เสียงกรีดร้องของแจกันเซรามิกราคาแพงที่กระทบพื้นจนแตกละเอียด ยังไม่บาดลึกเท่าถ้อยคำจากปากของผู้เป็นพ่อ เศษกระเบื้องสีขาวครีมกระจัดกระจายเต็มพื้นห้องรับแขกหรูหรา สะท้อนแสงไฟแชนเดอเลียร์ระยิบระยับราวกับเศษหัวใจที่ถูกเหยียบย่ำ
พีชยืนกำหมัดแน่น เล็บยาวกดจิกลงบนฝ่ามือจนแทบเป็นรอยเลือดซึม ร่างบางสั่นเทิ้มด้วยความโกรธและน้อยใจ ดวงตาคู่สวยที่เคยสดใสบัดนี้รื้นไปด้วยหยดน้ำตาที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไม่ให้ไหลต่อหน้าคนที่เรียกตัวเองว่าครอบครัว
“ถ้าแกยังทำตัวไร้สาระ เที่ยวเตร่สำมะเลเทเมาไปวันๆ แบบนี้ ก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพ่อ ไสหัวออกไปให้พ้นหน้าฉัน!”
เสียงตะคอกนั้นดังลั่นจนบรรยากาศทั้งบ้านเงียบกริบ ผู้เป็นแม่ได้แต่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟา มือกำชายกระโปรงแน่น สีหน้ากังวลแต่ไม่กล้าเอ่ยห้าม ส่วนพี่ชายของเธอ พัฒน์ ยืนขมวดคิ้วมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างอึดอัดใจ
“พ่อครับ ใจเย็นก่อน”
“แกก็เหมือนกัน! ตามใจน้องจนเสียคน!” ผู้เป็นพ่อหันไปตวาดลั่น
พัฒน์เม้มปากแน่น ก่อนจะหันมองน้องสาวอย่างเป็นห่วง
“พีช… พอเถอะ กลับมาคุยกันดีๆ”
แต่คำพูดนั้นกลับยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนถูกกดทับ เธอหัวเราะในลำคออย่างขมขื่น
“คุยเหรอคะ? บ้านนี้เคยมีใครฟังพีชด้วยเหรอ”
น้ำเสียงสั่นเครือทำให้ผู้เป็นแม่เงยหน้าขึ้นมองทันที
“พีช ลูก”
“ไม่ต้องพูดค่ะพีชเหนื่อยแล้ว” หญิงสาวตัดบท เสียงเบาแต่เด็ดขาด
เธอไม่ได้ตอบโต้อะไรแรงกว่าการคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมคู่ใจแล้วก้าวฉับๆ ออกจากบ้านโดยไม่หันหลังกลับ เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนยาวเหมือนการประกาศตัดขาดบางอย่าง
“พีช! จะไปไหน!” พัฒน์ตะโกนตามหลัง แต่ประตูบ้านถูกปิดกระแทกดังปึงเสียก่อน
เสียงสตาร์ทรถสปอร์ตคันหรูดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ก่อนที่เธอจะเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกสู่ถนนใหญ่ เป้าหมายเดียวในใจคือที่ไหนก็ได้… ที่ไม่มีเสียงด่าทอและกฎระเบียบที่คอยบีบคั้นเธอมาตลอดชีวิต
ไฟถนนยามค่ำคืนไหลผ่านกระจกหน้ารถเป็นเส้นยาวพร่าเลือนเหมือนหยดน้ำตาที่เธอไม่ยอมปล่อยให้ไหลออกมา มือบางกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
“บ้านบ้าอะไร…” เธอพึมพำเสียงสั่น
ไม่นาน รถคันหรูก็เลี้ยวเข้ามาจอดหน้าผับหรูใจกลางเมืองที่ซ่อนตัวอยู่ใต้แสงไฟนีออนสีม่วงหม่น
'The Abyss'
สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมคนมีเงินและคนอยากลืมโลกความจริง
ทันทีที่ก้าวเข้าไปด้านใน เสียงเพลงฮิตติดหูก็สั่นสะเทือนโสตประสาท แสงไฟวูบวาบสะท้อนร่างผู้คนที่เต้นรำแนบชิดกันอย่างเสรี กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยคลุ้งไปทั่ว
พีชเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์บาร์อย่างคุ้นเคย ก่อนจะนั่งลงแล้วสะบัดกระเป๋าวางข้างตัว
“เหมือนเดิมไหมครับ?” บาร์เทนเดอร์หนุ่มถาม
หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อย ไม่นาน แก้วออนเดอะร็อคก็ถูกวางตรงหน้า ของเหลวสีอำพันสะท้อนแสงไฟอย่างเย้ายวน เธอหยิบขึ้นมาควงเล่นเล็กน้อยก่อนกระดกดื่มรวดเดียวหมด
ความร้อนผ่าวแล่นลงลำคอจนแสบ แต่เธอกลับรู้สึกสะใจอย่างประหลาด
“อีกแก้วค่ะ”
บาร์เทนเดอร์มองเธออย่างลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยอมรินให้ตามคำขอ
แก้วแล้วแก้วเล่าไหลผ่านริมฝีปากอิ่ม จนภาพตรงหน้าเริ่มสั่นไหว พีชสะบัดผมลอนสวยที่เริ่มยุ่งเหยิง พลางหัวเราะหึในลำคอเมื่อมองเงาตัวเองในกระจกหลังบาร์
“แค่อยากใช้ชีวิตให้มีความสุขมันผิดตรงไหนวะ…” น้ำเสียงนั้นแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“น้องครับ พอเถอะ กลับบ้านไหม? เดี๋ยวผมเรียกแท็กซี่ให้” บาร์เทนเดอร์เอ่ยทักด้วยความหวังดี เมื่อเห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยเริ่มนั่งโอนเอนไปมาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ แต่ดูเหมือนสาวเจ้าจะไม่สนใจคำเตือนด้วยความหวังดีนั้น
“อย่ามายุ่ง... เอามาอีกแก้ว!” พีชพึมพำ เสียงหวานอ้อแอ้เต็มที ใบหน้าขาวนวลแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ดวงตาปรือปรอยพยายามจะคว้าแก้วใหม่ แต่กลับมีมือของใครบางคนมาตะปบข้อมือเล็กเอาไว้เสียก่อน
แรงบีบนั้นแน่นหนาและทรงพลังราวกับคีมเหล็กจนเธอสะบัดอย่างไรก็ไม่ออก พีชขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ เธอกระชากมือออกซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ไม่เป็นผล ตอนนั้นเอง เขาพลันได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น
“เมาเป็นแมวตกน้ำแบบนี้ คิดว่ามันเท่นักหรือไง พีช”
พีชพยายามเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ผ่านม่านสติที่เหลือน้อยนิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายคล้ายกลิ่นป่าสนชื้นๆที่ให้ความรู้สึกภูมิฐานและน่าเกรงขามลอยมาแตะจมูก ก่อนที่ใบหน้าคมสันราวกับรูปสลักของชายหนุ่มในชุดเชิ้ตสีดำพับแขนจะปรากฏชัดขึ้นเมื่อเธอพยายามหรี่ตามอง
พี่ธาม... เพื่อนสนิทที่สุดของพี่ชายเธอ และเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่พีชไม่เคยกล้าต่อปากต่อคำด้วยตรงๆ
“พี่ธาม... มาได้ไงอะ มาเฝ้าสาวเหรอ?” พีชแค่นยิ้ม หญิงสาวตัวแสบพยายามจะทำตัวเป็นปกติ แต่กลับเซถลาไปซบแผงอกกว้างของอีกฝ่ายอย่างเสียหลัก กลิ่นกายชายหนุ่มผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ทำเอาสมองเธอเบลอหนักกว่าเดิม และคราวนี้มันดูจะเล่นงานเธอได้หนักกว่าแอลกอฮอล์เสียอีก
ธามถอนหายใจยาว แววตาคมกริบฉายความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด เขามองสภาพเด็กสาวที่เขาเห็นมาตั้งแต่สมัยมัธยม บัดนี้เสื้อสายเดี่ยวตัวบางที่เธอสวมอยู่หมิ่นเหม่จนแทบจะปิดอะไรไม่มิด แผ่นหลังเนียนลออที่โชว์เด่นหราทำเอาเขาต้องขบกรามแน่น
“พัฒน์บอกว่าเราทะเลาะกับที่บ้านแล้วปิดเครื่องหนี ก็เลยมาเช็กดูที่นี่” เขากวาดสายตามองคนที่ตอนนี้ยังคงพยายามดิ้นไม่เลิกอยู่ในอ้อมแขนเขา
“ไม่คิดเลยว่าจะเจอสภาพดูไม่ได้แบบนี้”
พีชฟังแล้วก็แค่นหัวเราะดังเหอะ โวยวายเสียงดังว่าพี่ชายก็แค่ทำไปอย่างนั้นเอง ที่บ้านไม่มีใครต้องการเธอหรอก เธอทั้งพูดทั้งน้ำตาไหลเป็นสาย โวยวายไม่เลิกจนธามถอนหายใจยาว