ติ๊ง~
[ชาลี : ต้องตอบข้อความด้วย ห้ามช้า!]
ติ๊ง~
[ชาลี : ทำไมไม่อ่าน? อยากมีเรื่องเหรอ?]
ติ๊ง~
[ชาลี : ถ้ายังไม่อ่านจะตามให้ถึงที่เลย! (◣‸◢) ]
อึก...
หลังจากที่ยอมให้เบอร์โทรแลกกับพาวเวอร์แบงก์ที่เขาคนนั้นเอาไป เขาก็ส่งข้อความมาข่มขู่เธอจนเธออยากจะร้องไห้ หรือว่าเธอควรจะไปแจ้งความดีว่ามีคนโรคจิต ข่มขู่เธอ แต่ว่าหากเธอแจ้งความไปแล้วเกิดเขาหลุดออกมาได้เขาจะไม่ตามมาล้างแค้นเธอใช่ไหมนะ ภาพที่มือของเขาเปื้อนเลือด ภาพที่เสื้อของเขาสกปรกไปด้วยเลือด มันทำให้เธอขยาดจนไม่อยากจะมายุ่งด้วย
อันที่จริงแล้วเธอเองก็คิดว่าเขาหน้าตาดีมากเหมือนกัน ตั้งแต่ที่เธอเจอกับเขาตอนที่ลงจากรถหรูเธอก็อดมองเหม่อไม่ได้ ก็เขาหน้าตาดีมากเสียจนเธอที่ไม่เคยใจเต้นกับใครยังใจเต้นกับเขาได้เลย เธอเห็นเขาลงมาจากรถพร้อมเด็กสาวคาดว่าน่าจะเป็นน้องสาว เธอได้เห็นความอ่อนโยนที่เขามีให้เด็กสาวคนนั้นก็ทำให้เธอเผลอคิดไปว่าเขาน่ารักดี
กระทั่งเธอเข้ามาในห้องเรียน คนแรกที่เธอเห็นจนชะงักก็คือเขา ในใจของเธอตอนนั้นรู้สึกดีใจมากที่ได้เรียนห้องเดียวกัน จนสุดท้ายเธอได้มานั่งอยู่ข้างหน้าเขา มันยิ่งทำให้เธอใจเต้นแปลก ๆ
แต่ว่าพอได้เจอกับเขาเมื่อตอนกลางวันกระทั่งตอนนี้บอกได้คำเดียวเลยว่า ‘เบ้าหน้าแบกสันดานมากจริง ๆ ’ ไม่คิดว่าเขาจะทำตัวเป็นนักเลงหัวไม้แบบนี้ แต่เธอสิบ้ากว่ามากเพราะแค่ได้คุยกับเขาเธอก็เผลอยิ้มออกมาแล้ว อีกทั้งตอนนี้เหมือนเธอจะโรคจิตมากกว่าเขาเสียอีกเพราะกดดูรูปโพรไฟล์ของเขาที่ช่องแชตที่เขากำลังกระหน่ำส่งข้อความมา
เขาจะกลั่นแกล้งเธอรุนแรงไหมนะ ถ้าไม่แรงมากด้วยเบ้าหน้าแบบเขาเธอก็พอจะทนได้อยู่บ้าง
ติ๊ง~
[ชาลี : นี่! ยัยเตี้ย ฉันจะโมโหจริง ๆ แล้วนะ บอกที่อยู่มา!]
[ลิตา : ขอโทษ ลิตาเพิ่งถึงห้องพักน่ะ]
มุมปากหนากดยิ้มเมื่อได้รับข้อความตอบกลับมาของคนที่เขารู้สึกใจเต้นด้วยเป็นครั้งแรก ที่จริงแล้วเขาไม่ได้อยากจะทำตัวเป็นโรคจิตแบบนี้หรอก แต่เพราะเวลาที่เธอเจอกับเขาเธอชอบทำตัวสั่นเหมือนกับกระต่ายน้อยสีขาว แถมยังถักผมเปียเหมือนหูกระต่ายอีกต่างหาก
น่ารักจริง ๆ
[ชาลี : ก็แค่ตอบ ทำไมต้องให้รอนาน? ฉันไม่ชอบรอนาน]
เธอก็ไม่ได้ให้รอเสียหน่อย!
[ลิตา : ลิตาขอตัวก่อนนะ]
[ชาลี : ไปไหนอีก? ตอบก็ช้ายังจะหายไปไหนอีกหะ!]
[ลิตา : อ่า คือว่าต้องทำความรู้จักกับรูมเมตน่ะ]
[ชาลี : ...]
