06:00น.
“อ้าว/อ้าว”
ยี่หวากับจาเมลต่างเปิดประตูห้องนอนของตัวเองออกมาพร้อมกัน คนทั้งคู่มองสบตาแล้วส่งเสียงออกมาด้วยความประหลาดใจ เพราะนอกจากจะโผล่ออกมาจากห้องพร้อมกันแล้ว พวกเขายังใส่เสื้อกับกางเกงวิ่งสีเดียวกันอีกต่างหาก
“จะไปไหน”
“ไปวิ่ง พี่ก็จะไปวิ่งเหรอ?”
ยี่หวาตอบแล้วถามกลับพร้อมไล่ตามองชุดที่จาเมลใส่ไปด้วย
“อือ ตื่นเช้านะวันนี้”
“นอนไม่หลับน่ะ ก็เลยจะหาเรื่องเสียเหงื่อหน่อย”
“พี่ก็นอนไม่หลับ…”
สองสายตามองสบกันกับสถานการณ์คล้ายคลึงที่เกิดขึ้นกับทั้งเธอและเขา ทั้งคู่ยืนนิ่งและต่างเงียบไปก่อนที่จาเมลจะเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา
“งั้นก็ออกไปวิ่งกัน อยากได้อะไรรองท้องหน่อยไหม”
“ไม่อะ ค่อยกินหลังจากนั้นดีกว่า”
“อืม”
คนตัวสูงพยักหน้าน้อย ๆ แล้วเดินนำลงบันไดไป เขาเดินหายเข้าไปในครัวก่อนจะกลับออกมาพร้อมน้ำเปล่าสองขวดในมือ จาเมลตรงไปที่ประตูบ้านแล้วเปิดมันอ้าออกให้คนตัวเล็กได้เดินออกไปก่อน
ยี่หวาเดินผ่านหน้าชายเจ้าของบ้านออกไป เธอแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีครามที่อีกไม่กี่นาทีพระอาทิตย์คงใกล้จะขึ้นแล้ว หญิงสาวทำท่าทางยืดเหยียดเพื่อคลายกล้ามเนื้อก่อนวิ่ง จาเมลก็ทำแบบนั้นเช่นกัน ปกติแล้วทั้งเธอและเขาก็มีไปออกกำลังกายด้วยกันอยู่บ้าง ทั้งฟิตเนสในหมู่บ้าน หรือออกไปวิ่งยามเช้าอย่างที่กำลังจะทำในตอนนี้
“ทำไมนอนไม่หลับ มีเรื่องให้เครียด?”
จาเมลวอร์มร่างกายไปด้วยแล้วถามเธอออกมา เขามองกรอบหน้าสวยแล้วรอให้ยี่หวาตอบกลับ
“เปล่าหรอก แค่อยู่ดี ๆ ก็นอนไม่หลับ…พี่ล่ะ ทำงานจนสมองตึงรึไง”
“อือ สงสัยสมองจะตื่นตัวตลอด”
เธอมองเขาส่ายหน้าอมยิ้มมุมปาก ขนาดไม่ได้นอนแต่ใบหน้าของจาเมลก็ยังหล่อเหลา และผ่องใส
“…พร้อมยัง? ช้าแล้วเดี๋ยวแดดแรง”
ยี่หวาพยักหน้าให้แทนคำตอบ เธอเป็นฝ่ายวิ่งเหยาะ ๆ นำจาเมลขึ้นไปข้างหน้า บรรยากาศภายในหมู่บ้านเงียบสงัด คงเป็นเพราะบ้านแต่ละหลังค่อนข้างห่างกันพอสมควร ระหว่างทางมีลูกบ้านหลังอื่น ๆ ออกมาออกกำลังกายกันอยู่บ้าง ทำให้คนทั้งคู่มีโอกาสได้พูดคุยทักทายเพื่อนใหม่เป็นระยะ
“ไม่ได้ออกมาวิ่งนาน เดี๋ยวนี้คนรักสุขภาพเหมือนกันนะ”
เสียงหวานตะกุกตะกักตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย เธอเริ่มรู้สึกเหนื่อยเล็ก ๆ แต่ก็รู้สึกสดชื่นในเวลาเดียวกัน
“อืม เทรนรักสุขภาพกำลังมา…ไหวไหม”
จาเมลเร่งฝีเท้าเพื่อมาวิ่งข้างกันกับเธอ เขาหันหน้ามามองเหงื่อที่ผุดซึมตามกรอบหน้าของยี่หวาเธอเลยเอี้ยวหน้าไปมองเขา เสื้อแขนกุดแบบพอดีตัวที่จาเมลใส่ มันดูจะแนบตัวเขามากกว่าเดิมจากอุณหภูมิของร่างกายที่สูงขึ้น
