แสงแดดที่ส่องผ่านม่านในห้องนอนเข้ามากระทบใบหน้าหวาน ทำหน้าที่เป็นเหมือนนาฬิกาปลุกชั้นดี พีชขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความปวดหนึบที่ขมับ และความปวดเมื่อยที่แล่นริ้วไปทั่วร่างกายจนเธออดคิดไม่ได้ว่าเมื่อคืนเธอเมาจนวิ่งไปให้รถทับหรืออย่างไรนะ
เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส ภาพเพดานห้องที่ไม่คุ้นตาและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ยังอบอวลอยู่บนหมอน ทำให้เหตุการณ์เมื่อคืนไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกกดกรออย่างรวดเร็ว
พีชสะดุ้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที ก่อนจะอุทานออกมาเบาๆ เมื่อก้มมองตัวเอง ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา เธอไม่มีเสื้อผ้าติดกายแม้แต่ชิ้นเดียว และเมื่อหันไปด้านข้าง... เตียงนอนที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งความอบอุ่นทำให้รับรู้ได้ว่าชายเจ้าของห้องลุกออกไปตั้งนานแล้ว
“ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มเรียบดังมาจากปลายเตียง พีชสะดุ้งสุดตัวคว้าผ้าห่มขึ้นมาปิดถึงอก ธามยืนอยู่ตรงนั้นในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้ม ในมือถือแก้วกาแฟดำที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ท่าทางของเขาดูสงบและเลือดเย็นเสียจนพีชรู้สึกอึดอัดเสียเองกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“พี่ธาม... พีช...” เธออึกอัก เสียงหวานแหบพร่าจนตัวเองยังตกใจ
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบในทันที เขาเดินตรงมายังโต๊ะหัวเตียงแล้ววางแก้วกาแฟลง ก่อนจะหยิบแผงยาสีขาวขนาดเล็กออกมาวางเคียงข้างกัน
“กินซะ วางไว้ให้แล้ว ยาแก้ปวด... แล้วก็นั่น ยาคุมฉุกเฉิน”
พีชมองแผงยานั้นด้วยความรู้สึกวูบโหวงหัวใจ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก แต่เธอก็ไม่ใช่เด็กน้อยไร้เดียงสาที่จะไม่รู้ว่าสิ่งที่ควรทำที่สุดตอนนี้คืออะไร เธอเอื้อมมือที่สั่นน้อยๆ ออกจากผ้าห่ม หยิบยาเม็ดนั้นเข้าปากแล้วดื่มน้ำตามอย่างว่าง่าย ความเงียบปกคลุมห้องอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งธามเป็นฝ่ายทำลายมันลง
“รีบไปจัดการตัวเองซะ พี่จะไปส่งเราที่บ้าน” คำว่าบ้านเป็นเหมือนสวิตช์เปิดความพยศในตัวพีชทันที เธอเงยหน้ามองเขา แววตาที่เคยไม่มั่นคงเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว
“พีชไม่กลับ! พี่ลืมไปแล้วเหรอว่าพีชหนีอะไรมา พีชไม่กลับไปให้พ่อด่าเหมือนหมูเหมือนหมาหรอก!”
