มู่จิ่นฮวาจ้องมองแท่งหยกที่ตั้งชูชันล่อสายตาด้วยแปลกใจแอบแฝงไปด้วยความน่าตื่นเต้น ตั้งแต่เกิดมานางไม่เคยพบเจอความใหญ่โตเช่นนี้มาก่อนแม้นางจะเป็นสตรีบ้าใบ้ที่ดูเหมือนจะไร้ความรู้สึก แต่ทว่าในยามนี้นางกลับรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
“เจ้าจะมาหยุดในตอนที่ข้าอัดอั้นไม่ได้นะ”
เสียงของบุรุษใบหน้าหล่อเหลาที่นอนราบอยู่บนฟูกนอนเก่าของนางเอ่ยขึ้น ดวงตาคู่นั้นทอประกายอย่างเชื้อเชิญ แม้จะไม่ค่อยเข้าใจความหมายสักเท่าใดนักแต่นางก็ทำตามที่เขาบอกอย่างไม่ขัดขืน
ปกตินางมักจะหวาดกลัวและไม่กล้าให้ผู้ใดเข้าใกล้ แต่ทว่าสายตาที่อบอุ่นของบุรุษเบื้องหน้าทำให้นางหายหวาดกลัวและเชื่อใจเขาขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แม้จะไม่รู้อย่างแจ่มแจ้งว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ในยามนี้คือสิ่งใดก็ตามที
“อื้อ”
มู่จิ่นฮวาเหมือนจะมีความคิดอะไรบางอย่างจนนิ่งงันไป หานหนิงเฉิงจับทางได้และบอกให้นางหันมาสนใจเขาอีกครั้ง สองมือน้อยกอบกำแท่งหยกอุ่นร้อนด้วยท่าทางเก้กัง ก่อนจะชักมือขึ้นลงไปมาจนเขาอ่อนระทวย นำมือแน่นจนผ้าปูที่นอนนั้นยับยู่ นางค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงไปใกล้ ๆ กับแก่นกายร้อนผ่าวพองโตอัดแน่นไปด้วยความใคร่ พร้อม ๆ กับการแตะลิ้นเรียวลงไปที่ทำให้หานหนิงเฉิงถึงกับดิ้นพล่านจนสมองขาวโพลน
อ่า
เสียงทุ้มเข้มครางกระเส่า ฝ่ามือหนาดึงรั้งปลายผมยามเงาเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว มู่จิ่นฮวาแตะลิ้นลงบนหัวบานแดงที่มีน้ำข้นเหนียวจนสัมผัสได้ถึงความหวาน นางจึงดูดเลียปลายกลมมนของเขาราวกับการกลืนกินน้ำหวานจากดอกไม้เฉกเช่นที่นางเคยทำ
ใบหน้าหวานค่อย ๆ เอียงแนบไปกับท่อนกาย โลมเลียขึ้นลงด้านข้างขบกัดเส้นเลือดที่ปูดนูนไปเบา ๆ หานหนิงเฉิงไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป ยาปลุกกำหนัดที่เขาซัดไปคนเดียวเกือบทั้งกาทำให้เขามีความปรารถนาที่ต้องปลดปล่อย ไม่เช่นนั้นร่างของเขาคงได้แตกออกเป็นเสี่ยงอย่างแน่นอน
หานหนิงเฉิงจัดการพลิกร่างบางให้นอนราบ ก่อนที่เขาจะก้มลงดูดเลียเม็ดทับทิมสีสวยอย่างบ้าคลั่ง สองมือหนาบีบขยำก้อนเนื้ออิ่มฟูไปพร้อมกับการโกยมันเข้าปากเกือบทั้งเต้า
