Chapter 01

4640 Words
"ยินดีกับคุณแม่ด้วยนะครับ นี่เข้าเดือนที่เก้าแล้วเดือนหน้าก็ได้คลอดแล้ว” คุณหมอแสดงความยินดีผ่านหน้าจอโฮโลแกรมที่ฉายหน้าคุณหมอเจ้าของครรภ์อยู่ เพราะนี่เข้าเดือนเกือบสุดท้ายแล้วทำให้เขาท้องโตเป็นพิเศษจึงลุกขยับได้ลำบาก “เวลานัดคือตอนบ่ายสองนะครับ เดี๋ยวหมอกับพยาบาลอีกสองคนจะไปให้ตรงเวลาแล้วก็อยากรบกวนให้คุณแม่มาแอดมิทที่โรงพยาบาลด้วยนะครับ เพราะท้องดูโตว่าปกติ หมอเกรงว่าไข่จะใหญ่ผิดปกติ แต่คุณแม่อย่าเพิ่งกังวลนะครับ” เขาพยักหน้ารับแทนคำพูด ถึงแม้ในใจจะฟุ้งซ่านไปต่างๆ แล้วก็ตาม “ผมต้องเตรียมอะไรไปบ้างครับ” เขาถามกลับพลางลูบท้องเบาๆ ก่อนจะเรียกหา เอญ่า พี่เลี้ยงที่โตมาด้วยกัน เธออายุมากกว่าเขาเพียงสามปีเท่านั้น เราเจอกันครั้งแรกตอนเขาอายุสิบห้าเป็นช่วงที่ต้องย้ายไปเรียนต่อต่างเมือง คุณพ่อกับคุณแม่ก็เลยหาคนตามไปดูแล หลังจากนั้นก็กลายเป็นว่าพี่เอญ่าตามเขาไปทุกที่เลย “ของใช้ของคุณแม่ก็พอแล้วครับ คุณแม่จะจองห้องเลยมั้ยครับ” “ได้ครับ” เขาหลับตานั่งฟังรายละเอียดห้องแต่ละแบบตามที่คุณพยาบาลข้างหลังคุณหมอร่ายมา ยังไม่ทันคิดเสร็จพี่เอญ่าก็จัดการไปแล้ว “ขอห้องที่ดีและปลอดภัยที่สุดค่ะ ฉันจำได้ว่าห้องพักชั้นบนสุดของที่นั่นมีห้องเล็กๆ ให้สำหรับคนเฝ้าด้วยใช่มั้ยคะ งั้นฉันขอดำเนินการจองทันทีนะคะ” พี่เอญ่าว่าแล้วกลายร่างเป็นนกตัวน้อยบินหายไปลับตา ก็แหงล่ะ ฮาร์ฟนกคือเผ่าพันธุ์ของพี่เอญ่านี่นา คุณหมอบอกลาเขาเพื่อเตรียมตัวมาตรวจเขาถึงที่บ้าน วันนี้เขาตื่นเต้นเป็นพิเศษ เมื่อคืนก็นอนแทบไม่หลับ ก็เพราะวันนี้เป็นวันที่จะได้อัลตราซาวน์ไงล่ะ! ด้วยเผ่าพันธุ์ของเขาที่ออกลูกเป็นไข่ทำให้ต้องรอถึงเก้าถึงเดือนเพื่อดูลักษณะของไข่ในท้องกลมๆ แล้วยิ่งคุณหมอพูดถึงท้องที่โตกว่าปกติเขายิ่งเครียดกว่าเก่า “หนูเป็นเด็กอ้วนเหรอ ฮื้ม?” เขาอดที่จะเอ่ยแซวเจ้าตัวน้อยในท้องไม่ได้ แต่ต่อให้เป็นเด็กอ้วนจริงเขาก็จะหาทุกอย่างที่ลูกอยากกินมาให้ได้ “หมอขออนุญาตนะครับ” คุณหมอว่าพลางทาเจลเย็นลงบนท้องจนขนลุกขนพองไปหมด พอคุณหมอกับคุณพยาบาลทั้งสองคนกับเอไอทางการแพทย์อีกหนึ่งตัวมาถึงก็ช่วยกันติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยความรวดเร็วและชำนาญ “คุณแม่ผ่อนคลายนะครับ สามารถมองที่โฮโลแกรมได้เลยครับ” คุณหมอผายมือไปที่ภาพโฮโลแกรมสี่เหลี่ยมที่ถูกฉายออกมาผ่านเอไอตัวเดิมอีกทีหนึ่ง เขาจ้องตาไม่กระพริบ ทันทีที่เครื่องอัลตร้าซาวด์แตะลงบนท้องนุ่ม ภาพแรกที่ปรากฏขึ้นในจอคือภาพของไข่ทรงสวยขนาดกลางสีเงินวิบวับฟองหนึ่งกลิ้งเล่นอยู่ในท้องของเขา “คุณแม่คะ ทิชชู่ค่ะ” “ข-ขอบคุณครับ” เขารับทิชชู่จากคุณพยาบาลสาวที่ยื่นให้หลังเห็นน้ำตาเม็ดแรกของเขาร่วงลงก่อนจะตามมาอีกเป็นสาย