[ชาลี : น่าเบื่อ จะไปไหนก็ไป]
ลิตากดยิ้มเล็กน้อยก่อนเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าผ้าที่เธอสะพายไปไหนมาไหนอยู่ด้วยตลอด เธอเดินเข้ามาในห้องพักของเธอแล้ว และได้จัดการเก็บทุกอย่างในส่วนของเธอจนเรียบร้อยหมดแล้ว รูมเมตของเธอยังไม่มาเธอเลยคิดหาอะไรทำไปก่อน ลิตาเดินไปอาบน้ำในห้องน้ำแต่งตัวด้วยชุดสบาย ๆ พลางกดเปิดโทรศัพท์มือถือแล้วโทรออกหาเบอร์เจ้าของร้านหนังสือที่ทำเป็นคาเฟ่ด้วย เธออยากจะสมัครพาร์ตไทม์ดู และภาวนาขอให้ร้านนั้นยังรับสมัครพนักงานอยู่
ตืด~ ตืด~ ตืด~
รอสายไม่นานก็ได้ยินเสียงปลายสายกดรับ เป็นเสียงของผู้หญิงฟังดูอบอุ่นและน่าจะเป็นคนใจดี แต่ก็ไม่ใช่คนที่มีอายุมากน่าจะราว ๆ สักยี่สิบสามสิบกว่าจะได้ล่ะมั้ง
(ฮัลโหล)
“อะ เอ่อ สะ สวัสดีค่ะ ใช่ร้านโยริคาเฟ่ไหมคะ” ตื่นเต้นจัง
(ใช่ค่ะ)
“ขอสอบถามได้มั้ยคะ ยังรับพนักงานพาร์ตไทม์อยู่มั้ยคะ” โอ๊ย ใจเต้นไปหมดแล้ว
(รับค่ะ ยังรับอีกคนนึงพอดีเลย สนใจมาสัมภาษณ์มั้ยคะ)
“อ่า สะ สนใจค่ะ”
(นัดวันเวลามาได้เลยค่ะ เพราะร้านเราเปิดทุกวันเลยแล้วก็ช่วงนี้เจ้าของร้านเข้าทุกวันด้วยค่ะ)
“ถะ ถ้าไปตอนนี้เลยจะทันมั้ยคะ”
(จะมาตอนนี้เลยเหรอคะ สักครู่นะคะ) ปลายสายกดพักสายเอาไว้ไม่นาน ก่อนจะกลับมาคุยกับเธออีกครั้ง
(มาได้เลยค่ะเจ้าของร้านอยู่ถึงเที่ยงคืนเลย)
“ดีจัง ฉันขอฝากชื่อไว้หน่อยนะคะ จะรีบไปภายในครึ่งชั่วโมงค่ะ ฉันชื่อลิตาค่ะ”
(ได้ค่ะ ทางเราจะรอนะคะคุณลิตา) กดวางสายไปแล้ว ลิตาที่อยู่ในชุดสบาย ๆ ก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความรวดเร็ว เธอสวมชุดสุภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วก็ออกจากห้องพักของตัวเอง เธอเดินออกมาจากโรงเรียน เพราะหอพักจะอยู่หลังอาคารเรียน ที่โรงเรียนจะมีการรักษาความปลอดภัยอยู่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เธอเลยค่อนข้างอุ่นใจ เมื่อเดินออกมาจนพ้นหน้าโรงเรียนแล้ว ลิตาเดินต่อไปอีกประมาณห้าซอยร้าน ‘โยริคาเฟ่’ จะตั้งอยู่ที่ริมถนนเลย เป็นร้านสีเอิร์ทโทน อบอุ่นแค่เห็นหน้าร้านขาก็ก้าวเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
กรุ๊งกริ๊ง~
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับประตูร้านที่เธอผลักเข้าไปภายในร้านค่อนข้างดูอบอุ่น ซึ่งที่ร้านนี้จะมีทั้งหมดสองชั้น ชั้นล่างจะเป็นชั้นสำหรับคาเฟ่ขายอาหารไม่กี่อย่าง มีเบเกอร์นี่ และกาแฟสด ส่วนชั้นบนจะเป็นชั้นที่ขายหนังสือมีทั้งมือหนึ่ง มือสอง และเช่า แถมยังมีที่ให้สำหรับอ่านหนังสืออีกด้วย
“สวัสดีค่ะ ลิตานัดสัมภาษณ์งานพาร์ตไทม์ไว้ค่ะ” ลิตาเดินไปตรงหน้าเคาน์เตอร์ กล่าวทักทายพนักงานจากนั้นประตูกระจกด้านหลังพนักงานก็เปิดออกพร้อมกับหญิงสาวสวยหน้าตาคล้ายไอดอลออกมาต้อนรับเธอ
“สวัสดีค่ะ คุณลิตาใช่มั้ยคะ”