มู่จิ่นฮวาได้แต่เกร็งลำตัว เมื่อลิ้นสากแตะลงบนยอดถันของตัวเอง ความซ่านเสียวเกิดขึ้นจนรู้สึกมวนท้องน้อย ด้วยความที่ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน สัมผัสของฝ่ามืออุ่นร้อนทำให้นางหลับตาพริ้มไปกับห้วงอารมณ์
หานหนิงเฉิงโอบอุ้มร่างเล็กให้นั่งลงบนหัวเตียง โดยให้นางเอนกายพิงกับกำแพงเอาไว้ ก่อนจะยกท่อนขาเรียวข้างหนึ่งขึ้นพาดบ่าแบะขาอีกข้างให้อ้าออกจากกัน ยอดถันของนางยังสีสวยและรสหวานถึงเพียงนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าตรงเนินเนื้ออวบนูนจะหวานฉ่ำมากเพียงใด
สองมือหนาค่อย ๆ แบะกลีบดอกไม้ที่บิดสนิทให้อ้าออกจากกันจนเห็นกลีบเนื้อสีสวยที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำหวานรอคอยเขาลิ้มชิมส่วนนวลนางนั้นได้แต่ลูบไล้ฝ่ามือลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อลดความเขินอาย แม้สุราและฤทธิ์ยาจะทำให้ความอายลดลงไปได้หลายส่วนแล้วก็ตาม
“มู่จิ่นฮวา เจ้างดงามไปทั้งกายจริง ๆ”
“อื้อ อ่า”
มู่จิ่นฮวาจิกกรงเล็บลงบนแผ่นหลังของเขา ทันทีที่เขาลากลิ้นอุ่นร้อนลงไปบนกลีบดอกที่เขาแบะมันออกมา พร้อมกับการดูดเลียปีกผีเสื้อเบา ๆ และบดขยี้ปุ่มกระสันด้วยเรียวลิ้น จนสะโพกเล็กลอยอยู่เหนือหัวเตียง แต่นั่นกลับเป็นการดีเพราะการที่นางแอ่นตัว ทำให้เขาสอดแทรกลิ้นร้อนฉ่าเข้าไปในโพรงคับแคบได้ลึกมากยิ่งขึ้น
หานหนิงเฉิงส่งลิ้นระรัวเข้าออกโพรงน้ำหวาน ดูดกลืนมันลงคงด้วยเสียงดังราวกับคนตะกละ โดยไม่ลืมสอดแทรกนิ้วเรียวยาวเข้าออกทีละนิ้วก่อนจะเพิ่มจำนวนขึ้น เพื่อให้โพรงอุ่นร้อนได้ขยายตัวก่อนรับแก่นกายอวบใหญ่ของเขา
ซี้ด อ่า
ใบหน้าได้รูปยามนี้บิดเบี้ยวส่งเสียงครางกระเส่าไปตามจังหวะที่เขาสอดแทรกนิ้วเรียวเข้าออกในโพรงน้ำหวานที่มีน้ำเอ่อล้นออกมาจนเปียกชื้นไปทั่วทั้งฝ่ามือของเขา
แจะ แจะ
ซี้ด อ่า อื้ม
“พร้อมรับความคับแน่นของข้าหรือยัง”
“อื้อ ข้าทรมานนัก”
เพราะยาปลุกกำหนัดทำให้เกิดความทรมานหากไม่ได้รับการปลดปล่อย ร่างเล็กของมู่จิ่นฮวาดูสั่นเทิ้มแทบจะขาดใจ ยิ่งได้รับการกระตุ้นอารมณ์ความต้องการยิ่งเพิ่มพูน เขาเองก็เช่นเดียวกัน
หานหนิงเฉิงเหยียดกายขึ้นยืนเต็มความสูง ซึ่งเป็นระยะที่พอดีกับการสอดใส่แก่นกายเข้าไปในร่างบางที่นั่งอยู่บนหัวเตียงได้อย่างพอเหมาะพอดี เขารูดชัดท่อนกลางกายให้พองโตเต็มที่ ก่อนจะจ่อมันถูไถลงไปบนเนินเนื้ออวบนูน ยามที่ท่อนกายถูไถกลีบเนื้อจนขึ้นริ้วทำให้เขาเกร็งตัวด้วยความเสียวจับใจ
แม้ยาปลุกกำหนัดจะเร่งรัดเขา แต่ด้วยความเป็นบุรุษที่รู้ดีว่าส่วนนี้ของสตรีนั้นบอบบางเพียงใด และเขาก็คิดว่ามู่จิ่นฮวาเองคงไม่เคยผ่ามือชายใด เขาจึงค่อย ๆ กดหัวบานแดงลงไปในโพรงสวาทด้วยความแผ่วเบา แต่ทว่าก็ยังทำให้นางเจ็บเจียนตายอยู่ดี
กรี้ด
“ท่านจะฆ่าข้า! ฮือ”
มู่จิ่นฮวากรีดร้องออกมาพร้อมกับใบหน้าที่รวดร้าว ความเจ็บแปลบที่เกิดขึ้นตรงกลางกายราวกับโดนมีดกรีด ทำให้นางน้ำตาตก หยาดน้ำใสไหลอาบพวงแก้มอย่างน่าสงสาร และนางพยายามที่จะขยับสะโพกเพื่อหลบหนีความเจ็บปวดที่เขาหยิบยื่นให้กับนาง
“มู่จิ่นฮวา ข้าจะค่อย ๆ ทำให้เจ้าหายเจ็บ ข้าไม่ฆ่าเจ้าหรอกนะ”
หานหนิงเฉิงยื่นฝ่ามือเข้าไปลูบไล้ศีรษะของนางด้วยสายตาที่อ่อนโยน แฝงไปด้วยความอบอุ่น รอยยิ้มจริงใจของเขาทำให้มู่จิ่นฮวาส่งสายตาที่สื่อได้ถึงความไว้ใจมาให้กับเขาด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น
“อะ...อืม”
“หากเจ็บมาก ก็โอบกอดข้าเอาไว้แน่น ๆ เข้าใจหรือไม่” เสียงนุ่มทุ้มของเขาทำให้มู่จิ่นฮวาโอบรัดรอบเอวของเขาเอาไว้แน่นตามคำบอก แม้ยังคงมีหยาดน้ำตาร่วงเผาะก็ตามที
หานหนิงเฉิงค่อย ๆ ขยับแก่นกายเข้าออกช้า ๆ ด้วยความทะนุถนอมสตรีบอบบาง ความเนิบช้าทำให้เขาเสียวกระสันได้ไม่น้อยแต่อีกฝ่ายยังคงเจ็บสะท้านดูได้จากกรงเล็บที่จิกรอบเอวของเขาเอาไว้
ความคับแน่นของสตรีวัยแรกแย้มทำให้หานหนิงเฉิงรวดร้าว สายตาคมของเขามองเห็นหยาดโลหิตที่ไหลอาบไปทั่วแท่งหยกจนแดงฉาน เขากลับผุดรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าด้วยความรู้สึกดีที่บีบรัดหัวใจให้เต้นขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง สตรีผู้นี้เป็นของเขา และเขาก็เป็นบุรุษคนแรกของนาง
เมื่อเห็นว่าฝ่ามือบางคลายแรงลง เขาจึงขยับสะโพกด้วยจังหวะที่หนักแน่น ตอกอัดท่อนกลางกายเข้าไปในโพรงสวาทที่แสนจะคับแน่นด้วยความรุนแรง จนทรวงอกอวบใหญ่กระเพื่อมขึ้นลงไปตามแรงกระแทกกระทั้น
หานหนิงเฉิงขยับแรงขับเคลื่อน ทั้งเสียบเสย ทั้งบดขยี้จนยามนี้เสียงสะอื้นไห้นั้นหายไป เหลือเพียงเสียงครางระงมด้วยความเสียวซ่านเพียงเท่านั้น
ซี้ด อ่า
“นั่งทับลงมาสิ”
หานหนิงเฉิงเป็นฝ่ายนั่งลงบนหัวเตียง โดยให้มู่จิ่นฮวานั่งลงบนตักของเขา หลังบางเอนพิงไปกับแผงอกกว้าง ร่องสวาทสวมครอบแก่นกายใหญ่ เมื่อนางนั่งทับลงมาสะโพกเล็กก็ขยับไปมาอย่างรู้งาน
โดยมีเขาเป็นฝ่ายช่วยอีกแรง หานหนิงเฉิงฟ้อนเฟ้นทรวงอกอิ่มไปมา พร้อมกับการบีบขยี้เม็ดทับทิมไปพร้อมกัน
