โรงพยาบาลเอกชน
ก๊อก ก๊อก…
ร่างสูงในเสื้อฮู้ดตัวโคร่งลุกออกจากโซฟาที่เขาเปลี่ยนให้มันเป็นที่นอนชั่วคราวมาร่วมสัปดาห์เพื่อเดินตรงไปที่ประตูห้อง ‘จาเมล’ จับประตูแล้วเลื่อนมันออกไปด้านข้างเพื่อเปิดให้พยาบาลสาวที่เขาจ้างไว้ดูแล ‘ยี่หวา’ เดินเข้ามาด้านใน
ชายหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปีไม่ได้เอ่ยทักพยาบาลคนนั้น เขาทำเพียงมองตามพยาบาลชุดขาวเดินตรงไปหาเตียงผู้ป่วยกลางห้องสี่เหลี่ยมแล้วจัดการเปลี่ยนขวดน้ำเกลือพร้อมฉีดวิตามินบำรุงให้กับสาวร่างเล็กวัยเพียงสิบห้า ที่ยังเอาแต่นอนนิ่งไม่ยอมตื่นขึ้นมาสักที
“…เรียบร้อยค่ะ ญาติสามารถเช็ดตัวได้เลยนะคะ วันนี้คุณหมอยังไม่เข้าตรวจค่ะ”
พยาบาลประจำตัวหันมาบอกกับหนุ่มหล่อวัยยี่สิบต้นที่ดูจะกระเป๋าหนักไม่น้อยแล้วถึงได้เดินออกจากห้องไป เมื่อเห็นว่าญาติคนไข้พยักหน้ากลับมาให้แทนคำตอบ
จาเมลดึงสายตากลับมาที่คนตัวเล็กทันที เขาก้าวขาเข้าไปหายี่หวา เด็กสาวที่เขาคุ้นเคยและเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เนื่องจากพ่อแม่สนิทกัน มือของชายหนุ่มยื่นไปวางทับลงบนหลังมือของสาวสวยที่เอาแต่นอนหลับตาพริ้ม บนหน้าผากของเธอมีพลาสเตอร์ยาแปะเอาไว้กับรอยฟกช้ำเล็ก ๆ ทั่วตัว
“…นอนนานไปแล้วนะ”
น้ำเสียงทุ้มตามประสาผู้ชายดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากเรียบตึงของจาเมล เขายืนจ้องน้องสาวไม่แท้ของตนเองด้วยสายตาที่ยากเกินจะคาดเดา โดยไม่รู้เลยว่าหญิงสาวที่นอนนิ่งมาโดยตลอดเหมือนจะเริ่มรู้สึกตัวแล้ว
“…”
ภายในห้องเงียบสงัดเพราะชายหนุ่มเอาแต่ยืนไม่ไหวติง มือบางข้างที่ถูกเข็มแทงเข้าเส้นเลือดขยับช้า ๆ อยู่บนเตียงผู้ป่วย ก่อนที่นิ้วเรียวจะกระดุกกระดิกตามพร้อมแพขนตางอนที่ค่อย ๆ เปิดขึ้นทำให้ร่างสูงสังเกตเห็นในที่สุด
“…ยี่หวา!”
จาเมลรีบพุ่งตัวเข้าไปหาคนตัวเล็ก เขายื่นมือทั้งสองข้างไปจับไหล่บางเมื่อเห็นว่ายี่หวาทำท่าจะลุกขึ้นมา ชายหนุ่มค่อย ๆ ประคองสาวสวยขึ้นนั่งแล้วหันไปเทน้ำเปล่าใส่แก้วส่งให้คนที่นอนหลับมานานได้จิบ
“เดี๋ยวพี่ไปตามพยาบาลแปป…”
เสียงของจาเมลขาดช่วงไป เขาไม่ทันจะได้หมุนตัวก็ต้องหลุบตาลงมองคนที่ส่งมือมารั้งตนเองไว้เสียก่อน ยี่หวาคว้าข้อมือแกร่งเอาไว้ เธอทำตาแป๋วมองเขาแล้วดูดน้ำผ่านหลอดส่งเข้าลำคอด้วยสายตางุนงง
“…พะ พี่ จะ…จาเมล”
“กินน้ำก่อนเถอะ เสียงอย่างกับเป็ด”
ชายหนุ่มเอ่ยขัดเมื่อเห็นว่าสาววัยรุ่นพยายามคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ไหนจะริมฝีปากจิ้มลิ้มที่ตอนนี้เริ่มมีเลือดซิบออกมาเพราะขาดการบำรุงมาหลายวัน
ถ้ากลับมาเป็นปกติยัยนี่ได้บ่นใส่แน่…
“…เจ็บปากอะ ยี่หวาอยู่โรงพยาบาลเหรอ!? ทำไมพี่ไม่ทาลิปมันให้อะ แสบชะมัด!”