“ใช่ค่ะ”
“พี่ชื่อฮิโยริ เรียกโยริเฉย ๆ ก็ได้ เป็นเจ้าของร้านนะ เราพร้อมสัมภาษณ์เลยมั้ย” โอ้โห พี่โยริ ทำไมถึงสวยขนาดนี้เนี่ย จะบ้าตายอยู่แล้ว สวยจนเธอเขินไปหมดแล้วเนี่ย แถมยังดูใจเย็นอีกด้วย
“ค่ะ” ฮิโยริเดินนำหน้าเข้าไปในห้องที่เธอเพิ่งเปิดประตูออกมา และเมื่อเดินเข้าไปก็เจอกับผู้ชายคนหนึ่ง สูงยาว เข่าดี ตัวสูงผิวขาวดูสะอาดสะอ้าน แถมยังใส่แว่นทรงกลมอีกด้วย
“น้องลิตา คนนี้แฟนพี่นะ เป็นหุ้นส่วนของร้าน และเป็นอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นชื่อจุนตะ รู้จักกันไว้สิ”
“สวัสดีค่ะ”
“ตามสบายครับ โยริจังเดี๋ยวผมขึ้นไปที่ชั้นบนก่อนนะ”
“อือ” จุนตะเดินไปหอมหน้าผากของฮิโยริอย่างอ่อนโยน ก่อนเดินออกไป ในตอนนี้ทั้งห้องจึงเหลือเพียงแค่ฮิโยริกับลิตาเท่านั้น
“อันนี้รายละเอียด และรายได้ที่จะได้รับ ลองอ่านให้ละเอียดนะ แล้วก็ร้านเราเปิดหกโมงเช้า ปิดเที่ยงคืนแต่พนักงานต้องมาก่อนล่วงหน้า 30 นาทีเพื่อเตรียมร้านให้พร้อม โอเคมั้ย” ลิตาพยักหน้าให้ พลางอ่านเอกสารรายละเอียดก็เบิกตากว้างเพราะไม่คิดว่านอกจากเวลาเข้างาน ความสะอาด และการบริการที่ทางร้านเข้มงวด ที่เหลือก็ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงเลยนี่นา แถมยังจ่ายเงินทุกวันอาทิตย์ด้วย
“อ่านเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“มีอะไรติดขัดไหม หรืออยากจะเสนออะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีค่ะ”
“งั้นก็ยินดีต้อนรับสู่โยริคาเฟ่นะ ถ้ามีปัญหาอะไรแจ้งมาได้ตลอดเลย ลิตาพร้อมเริ่มงานวันไหน ระหว่างนี้เดี๋ยวจะแนะนำพนักงานประจำที่ร้านที่จะสอนงานลิตานะ” ลิตาเดินตามฮิโยริออกมาจากออฟฟิศก็เจอกับพนักงานสองคนที่เคาน์เตอร์ทั้งสองคนเป็นผู้ชายที่หน้าตาดี และดูจะสนิทกันมาก
“สองคนนี้ชื่อนับหนึ่ง กับคูเปอร์” คนที่ชื่อคูเปอร์เป็นคนผิวขาวเหมือนคุณหนู ส่วนคนที่ชื่อนับหนึ่งเป็นคนผิวแทน
“สวัสดีค่ะ ชื่อลิตาค่ะเป็นพนักงานพาร์ตไทม์ค่ะ”
“ยินดีต้อนรับครับ”
จากนั้นก็ทักทายกันต่อไปอีกเล็กน้อย ฮิโยริก็พาขึ้นไปที่ชั้นสองซึ่งเห็นว่าจุนตะกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟาที่เอาไว้ให้ลูกค้านั่งพักผ่อน
“สองคนนี้คนทางซ้ายชื่อโบนัส ส่วนอีกคนชื่อซูกัส รู้จักกันไว้สิ” คนที่ชื่อโบนัสจะตัวเล็กกว่าคนที่ชื่อซูกัส
“สวัสดีค่ะ ชื่อลิตาค่ะเป็นพนักงานพาร์ตไทม์ค่ะ”
“ยินดีที่ได้ร่วมงานนะคะน้องลิตา” ฮิโยริพาลิตาทัวร์ไปทั่วร้าน ก่อนปล่อยลิตากลับบ้านอย่างคนที่ใจดี ไม่อยากเชื่อเลยว่าที่นี่จะใจดีมากขนาดนี้ ลิตาดีใจมากที่ได้งานพาร์ตไทม์ทำแล้ว เธอก็เดินกลับเข้าไปที่หอพักอย่างอารมณ์ดี เมื่อใช้กุญแจไขประตูเข้าไปก็เจอกับรูมเมตที่กำลังนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่
“แค็ก! แค็ก!”