ดวงตาสีเทาอ่อนเหลือบมองดูอีกคนที่ยืนสะอื้นพลางสั่งเอไอรุ่นสารพัดประโยชน์ของเจ้าตัวให้เก็บภาพอันน่าประทับใจนี้ไว้แล้วส่งลงในบอร์ดของครอบครัว “หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...” เขาได้ยินเสียงทุ้มนับเลขจึงหันไปมองด้วยความสงสัย สังเกตจากสีหน้าของคุณหมอที่อยู่ๆ ก็ขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด จนทำเขาต้องวิตกตามไปด้วย “คุณแม่ครับ...” “มีอะไรครับ ในท้องผมมีอะไรงอกขึ้นมาเหรอครับ?” ร่างบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์กลืนน้ำลายหนืดลงคอดังอึก คุณหมอหลับตาลงก่อนจะพูดเสียงดังฟังชัด “คุณแม่ตั้งท้องอยู่สี่ฟองครับ” “...” เสียงในท้องเงียบลงสนิท ไม่เหลือแม้แต่เสียงสะอื้นของพี่เอญ่าหรือกระทั่งเอไอคู่ใจของเขาอย่างเพียร์ก็เงียบตามไปด้วย “เอ่อ คุณหมอคะ สี่ฟอง? เป็นไปได้หรอคะ?” พี่เอญ่าถามแทนใจเขาครบทุกคำถามไม่มีขาดหาย ก่อนที่เพียร์ เอไอในร่างสุนัขตัวใหญ่จะเดินไปยืนสองขาดูหน้าจอโฮโลแกรมชัดๆ แล้วฉายภาพซ้ำกันแบบขยายใหญ่กว่าเดิมให้เขาเห็นแบบเต็มตา “เป็นไปได้ครับ ในกรณีของเด็กแฝด” “ผมก็เป็นแฝดสามครับ แต่คุณแม่บอกว่าเราเกิดจากไข่ใบเดียวกัน” “ใช่ครับ นั่นเป็นกรณีที่คุณพ่อและคุณแม่เป็นบลัดเหมือนกันครับแต่ในกรณีที่มีไข่หลายฟองแบบนี้มีได้สาเหตุเดียวคือ คุณพ่อคงไม่ใช่บลัดใช่มั้ยครับ” พี่เอญ่าหันหน้ามามองเขาด้วยสีหน้าแตกตื่นรวมถึงเพียร์ที่วิ่งวงไปมาเหมือนหมา...อือ ก็หมาแหละ “ครับ พ่อเขาน่าจะเป็น...เรก้านะครับ” ตอบกลับเสียงอ่อน “ว้าว เรก้ากับบลัดเป็นคู่ที่หาไม่ได้ง่ายๆ เลยนะคะ” คุณพยาบาลคนหนึ่งพูดขึ้น ใช่สิ จะไปหาง่ายได้ยังไงก็ในเมื่อเรก้ามีจำนวนประชากรแค่ 2% จากทั้งโลก ว่ากันว่าเรก้านั้นเป็นเผ่าพันธุ์ที่สืบเชื้อสายมาจากสวรรค์ พวกเขามีปีกที่สวยงามราวกับนกพิราบที่เป็นตัวแทนแห่งพระผู้เป็นเจ้า ยิ่งสีอ่อนยิ่งแสดงถึงความบริสุทธิ์ของเลือดที่ไหลเวียนในร่างกายนั้น ในขณะที่บลัดนั้นถูกเล่าขานว่ามีเชื้อสายจากเทพองค์หนึ่งที่ไปรักกับมนุษย์ ทั้งสองรู้ว่าความรักของตนนั้นไม่มีทางสมหวังมนุษย์จึงกรีดเลือดสีแดงฉานของตนให้เทพองค์นั้นดื่มในทุกๆ คืนจันทร์เสี้ยวเพื่อให้ตนได้เป็นส่วนใหญ่ของคนรักอย่างถาวรและสุดท้ายเทพก็เสพติดเลือดอันหอมหวานของคนรักจนเผลอตัวกัดคอและดูดดื่มเลือดมนุษย์อบ่างเอร็ดอร่อย กว่าจะรู้ตัวคนรักของเทพก็ได้จากไปเสียแล้ว หลังจากนั้นก็กลายเป็นว่าลูกหลานของเทพองค์นั้นต้องดื่มเลือดเป็นอาหารหลักไป นั่นคือทั้งหมดที่เขาจำได้ ก็นะ เรียนมาตั้งแต่สมัยไหนใครจะไปจำได้เป๊ะๆ กันเล่า เขาเห็นพี่เอญ่าเดินออกไปเหลือไว้เพียงเพียร์ที่ยังทำหน้าที่เก็บวิดีโออย่างขยันขันแข็ง “แบบนี้คงต้องผ่าแผลใหญ่หน่อยนะครับ และอาจใช้เวลาฟักมากกว่าสองเดือน” เขาพยักหน้าเข้าใจ ปกติแล้วชาวบลัดอย่างเราจะตั้งท้องสิบเดือนออกมาเป็นไข่แล้วก็รออีกสองเดือนเพื่อฟักก็ครบปีพอดีดังนั้นเราจึงนับอายุพวกเขาตั้งแต่อยู่ในท้อง พอฟักออกมาก็ต้องรออีกประมาณสามวัน เด็กๆ ถึงลืมตาได้ “ยังไงหมอก็แนะนำให้เข้าแอดมิทภายในสัปดาห์หน้าจะดีที่สุดนะครับ และช่วงนี้คุณแม่ต้องดื่มเลือดเยอะๆ ให้มากกว่าปกติ เด็กๆ จะได้มีสารอาหารเพียงพอนะครับ ถึงจะมีสายเลือดเรก้าแต่คุณแม่ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนกินอย่างอื่นเข้าไปนะครับ เพราะอาจจะเกิดอาหารเป็นพิษได้” “เพียร์ได้ยินแล้วนะ ไปจัดการเบิกจากธนาคารมาสี่สิบ...ไม่สิ ห้าสิบเลยก็ได้” บลัดนั้นไม่สามารถกินอย่างอื่นนอกจากเลือดได้ โชคดีที่พวกเรามีธนาคารเลือด ธนาคารเลือดจะให้โอกาสผู้หวังดีหรือคนที่เดือดร้อนเรื่องเงิน มาขายหรือบริจาดเลือดได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแบบไม่ต้องกลัวหมดกันเลยทีเดียว ต้องขอบคุณตระกูลอีวานริสโตเลยจริงๆ เลยที่สร้างมันขึ้นมา “รับทราบ เจ้านาย!” เพียร์วิ่งกระดิกหางออกไปด้วยความ รวดเร็วก่อนที่คุณหมอจะเปิดประโยคใหม่ขึ้น “ถ้าคุณพ่อว่างระหว่างนี้หมอก็แนะนำให้ไปเข้าอบรมที่ โรงพยาบาล ได้เลยนะครับจะได้ช่วยกันดูแลเด็กๆ อย่างถูกวิธี” เขาแค่นยิ้มให้คุณหมอเบาๆ พ่อเด็กหรอ...ถ้ามีก็ดีนะสิ เขารีบสะบัดความคิดไร้สาระชั่ววูบทิ้งแล้วนั่งฟังข้อควรระวังและสิ่งที่ควร ทำอยู่เกือบสองชั่วโมง “เพียร์ ไปส่งคุณหมอทีสิ” “เดี๋ยวฉันไปเองค่ะ” พี่เอญ่าแทรกขึ้นพร้อมกับผายมือเชิญคุณหมออกจากห้องไป ดังนั้นในห้องตอนนี้ก็เหลือเพียงเขากับเพียร์ที่เดินขึ้นมาเบียดๆ เขาอยู่บนเตียง เพียร์เป็นเอไอตัวแรกของเขาที่ได้เป็นของขวัญวันเกิดในปีที่สิบจากคุณย่าและคุณปู่สุดที่รัก ตอนได้มาเพียร์ก็แค่ชิพโง่ๆ อันหนึ่ง เขาตื่นเต้นมาก พอได้มาปุ๊บก็เอาไปที่เอไอเซนเตอร์ ทันทีภายในวันนั้นเลย จำได้ว่าพวกพี่ๆ โมดิฟ เชียร์ให้เขาฝังชิพนี่ลงไปในร่างกายเลย แต่ภาพความทรงจำของคุณอาที่ต้องไปเปลี่ยนชิพในร่างกายทุกห้าปีก็ลอยเข้ามาซะก่อน กว่าจะผ่า กว่าจะหยิบชิพออกแล้วหยิบชิพใหม่ใส่ แค่คิดเขาก็ขนหัวลุกไปหมด เลยเลือกเป็นแบบสร้างรูปลักษณ์จำลองขึ้นมาแทน เขาที่ชอบสุนัขพันธุ์ใหญ่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ไม่ รีรอเลือกเป็นสุนัขไซบีเรียฮัสกี้ ตาสองสีกับขนสีแดงเจือจางอย่างที่ต้องการทันที ตอนได้มาเพียร์ก็เป็นแค่ลูกสุนัขตัวน้อยๆ จนครบห้าปี ถึงได้ฤกษ์ไปอัพเกรดให้กลายเป็นสุนัขโตเต็มวัยพร้อมกับระบบที่ปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ๆ สำหรับเขาในวัยสิบห้า จะว่าไปปีนี้เขาก็ยี่สิบแล้วนิ? “เพียร์” “ว่าไง เจ้านาย!” เพียร์ขยับหูกระดิกหางไปมาจนเขาอดไปหยิบจับเล่นไม่ได้ “ปีนี้ครบห้าปีแล้วนิ เรายังไม่ได้ไปปลดล็อกชั้นสุดท้ายกันเลย” ใช่แล้ว สำหรับคนที่ได้รับเอไอมาตั้งแต่เด็กมันจะถูกล็อกไว้สามชั้น