“พีช อย่าดื้อ พี่มีงานต้องทำ พี่ไม่มีเวลามานั่งปลอบเด็กหนีออกจากบ้านทั้งวันหรอกนะ” ธามพูดเสียงเรียบ
พีชไม่ฟัง ยังคงโวยวายเสียงดังลั่นห้อง ซ้ำยังลุกขึ้นยืนชี้หน้าคนอายุมากกว่าโดยลืมไปว่าตัวเองมีแค่ผ้าห่มพันกาย จนธามต้องหันหน้าหนีจากเรือนร่างขาวผ่องของเธอ เธอบอกว่าถ้าเขาอยากจะไล่เธอหนีไปนักก็ได้ เธอจะไปเอง แต่ให้ตายยังไงก็จะไม่กลับบ้าน
“แล้วเราจะไปไหน? เงินในบัญชีถูกระงับ รถก็อยู่ที่ผับ จะเดินเท้าเปล่าออกไปหรือไง!” ธามเริ่มขึ้นเสียงบ้าง ความสุขุมที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนเพราะความเอาแต่ใจของเด็กสาวตรงหน้า
“จะไปไหนก็ได้ ไปนอนโรงแรมหรือข้างถนนก็ดีกว่าไปบ้านหลังนั้น”
“พีช!” ธามสบถออกมาอย่างปวดหัว เขาใช้นิ้วคลึงขมับพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ เขาถอนหายใจแล้วบอกออกมา
“งั้นเดี๋ยวพี่จะไปส่งที่คอนโดไอ้พัฒน์”
“ไม่เอา! พีชไม่ไปหาพี่พัฒน์!” พีชกรีดร้องออกมาอย่างหัวเสีย
“พี่พัฒน์ก็ต้องบังคับให้พีชไปขอโทษพ่ออยู่ดี พี่พัฒน์เข้าข้างพ่อจะตายไป พี่จะส่งพีชกลับเข้ากรงชัดๆ พี่มันใจร้าย พี่มันฉวยโอกาส!”
เสียงโวยวายของพีชเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนธามต้องก้าวเข้าไปคว้าไหล่บางแล้วเขย่าเบาๆ เพื่อเรียกสติ
“เงียบ! พีช! เลิกโวยวายเสียสติเหมือนเด็กไม่ได้ดั่งใจซะที พี่เริ่มจะหมดความอดทนแล้วนะ!”
พีชชะงักไป ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตาแห่งความน้อยใจ เธอจ้องมองเขาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งโกรธ ทั้งอาย และลึกๆ คือความรู้สึกเคว้งคว้างที่ไม่มีใครเข้าใจเธอเลยแม้แต่คนเดียว
แววตานั้นของเธอทำเอาธามใจอ่อน เขายกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแล้วก็ถอนหายใจ พูดเสียงเบาลง
“พีชฟังพี่ เธอจะอยู่กับคนที่ไม่ได้สนิทไม่ได้”
“ต้องได้สิคะ!” พีชโพล่งขึ้นขัด เมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่ธามมองมาอีกก็เม้มปาก ยื่นข้อเสนอ
“ขอพีชอยู่ที่นี่เถอะค่ะ แค่ไม่กี่วันก็ได้ จนกว่าพีชจะหาที่ไปได้ พีชสัญญาว่าจะไม่วุ่นวายกับ
พี่ ไม่กวนใจพี่... นะคะพี่ธาม” ไม่พูดเปล่า เธอยังกระโจนมากอดแขนเขา เอาหน้าอกแนบอย่างออดอ้อน
ชายหนุ่มหรี่ตามองเธอที่กระทั่งตอนนี้ก็ดูจะไม่สนใจว่าตัวเองเปลือยทั้งตัวอยู่ต่อหน้าผู้ชายอีกคน ยิ่งมองเข้าไปในแววตาพยศซุกซนของเธอแล้วเขาก็ถอนหายใจ ยื่นข้อเสนอกลับบ้าง
“งั้นก็เอาอย่างนี้ เรามาเป็นเฟรนด์วิทเบเนฟิทกัน”
พีชเอียงคอ มันดูน่ารักแต่ในสายตาธามมันคล้ายกับเธอกำลังยียวนเขาอยู่มากกว่า เขารีบพูดต่อ
“ใครมีคนใหม่ก็ต่างคนต่างไป ไม่ผูกพัน ดีไหมล่ะ?”
“ก็ดีค่ะ” พีชตอบหลังเงียบไปพักใหญ่ เพราะถ้าตัดความโกรธที่เขาฉวยโอกาสตอนเธอเมาออกไป เซ็กซ์เมื่อคืนก็เป็นรสชาติที่ทั้งเร่าร้อนและดุดันในแบบที่เธอชอบพอดี ที่อารมณ์เสียในทีแรกนี่เป็นเพราะเขาไม่ยอมให้เธอลิ้มรสมันตอนมีสติเต็มร้อยต่างหาก