน”
“อืม กลับบ้านดี ๆ ล่ะ”
ยี่หวาส่งยิ้มแล้วก้มศีรษะให้ภาสกร เธอรอให้นายตนเองเดินพ้นสายตาไปก่อนแล้วถึงได้ดึงศีรษะกลับขึ้นมา สาวสวยหมุนตัวกลับไปจัดการเก็บข้าวของบนโต๊ะทำงานประจำตำแหน่ง เธอรวบทุกอย่างใส่กระเป๋าเตรียมจะลงไปที่ลานจอดรถของบริษัท
อืดดด ~
จาเมล : รออยู่ข้างล่าง ทิ้งรถไว้เดี๋ยวพรุ่งนี้มาส่ง
นัยน์ตาสวยมองข้อความที่ถูกส่งเข้ามา เธอกดเข้าไปอ่านแล้วส่งสติกเกอร์ตอบตกลงแทนการพิมพ์ตอบ ยี่หวาเก็บมือถือใส่ลงไปในกระเป๋าเสื้อสูทแล้วออกเดินเพื่อลงไปหาพี่ชายไม่แท้ของตนเอง
ตึก ตึก ตึก
เสียงปลายส้นสูงกระทบไปตามทางเดินคอนกรีตแล้วมาหยุดอยู่ข้างรถซูเปอร์คาร์รุ่นนิยมเพื่อรอให้คนด้านในกดเปิดประตูให้เธอ
“…พี่ผ่านมาแถวนี้เหรอ ทำไมถึงมารับล่ะ”
เธอถามทันทีที่บั้นท้ายสัมผัสกับเบาะหนัง ใบหน้าสวยหันไปมองร่างสูงข้างตัวที่วันนี้เขาดูดีแบบผิดหูผิดตา
“อืม ออกมาทำธุระข้างนอกน่ะ ปกติเห็นว่าเลิกงานเวลานี้เลยแวะมารับ”
ตาคมหันกลับมาประสานกัน ผมของจาเมลยังคงความธรรมชาติเอาไว้แต่วันนี้เขาเลือกจะใส่เสื้อแบบพอดีตัว ทำให้ร่างกายเพอร์เฟกต์ดูเด่นชัดกว่าเดิม กล้ามเป็นกล้าม หน้าท้องเป็นลอนอยู่ใต้เสื้อ
“อ๋อ…”
เธอไล่ตาสำรวจคนตรงหน้าอีกครั้ง ปกติจาเมลเป็นคนหน้าตาดีอยู่แล้ว หรือเรียกง่าย ๆ ว่าโครตหล่อ แต่ก็ไม่คิดเลยว่าแค่เขาเปลี่ยนการแต่งตัวนิดหน่อยจะดูดีขึ้นมากขนาดนี้
“กินไรรึยัง ขากลับมันผ่านร้านที่ยี่หวาชอบหนิ อยากแวะหน่อยไหม?”
“อื้อ ได้สิ”
หญิงสาวกรอกตานึกแล้วพยักหน้าให้ ไม่นานนักพี่ไม่แท้ของเธอก็เคลื่อนรถออกไป ทั้งสองคนไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีกและต่างรับรู้ได้ถึงบรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ที่ดูเปลี่ยนไปจากเดิมตั้งแต่ได้มีความสัมพันธ์เกินกว่าที่พี่น้องควรจะเป็น
เอี๊ยด!
ทันทีที่รถจอดนิ่งสนิทจาเมลก็ก้าวลงไปยืนเต็มความสูงเป็นคนแรก เขาหันมามองร่างบางที่เพิ่งก้าวลงมาจากรถก่อนจะเดินอ้อมท้ายรถตรงไปช่วยสาวสวยถือกระเป๋าสะพายไว้แทน
“…พี่ไม่ต้องก็ได้ เดี๋ยวยี่หวาถือเอง”
ยี่หวาพูดกับอากาศเพราะตอนนี้คนตัวสูงเดินนำเข้าไปในร้านแล้ว เธอมองตามแผ่นหลังเขาแล้วรีบเร่งฝีเท้าเดินตามเข้าไป
“เอาชุดนาเบะรวมหมูสองที่กับน้ำข้าวโพดอีกสอง”
“ค่ะ รอสักครู่นะคะ”
“พี่ไม่คิดว่ายี่หวาจะอยากเปลี่ยนเมนูบ้างเหรอ”
เสียงหวานเอ่ยถามออกไปเมื่อชายหนุ่มตรงหน้าสั่งอาหารพร้อมน้ำที่เธอกินเป็นประจำให้เสร็จสรรพ
“จะเปลี่ยนไหมล่ะ?”
“ไม่อะ”
“ใช่ไง พี่เห็นเรากินแต่เมนูนี้ตั้งแต่ร้านเปิดใหม่ ๆ ละ”
จาเมลพูดถึงเมื่อสี่ปีที่แล้วที่ร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้บ้านเพิ่งมาเปิดใหม่ เขาเลยได้พาคนตัวเล็กมาลองชิม ตั้งแต่นั้นมาร้านนี้ก็กลายเป็นร้านประจำของคนทั้งคู่ และยี่หวาก็สั่งแต่เมนูเดิมมาตลอดสี่ปี
“…”
เธอไม่ได้พูดอะไรอีกแต่กำลังลอบมองใบหน้าหล่อของคนฝั่งตรงข้าม เขาหยิบเอาช้อนกับตะเกียบออกมาสองชุดแล้วส่งชุดหนึ่งให้เธอ
“…ทำงานเป็นไงบ้าง”
นัยน์ตาคมมองมาที่เธอ เขามองหน้าอย่างคนรอคำตอบ
“ก็ดีนะ หนักหน่อยแต่เงินเดือนดี”
“เงินดีแล้วทำไมยังให้พี่เลี้ยงข้าวอยู่เลย”
จาเมลถามกวน ๆ แล้วเหลือบตามองพนักงานของร้านที่กำลังเดินตรงเข้ามาเสิร์ฟอาหารลงบนโต๊ะ
“เอ้า! พี่ชวนยี่หวาหนิ พี่ก็จ่ายดิ”
คนตัวเล็กทำลอยหน้าลอยตาแล้วเป็นฝ่ายตักอาหารเข้าปากไปเป็นคนแรก ตาของเธอจะเป็นประกายทุกครั้งที่ได้กินอาหารอร่อย
“หึ”
หนึ่งชั่วโมงให้หลัง
ฟึบ!
“เฮ้อ…สบายจัง”
ยี่หวาทิ้งตัวลงบนที่นอนเต็มแรง ทันทีที่เธอกลับถึงบ้านก็พุ่งตัวเข้าห้องไปอาบน้ำแล้วออกมานอนแผ่หลาอย่างที่เห็น ใบหน้าสวยมองเพดานห้อง เธอพลิกตัวตะแคงแล้วเถือกไถตัวเองประหนึ่งสัตว์เลื้อยคลานเพื่อไปควานหาสายชาร์จมาชาร์จโทรศัพท์ มือเล็กคลำสะเปะสะปะจนเจอสายไฟที่เธอต้องการ ยี่หวาดึงมันมาเสียบเข้ากับมือถือตัวเองแต่กลับไม่มีกระแสไฟถูกชาร์จเข้ามาอย่างที่ควรจะเป็น
“ฮึ!?”
คิ้วเรียวผูกเป็นปมเธอดึงสายนั้นออกแล้วลองเสียบเข้ามาใหม่แต่มันก็ยังไม่ทำงานตามหน้าที่ของมัน
พังเหรอ…
หญิงสาวพลิกตัวนอนคว่ำผมหยักศกของเธอเลยตกลงมาปรกหน้า มือเรียวปัดมันออกแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะลุกเดินออกจากห้องไปยืนอยู่หน้าห้องนอนของชายหนุ่มเจ้าของบ้านแทน
ก๊อก ก๊อก…
“พี่จาเมล มีสายชาร์จให้ยืมไหมของยี่หวาพัง”
เธอส่งเสียงกึ่งตะโกนพร้อมกับเคาะประตูห้องจาเมลไปด้วย ไม่นานนักคนด้านในก็เปิดประตูห้องออกมาแล้วไล่ตามองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า