อ่า
เมื่อรู้ได้ถึงความเมื่อยขบ หานหนิงเฉิงเป็นฝ่ายจัดท่าทางให้กับนาง ยามนี้ร่างบางคุกเข่าลงบนเตียงแอ่นสะโพกให้เขาสอดใส่จากด้านหลัง ความเจ็บปวดของนางได้หายไปเสียจนหมดสิ้นเขาจึงไม่จำเป็นที่จะอ่อนโยนอีกต่อไป
ท่อนเอ็นอุ่นร้อนถูกสอดใส่รวดเดียว จนมู่จิ่นฮวาได้แต่ร้องออกมาด้วยเสียงที่ระคนไปด้วยความกระสัน หานหนิงเฉิงจับเอวสอบเอาไว้แน่นก่อนจะออกแรงซอยถี่กระชิด จนเกิดเสียงกระทบกันระหว่างสะโพกผายและหน้าขาของเขา
ตับ ตับ
อ่า อื้ม
หานหนิงเฉิงไร้ความโอนอ่อน เขากระแทกกระทั้นจากทางด้านหลังจนอีกฝ่ายกระเด็นกระดอน มือเล็กขยำผ้าปูจนยับย่นส่งเสียงร้องครางออกมาอย่างไร้ความอาย พร้อมรับแก่นกายขนาดใหญ่โตที่สร้างความสุขให้กับนางได้อย่างน่าประหลาด
ด้วยความที่กลัวว่ามู่จิ่นฮวาจะเบื่อไปเสียก่อน หานหนิงเฉิงจึงจัดท่าทางตามใจชอบ เบื่อบนเตียงเขาก็เปลี่ยนที่ไปเรื่อย ๆ รอบเรือน แม้แต่ในยามนี้เขาก็พานางมาเกาะบริเวณขอบหน้าต่างไปพร้อมกับการงัดเสยทางด้านหลัง
ฝ่ามือหนาเชยปลายคางให้เงยหน้ามองดวงจันทร์ ไปพร้อมกับการผสานเสียงครางด้วยความสุขสม เสียงแห่งราคะดังลั่นไปทั่วบริเวณแต่ในยามนี้เรือนหน้ามีงานเลี้ยงหาได้มีผู้ใดสนใจเรือนร้างเช่นนี้
“รู้สึกดีขึ้นหรือไม่” หานหนิงเฉิงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาอยู่ด้านข้างใบหูของมู่จิ่นฮวา
“ไม่ ข้าต้องการมันอีก!”
“ไม่ต้องกลัว คืนนี้เจ้าจะได้มันอีกหลายครั้งเป็นแน่ ซี้ด”
หมับ
สวบ
หานหนิงเฉิงยกร่างบางเข้าเอว เขาโอบอุ้มนางเอาไว้พร้อมกับตอกแก่นกายอย่างไร้ความปราณี เนินเนื้อที่กำลังถูไถแผงอกของเขาทำให้เขาไม่อาจอดกลั้นการปล่อยน้ำกามในครั้งแรกต่อไปได้
เขาจึงออกแรงตอกอัดส่งท่อนเอ็นเข้าออกจนสัมผัสได้ถึงความร้อนฉ่า ร่างบางสั่นสะเทือนอยู่บนเอวของเขาไปพร้อมกับใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเสียวที่อวัยวะเบื้องล่าง เมื่อใกล้ถึงฝั่งฝันร่างหนากำยำกระตุกเกร็งสองถึงสามที ก่อนที่มู่จิ่นฮวาจะรู้สึกได้ถึงของเหลวอุ่นร้อนที่พวยพุ่งเข้ามาในกายเสียจนหมดสิ้น
อื้ม ซี้ด
ยาปลุกกำหนัดยังคงทำหน้าที่ได้ต่อไปจากครั้งที่หนึ่ง กลายเป็นครั้งที่สอง ครั้งที่สาม และอีกหลายต่อหลายครั้งจนเหนื่อยหอบ
‘หานหนิงเฉิงนะหานหนิงเฉิง สตรีมากมาย ๆ เจ้ากลับหวาดกลัว แต่กลับมาเสียตัวหลายต่อหลายครั้งให้กับสตรีบ้าใบ้เช่นนี้น่ะหรือ’