ตอนที่9เวทีประมูล

1977 Words
ณ ลันตาในเวลาพลบค่ำ “เอาตัวมันไปโชว์” เสียงชายหนุ่มร่างใหญ่สั่งการด้วยภาษาท้องถิ่น แอ๊ดดดดดด! เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่จำนวนสองนาย เดินมากระชากแขนหญิงสาวทั้งสองนางออกไป “ไม่! แกจะพาฉันไปไหน ฉันไม่ไป” อลิซและไอราดิ้นแต่ก็ไม่ได้ขืนตัวเองอะไรมากมาย เพราะแผนที่คิดกันสองคนมันเริ่มทำงานแล้ว สองสาวถูกพาไปนั่งภายในห้องที่มีเหมือนเชือกล้อมรอบเหมือนเวทีสนามมวย และรอบๆ มีชายนับร้อยนั่งดื่มสุรากันเรียงรายกันตามโต๊ะต่างๆ เสียงผู้คน บ้างก็มีดนตรีสลับกันไปมา ควันบุหรี่คละคลุ้งไปทั่ว สาวสวยเกือบสิบชีวิตที่ถูกพันธนาการด้วยเชือกต่างตื่นตระหนกกันสุดขีด บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็นิ่งเงียบอย่างคนสิ้นหวัง “ไอราใจเย็นๆ นะทำใจดีๆเข้าไว้ แกต้องมีสตินะ” อลิซคอยปลอบเพื่อนสาวอยู่ไม่ห่าง ทั้งที่อลิซเองก็กลัวไม่แพ้กันแต่ก็ต้องอดทน มีสติให้ได้เพื่อที่จะทำตามแผนที่ตนเองวางไว้ “อะ โอเค กะ-แก” เสียงไอราสั่นอย่างห้ามไม่ได้ แต่ก็ต้องอดทนตามที่เพื่อนบอกไว้ การเผชิญกับเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุการที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของไอราและอลิซเลยทีเดียว “กรี๊ดดดดดด!” หญิงสาวนางหนึ่งกรี๊ดออกมาอย่างตกใจเมื่อโดนมือสกปรกกระชากเสื้อผ้าจนขาดวิ่น “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าชอบนางนี้ เท่าไหร่!” ชายหนุ่มวัยกลางคนหนวดเครายาวรกรุงรัง เสื้อผ้าสกปรกกลิ่นเหล้าคละคลุ้งเอ่ยกับผู้เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ “โอ๊ะ ท่านใจเย็นๆ นะขอรับ อีกไม่กี่นาทีจะถึงการประมูลแล้วนะขอรับนายท่าน” เพล้ง! ชายคนเดิมขว้างแก้วลงบนพื้น เพราะความขัดใจ “ชักช้าอยู่ใย เร็วสิข้าไม่ไหวแล้ว เงินข้าพร้อม! เร็ว!” “ขอรับๆ” เจ้าของสถานที่มองไปรอบๆ เพื่อหาบุคคลหนึ่งที่ยังไม่โผล่มาเลย ขานี้กระเป๋าหนักวันนี้มีสองสาวต่างชาติที่จะทำให้เขาได้เงินเยอะแน่นอน แอ๊ด! เสียงประตูบานใหญ่เปิดออก พร้อมกับชายหนุ่มวัยประมาณสี่สิบปีก้าวเข้ามา สายตาหลายร้อยคู่มองผู้ที่มาใหม่อย่างตระหนก “ขาใหญ่มาแล้ว” เสียงใครคนหนึ่งเอ่ย “ท่านราฮิมมาแล้วขอรับ” “เชิญครับท่าน เราจัดสถานที่ให้ท่านข้างหน้าแล้วขอรับ” ชายเจ้าของสถานที่เอ่ยต้อนรับขาใหญ่กระเป๋าหนักทันที “อืม” เสียงราฮิมขานอย่างไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ วันนี้เขาออกมาได้สักทีหลังจากหนีเจ้าหนี้ที่เขาหักหลังมาอย่างหวุดหวิด “อย่านานนะท่าน พอดีท่านราฮิมอยู่ไม่นาน” ลูกน้องคนสนิทเอ่ยอย่างระวังตัวให้กับเจ้านาย “ขอรับ วันนี้ไม่นานขอรับ น่าจะปิดได้เร็ว เพราะเรามีของสุดพิเศษไว้รอนายท่านราฮิมโดยเฉพาะ” ...................... อีกด้านหนึ่งของเหตุการณ์ บริเวณด้านนอกของลันตา แกร๊บ! เสียงฝีเท้าหนักเหยียบเข้ากับใบไม้แห้ง “ชูวววว์ เจ้าระวังหน่อยโจฮาฟ” ซาฟาร์บอกลูกน้องคนสนิท เขาทั้งสองกำลังย่องมาสังเกตการณ์เพื่อเฝ้ารอลูกหนี้แสนแค้นของตนเองอย่างใจเย็น “ขอโทษขอรับนาย” โจฮาฟบอกผู้เป็นนาย “รอให้มันออกมาอย่างเดียว” “ขอรับนาย” “วันนี้มันไม่อยู่นานหรอก” ซาฟาร์เอ่ยอย่างรู้ทันอีกฝ่าย .......................... อีกฝากฝั่งของเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่ง “พ่อครับ ผมว่าเรากลับกันก่อนดีไหมครับ ผมว่าเราต้องไปแจ้งความกับตำรวจแล้วครับ” “ธาวิศ พ่อยังหาน้องไม่เจอเลย พ่อไม่อยากกลับเลย” นนทิวรรธน์บอกผู้เป็นแฟนลูกสาวด้วยสีหน้าที่อิดโรย วันนี้เขาตามหาลูกสาวทั้งสองตามที่ต่างๆ มากมายแต่ทว่าไร้เงาของลูกสาว “แต่เราต้องไปแจ้งความก่อนนะครับ ให้ตำรวจช่วยตามอีกแรงหนึ่งนะครับพ่อ วันนี้มันเย็นแล้วเราไม่คุ้นเส้นทางเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะมาตามหาน้องอีกทีนะครับพ่อ” ธาวิศอธิบายนนทิวรรธน์อย่างมีหลักการ เขาเองก็ทุกข์ใจอย่างที่สุด ไอราน้องสาวสุดที่รักของเขา ยัยตัวแสบที่คอยกวนเขาได้ตลอด แค่คิดก็ทำให้ชายหนุ่มใจกระตุกวาบ เขายังไม่กล้าที่จะบอกพ่อกับแม่ได้เลยที่น้องหายไปแบบนี้ “เอางั้นก็ได้ ไปกันแวะไปรับชิดาด้วย” เวลาผ่านไปราวเกือบชั่วโมงชายหนุ่มทั้งสองก็มาถึงร้านอาหารใกล้กลับโรงแรมที่เขาพักอยู่เพื่อจะมารับชิดากลับไปพร้อมกัน แต่ก็ต้องตกใจเมื่อบริกรบอกไม่เคยเห็นหญิงสาวเลย “ชิดาอาจกลับไปแล้วก็ได้นะครับพ่อ เราไปนานหลายชั่วโมง น้องคงกลับไปแล้ว เราไปโรงแรมกันเถอะครับ” “อืม” เมื่อทั้งสองไปถึงโรงแรมที่พัก “ยัยชิดาอยู่ไหนคะนนท์” กิริฎาเอ่ยถามทันที เพราะทั้งสองเดินมาแต่ไม่เห็นร่างของลูกสาวเดินมาด้วย “อ่าว ยัยชิดายังไม่กลับเข้ามาเหรอริฎา” นนทิวรรธน์เอ่ยถามภรรยาด้วยความมึนงง “ไม่ค่ะ ก็ยัยชิดาบอกรอคุณที่ร้าน และบอกจะกลับพร้อมคุณนี่คะ” กิริฎามีน้ำเสียงเข้มขึ้นอย่างตื่นตระหนก “แล้วชิดาไปไหนครับคุณแม่ เราไม่เห็นน้องนะครับ” “ไม่! ไม่นะ” กิริฎาร้องเสียงดังอย่างตกใจ “ใจเย็นๆ ริฎา เดี๋ยวผมกลับไปดูอีกรอบ” นนทิวรรธน์เอ่ยพร้อมกับวิ่งออกไปอีกครั้งโดยที่ธาวิศก็ตามไปอย่างติดๆ “มันเกิดอะไรขึ้น