“ไหวสิ แต่เราวิ่งครบรอบนึงแล้วนะ พอแล้วดีกว่า”
เธอบอกแล้วมองไปหน้าหมู่บ้านก่อนจะเร่งเท้าประหนึ่งวิ่งเข้าไปหาเส้นชัย ยี่หวาวิ่งนำจาเมลขึ้นไปยืนรอคนตัวสูงตรงปลายทาง เธอยืนเท้าเอวพ่นลมหายใจหอบหนักออกมาจากปาก ลิ้นเล็กแลบออกมาเล็กน้อยเมื่อรู้สึกเหนื่อยกว่าที่คิด
ตึก ตึก ตึก
“จะเอาเหรียญทองรึไง…แฮ่ก”
ทันทีที่เขาวิ่งมาถึงพี่ชายไม่แท้ของเธอก็บ่นออกมา ชายหนุ่มโค้งตัวเอามือค้ำกับเข่าตัวเองแล้วพ่นลมหายใจหอบเหนื่อยไม่ต่าง
ทีงี้ทำมาเหนื่อย ตอนทำแบบนั้นด้วยกันไม่เห็นว่าเขาจะแรงตกเลยสักนิดเดียว…
ยี่หวายังเก็บสีหน้าได้ดีแม้ในใจจะคิดถึงเรื่องลามกอยู่ก็ตาม เธอมองจาเมลกระพือเสื้อเพื่อคลายความร้อนพลันตาสวยก็แอบลอบสังเกตร่างกายกำยำของเขาไปด้วย
“กำลังลวนลามพี่อยู่ไง๊ อย่าคิดว่าไม่รู้นะ”
“เฮอะ!”
คนตัวเล็กทำทีพ่นล่มออกจากปากแล้วเบี่ยงหน้าหันไปมองทางอื่น แม้จะรู้สึกอายไม่น้อยที่โดนจาเมลจับได้อย่างจังแต่ใครจะไปยอมรับให้เขาได้ใจกันล่ะ!
“อยากกินไร” เสียงทุ้มถามขึ้น ลมหายใจของเขาเริ่มกลับมาเป็นปกติ
“พี่อยากกินไรอะ”
“…น้ำเต้าหู้/น้ำเต้าหู้”
ดวงตากลมโตหันไปสบกับนัยน์ตาคมอีกครั้ง เมื่อใจของคนทั้งคู่ชักจะตรงกันเกินไปแล้ว ทั้งเธอและเขาไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกแต่ต่างฝ่ายต่างเดินไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่ต้องเอ่ยอะไรให้มากความ กระทั่งมาหยุดอยู่หน้าร้านอาหารเช้าหน้าหมู่บ้านที่มีคนยืนต่อคิวซื้ออยู่หน้าร้านเรียงเป็นแถว
“น้ำเต้าหู้สองที่หวานน้อยใส่ธัญพืชค่ะ”
คนตัวเล็กเดินไปสั่งกับพนักงานแล้วตรงเข้าไปหาที่นั่งในร้าน เธอไม่รอให้จาเมลได้อ้าปากพูดก็หย่อนก้นลงที่เก้าอี้แล้ว
“…ไม่คิดว่าพี่จะอยากกินอย่างอื่นบ้างเหรอ”
ประโยคที่เพิ่งได้ยินจากปากคนตัวเล็กไปไม่นานถูกพูดออกมาจากปากของจาเมลแทน เขาดึงเก้าอี้ออกมาเล็กน้อยแล้วนั่งลงมองหน้าสาวสวยฝั่งตรงข้าม
“ถ้าอยากกินอย่างอื่นพี่คงแย้งแล้วแหละ”
“หึ เวลาปกตินี่ปากดีจริง ๆ”
ตาคมเป็นประกายระยิบ เขาพูดเพียงเท่านั้นแต่ค่อนข้างมั่นใจว่ายี่หวาน่าจะเข้าใจว่าความหมายลึก ๆ คืออะไร
“ไม่ต้องพูด มานู่นแล้วกินเข้าไปเลย”
เธอรีบห้ามไม่ให้เขาพูดเรื่องสิบแปดบวกออกมามากกว่านี้ พลันพยักเพยิดหน้าแทนการบอกว่าพนักงานกำลังเดินเอาของที่สั่งมาเสิร์ฟ พนักงานของร้านวางน้ำเต้าหู้สองแก้วลงบนโต๊ะกับของทานเล่นอีกนิดหน่อยที่จาเมลเป็นคนสั่งก่อนที่เขาจะเดินตามเข้ามา
“…ที่วิ่งมา หมดกัน”
ริมฝีปากจิ้มลิ้มขยับบ่นเมื่อเห็นซาลาเปาทอดกับนมข้นหวานวางอยู่ตรงหน้า จาเมลหยิบมันขึ้นมาแล้วยื่นมาจ่อที่ปากเธอ
“อ้าปากดิ กินเข้าไปไม่อ้วนหรอก ตัวนิดเดียวเอง…ใหญ่เป็นบางจุด”
“พี่!”
ยี่หวาชักสีหน้าเอ็ดผู้ชายฝั่งตรงข้ามกับสิ่งที่เขาเพิ่งพูดออกมา เธอกรอกตามองรอบตัวเพราะกลัวว่าจะมีคนอื่นได้ยิน
“ใครจะรู้ว่าเราคุยอะไรกัน กินเข้าไปเร็ว ๆ”
จาเมลส่ายหน้า ใบหน้าของเขาเรียบตึงก็จริงแต่แววตากลับฉายความขบขันให้ได้เห็น
จงใจแกล้งกันชัด ๆ
ตึก ตึก ตึก…
เสียงเดินในจังหวะเชื่องช้าของสองหนุ่มสาวที่เพิ่งข้ามถนนกลับเข้ามาในหมู่บ้านราคาแพงหลังทานอาหารเช้าเสร็จ แม้จะข้ามฝั่งมาแล้วและตอนนี้ก็ไร้ซึ่งสิ่งอันตรายรอบตัว แต่มือของจาเมลยังคงจับกุมมือของเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เขาเดินแกว่งมันช้า ๆ และปรับการก้าวขาของตัวเองให้เป็นจังหวะเดียวกันกับยี่หวา
“…”
รู้สึกแปลกชะมัด ทำไมเขาถึงไม่ปล่อยมือล่ะ
เธอกรอกตาไปทางซ้ายทีทางขวาทีแต่กลับไม่ชักมือออกเช่นกัน…
“ไม่ได้เครียดเรื่องงานใช่ไหม”
จาเมลถามออกมาอีกครั้ง ยี่หวาเลยหันหน้าไปมองเขา
“เปล่า”
“รู้ใช่ไหมว่ามีอะไรก็คุยกับพี่ได้”
จาเมลยังย้ำด้วยความห่วงใยในขณะที่คนทั้งคู่เดินมาถึงหน้าบ้านพอดี เขาหันหน้าเข้าหาเธอแล้ววางมือลงบนศีรษะเพื่อลูบมันช้า ๆ การกระทำของคนตรงหน้ากำลังทำให้ยี่หวารู้สึกสับสน เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่พี่ชายคนสนิททำ มันคือความห่วงใยแบบพี่กับน้องหรือแบบไหนกันแน่…
“อื้อ เข้าบ้านกัน ยี่หวาอยากอาบน้ำแล้ว”
เธอผงกหัวแล้วหันหลังหนีสายตาของจาเมลเดินเข้าไปในบ้าน ยี่หวาไม่คิดรอใครอีกคน เธอรีบสาวเท้าเดินตรงขึ้นห้องนอนไปทันที
ปึง!
ประตูห้องของคนตัวเล็กถูกปิดลงด้วยฝีมือของเจ้าของห้อง เธอยืนหันหลังพิงประตูท่ามกลางความเงียบแล้วเริ่มคิดถึงการกระทำต่าง ๆ ที่จาเมลแสดงออกมา
มันเป็นปกติใช่ไหม ที่ผ่านมาเขาก็ดูแลเธอแบบนี้นี่นา ใช่หรือเปล่านะ…