“เลิกงานได้แล้ว รีบออกก่อนที่รถจะติดกว่านี้”
“…ค่ะท่าน สวัสดีค่ะ”
ยี่หวารีบลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าภาสกรเดินออกมาจากห้อง เธอก้มหัวกุมมือไว้หน้าลำตัวกระทั่งผู้อาวุโสเดินผ่านไปใบหน้าสวยถึงได้เงยกลับขึ้นมา คิ้วเรียวย่นเข้าใส่กันเล็ก ๆ ด้วยความฉงนเมื่อเห็นว่าตะวันยังไม่ลับขอบฟ้าแต่วันนี้เจ้านายของเธอกลับบอกให้เลิกงานเสียอย่างนั้น
เธอก้มตัวไปมองเวลาบนหน้าจอตรงหน้าอีกครั้งเพื่อเช็กให้มั่นใจก่อนจะชะโงกหน้าไปมองแผ่นหลังของเอกอัครราชทูตอีกหน จึงแน่ใจแล้วว่าสามารถเลิกงานได้จริง ๆ ยี่หวารีบจัดการพิมพ์งานที่คั่งค้างต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะปิดไฟล์งานลงแล้วกดชัตดาวน์คอมพิวเตอร์ตรงหน้าด้วยความว่องไว
แขนเรียวเอื้อมไปหยิบกระเป๋าสะพายคู่ใจขึ้นมาคล้องแล้วเดินตรงดิ่งไปที่ลิฟต์แบบไม่คิดสนใจสิ่งรอบตัว ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีร่างแบบบางก็มานั่งอยู่ในรถยนต์สี่ที่นั่งเรียบร้อย เธอดึงเข็มขัดนิรภัยพาดผ่านตัวเตรียมจะสตาร์ทรถ แต่เสียงเรียกเข้าดันดังขึ้นมาขัดจังหวะหญิงสาวเสียก่อน
“…อื้ม มีอะไรถึงได้โทรมาหากันได้ล่ะคะเพื่อน”
ยี่หวาหยุดเคลื่อนไหวแล้วกดรับสายเพื่อนชายคนสนิทพร้อมกรอกเสียงหวาน ๆ ส่งกลับไป
(เลิกงานยัง อยากกินข้าวด้วยอะ เดี๋ยวไปรับ)
“อารมณ์ไหนของนายไทก้า”
คนตัวเล็กถามกลับเพราะที่ทำงานเธอกับไทก้าห่างกันพอสมควร
(ก็บอกอยู่ว่าอยากกินข้าวด้วย เลิกงานยังอะ)
เสียงทุ้มของหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันย้ำกลับมา
“เลิกแล้ว วันนี้เลิกเร็ว นี่กำลังนั่งอยู่ในรถ ให้ฉันขับไปเจอนายที่ไหนอะ”
(ไม่ต้องขับมา ฉันกำลังวนเข้าไปจอดในบริษัทเธอ)
“ถามจริง!?”
เอี๊ยด!
ไม่ต้องรอให้เพื่อนชายคนสนิทตอบรถของเขาก็มาเบรกเอี๊ยดอยู่ตรงหน้ารถของเธอแล้วพร้อมปลายสายที่ถูกตัดไป ยี่หวาลดโทรศัพท์ออกจากหูแล้วมองรถยุโรปของเพื่อนสนิทที่จอดขวางรถของเธออยู่ ไทก้าเลื่อนกระจกฝั่งคนขับลงเธอเลยเห็นใบหน้าหล่อสไตล์ลูกครึ่งของเขากับรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์ส่งมาให้ เพื่อนชายคนสนิทกวักมือเรียกทำให้คนตัวเล็กต้องปลดเข็มขัดที่พาดผ่านลำตัวแล้วออกไปนอกตัวรถ
“ก็นึกว่ายังมาไม่ถึง นี่กะมาดักรอกันเลยเหรอ?”
ปากเล็กบ่นไปด้วยแต่ก็เปิดประตูก้าวเข้าไปนั่งที่นั่งข้างคนขับ เธอจัดแจงคาดเข็มขัดนิรภัยแล้วถึงได้หันไปสบสายตากับเพื่อนของตน
“ไม่เจอแค่แปปเดียวสวยขึ้นเหรอ”
“ไม่ต้องมาอวย จะให้ฉันเลี้ยงข้าวน่ะสิ”
ยี่หวาถลึงตาใส่อย่างคนรู้ทันทำให้ไทก้าถึงกับหัวเราะร่าออกมาพลันส่ายหน้าด้วยความขำขัน
“เออ พรุ่งนี้เรามีนัดกันแต่วันนี้อยากเจอก่อนอะ…คิดถึง”
หน้าสวยหันขวับไปมองเพื่อนตัวเองที่อยู่ดี ๆ ก็พูดอะไรเลี่ยน ๆ ออกมา แม้ไทก้าจะชอบพูดเล่นแบบนี้อยู่บ่อย ๆ แต่เธอก็ไม่ชินกับคำพูดพวกนั้นสักที
“ขยันมารับก็แล้วแต่”
“ให้ไปรับไปส่งตลอดเลยดีปะ ได้นะ ไม่ติด”
คำพูดทีเล่นทีจริงพร้อมสายตากวน ๆ ทำให้ยี่หวาไม่สามารถคาดเดาความรู้สึกจริง ๆ ของเพื่อนตัวเองได้ เธอเลยยกแขนขึ้นกอดอกแล้วมองออกไปนอกตัวรถแทนการตอบคำถาม
จริงสิ! ลืมบอกพี่จาเมลเลย…
มือเล็กล้วงเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบเอามือถือออกมากดส่งข้อความบอกพี่ชายควบตำแหน่งเชฟประจำบ้านว่าไม่ต้องรอกินข้าวหรือทำอาหารเผื่อเธอ หญิงสาวพิมพ์ยุกยิกไม่นานก็เก็บโทรศัพท์กลับลงไปตามเดิมโดยไม่ได้เช็กข้อความที่ถูกส่งเข้ามาหลังจากนั้น
“คุยกับหนุ่มเหรอ”
“หนุ่มอะไรล่ะ ส่งบอกพี่จาเมลว่าไม่ต้องรอกินข้าว”
“อ่อ แล้วเมื่อไหร่จะออกมาอยู่ข้างนอก เธอโตแล้วนะ อยู่บ้านกับผู้ชายมันไม่ปลอดภัย”
“…พี่จาเมลเป็นพี่ฉันนะ ไม่มีอะไรน่ากังวลหรอก”
เธอหันไปสบตากับนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของเพื่อนสนิทที่รู้จักกันตอนช่วงมัธยมปลายแล้วพูดย้ำกับเขา สาวสวยรู้ดีว่าไทก้าเป็นอีกคนที่ค่อนข้างห่วงเธอแบบโอเว่อร์ไม่ต่างไปจากจาเมลเท่าไหร่
“…”
21:00น.
รถยุโรปขับผ่านบ้านหรูสไตล์โมเดิร์นหลายหลังแล้วมาหยุดจอดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งที่ถูกก่อสร้างแยกออกมาจากบ้านหลังอื่น ๆ เพราะต้องการความเป็นส่วนตัว ไทก้าค่อย ๆ แตะเบรกให้เบาที่สุดเพราะไม่ต้องการให้เพื่อนสาวคนสวยที่กำลังนั่งหลับนกรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตอนนี้
หนุ่มลูกครึ่งจอดรถนิ่งสนิทแล้วถึงได้เอื้อมตัวไปฝั่งยี่หวาเพื่อปลดเข็มขัดที่ล็อกตัวหญิงสาวออก ตาคมอดไม่ได้ที่จะมองสำรวจความสวยไร้ที่ติตรงหน้าด้วยสายตาเกินกว่าเพื่อนจะมองกัน
“…อื้อ ถะ ถึงแล้วเหรอ”
ไทก้ารีบกลับไปนั่งตัวตรงเมื่อยี่หวารู้สึกตัวตื่นขึ้นมา คนตัวเล็กขยี้ตาเล็กน้อยเตรียมจะลงจากรถ เธอเปิดประตูออกมายืนข้างนอกด้วยอาการงัวเงียพร้อมเพื่อนชายที่เขาก็ลงมาจากรถเช่นกันเพื่อมายืนส่งเธอ
“ไม่ต้องส่งหรอก กลับได้เลยกว่าจะถึงบ้านอีก ขอบคุณที่มาส่งค่ะเพื่อน”
เธอโบกมือไล่เตรียมจะหมุนตัวกลับเข้าบ้านแต่ถูกมือของไทก้ารั้งไว้ก่อน ร่างบางที่ถูกกระชากเลยตาสว่างขึ้น
“อะไรของนะ…”
อยู่ดี ๆ เพื่อนตัวสูงก็โน้มตัวเข้ามาหา ทำเอายี่หวาตกใจไม่น้อยจนไม่สามารถพูดให้จบประโยคได้ ปากของเธออ้าค้างอยู่แบบนั้นเมื่อไทก้าก้มตัวเข้ามาใกล้ เขาปัดอะไรบางอย่างออกจากหน้าแก้มของเธอแล้วถึงได้ถอยตัวออกไป
“เศษอาหารที่กินเมื่อกี้ อร่อยจนอยากเอากลับบ้านเลยสินะ”
เพี๊ยะ!