ยัยชิดาหายไปไหน” กิริฎาร้นรนพร้อมกับกดเบอร์โทรศัพท์ต่อตรงถึงเพื่อนโดยเร็ว “ฮัลโหล ยัยพัชเหรอ เธอช่วยฉันหน่อยยัยชิดาหายตัวไป ช่วยฉันด้วยนะพัช” “ว่าไงนะริฎา ยัยชิดาหายไปเหรอ หายไปไหน ยังไงเธอ ตายแล้วทำไงดี เออเดี๋ยวฉันโทรหาคนของฉันที่โน่นก่อนให้ตามหา เธอใจเย็นๆ นะ” “ฮือ ฮือ เธอต้องช่วยลูกฉันนะพัช เธอต้องช่วยนะ ฉันจะจ่ายเธอไม่อั้น ฮือ ฮือ” กิริฎาปล่อยโฮออกมาทันที ........................ ณ ลันตาบรรยากาศตอนนี้ เหมือนลานประลองยังไงยังงั้น “กรี๊ดดดดดด!” เสียงไอราดังขึ้นเมื่อโดนชายร่างใหญ่แบกร่างบางเดินออกไปเพราะมีคนประมูลไปเรียบร้อย เป็นชายแก่วัยเกือบห้าสิบที่มีตัณหาราคะอยู่เต็มเปี่ยม “ไอรา!” อลิซร้องเรียกเพื่อนอย่างตกใจ ได้แต่ภาวนาให้เพื่อนแก้ไขสถานการณ์เลวร้ายนี้ไปได้ด้วยเถิด “อลิซ อลิซ ช่วยฉันด้วย!” ถึงแม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้วแต่ไอราก็กลัวสุดขีดจนแทบจะดึงสติตัวเองไว้ไม่อยู่เมื่อโดนแบกร่างบางออกไปจนพ้นสายตาเพื่อนรัก ไอราร้องไห้ฟูมฟายน้อยใจกับโชคชะตาของตัวเองยิ่งนักที่ต้องเจอเหตุการณ์อันชั่วร้ายแบบนี้ ‘ไอรา ขอให้แกผ่านเรื่องนี้ไปด้วยดี ขอพระเจ้าจงคุ้มครองเพื่อนลูกด้วยเถิด’ อลิซได้แต่ภาวนากับตัวเอง แต่ก็ไม่รู้ชะตาของตัวเองเหมือนกัน “100,000 ดีแรห์ม” (1 ดีแรห์มเท่ากับ 10 บาทไทยโดยประมาณ) ราฮิมเสนอเป็นคนแรกให้ในการประมูลอลิซ เขาถูกใจนางยิ่งนัก ความงดงามของนางช่างเย้ายวน จนความเป็นชายอัดแน่นไปหมด ดวงตากลมโตสีน้ำเงินฟ้าสวยงามดั่งลูกแก้ว ริมฝีปากอวบอิ่ม จมูกเป็นสันโด่งแบบเชิดรั้นน่ารัก ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดลออ รูปร่างอวบอิ่มอรชร อกอวบอิ่มผุดขึ้นผุดลงตามการหายใจอย่างตื่นตะหนก ‘แม่กวางน้อยของข้า’ “500,000” มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นเป็นชายนิรนาม ทุกคนต่างหือกันเสียงดังถึงค่าตัวของหญิงสาวนางนี้ “800,000” ราฮิมสู้ไปอีก “2,500,000” ชายนิรนามสู้อีก “3,000,000” ราฮิมนั่งไม่ติด ‘นี่มันราคาแพงสุดในประวัติการณ์ของเขาเลย’ “เงียบ!” ไม่มีเสียงตอบจากชายนิรนามมาอีกเลย เพราะเขารับหน้าที่มาแค่ปั่นราฮิมเล่นๆ เท่านั้นเอง “3,000,000” เจ้าของงานประมูลเอ่ยอีกสามครั้ง ไม่มีผู้ได้กล้าเสนออีก “นางผู้นี้เป็นของนายราฮิมขอรับ” สิ้นเสียงเจ้าของงานทุกคนในห้องต่างโห่ร้องก้องระทึกที่การประมูลครั้งนี้เป็นครั้งที่สูงและแพงที่สุดที่เคยพบเจอ “บัดซบ! อีนังนี่แพงชิบ! คอยดูพ่อจะเอาให้คุ้มเลย!” เสียงราฮิมบ่นอย่างหัวเสียเหมือนมีคนจะมาแกล้งเขา “ไป! กลับ” ราฮิมบอกลูกน้องจ่ายเงินซึ่งเขาเองก็แทบเป๋เลยทีเดียวกับการเสียเงินครั้งนี้ แต่ไม่ยอมเสียหน้าเลยต้องยอมจ่ายไป “ไว้เจอกันใหม่นะขอรับ ท่านราฮิมขอให้นายท่านมีความสุขกับนางผู้นี้นะขอรับ” เจ้าของงานเอ่ยอย่างมีความสุขที่ได้เงินมากที่สุดเท่าที่เคยจัดมา หญิงสาวคนนี้ที่คนของเขาส่งมาถึงแม้จะหักค่านายหน้าไปบ้างแต่เขาก็ได้มากโขอยู่ดี อลิซถูกลากตัวไปหญิงสาวตามไปแต่โดยดีไม่ขัดขืน ไม่ร้องขอเพราะภายในหัวของเธอกำลังคิดแผนการหลบหนี ‘ทำอย่างไรดี’ ทั้งสามเดินมาขึ้นรถยนต์หรูสัญชาติยุโรปอย่างทันที ลูกน้องรับใช้นายราฮิมจัดการให้อลิซนั่งด้านหลังโดยมัดมือบางด้วยเชือกผูกรองเท้าเรียบร้อย พร้อมนายราฮิมนั่งประกอบอยู่ด้านหลังและออกรถไปตามเส้นทางอย่างรวดเร็ว “คืนนี้ข้าจะเอาให้สาสมกับราคาของเธอเลยทีเดียว” ราฮิมบอกพลางยื่นมือหนาอันอวบอูมมาสัมผัสแก้มของอลิซ อลิซสะบัดแทบจะทันทีอย่างขยะแขยง “ไม่ต้องรังเกียจข้าหรอก คืนนี้เถอะ ข้าจะทำให้เจ้าครางไม่หยุดเลยทีเดียว ฮ่า ฮ่า เจ้าสวยถูกใจข้ายิ่งนัก” รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วแทบจะเหยียบมิดไมล์ ทะยานไปได้สักพักรถก็เกิดกระตุก ชายคนขับผ่อนคันเร่งอย่างระมัดระวังและหาที่จอดรถข้างทางในที่สุด “นายขอรับ รถเรามีปัญหาขอรับ” “โธ่เว้ย แกขับรถยังไงไม่ดูวะ” ราฮิมหัวเสียอย่างแรง “ขอโทษขอรับนาย” ชายคนขับรถเปิดประตูเดินลงไปดูล้อรถของเขาแต่แล้วก็ตกใจสุดขีดเมื่อหันมาเหมือนมีวัตถุชนิดหนึ่งพุ่งเข้าหาอย่างแรงจนหมดสติไปทันที “รถเป็นอะไร!” ราฮิมกำลังเปิดประตูรถลงไป เมื่อเห็นลูกน้องเงียบไปไม่มีเสียงตอบกลับ ทันใดนั้นก็เจอกับท่อนเหล็กทุบลงตรงลำคอด้านหลังอย่างจังทำให้เขาหมดสติไปในทันที “จัดการมัดมันและเอาขึ้นรถไป” เสียงชายหนุ่มบงการ “นายขอรับ มีผู้หญิงอยู่ด้วยคนนึงขอรับทำอย่างไรดีขอรับ” “เอาไปด้วย!” สิ้นเสียงคำสั่ง อลิซก็ถูกลากออกมาจากรถยนต์และถูกยัดเข้าไปในรถยนต์คันใหญ่สีดำติดฟิล์มมืดมิด อลิซนิ่งเงียบไม่แสดงอาการใดๆ ภายในหัวกำลังคิดหาทางออกอย่างกระวนกระวาย ตอนนี้จะต้องเปลี่ยนแผนหนีใหม่ทันที อลิซนั่งด้านหลังคนขับและมีชายหนุ่มคนหนึ่งประกบอยู่ด้านข้าง เขาเงียบไม่ส่งเสียงใดๆ ทั้งสิ้นส่วนชายอีกคนที่เป็นต้นเรื่องนั้นขึ้นรถอีกคันหนึ่ง รถยนต์คันหรูวิ่งทะยานด้วยความเร็วฝ่าความมืดมิด อลิซมองไปข้างนอกไม่เห็นอะไรเลยเพราะสองข้างทางมีแต่ความมืด ‘ป่านนี้ไอราจะเป็นอย่างไรบ้างนะ’ ............
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD