05:00น.
“ยี่หวา ยี่หวาตื่น…ยี่หวา”
“…อือ”
ร่างเล็กถูกชายเจ้าของห้องเขย่าตัวเบา ๆ พร้อมเรียกชื่อเธอไปด้วยจนหญิงสาวได้สติตื่นขึ้นมา ยี่หวายังคงงัวเงียนอนแหมะซุกอยู่ใต้ผ้าห่ม ร่างเปลือยเปล่าของสาวน้อยมีแต่รอยจ้ำดูด พักหลังมานี้จาเมลมากวนร่างกายเธออยู่บ่อย ๆ ทำให้ไม่ค่อยได้กลับไปนอนห้องตัวเองเท่าไหร่นัก
“…กลับห้องไปก่อนพี่มีประชุม”
จาเมลอธิบายแล้วดึงแขนเรียวขึ้นมา เขาดึงผ้าห่มมาคลุมร่างสวยเอาไว้แล้วบังคับให้ยี่หวาเดินออกไปจากห้อง
ปึง!
เธอยืนงงอยู่หน้าประตูเมื่ออยู่ดี ๆ ก็ถูกไล่ออกมานอกห้อง ใบหน้าสวยหันมองออกไปนอกหน้าต่างถึงได้เห็นว่าฟ้ายังไม่สว่าง พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำ
อะไรของพี่จาเมล ประชุมงานเวลานี้เนี่ยนะ
แม้ในใจจะยังสับสนแต่คนตัวเล็กก็พาตัวเองเดินกลับห้องนอนไป เธอเดินอ้อยอิ่งแล้วทิ้งตัวเต็มแรงใส่เตียงนอนกลางห้องก่อนที่หญิงสาวจะผล็อยหลับไปในเวลาอันสั้น…
11:30น.
“หาวววว ~”
ยี่หวายกมือขึ้นปิดปากกว้าง ๆ ที่เธอกำลังอ้ามันอย่างเต็มที่เพื่อสลัดความสะลึมสะลือออกไปจากตัว เธอยันตัวขึ้นมานั่งแล้วปล่อยให้ผ้าห่มที่ปกคลุมร่างกายตกลงไปกองอยู่ตรงหน้าท้องบาง ๆ เปิดเผยร่องรอยป่าเถื่อนที่จาเมลฝากเอาไว้ให้ตัวเองได้เชยชม
“…”
คนตัวเล็กนั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ก่อนจะลุกออกจากที่นอนตรงไปเข้าห้องน้ำ เธอจัดการอาบน้ำและใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วถึงได้เดินลงไปหาอะไรกินชั้นล่างของบ้าน ยี่หวาเปิดประตูห้องนอนตัวเอง และทันทีที่ร่างแบบบางโผล่พ้นออกมาจากห้องเธอก็ได้ยินเสียงชายหนุ่มห้องข้าง ๆ ดังเล็ดลอดออกมา
ยังประชุมไม่เสร็จอีกเหรอ…
ยี่หวางงไม่น้อยที่จาเมลยังไม่ออกมาจากห้องทั้ง ๆ ที่ก็ผ่านไปเกือบครึ่งวันแล้ว เธอตัดสินใจลงไปด้านล่างควานหาวัตถุดิบเหลือ ๆ ในตู้เย็นออกมาทำอาหารง่าย ๆ ให้ตัวเอง รวมไปถึงทำเผื่อเจ้าของบ้านด้วยอีกจาน
เวลาผ่านไปร่วมสองชั่วโมงจนสาววัยยี่สิบต้นส่งอาหารจานโตเข้ากระเพาะไปจนหมด พี่ชายคนสนิทของเธอก็ยังไม่โผล่หัวออกมาจากห้องของเขาเลย ยี่หวามองจานข้าวตรงหน้าที่เธอวางมันไว้ฝั่งตรงข้ามเพราะคิดว่าจาเมลน่าจะลงมากินข้าวเที่ยง เธอลุกขึ้นยืนเอาจานไปล้างแล้วเดินกลับมาหยิบจานข้าวที่เธอทำเผื่อคนตัวสูงติดมือเดินขึ้นบันไดไปด้วย
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าดังขึ้นมาตามขั้นบันไดกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าห้องนอนจาเมล หูของเธอยังได้ยินเสียงพูดคุยดังออกมา แม้เธอจะจับใจความไม่ได้ แต่คิดว่าเขาคงนั่งประชุมงานอยู่
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