กูว่าแล้ว
ตาคมจ้องใบหน้าสวยไม่วางตาก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ กับการคาดเดาที่แม่นยำ แม้จะเกิดขึ้นเร็วไปหน่อยก็ตาม
“มาเฝ้าก็ดีเท่าไหร่แล้ว ยังจะมาบ่นอีก”
ปากพูดแบบนั้นแต่แววตาของชายหนุ่มดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันทีเมื่อสาวน้อยตรงหน้าได้สติฟื้นคืนกลับมา
“…แล้วนี่ยี่หวาไปเป็นลมล้มพับตรงไหนอีกล่ะ ทำไมครั้งนี้มันดูหนักจัง มีรอยอะไรเต็มไปหมด”
ร่างบางถามพี่ชายคนสนิทพลางยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาสำรวจ เธอไม่รู้ว่าตัวเองไปโดนอะไรมาเพราะปกติแล้วก็เป็นคนร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าไหร่ หากตื่นเต้นหรือเหนื่อยมากไปบางทีก็อาจจะเป็นลมไปแบบไม่รู้ตัว
“…ตกจากต้นไม้ สูงอยู่ คราวหลังก็อย่าปีนขึ้นไปสุ่มสี่สุ่มห้า…ดึกดื่นแบบนั้น”
ยี่หวามองใบหน้าหล่อเรียบตึงไร้ซึ่งสีหน้าใด ๆ แสดงออกมา เธอไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรต่อเพราะกลัวจะถูกจาเมลบ่นมากกว่านี้
“ว่าแต่ยี่หวาปีนขึ้นต้นไม้ตอนดึกเนี่ยนะ!? ทำไมจำอะไรไม่ได้เลย…”
ท้ายที่สุดคนตัวเล็กก็อดถามด้วยความสงสัยออกมาไม่ได้เพราะนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าตัวเองจะปีนขึ้นต้นไม้ไปเพื่ออะไร
“จำได้สิแปลก ตกจากที่สูงขนาดนั้น หมอบอกว่าความจำจะหายไปบางส่วน”
จาเมลยังคงเอ่ยเสียงเรียบเขาสอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วเดินออกจากห้องไปตามพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์ ปล่อยสาววัยรุ่นนั่งงงอยู่บนเตียงผู้ป่วย…
หกปีหลังจากนั้น
ก๊อก ก๊อก…!!!
“พี่จาเมล! นี่พี่ขโมยขนมที่ยี่หวาซื้อไปกินอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย…อย่ามาทำเงียบ ออกมาเลยนะ!”
ร่างบางทรวดทรงสวยสมส่วนรีบก้าวขาฉับขึ้นมาตามขั้นบันไดเมื่อเธอลงไปเปิดตู้เย็นควานหาขนมที่เพิ่งซื้อหลังจากกลับมาจากทำงานเมื่อวาน แต่กลับไม่พบมัน และมันจะเป็นใครไม่ได้เลยที่ขโมยไปเพราะบ้านหลังนี้มีแค่เธอกับจาเมลเท่านั้นที่อาศัยอยู่ด้วยกัน
คนตัวเล็กกำมือแน่นแล้วกระแทกมันลงที่ประตูบานใหญ่ เพื่อรอให้ชายหนุ่มเจ้าของห้องโผล่หัวออกมา แต่ดูเหมือนว่าพี่ชายคนสนิทของเธอจะไม่สนใจ มือเล็กทั้งสองข้างเริ่มขึ้นรอยแดงจากแรงปะทะ แต่เธอก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาเจ้าของห้องเลย
“พี่จาเมล ออกมาเลยนะ! พี่จะมาขโมยของของยี่หวาแบบนี้ไม่ได้ นี่! ออกมาสิ!!”
เสียงหวานหวีดสูงขึ้น เธอตั้งใจแหกปากส่งเสียงดังเพื่อที่โปรแกรมเมอร์ระดับโลกอย่างจาเมลจะได้เสียสมาธิในการทำงานและออกมาคุยกับเธอ และมันก็ได้ผลเพราะตอนนี้ประตูห้องที่เธอทุบมือใส่มันหลายนาทีถูกคนด้านในเปิดออกมาแล้ว
“…มาแหกปากโวยวายอะไรตรงนี้”
จาเมลอ้าประตูกว้างจนเห็นห้องมืดสนิทด้านในที่มีแสงจากจอคอมพิวเตอร์สามสี่จอสว่างวาบออกมา เขายกแขนขึ้นกอดอกแล้วเอนตัวพิงประตูด้วยท่าทางสบาย ๆ
“พี่ขโมยขนมยี่หวา เมื่อวานยี่หวาซื้อแยมโรลมาสองอัน มันหายไปอันนึง”
“อืม เท่าไหร่เดี๋ยวโอนไปให้”
จาเมลไม่ได้ปฏิเสธ เขาสอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋าหน้าเสื้อฮู้ดแล้วหยิบเอาโทรศัพท์มือถือออกมา นิ้วแกร่งเตรียมกดโอนเงินให้สาวน้อยที่มายืนทำหน้ามุ่ยอยู่ตรงหน้า
“คิดว่ารวยแล้วจะหยิบของคนอื่นไปกินได้ตามใจชอบเหรอ ยี่หวาไม่อยากได้เงินพี่หรอก แต่อย่ามาหยิบของยี่หวาไปกินโดยไม่บอกก่อนอีกนะ”
ใบหน้าสวยได้รูปรับไปกับผมหยักศกธรรมชาติร่ายยาวออกมา เธอยกแขนขึ้นก่อนอกอย่างที่ผู้ชายตรงหน้าทำก่อนจะยื่นมือไปดันมือจาเมลให้เก็บโทรศัพท์ของเขาไป
รู้อยู่หรอกว่าพี่จาเมลรวยขนาดไหนถึงได้ซื้อบ้านหลังโตพร้อมรถหรูได้ตั้งแต่ตอนอายุยังไม่ถึงยี่สิบ แต่ที่เธอมายืนโวยวายเพราะไม่ชอบให้คนอื่นมาหยิบของของตัวเองไปโดยไม่บอกกล่าวต่างหาก ไม่ได้อยากได้เงินเขาสักหน่อย
“ขอกินบ้างไม่ได้รึไง ทีพี่ยังไม่เห็นหวงอะไรเราเลย ถ้าไม่พอใจอยากจะออกไปอยู่ข้างนอกเองไหมล่ะ!?”
“…พี่ให้ไปจริงเหรอ?”
ยี่หวารีบถามย้ำ เธอแปลกใจไม่น้อยเพราะที่ผ่านมาเธอขอเขาออกไปเช่าคอนโดอยู่เองมาตลอด แต่จาเมลก็ไม่เคยให้สักครั้ง
“จริง เพราะบัตรนี่อยู่กับพี่”
“โอ๊ย! ถ้างั้นจะพูดทำไมล่ะ เอาไปตอนไหนเนี่ย!”
ยี่หวาชักสีหน้าแล้วสะบัดผมอย่างคนหัวเสีย สวนทางกับร่างสูงที่ยืนพิงประตูห้อง เขากำลังอมยิ้มเล็ก ๆ แล้วโบกบัตรเครดิตที่เป็นแหล่งเงินแหล่งทองของยี่หวาไปมาอย่างผู้ชนะ
ฟึบ วืดดด ~
“เอามานี่เลยนะ นั่นเงินพ่อแม่ยี่หวานะ!”
เธอกระโดดโหยงเหยงกระเถิบตัวเข้าไปหาชายหนุ่มเจ้าของบ้านแล้วพยายามแย่งมันมาจากเขา แต่ด้วยสรีระและความว่องไวที่แตกต่างกัน ทำให้ยี่หวาไม่สามารถแย่งบัตรสี่เหลี่ยมกลับคืนมาได้
“ก็ใช่อยู่ แต่ตอนนี้พี่เป็นผู้ปกครองยี่หวา เพราะฉะนั้นอย่ามาโวยวายใส่พี่แบบนั้นอีก”
น้ำเสียงของจาเมลยังปกติแต่แววตาของเขากำลังบอกกับเธอว่าเขาหมายความตามที่พูดจริง ๆ ทำให้ร่างบางนิ่งไปแล้วยอมพยักหน้าให้อย่างไม่มีทางเลือก พ่อแม่ของเธอปักหลักทำธุรกิจอยู่ต่างประเทศ ทำให้จาเมลเป็นคนเดียวที่เธอพึ่งพาได้ และไม่ควรทำตัวดื้อกับเขามากจนเกินไป
“…งั้นยี่หวาไปทำงานก่อนละกัน วันนี้น่าจะกลับช้า”
คนตัวเล็กสลดลง เธอยอมแพ้และเตรียมจะหมุนตัวเดินออกจากบ้านเพื่อไปทำงาน
“เอาไป ห้ามเอาไปซื้อคอนโดล่ะ พี่ไม่อนุญาตให้ย้ายไปไหนทั้งนั้น”
“…ค่ะ”
เธอรีบรับบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินมาจากจาเมลแล้วหย่อนมันลงไปในกระเป๋า โดยไม่ลืมฉีกยิ้มกว้างให้กับหนุ่มหล่อตรงหน้าแล้วรีบวิ่งลงบันไดออกมานอกบ้าน
ติ๊ด!
ยี่หวากดปลดล็อกรถไฟฟ้าที่จาเมลเป็นป๋าเปย์ซื้อให้เธอ มันส่งเสียงดังแล้วกระพริบไฟออกมา เธอฉีกยิ้มกว้างกับความสะดวกสบายที่นอกจากพ่อแม่ของตนเองแล้วก็มีพี่ชายคนสนิทอย่างเขาเนี่ยแหละที่อาสาดูแลมาตลอด
แบบนี้ใครจะโง่ย้ายไปอยู่ที่อื่นล่ะ แม้จะอยากลองออกไปใช้ชีวิตคนเดียวข้างนอก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเสียดายเงินเก็บเหลือ ๆ ของตัวเองเพราะอยู่กับจาเมลเธอแทบไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลยน่ะสิ เว้นเสียแต่จะมีแฟนนั่นแหละ คงได้ออกไปอยู่ข้างนอกจริง ๆ