ชั้นแรกคือสำหรับเด็กเล็กวัยแรกเกิดถึงห้าขวบซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยให้เด็กใช้กันหรอกแต่ถ้าครอบครัวนั้นพ่อแม่ยุ่งมากๆ ก็จะหาเอไอมาเป็นพี่เลี้ยงให้ ชั้นที่สองคือเด็กโตหกขวบถึงสิบสี่เป็นวัยยอดฮิตที่จะได้รับเอไอเป็นของขวัญมา ชั้นที่สามชั้นสุดท้าย วัยรุ่นสิบห้าถึงยี่สิบปี เอไอในวัยนี้จะปลดล็อกทุกฟังก์ชั่นตั้งแต่ระบบการเงินแบบที่ไม่ต้องมีผู้ปกครองลงนามยืนยันอีกต่อไปไปจนถึงหาคู่เดตเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ต้องคอยพาไอเอไปตรวจเช็คและอัพเดตข้อมูลทุกๆ ห้าปี “ใช่แล้ว! เพียร์ๆ ยังไม่ได้แจ้งเจ้านายเรื่องการติดต่อจากเอไอเซนเตอร์ใช่มั้ย? ” เขาตั้งค่าให้เพียร์พูดคุยกับเขาเหมือนเพื่อนมากกว่าผู้นำกับผู้ตาม “ยังนะ ทางนั้นติดต่อว่าไง” “เรียน คุณเปนูเอล ริกต์ อีวานริสโต ครบกำหนดการนำเอไอรุ่น ZD4399 ที่คุณครอบครองอยู่มาปลดล็อกระบบในระดับสามแล้ว กรุณานำมาที่เอไอเซนเตอร์ใกล้ที่พักอาศัยขอคุณภายในวันที่ 3 เดือนเฟเบรโร ปี 3550 จึงเรียนมาเพื่อทราบ” เขานั่งฟังเสียงสบายหูของเพียร์อ่านเมลล์จากคอริสเพน วันที่สาม เดือนเฟเบรโรเป็นวันเกิดเขาเอง ตอนนี้เป็นวันที่ 22 เดือนฆูนิโอ ปี 3549 แปลว่าต้องไปก่อนถึงวันเกิดสินะ ถึงตอนนั้นเด็กๆ ก็คงฟักแล้ว ค่อยไปปีหน้านั่นแหละดีที่สุด จะให้เขาไปตอนนี้คงจะใจร้ายไปหน่อย “เพียร์ ฉันหิวไปอุ่นเลือดมาให้หน่อย” “รับทราบเจ้านาย ขอเวลาสามนาที” เพียร์วิ่งสี่ขากระดิกหางวิ่งหายไปจากสายตาของเขาก่อนที่จะมีอีกคนเดินสวนเข้ามา “คุณนูเอลคะ เรื่องพ่อของเด็ก...” “พี่ไม่ต้องกังวลหรอกครับ เดี๋ยวผมตามหาเขาเองบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าผมจะพาเขามาหาเองนะครับ” “ไม่ใช่ค่ะ คุณท่านทั้งสองไม่ได้สั่งแบบนั้น” เขาชะงักไปเมื่อได้คำตอบต่างจากที่คิดไว้ ก่อนจะเลิกคิ้วเป็นคำถาม “คุณท่านกับคุณนายบอกว่า… [เลิกคิดเกี่ยวกับพ่อของเด็กซะ เปนูเอล] น้ำเสียงทุ้มอันน่าเกรงขามดังขึ้นกระทันหัน เขาหันซ้ายมองขวาก่อนจะเห็นเพียร์ที่วิ่งกลับมาฉายภาพโฮโลแกรมด้วยความรวดเร็ว โดยบนหลังแบกเลือดอุ่นมาสามถุง เขาจ้องหน้าของคนสองคนในโฮโลแกรม “ครับ? ไม่ใช่ให้ตามหา...เหรอครับ? ” เขาทำมือบอกให้เพียร์ขยายจอให้กว้างกว่านี้พลางรับเลือดที่พี่เอญ่าเจาะหลอดให้แล้ว แล้วดื่มอย่างกดดัน? อือ ก็กดดันแหละ แต่แค่พ่อกับแม่เขาไม่ใช่คนน่าเกรงกลัวสำหรับเขาเท่าไหร [เพียร์ เข้าระบบลิเน่ สร้างห้องโฮโลแกรมจำลองแล้วเชิญฉันเข้าไป] เอไอสุดรักหันมองเขาเพื่อยืนยันคำสั่ง เขาพยักหน้าเบาๆ เชิงให้ทำตามได้เลยก่อนจะรับแว่นอัจฉริยะรุ่นปลอดภัยสำหรับคนท้องจากเพียร์ขึ้นมาสวม ใช้เวลาประมวลผลอีกสามสิบวินาทีห้องสี่เหลี่ยมกว้างของเขาก็ปรากฏร่างชายหญิงวัยเกือบห้าสิบปีขึ้นกลางห้อง