“ที่บ้านจะมีอะไรกินน้า…”
ยี่หวานั่งตัวชิดกับพวงมาลัยรถพลันนิ้วเรียวก็เคาะลงบนอะไหล่กลม ๆ นั้นไปด้วย วันนี้เธอเลิกงานเลทตามปกติแต่ไม่รู้ทำไมรถถึงไม่ติดอย่างเช่นทุกวัน ทำให้เธอน่าจะถึงบ้านก่อนเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะอีกไม่ถึงสองกิโลเมตรพอพ้นไฟแดงนี้ไปก็จะได้เลี้ยวเข้าหมู่บ้านแล้ว
ในหัวของหญิงสาวมีแต่ของกินเต็มไปหมดเพราะตั้งแต่ช่วงกลางวันจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยแม้แต่อย่างเดียว เลยได้แต่ภาวนาว่าพี่ชายเจ้าของบ้านจะทำอาหารรอเธอเหมือนที่เขาเคยทำทุกวัน…
ทันทีที่สัญญาณไฟจราจรแปรเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียวรถไฟฟ้าสี่ที่นั่งก็พุ่งทะยานออกไปเป็นคันแรก ยี่หวากดปลายเท้าเร่งเครื่องยนต์ เธอใช้เวลาเพียงหนึ่งนาทีก็ได้เลี้ยวเข้าหมู่บ้านหรูของจาเมลแล้ว สาวสวยรอให้รั้วไฟฟ้าเปิดออกแล้วถึงได้ถอยรถเข้าไปจอดข้างใน ไม่นานนักร่างบางก็ก้าวลงมาจากรถ
อืดด อืดดด ~
คนที่กำลังจะเอื้อมมือไปกดรหัสเข้าบ้านจำต้องชะงักการกระทำของตัวเองไปเมื่อโทรศัพท์ที่ถือไว้ในมือสั่นขึ้น ยี่หวาพลิกหน้าจอกลับมาดูถึงได้เห็นว่ามันกำลังเตือนความจำเธอว่าวันนี้มีนัดดูดวงส่วนตัวแบบรายปีกับหมอดูเจ้าประจำ
“…ข้าวฉัน”
เสียงหวานแผ่วลงอย่างคนเศร้า เธอดูเวลาบนหน้าจอยิ่งรู้สึกท้อใจเพราะเหลือเวลาอีกแค่สิบนาทีเท่านั้นก็ถึงเวลานัดแล้ว หญิงสาวต้องยอมอดกินข้าวไปตามระเบียบ ไหล่บางห่อเข้าหากันก่อนที่เธอจะจิ้มรหัสเข้าบ้านแล้วเปิดประตูเข้าไปด้านใน ยี่หวามองโถงกลางของบ้านที่ไม่มีแม้แต่เงาของจาเมล และไม่มีกลิ่นอาหารหอม ๆ อย่างที่ควรจะเป็น เธอถึงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย
ถ้าท้องร้องขนาดนี้แล้วต้องเจอกับกลิ่นอาหารอีก มีหวังได้หิวตายแน่ ๆ
คนตัวเล็กคิดในใจแล้วเตรียมจะเดินขึ้นห้อง เท้าเรียวชะงักอีกหนเมื่อหางตาเห็นชายหนุ่มเจ้าของบ้านเดินออกมาจากครัว
“ทำไมวันนี้ถึงบ้านเร็ว…เพิ่งทำข้าวเอง”
จาเมลถามเสียงห้วน เขายืนใส่ผ้ากันเปื้อนถือตะหลิวอยู่ในมือแล้วใช้มันชี้เข้าไปในครัว
“รถไม่ค่อยติดเท่าไหร่ พี่กินก่อนเลยยี่หวามีนัดดูดวง”
“ดูดวง? นี่ยังไม่เลิกงมงายเชื่อเรื่องไร้สาระอีกเหรอ”
ใบหน้าของจาเมลฉายความเอือมระอาออกมา เขาพอจะรู้ว่ายี่หวาชอบดูดวงขนาดไหนเพราะคนตัวเล็กมักจะเอามาพูดกับเขาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ไม่คิดว่าโตป่านนี้แล้วยี่หวายังจะเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่
“พี่ไม่ต้องมาบ่นผ่านสายตาเลย ไปละ อย่าเสียงดังล่ะ”
ยี่หวาตอบพร้อมออกคำสั่งอย่างคนรู้ทัน เธอตรงดิ่งขึ้นห้องแล้วพุ่งตัวไปหาคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมกดรับสายวีดิโอคอลจากหมอดูที่ได้ทำการนัดหมายเวลากันเอาไว้