“ขะ ขอโทษ ลิตาไม่รู้ว่าเธอกลับมาแล้ว”
“ไม่เป็นไร ๆ เธอเป็นรูมเมตของเราเหรอ ชื่อลิตาใช่มั้ย เราชื่อมิวนะ จากนี้ก็ฝากตัวด้วย” มิวดูนิสัยดีจัง
“ลิตาก็ฝากตัวด้วยนะ” ลิตาถอดรองเท้าแล้วจัดเก็บจนเป็นระเบียบ ก่อนที่จะเตรียมเครื่องอาบน้ำแล้วเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ เธอออกมาพร้อมกับชุดนอนลายหมีสีขายน้ำตาลที่เป็นเสื้อแขนยาวกับกางเกงขายาวใส่แล้วดูสบาย ๆ ลิตาเดินไปนอนคว่ำที่เตียงฝั่งของตัวเองเธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตั้งใจว่าจะส่งข้อความไปรายงานป้าว่าเธอได้งานพาร์ตไทม์ทำแล้วทว่ากลับมีข้อความที่ไม่ได้อ่านมากกว่าสิบข้อความ และข้อความสุดท้ายที่เธอเห็นก็เป็นข้อความตัดพ้อของใครบางคน
[ชาลี : โดนรูมเมตตีตายแล้วเหรอ?]
คิก... คิก...
น่ารักเหมือนกันนะพ่อนักเลงคนนี้
ลิตากดส่งข้อความไปหาป้ารายงานความเป็นอยู่วันนี้ให้ท่านทราบ ก่อนที่จะสอดโทรศัพท์ของเธอเอาไว้ที่ใต้หมอนแล้วผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
ครืด~ ครืด~
เสียงโทรศัพท์มือถือของลิตาดังขึ้นในตอนที่เธอกำลังหลับใหลเธอล้วงมือเข้าไปใต้หมอนโดยที่ตายังไม่เปิดขึ้นมาเลยแม้แต่น้อยพลางเลื่อนปุ่มรับสายหลังจากพยายามหรี่ตาดูด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
“ฮัลโหล”
(ตายแล้วลิตา! ยังไม่ตื่นอีกเหรอ นี่มันเจ็ดโมงแล้วนะ) ลิตารีบลุกพรวดขึ้นมาเธอเอาโทรศัพท์แยกออกมาจากหูแล้วดูที่หน้าจอ คนที่โทรมาเป็นครองขวัญ เพราะว่าในทุกเช้าตอนเจ็ดโมงเธอจะต้องให้ครองขวัญช่วยปรับพื้นฐานภาษาจีนเบื้องต้นให้
แย่แล้ว
“ละ ลิตาจะรีบไปเดี๋ยวนี้ ขอโทษด้วยนะขวัญ”
(ไม่เป็นไร ขวัญรอได้ รอที่ห้องสมุดนะ) หลังจากนัดกันแล้วลิตาไม่มีเวลามาสังเกตอะไรทั้งนั้น เธอรีบเอาของเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที ก่อนจะรีบออกมาจากห้องพักของเธอที่อยู่ชั้นสาม วิ่งตรงไปที่ห้องสมุด
ตุบ!
“เหวอ~” อ๊าก! ล้มแน่!
หมับ!
“ยัยเตี้ย เตี้ยแล้วยังวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรืออีก!” ลิตาลืมตาขึ้นเห็นว่าคนที่เธอชนเป็นชาลี หัวใจก็เต้นรัวจนต้องวางมือไว้บนอกเพื่อระงับความตื่นเต้น
ใกล้มาก หล่อมาก อ๊าก อยากตาย
“ปะ ปล่อย ลิตารีบ”
“เลิกเรียนแล้วไปไหน” อยู่ ๆ ก็พูดอะไรของเขา
“ทำไม”
“เอวเธอเล็กมาก จะพาไปเพิ่มเอวหน่อย”
“ลิตาไม่ไป” เธอต้องทำงานนะ แล้วก็ต้องบอกครองขวัญด้วยว่าติวช่วงเย็นขอยกเลิก
“เธอต้องไป เพราะเธอต้องไถ่โทษที่ให้ฉันรอข้อความเธอจนถึงเช้า”