ทั้งสองคนสาวเท้ามาหาเขาด้วยความตื่นเต้นและกดดัน “พี่เอญ่าน่าจะบอกเรื่องไข่ไปแล้วใช่มั้ยครับ” เขาเปิดประเด็นแรกขึ้นมาก่อนจะถูกดึงเข้าเรื่องที่ยังไม่พร้อมจะพูดด้วยถึงจะเตรียมใจมามาก แต่ก็ยังไม่พร้อมเท่าไหร่ ในตอนนี้พี่เอญ่าได้หายไปจากห้องเรียบร้อยแต่ในความเป็นจริงเธอยังคงยืนอยู่ที่มุมห้องอย่างเงียบๆ เพราะเขาไม่ได้เชิญเธอเข้ามาด้วย สิ่งที่เธอเห็นก็จะมีแค่เขาที่นอนใส่แว่นนิ่งๆ อยู่บนเตียงเหมือนคนหลับไปเท่านั้น “ไข่? ไข่อะไรลูก?! เอญ่าไม่ได้พูดอะไรเลยนะ! หลานแม่เป็นอะไรๆ!” คุณแม่ตื่นตระหนกพลิกตัวเขาดูอย่างเบามือ คุณพ่อเองที่เหมือนจะพยายามคีพลุคอยู่ก็เหงื่อผุดมาหลายเม็ดเหมือนกันนะ เขาหันเราะเบาๆ แล้วจับแขนคุณแม่เป็นการเรียกสติ “ดูนี่สิครับ” เขายื่นภาพอัลตร้าซาวด์ที่ได้เป็นของที่ระลึกจากคุณหมอ “ตายจริง! น่ารักน่าชังจริงๆ เลยนะ เหมือนลูกตอนอยู่ในท้องแม่เลย” “เอ่อ เดี๋ยวนะแม่ หนึ่ง สอง สาม สี่...หือ? พ่อว่าพ่อคงต้องเริ่มพกแว่นแล้วล่ะ” คุณพ่อว่าแล้วก็ขยี้ตาเบาๆ ในขณะที่คุณแม่นั้นทำตาโตเท่าไข่ห่านไม่หยุดพร้อมกับอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก จนเขาหลุดหัวเราะอีกครั้ง “คุณหมอบอกว่าเป็นเพราะพ่อเด็กไม่ใช่บลัดเหมือนกันน่ะครับ เลยเป็นแฝดสี่ ไข่คนละฟอง “ว่าไงนะ! แล้ว-แล้วไอหมอนั่นมันเป็นใคร!” คุณพ่อพูดเสียงดังขึ้นแต่ไม่ถึงกับตะคอกหรือตะโกน มือบางที่สวมแหวนแต่งงานยกขึ้นฟาดลงบนไหล่คุณพ่อเบาๆ ทั้งคู่มองตากัน คิ้วขมวดลงอย่างเคร่งเครียด “พ่อเด็กเป็นเรก้าครับ ปีกสีขาวซะด้วย” เขาส่งยิ้มหวานตาหยีแบบที่คุณพ่อกับคุณแม่ชอบชมว่าน่ารักบ่อยๆ “ปีกขาว!? นี่ลูกไปเจอกันที่ไหนกันแน่? ” เขาหลบตาคุณแม่ทันทีที่พูดถึงสถานที่เราสองคนเจอกันก่อนจะชวนคุยเรื่องอื่นแทน “เดี๋ยวผมว่าจะไปแอดมิทที่โรงพยาบาลในวันสองวันนี้นะครับ คุณหมอบอกว่าไข่สี่ฟองแบบนี้น่าเป็นห่วง” “จองห้องหรือยังละ ฮืม? ห้องVVIPใช่มั้ย? ” คุณพ่อถามพลางลูบหัวเขาเบาๆ เขาคุยกันอีกสักพักก่อนที่ทั้งสองจะบอกให้เขาพักผ่อน เพราะเลือดสามถุงก็หมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่หอมแก้มเขาคงล่ะฝั่งก่อนจะยืนมองดูเขาค่อยๆ ถอดแว่นออก พอถอดแว่นออกก็เห็นพี่เอญ่ายืนอยู่ที่เดิม เธอเข้ามาเก็บถุงเลือดในมือของเขาแล้วจัดการปิดผ้าม่านให้เหมาะแก่การนอนพักผ่อน ส่วนเพียร์ก็ไปชาร์ตแบตแล้ว จากที่คุยกับคุยกันเมื่อกี้ก็สรุปคำพูดต่างๆ ของพวกท่านได้ว่า ‘เลิกคิดจะออกไปตามหาพ่อเด็กซะ เด็กแค่สี่คนยังทำให้อีวานริสโตขนสะดุ้งไม่ได้เลย’ กับ ‘พวกเรก้าถึงจะรักคู่ครองมากถึงขั้นตายตามไปแต่กว่าจะหาคู่ครองของตัวเองเจอก็อายุร้อยกว่าแล้วทั้งนั้น พวกนั้นไม่สนใจบลัดแบบลูกที่อยู่เคียงคู่ไปด้วยตลอดชีวิตไม่ได้หรอกนะ' และ ‘ลูกเป็นถึงเด็กที่เกิดจากคำวิงวอน หลานของแม่ก็ต้องเป็นคนพิเศษด้วยแน่นอน