“กวนประสาทนักนะ กลับบ้านนายไปเลยไทก้า ไป๊!”
“ฮ่า ๆ กลับแล้ว พรุ่งนี้เจอกันครับเพื่อนเดี๋ยวมารับนะ บาย”
หนุ่มลูกครึ่งเบี่ยงตัวหลบฝ่ามือเล็กแล้วไปยืนขยิบตาหยอกเย้าเพื่อนสาวอยู่ข้างตัวรถ ไทก้าเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย ไม่นานนักรถคันดังกล่าวก็ขับพ้นไปจากระยะสายตาของยี่หวา ร่างบางส่ายหัวไปมาแล้วถึงได้หมุนตัวเดินเข้าบ้านตัวเอง
ติ๊ด ติ๊ด…
“…นึกว่าพี่ขึ้นห้องไปแล้วซะอีก”
เธอเอ่ยทักชายเจ้าของบ้านเพราะทันทีที่เปิดประตูเข้ามาก็เห็นว่าเขามายืนกอดอกขวางทางอยู่ตรงประตูด้วยสีหน้าไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่
“ไม่เห็นบอกว่าไปกินข้าวกับมัน พี่นึกว่าเราไปกับเพื่อนผู้หญิง”
“ยี่หวาต้องบอกพี่ละเอียดขนาดนั้นเลยเหรอก็…ไปกินข้าวกับเพื่อน”
คนตัวเล็กกรอกตานึกก่อนจะตอบออกไปตามที่คิด เธอเห็นว่าเขาจ้องหน้าเธอแล้วมองมาที่ริมฝีปากของเธอไม่วางตา
“เมื่อกี้ทำอะไรกับมันหน้าบ้าน”
จาเมลกดเสียงต่ำแล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้ เขาเดินเข้ามาประชิดจนเธอต้องถอยตัวก้าวขาหลบแผ่นหลังไปติดกับประตู
“ไม่ได้ทำอะไร ก็ยืนคุยกัน พี่เป็นอะไร?”
คิ้วเรียวขมวดเป็นปม เธอเริ่มสัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างที่ผู้ชายตรงหน้ากำลังแผ่มันออกมา
พี่จาเมลกำลังอารมณ์เสียอย่างนั้นเหรอ? แล้วเรื่องอะไรล่ะ?
“กล้าโกหกทั้ง ๆ ที่ยืนจูบกันหน้าบ้านเนี่ยนะ!”
จาเมลหลุดเสียงตะคอกออกมาจนคนที่ตัวเล็กกว่าสะดุ้งด้วยความตกใจ เขาหายใจแรงขึ้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ตัวเองแอบยืนดูจากบนบ้าน
“จูบบ้าบอไรของพี่”
“เฮอะ! ทำไม? โตแล้วเลยคิดว่าจะทำตัวแรดยังไงก็ได้งั้นดิ”
จาเมลสะบัดหน้าหนี เขาพ่นลมหายใจร้อนระอุแล้วถึงได้หันมาเผชิญหน้ากับยี่หวาอีกครั้ง แต่คำพูดที่เพิ่งออกจากปากพี่ชายไม่แท้ ทำให้สาวร่างเล็กเริ่มอารมณ์ขุ่นมัวไม่ต่างกัน
“นี่พี่ว่ายี่หวาเหรอ! แล้วพี่มีสิทธิ์อะไรมาก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวยี่หวา…พี่ชายก็ไม่ใช่ ก็แค่คนรู้จักรึเปล่า”
ยี่หวาสวนกลับไปแบบนั้น เธอจงใจย้ำชัดว่าเขาไม่ใช่แม้แต่พี่ชายแท้ ๆ ร่วมสายเลือดของเธอด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่มีสิทธิ์มาพูดจากับเธอแบบนี้เหมือนกัน
พลั่ก!
“หึ ทำไม? อยากมีผัวจนตัวสั่นเลยลืมไปเลยว่าใครเป็นคนดูแลเธอมาตลอดหกปีไง๊!?”
จาเมลดันไหล่บางติดกับประตู เขากดมือลงที่ไหล่แล้วจ้องเข้าไปในนัยน์ตายี่หวา แววตาของพี่ชายคนสนิทแดงก่ำอย่างที่ไม่เคยเป็น ลมหายใจของเขาติดขัดและส่งเสียงดังตามความกรุ่นโกรธ
“…ถ้าจะมาทวงบุญคุณกันก็ไม่ต้อง ยี่หวาจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอก แล้วพี่ก็ไม่ต้องมายุ่งเรื่องส่วนตัวของยี่หวาอีก”