คนตัวเล็กตัดสินใจเคาะประตูแล้วยืนรอเงียบ ๆ ไม่กล้าส่งเสียงตัวเองออกไปเพราะกลัวว่าจะไปรบกวนคนข้างใน แต่ผ่านไปหลายนาทีก็ยังไม่มีการตอบรับใด ๆ กลับมา ยี่หวาเลยลองเคาะประตูอีกหนเผื่อว่าจาเมลจะไม่ได้ยิน เธอยืนรออีกหนึ่งอึดใจและมันก็มีเพียงความเงียบตอบกลับมาเท่านั้น
“…ล็อกห้องด้วยแฮะ”
ยี่หวาจับลูกบิดประตูแล้วลองหมุนดู เธอถึงรู้ว่าจาเมลล็อกห้องไว้ ใบหน้าสวยพยักช้า ๆ แล้วเดินลงไปชั้นล่างเพื่อเก็บอาหารเข้าตู้เย็นก่อนจะเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเองไป
“เป็นโปรแกรมเมอร์มันยุ่งขนาดนั้นเลยเหรอ…อยากรู้ชะมัด”
ริมฝีปากจิ้มลิ้มบ่นพึมพำเมื่อเข้ามาในห้องนอน แม้เธอจะรู้ดีว่าจาเมลไม่ใช่โปรแกรมเมอร์โนเนม และรู้ว่าเขามีความสามารถมากขนาดไหน แต่ก็ไม่คิดว่าจะยุ่งถึงขนาดนั่งประชุมตลอดทั้งวันแบบนี้
ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะมีบ้านมีรถตั้งแต่อายุน้อย ๆ ถ้าเก่งได้สักครึ่งหนึ่งของพี่จาเมล ฉันคงได้นั่งกินนอนกินไปแล้ว…
ยี่หวาคิดในใจแล้วเดินไปหย่อนตัวนั่งหน้าโต๊ะทำงาน วันนี้คุณภาสกรให้เธอหยุดงานเป็นพิเศษเพราะท่านมีธุระด่วนกับครอบครัวเธอเลยไม่จำเป็นต้องตามไปด้วย หญิงสาวเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อหาอะไรดูฆ่าเวลา และตลอดทั้งวันที่เธอนั่ง ๆ นอน ๆ เดินเข้าออกห้องก็มักจะได้ยินเสียงของจาเมลดังออกมาจากห้องเขาเป็นระยะ กระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงช่วงหัวค่ำจาเมลก็ยังไม่ออกมาจากห้องของเขาเลย
19:20น.
เธอเดินกลับขึ้นมาบนชั้นสองของบ้านอีกครั้ง หลังจากเมื่อสามสิบนาทีก่อนเพิ่งลงไปทำมื้อค่ำ ๆ ง่ายให้ตัวเอง โดยไม่ลืมที่จะแวะดูว่าจาเมลได้ลงมากินข้าวหรือเปล่า ซึ่งแน่นอนว่าอาหารที่เธอทำยังอยู่ดีไม่พร่องเลยแม้แต่นิดเดียว…
หญิงสาวมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องตัวเองแต่เธอกำลังชะเง้อมองห้องข้าง ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตอนนี้เสียงของพี่ชายคนสนิทเงียบไปแล้ว คงเป็นเพราะว่าเขาประชุมงานเสร็จแล้วล่ะมั้ง
กริ๊ก!
ยี่หวาดันประตูห้องปิดพร้อมกดล็อกประตูแล้วเดินไปนั่งลงตรงโต๊ะทำงานเพื่อรอสายเรียกเข้าจากผู้เป็นพ่อตามที่ได้นัดหมายกันไว้ทุกสัปดาห์ เพียงไม่กี่นาทีที่บั้นท้ายสวยได้หย่อนลง จอสี่เหลี่ยมตรงหน้าก็มีภาพพ่อกับแม่ของเธอฉายขึ้นมา
มือเล็กกดรับสายเรียกเข้าแบบไม่ลังเล เธอฉีกยิ้มกว้างจนแก้มปริโดยที่คู่สนทนาอีกซีกหนึ่งของโลกก็กำลังส่งยิ้มมาให้เธอเช่นกัน
(อารมณ์ดีเหรอเรา ยิ้มซะกว้างเชียว)
(ยิ้มแล้วสวยเหมือนแม่ไม่มีผิดเลยสาวน้อย)
“คิกคิก แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ดูด้วยลูกใคร”
ยี่หวาหัวเราะคิกคักแล้วอวยผู้เป็นแม่กลับไป พ่อของเธอเลยได้แต่ยิ้มแล้วส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู
(สงสัยจะอารมณ์ดีจริง ๆ)