อย่าให้ใครมาทำให้หลานแม่ต้องแปดเปื้อน' จากที่ตอนแรกจะไปบอกเรื่องนี้กับเรก้าคนนั้นแต่คงต้องพับเก็บไปก่อน อย่างน้อยๆ ก็คงต้องรอให้เด็กๆ เข้าโรงเรียนก่อนล่ะมั้ง การขัดคำสั่งของคุณหญิงอีวานริสโตไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่ ส่วนเรื่องเด็กที่เกิดจากคำวิงวอน เป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่พันปีก่อนของตระกูลเขาเองแต่เพราะมันเก่ามากจนเริ่มไม่ค่อยมีคนทำพิธีนี้กันแล้วแต่ เรื่องมันเกิดเพราะคุณแม่อายุที่ยี่สิบเจ็ดแล้วแต่ไม่ท้องสักที ซึ่งตอนแรกเขาก็ไม่เข้าใจว่าคุณแม่จะรีบอะไรขนาดนั้น อายุขัยของบลัดอย่างพวกเราอยู่ได้มากกว่าห้าร้อยปีแน่นอน แต่ก็ได้คำตอบกลับมาว่า ท้องในช่วงร้อยปีแรกจะดีที่สุด ยิ่งเร็วยิ่งดี เห็นบอกว่าคุณแม่เป็นคนท้องยากเสียจนคุณหมอหรือเอไอที่ไหนก็ช่วยไม่ได้ เลยต้องขุดพิธีเก่าแก่มาใช้ พิธีเอื้อนเอ่ยคำวิงวอน อุปกรณ์ที่ต้องใช้ก็มีแค่เลือดของอีวานริสโตกับคู่ครอง เส้นผมสีเงินเป็นประกายที่เป็นสัญลักษณ์เพียงหนึ่ง เดียวของสายเลือดอีวานริสโต หลังจากนั้นก็นำเส้นผมไปจุ่มเลือดที่ผสมกันแล้วให้ชุ่มจนสีเงินกลายเป็นสีเลือด คิดดูสิว่าต้องใช้เลือดมากแค่ไหนถึงทำให้เส้นผมที่ย้อมสีอะไรก็ไม่ติดให้กลายเป็นสีเลือดได้น่ะ? ขั้นตอนต่อไปก็คือกำเส้นผมนั้นไว้แล้วอ้อนวอนขอร้องต่อหน้ารูปปั้นของพระเจ้าอย่างต่อเนื่องจนกว่าเลือดจะซึมเข้าไปในผมจนครบ แล้วถึงเผามันทิ้ง เป็นอันเสร็จสิ้น ตอนแรกใครๆ ก็บอกว่ามันเป็นเรื่องงมงายถ้าทำแค่นั้นแล้วท้องได้ง่ายๆ เราจะมีหมอไปเพื่ออะไรกันล่ะ? แต่ปาฏิหารย์ก็เกิดขึ้น เพราะหลังจากวันนั้นสองสัปดาห์คุณแม่ก็ตั้งท้องอย่างกระทันหัน ทำเอาคนทั้งตระกูลงงว่าเป็นเพราะพิธีนั่นหรือเพราะคุณพ่อที่ทำงานอย่างหนักกันแน่ ด้วยความที่มันเป็นเรื่องงมงายที่แสนเก่าแก่เลยไม่มีคนปักใจเชื่อเท่าไร จนกระทั่งเราฟักออกมาเป็นแฝดสาม คนในตระกูลที่รู้เรื่องนี้ถึงกลับรีบหาของไปบูชาพระเจ้ากันแทบไม่ทัน ทุกวันนี้ก็ยังเซ่นกันไม่หยุด เพราะแฝดสามอย่างเขามีสิ่งพิเศษที่ติดตัวมาด้วยตามในตำราเป๊ะแต่เพราะไม่ได้ใช้บ่อยทำให้ประสิทธิภาพลดลงไปเหมือนกัน ระหว่างคิดอะไรเพลินๆ รอให้ตัวเองง่วงใบหน้าคุ้นเคยของใครบางคนที่เขารู้จักดีก็ปรากฏแทรกขึ้นมาเสียดื้อๆ ถึงจะทำเข้มแข็งบอกใครต่อใครออกไปว่าแค่เเด็กสี่คนไม่ใช่เรื่องลำบากสำหรับเขาก็เถอะ แต่คำว่าครอบครัวไม่ใช่ว่าต้องมีครบทุกคนหรอกเหรอ ถ้าขาดคนใดคนหนึ่งไปมันจะยังเป็นครอบครัวได้อยู่จริงๆ เหรอ พ่อ แม่และลูก... เขาอยากบอกเรื่องนี้กับคนๆ นั้นจัง อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะทำหน้ายังไงถ้ารู้เรื่องนี้เข้า จะกระโดดกอดดีใจกับเขารึเปล่า? จะช่วยกันตั้งชื่อลูกกันอย่างขมักเขม้นไหม? หรือจะผลักเขาทิ้งอย่างไม่ใยดีแล้วตะโกนขึ้นเสียงใส่หน้าเขาว่าไปให้พ้น