ไม่ถึงสามนาทีก็มีสายโทรเข้ามา ยี่หวากดรับแล้วจ้องจอตาไม่กระพริบ ตรงหน้าเธอมีรูปดวงแบบโหราศาสตร์ไทยฉายใหญ่เต็มจอ เธอรู้ได้ทันทีว่าภาพตรงหน้าคือดวงที่หมอดูผูกมาให้เธอตามวันเวลาเกิดที่เธอเคยส่งให้ทางแชต
(สวัสดีค่ะ คุณยี่หวา ได้คุยกันอีกแล้วนะคะ)
“ค่ะ สวัสดีค่ะ…แหะ ๆ ต่อให้รู้แล้วแต่ก็ยังอยากอัปเดตเรื่อย ๆ ค่ะ เผื่อมีอะไรต้องระวัง”
เธอเอ่ยทักทายหมอดูที่ปีก่อนเคยใช้บริการไปแล้วครั้งหนึ่ง เลยค่อนข้างสนิทสนมกันอย่างที่เห็น
(อืมม งั้นเข้าเรื่องเลยนะคะ เดี๋ยวจะดูดวงของปีนี้ให้ค่ะ…จริง ๆ แล้วคุณยี่หวาเป็นคนดวงดีมากอยู่แล้ว ใช้คำว่าแมวเก้าชีวิตได้เลย ไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์อะไรก็ผ่านมันไปได้หมดค่ะ)
“…ค่ะ”
ร่างบางนั่งฟังด้วยความตั้งใจ เธอกดอัดเสียงการทำนายไว้ด้วย เผื่อเอาไว้ฟังทีหลังกันลืม
(…จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรน่ากังวลนะคะ เพราะเรื่องเลวร้ายที่หนักที่สุดในชีวิตมันผ่านไปแล้ว การเงินก็ดีไม่มีจุดด้อย การงานก็พุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนความรัก…)
“…”
ใจดวงเล็กรู้สึกตื่นเต้นแปลก ๆ ที่อยู่ดี ๆ หมอดูปลายสายก็เว้นช่วงการพูดไป แต่เธอเลือกที่จะเงียบและรอฟังคำทำนายแบบใจจดใจจ่อ
(…อืม ความรักก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะคะ แค่อย่าไว้ใจคนมากเกินไป ดวงก็แอบมีศัตรูอยู่บ้าง หรือไม่ก็อย่าใจอ่อนสงสารคนแบบไม่มีเหตุผล)
“…อ๋อ ค่ะ”
เธอรับคำเสียงหวานเพราะพอจะเข้าใจสิ่งที่หมอดูต้องการจะสื่อความหมายกับเธอ
พี่จาเมลไว้ใจได้ไหมนะ ก็สนิทกับเขาอยู่คนเดียว…
“แล้วพี่ชายยี่หวาไว้ใจได้ไหมคะ?”
(เรามีพี่ชายด้วยเหรอ? ในดวงขึ้นแต่เนื้อคู่นะ ดาวจรปีนี้เรื่องคู่ก็ค่อนข้างเด่น…ถ้ามีพี่ชายก็ระวังกระทบกระทั่งกันเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ)
“ไม่มีค่ะ เป็นพี่ไม่แท้ แต่ค่อนข้างสนิทกัน”
(อ๋อ งั้นก็ระวังหน่อยเพราะปีนี้เสน่ห์เราค่อนข้างแรง คนรอบตัวถ้าได้อยู่ใกล้ก็จะตกหลุมรักได้ง่าย ๆ ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็รีบเอาตัวออกมาให้ห่าง)
“…ค่ะ”
(มีอะไรจะถามอีกไหมคะ)
“…เอ่อ จริง ๆ มีเรื่องนึงค่ะ เห็นครั้งก่อนก็พูดว่าผ่านเรื่องเลวร้ายมาได้ หมายถึงเรื่องอะไรเหรอคะ? เพราะตั้งแต่เกิดจนโตก็ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไรหนัก ๆ เลยในชีวิต”
ยี่หวาถามในสิ่งที่ตนคาใจออกไป ครั้งแรกที่ดูดวงแบบส่วนตัวเธอจำได้ว่าได้ฟังคำทำนายแบบนี้เป๊ะ แล้วรอบนี้ก็ยังเหมือนเดิม เลยชักอยากจะรู้ขึ้นมา
(ดวงบอกว่าเกี่ยวกับคนใกล้ตัวนะ มันค่อนข้างรุนแรงและกระทบกระเทือนจิตใจ โดยจรรยาบรรณแล้วเขาจะไม่พูดกันมากกว่านี้ คุณยี่หวาคงพอจะเข้าใจนะคะ)
“…ค่ะ”
ภายในหัวของเธอตีกันยุ่งเพราะข้อมูลที่ได้มาก็ยังกว้างมากเกินกว่าที่เธอจะเอาไปปะติดปะต่อได้
(อยากถามอะไรอีกไหมคะ?)
“อืม ไม่มีแล้วค่ะ งาน เงิน สุขภาพดี ก็โอเคแล้วค่ะ”
(ไม่ต้องกังวลนะคะ จากที่ดูชีวิตหลังจากนี้จะสดใสมาก ๆ เลย ตัวคุณยี่หวาก็แข็งแกร่งมาก ๆ ด้วย)
“ขอบคุณนะคะ ถ้ามีอะไรกังวลจะทักไปขอคำปรึกษาอีกค่ะ”
(ยินดีมาก ๆ เลยค่ะ)
นัยน์ตาสวยมองจอตรงหน้าดับลงหลังจากที่เธอกดวางสายโดยไม่ลืมกดหยุดการบันทึกเสียงในโทรศัพท์มือถือตนเองด้วย คนตัวเล็กนั่งนิ่งคิดทบทวนถึงคำทำนายที่เพิ่งได้ฟัง ไม่มีเรื่องไหนที่เธอติดใจเลยนอกจากเรื่องเลวร้ายที่หมอดูคนนั้นพูดถึง มันคาอยู่ในใจตลอดจริง ๆ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก…
เฮือก!
เธอสะดุ้งเฮือกอย่างคนตกใจเมื่ออยู่ดี ๆ ก็มีเสียงคนเคาะประตูดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบภายในห้องนอน ร่างบางลุกขึ้นแล้วเดินไปปลดล็อกประตู ทันทีที่ประตูแง้มออกเธอก็เห็นจาเมลยืนถือจานข้าวอยู่ในมือ
“…ดูดวงเสร็จยัง วางรอจนเย็นละ”
จาเมลมองสาวน้อยตรงหน้าแล้วยื่นจานมาม่าผัดส่งไปให้ กลิ่นหอมของมันโชยเตะจมูกยี่หวาทันที
“ขอบคุณค่าพี่ชาย…”
เธอขอบคุณเขาด้วยน้ำเสียงกระดี๊กระด๊าลืมความสงสัยเมื่อสักครู่ไปเสียสนิท แต่พอหญิงสาวเงยหน้ากลับขึ้นมาสบตากับนัยน์ตาคม เธอกลับรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขาสองคนแบบนี้
“…แล้วดูดวงเป็นไงบ้าง? หมอดูหลอกอะไรอีก”
“จิ๊! ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ต้องถามสิ”
ยี่หวาจิ๊ปากส่งสายตาตำหนิไปให้จาเมล
“ก็จริงนี่ สมัยก่อนที่ยี่หวาดูแล้วเขาเตือนว่าจะมีเรื่องไม่ดีเราก็รีบวิ่งมาร้องไห้กับพี่เป็นใหญ่เป็นโต ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรเลย…แบบนี้ไม่โดนหลอกแล้วจะเรียกว่าอะไร?”
“…คนแก่ความจำดีกว่าที่คิดแฮะ”
“เดี๋ยวเถอะ”
จาเมลหรี่ตาลงเมื่อสาวสวยตรงหน้ากล้าว่าเขา ชายหนุ่มไล่ตามองทั่วกรอบหน้าเรียวพลันสายตาก็หลุบลงไปมองหน้าอกของยี่หวาตามสัญชาตญาณ
“…ถ้าพี่ไม่มีอะไรแล้วก็ออกไป ยี่หวาจะกินข้าว”
ปึง!
เธอปิดประตูใส่หน้าเขาเต็มแรง โดยไม่สนใจว่าคนตัวสูงจะถอยตัวหลบทันหรือไม่ ก็ใครให้เขาใช้สายตาแบบนั้นมามองหน้าอกเธอกันล่ะ ดูอันตรายยังไงก็ไม่รู้…