“ช่วงนี้ทำงานหนักกันเหรอ ทำไมเสียงพ่อกับแม่ดูเหนื่อย ๆ”
(อืม นิดหน่อย แต่ไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่หรอก เราน่ะแหละพักบ้าง เงินก็มีใช้ใช่ว่าจะลำบาก…ไปหางานทำให้เหนื่อยทำไม)
“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย มีอะไรให้ยี่หวาช่วยไหม เสียงดูเหนื่อยจริง ๆ นะ”
เธอหรี่ตาลงเพื่อจับผิดบิดามารดาของตนเอง วันนี้พ่อกับแม่ของเธอดูอ่อนล้าจนสังเกตได้ โดยเฉพาะเสียงที่ดูจะเหนื่อยอ่อนกันสุด ๆ
(ได้นอนพักก็หายแล้ว นี่แม่กับพ่อเพิ่งทำงานเสร็จก็โทรมาหาเราเลยไง)
ผู้เป็นแม่เป็นฝ่ายอธิบายออกมา ทำให้คนตัวเล็กยิ่งรู้สึกแย่ไปกันใหญ่ที่ตัวเองไม่สามารถช่วยอะไรพวกท่านได้เลย
(เห็นไหม เราก็รู้สึกผิดอีก)
เสียงพ่อแทรกขึ้นอย่างคนรู้ทันเมื่อเห็นสีหน้าลูกสาวตัวเอง ยี่หวาเลยแสร้งกลับมาทำตัวกระดี๊กระด๊าแล้วชวนพ่อแม่เปลี่ยนเรื่องคุย สาวสวยเจื้อยแจ้วไปเรื่อย เธอเล่าเรื่องที่ทำงานและเรื่องของตัวเองให้ท่านทั้งสองฟังจนหมด กว่าจะได้วางสายแยกย้ายกันไปก็เกือบสามทุ่มแล้ว
“…คิดถึงพ่อกับแม่จัง”
ร่างบางพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอนอนนิ่งอยู่บนที่นอนพร้อมความรู้สึกคิดถึงเอ่อล้นอยู่ภายในใจ ทั้ง ๆ ที่ก็ได้คุยกันอยู่ตลอด ไม่ว่าจะวีดิโอคอลหรือส่งข้อความหา แต่มันกลับไม่สามารถทดแทนการเจอตัวเป็น ๆ ได้เลย ไม่ได้เลยจริง ๆ
03:00น.
ปึง เฮือก!
ยี่หวาสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นมานั่ง ใจของเธอหล่นไปที่ตาตุ่มพลันตาก็มองไปที่ประตูห้องนอนของตัวเอง
เมื่อกี้เสียงพี่จาเมลปิดประตูห้องเหรอ…?
คนตัวเล็กลุกออกจากที่นอนแล้วเปิดประตูชะโงกหน้าออกไปมองห้องข้าง ๆ ไม่นานนักคนที่เธอไม่ได้เห็นหน้าเขามาตลอดทั้งวันก็โผล่ออกมา
“…พี่ทำเราตื่นเหรอ”
“อือ ตกใจจะแย่”
เธอตอบกลับไปแล้วหลุบตามองจานข้าวที่จาเมลถือมันไว้ในมือ เขากำลังเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ อยู่ในปากในเวลาตีสาม
“ขอโทษที สงสัยจะหิวไปหน่อยเพิ่งทำงานเสร็จ…อร่อยดีนะ มีฝีมือเหมือนกันหนิ”
จาเมลพูดไปด้วยเคี้ยวอาหารในปากไปด้วย เขายกจานข้าวให้ยี่หวาเห็นพร้อมชมคนทำที่อุตส่าห์ทำเผื่อไว้ให้
“แน่นอน…ว่าแต่พี่ประชุมงานทั้งวันเลยเหรอ งานมีปัญหาเหรอ?”
“อืม ก็นิดหน่อยแต่ตอนนี้โอเคแล้ว”
“ปกติงานที่พี่ทำมันมีประชุมอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ นึกว่ามีแต่งานบริษัท หรือพวกองกรค์ใหญ่ ๆ ซะอีก”
“…ก็มี ไม่เข้าไปนอนเหรอ หรือรอให้พี่ทำอะไรเรา”
จาเมลกลืนข้าวคำสุดท้ายลงคอ เขาทำท่าเดินเข้าไปหาร่างบางยี่หวาเลยรีบถอยกรูดไปชิดประตูห้องนอนตัวเอง
“หึ เข้าไปได้แล้ว พี่ให้โอกาสเรา…หนึ่ง สอง…”
ปึง!
ใบหน้าหล่อมีรอยยิ้มผุดขึ้นเมื่อเห็นว่ายี่หวารีบหลบเข้าห้องนอนตัวเองไปโดยที่เขายังนับเลขไม่ถึงไหนเลย