แต่เชื่อไหมว่าไม่ว่าอย่างไหนเขาก็อยากที่จะรู้ทั้งนั้นแหละ ต่อให้ต้องตามมาด้วยเสียงหัวเราะแสนสุขหรือเสียงร่ำไห้แสนโศกก็ตามที ขอแค่ได้รู้ ขอแค่ได้บอกกล่าวสักนิดก็ยังดี หยาดน้ำสีใสร่วงหล่นลงจากดวงตาสีเทาเรื่อยๆ โดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุดไหล ทั้งๆ ที่คิดมาตลอดว่ามันเป็นเพียงความสัมพันธ์ชั่วคราว ...คงไม่มีใครโง่เอาใจไปผูกด้วยแน่ๆ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเจอไอโง่คนนั้นซะแล้วสิ...ไอโง่ที่สะท้อนอยู่ในกระจกข้างเตียงนั่นแหละ "ฮึก...ฟีล..." ไอโง่ที่ทำอะไรไม่เคยคิด ไอโง่ที่ดันไปมอบหัวใจให้คนที่ไม่รู้จักอะไรเลยนอกจากชื่อเล่นพยางค์เดียว ไอโง่ที่ไม่กล้าแม้แต่จะขัดคำสั่งแม่แล้วไปทำตามใจตัวเอง เขานี่มัน...เป็นไอโง่ตัวจริงเสียงจริงเลยไม่ใช่รึไง เสียงสะอื้นไห้ดังระงมอยู่มากกว่าหนึ่งชั่วโมงจนในที่สุดด้วยความเหนื่อยล้า ร่างบางก็หลับไหลไปบนหมอนที่เปียกชื้นอย่างเคยจนได้ ไม่รู้ว่าเพราะท้องจึงอารมณ์แปรปรวนหรือเพราะก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันเหงาจับใจจากการโหยหาใครคนหนึ่งมาตลอดจนอยู่ในจุดที่ไม่อาจแบกความรู้สึกอันหนักอึ้งนี้ได้ไหวอีกแล้วกันแน่ ช่วงนี้คนใกล้คลอดจึงได้นอนร้องไห้อย่างน่าสงสารทุกคืน ทุกคืน... พอตื่นเช้ามาก็เจอพี่เอญ่ากับเพียร์กำลังช่วยกันขนของขึ้นรถ ถามว่าทำอะไรกันอยู่ก็ได้คำตอบว่า “เตรียมตัวพาคุณนูเอลไปแอดมิทไงคะ เดี๋ยวพี่ไปอุ่นเลือดแล้วพาไปเช็ดตัวนะคะ” เขารู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นเด็กอีกครั้งเลย ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีพี่เอญ่าคอยประกบและอาสาทำเองตลอด พอทำอะไรๆ เสร็จพี่เอญ่าก็พยุงเขาขึ้นฟายเอ้อแคป ไปโรงพยาบาล เพราะพี่เอญ่าทำใบขับขี่แอร์คาร์หายเลยต้องใช้บริการฟายเอ้อแคปเอาแทนไปก่อน เมื่อแตะพื้นกระเบื้องโรงพยาบาลเขาก็ถูกต้อนรับอย่างดีและนำไปที่ห้องพักชั้นบนสุด แหงล่ะ ก็นี่มันโรงพยาบาลของน้องสาวเขานิ โนเอล ริส อีวานริสโต น้องสาวคนรอง เห็นแบบนี้เขาก็เป็นถึงพี่คนโตสุดว่าที่ผู้นำตระกูฃเชียวนะ ถึงจะปฏิเสธการรับตำแหน่งน่าเบื่อนั่นไปแล้วก็เถอะ ตามปกติแล้วถ้าเป็นแฝดบลัดกันก็จะออกมาจากไข่ใบเดียวกันจึง ไม่รู้ว่าใครพี่ใครน้อง แต่คุณพ่อเขาดันสรรหาวิธีมาจนได้ คือคนที่ออกคนแรกเป็นพี่คนโตสุดเพราะออกมาสำรวจโลกก่อนน้องๆ จินตนาการสร้างสรรค์ผ่าน เขายอมความคิดของพ่อเลยจริงๆ ใช้เวลาเกือบสี่ชั่วโมง ทุกอย่างก็เข้าสู่ภาวะปกติ เขานอนอยู่บนเตียงในฐานะคนไข้ เพียร์นอนอยู่บนโซฟาใกล้ๆ กัน ส่วนพี่เอญ่าก็ออกไปจัดการเรื่องอาหารการกินของเขา “ดูสิ มีคนรักหนูตั้งมากขนาดนี้เชียวนะ ออกมาต้องเป็นเด็กดีแล้วก็รักทุกคนที่ดีกับหนูให้มากๆ ด้วยล่ะ” เขาคุยกับไข่สี่ฟองในท้องกลมของเขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นการเอ่ยขอโทษเอยู่ในใจด้วยเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาที่ ไม่สามารถหาใครอีกคนมาคุยเล่นกับพวกเขาได้เหมือนที่ครอบครัวอื่นได้รับ แต่เขาสัญญาว่าจะดูแลลูกให้ดีที่สุด เท่าที่คนเหลวไหลอย่างเขาจะทำได้ เขาจะไม่ทำให้ลูกต้องเจ็บปวด เขาจะไม่ทำให้ลูกต้องรู้สึกขาด เขาจะไม่ทำให้ลูกต้องน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่มีพ่ออย่างใครเขาเด็ดขาด เขาขอสัญญาต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้าที่เขาเคารพรัก ” 2 เดือนผ่านไป ตอนนี้เขาได้ผ่าเอาไข่ออกมาอย่างปลอดภัยทั้งสี่ฟอง ตอนออกมาใหม่ๆ มีขนาดเพียงแปดนิ้วเท่านั้น แต่ดูตอนนี้สิ! สิบสองนิ้ว!มันใหญ่จนเขาอุ้มได้แค่ทีละใบเท่านั้น และสิ่งที่แปลกตาคือไข่ทั้งสี่ฟองมีสีที่ไม่เหมือนกัน สองฟองมีสีเทาซีดเหมือนกับสีตาของเขาและอีกสองฟองเป็นสีเหลืองทองคุ้นตา เขานอนหยอกล้อเล่นกับเด็กๆ ที่ใกล้วันออกมาเต็มที ก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วตะโกนหาใครอีกคน “พี่เอญ่า!!” “ค-คะ คุณนูเอล!?” เอญ่าวิ่งมาทั้งผ้ากันเปื้อนเพราะกำลังทำความสะอาดหยากใย่บนเพดานอยู่แต่พอได้ยินเสียงคุ้นหูร้องเรียกเสียงดังลั่นบ้านก็ต้องรีบโยนเครื่องไม้เครื่องมือทิ้ง “ดู-ดูนี่สิครับ! เพียร์เก็บภาพนี้ไว้นะๆ!” เขากวักมือเรียกพี่เอญ่าแล้วสะกิดเพียร์ให้อัดคลิปสถานการณ์นี้เก็บไว้ด้วย “ตายจริง! พี่ขอไปแจ้งคุณท่านก่อนนะคะ!” แล้วพี่เอญ่าก็วิ่งหายไป ใช่สิ นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะ! ก็ไข่ฟองสีเงินฟองหนึ่งเริ่มดิ้นไปมาแล้ว! ดิ้นอยู่อย่างนั้นสักพักก็หยุด เขารีบอัพคลิปลงในกระดานบอร์ด ครอบครัวทันที ‘โนเอลคนฉวยเองจ้า: กรี๊ด หลานน้าาา’ ‘คนที่รำคาญโนเอล: ฮือ พี่เนลลศุกร์นี้น้องไปหานะครับ เอาป๊าม๊าไปด้วย’ ‘โนเอลคนฉวยเองจ้า: พี่ด้วยสิๆ’ ‘คนที่รำคาญโนเอล: ขับแอร์คาร์ไปเองสิ’ ‘โนเอลคนฉวยเองจ้า: นาลลลลล’ ‘คุณปู่อลัน: ปู่หาของขวัญไปเสร็จแล้วรีบๆ ฟักนะหลานปู่’ ‘เจเล็ท ลีน อีวานริสโต: ยายก็หาไว้แล้วนะหลานเนล’ เขาเลื่อนอ่านข้อความตอบกลับใต้โพสต์ด้วยความขบขัน นาเอล เรส อีวานริสโต น้องคนสุดท้องที่ไม่รู้ว่าชังอะไรโนเอลนักหนา เจอหน้ากันเป็นไม่ได้ หาเรื่องชวนตีตลอด ข้อความต่อไปก็เป็นคุณปู่กับคุณยายที่ขี้อวยขี้อวดที่สุดในโลก แต่เดิมครอบครัวของพ่อกับแม่ก็มักเขม่นกันบ่อยๆ อยู่แล้ว ยิ่งมารวมญาติกันแบบนี้บอกเลยว่ายิ่งกว่าน้องเขาสองคนนั่นซะอีก จะว่าไปก็เริ่มคุ้นๆ แล้วนะ หวังว่าทั้งสองคนจะไม่ทำของแปลกๆ มารับขวัญหลานหรอกใช่ไหม…? ความทรงจำมากมายไหลเข้ามาไม่หยุดพัก เอาเถอะ รับเป็นมารยาทก็ได้…
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD