“ลิตาไม่ได้บอกให้นายรอสักหน่อย” เธอทำหน้าบูด แต่คนที่ไม่ยอมปล่อยเอวเธอกลับกดยิ้มพอใจ ทำหน้าบูดก็น่ารักอยากหยิกแก้ม
“ขะ ขอโทษนะคะ พายไม่อยากขัดความสุขของพี่ชายหรอกนะ แต่ว่าพี่ชาลีจะไปส่งพายมั้ยคะ หรือจะให้พายไปเอง” เด็กน้อยน่ารักยืนกอดอกทำแก้มป่องจนลิตาอยากจะยื่นมือเข้าไปหยิกแก้มกลม ๆ นั่นอย่างมันเขี้ยวเลยล่ะ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะคนที่เป็นพี่ชายยังไม่ยอมปล่อยมือออกไปจากเอวของเธอเสียที
“ไปส่งสิ”
“พายไปเองก็ได้นะ พี่ชาลีไม่ต้องไปส่งทุกวันหรอก พายอายเพื่อน”
“ไอ้วา ฝากไปส่งน้องพายหน่อยสิ” ลิตาอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าชาลีจะฝากน้องสาวที่รักของเขาไปกับเพื่อนแบบนี้ ปกติแล้วพี่ชายต้องรัก และเป็นห่วงน้องสาวไม่ใช่เหรอ นี่เขาไว้ใจเพื่อนขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
“ส่วนเธอยัยเตี้ย ไปกับฉัน” เดี๋ยวนะ!
สนิทกันเหรอถึงมาเรียกกันแบบนี้? “ปะ ไปไหน ไม่ไป” ใครจะกล้าพูดออกไปตรง ๆ ล่ะ ถ้าพูดออกไปได้ตายพอดี นี่มันนักเลงนะ นักเลง!
“ก็เธอจะไปไหนล่ะ”
“ละ ลิตาจะไปปรับพื้นฐานภาษาจีนกับขวัญ”
“ต่อไปนี้มาปรับกับฉัน” หา! เขาจะฉลาดกว่าเพื่อนเธอได้ยังไง ไม่สิอาจจะฉลาดกว่าแต่ว่านะจะให้เธอมาปรับกับเขา แล้วเพื่อนที่ปรารถนาดีต่อเธอจะคิดยังไง ไม่ได้หรอก ยังไงก็ไม่ได้!
“มะ ไม่ดะ...” อึก... เผลอมองตาเขาจนได้ ชาลีจ้องเธอจนตาแทบจะหลุดออกมาแล้ว ลิตาทำได้แค่เม้มปากแน่นยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยการพยักหน้าให้เป็นคำตอบ
“ก็แค่นี้ จะดื้อเพื่อ” ชาลีวางมือหนาไว้บนศีรษะของเธออย่างเอ็นดูแต่ในมุมของลิตาที่กำลังหวาดกลัวแม้หัวใจจะเต้นแรงไปกับหน้าตาของเขาก็เถอะ มันช่างสวนทางกันโดนสิ้นเชิง
“ลิตาต้องไปหาขวัญก่อน”
“ไปสิ ฉันไปด้วย” ใบหน้าหล่อฉีกยิ้มอย่างสดใส ทำให้ลิตาต้องหันหน้าหนีไปทางอื่นเพราะว่าไม่อยากให้เขาจับพิรุธได้ว่าเธอกำลังใจเต้นแรงไปกับใบหน้าของเขาแบบนี้ ถ้าหากว่า เธอแค่ลองคิดดูเฉย ๆ น่ะนะ แบบว่าถ้าหากว่าเขานิสัยดีกว่านี้สักหน่อยเธอคิดว่าเธอน่าจะชอบเขาอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ
ชาลีเดินมาพร้อมกับลิตาจนมาถึงที่ห้องสมุด ทันทีที่ประตูห้องสมุดเปิดออกก็เห็นครองขวัญที่นั่งรออยู่ได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็เห็นว่ามีใครบางคนนั่งอยู่กับครองขวัญด้วย ไม่สิ ลิตารู้สึกว่าครองขวัญต้องถูกข่มขู่แน่ ๆ
“ปรับพื้นฐานให้เราบ้างสิขวัญ เราก็ไม่เก่งภาษาจีนเหมือนกันนะ”
“ตะ แต่วินเนอร์ก็เรียนมาตั้งแต่มอต้นแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ก็เรียน แต่มันไม่เข้าหัวเลยนี่นา” ไม่เข้าหัว? เขาเอาอะไรมาพูด ไอ้พวกอัจฉริยะกลุ่มแรร์ที่อาจารย์ต่างก็สรรเสริญเยินยอเนี่ยนะ เรียนก็ดี กีฬาก็เด่น กิจกรรมก็เลิศแบบนี้กล้าพูดออกมาได้ยังไงว่าตัวเองเรียนแล้วไม่เข้าหัว?
“ปรับให้เราบ้างนะ~”
“เฮ้ย มานั่งอะไรตรงนี้” ชาลีทักทายเพื่อน เขาไม่รู้เลยว่าจะมาเจอเพื่อนที่ห้องสมุดแบบนี้
“ก็จะให้ขวัญช่วยปรับพื้นฐานภาษาจีนให้อะ กูเรียนไม่ค่อยเข้าใจ” ได้ข่าวว่ามึงได้เกรด 4 เลยนะ
“เอ่อนี่ลิตา เราชื่อวินเนอร์นะอยู่ห้องเดียวกับพวกเธอนั่นแหละ เราขอมาเรียนปรับพื้นฐานด้วยได้มั้ย เราได้ยินมาว่าครองขวัญจะปรับพื้นฐานให้เธอก่อนเข้าเรียน ตอนพักแล้วก็หลังเลิกเรียนไม่ใช่เหรอ” ได้ยินขนาดนี้ มาเดินอยู่ข้าง ๆ หรือไงกันนะ
“คือขวัญตอนเย็นลิตาคงเรียนไม่ได้แล้วล่ะนะ” ลิตาไม่ได้จะเมินวินเนอร์หรอก แต่เพราะว่าต้องรีบพูดธุระของตัวเองก่อนสิ
“ทำไมล่ะ?” ก็นัดกันไว้แล้วนี่
“ลิตาได้งานพาร์ตไทม์ทำที่ร้านโยริคาเฟ่น่ะ”
“อ้อ ที่ถัดไปอีกห้าซอยใช่มั้ย ก็ได้ เย็นไม่ต้องติว” ลิตายิ้มให้ครองขวัญ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งตรงข้ามกับเพื่อนโดยลืมไปว่าเธอมากับใคร จะนึกออกอีกทีก็ตอนที่คนที่มาด้วยนั่งลงข้างเธอ
“ขวัญ เธอติวให้ไอ้วินเนอร์ไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะติวให้ลิตาเอง” อยู่ ๆ ชาลีก็พูดขึ้นมา ทำให้ทั้งครองขวัญ วินเนอร์ และลิตาต่างก็หันมองเขาเป็นตาเดียว
มองทำไม?
ไม่เคยเห็นคนหล่อแล้วใจดีเหรอ?
“มองอะไรกัน เธอเกรดสูงกว่าฉันเหรอจะมาติวให้คนที่ไม่มีพื้นฐานน่ะ ที่ฉันทำเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนห้องเดียวกันหรอกนะ” ชาลีพูดแทรกขึ้นมาอีก
“ถ้าลิตาไม่มีปัญหาอะไร เอางั้นก็ได้” ใครจะไปกล้าหือ ดูสายตาที่มองมาก่อนเถอะจะฆ่าจะแกงกันหรือยังไง
“เธอว่าไงยัยเตี้ย”
“คือ...”
“สัญญากับฉันไว้แล้วนี่” น้ำเสียงกดต่ำแกมกดดันของชาลีทำให้ลิตาเอาแต่นั่งก้มหน้าพยักหน้าหงิก ๆ ส่วนวินเนอร์เองที่เห็นแบบนี้ก็ยิ้มพอใจออกมา
“งั้นแยกกันติวดีมั้ย” เขาจะได้มีเวลาอยู่กับครองขวัญด้วยกันสองต่อสองบ้าง
“ทำไมล่ะ ติว พะ พร้อมกันไม่ได้เหรอ” ลิตาพูดขึ้นด้วยความตกใจ เธอไม่อยากไปอยู่กับนักเลงน่ากลัวสองต่อสองนะ
“เฮ้ย ได้ข่าวว่าลากลูกน้องฉันไปตีงั้นเหรอ” อยู่ ๆ ก็มีใครไม่รู้เดินเข้ามาถึงสามคน ทั้งสามคนเป็นผู้ชายมายืนล้อมรอบโต๊ะที่พวกเรานั่งอยู่ ในโต๊ะนี้ไม่มีใครพูดอะไรออกมาทั้งนั้นทุกคนต่างก็เงียบ เว้นเพียงแค่ชาลีกับวินเนอร์ที่จ้องมองคนที่มาหาเรื่องอย่างไม่ยอมละสายตา
“จ้องทำไม เอาเด็กฉันไปตีก็ต้องยอมรับผลของการกระทำด้วยสิ”
“กลัวเหรอ ไม่ต้องกลัวนะฉันปกป้องเธอได้สบาย” เขาเหมือนไม่สนใจคนที่มาใหม่เลยด้วยซ้ำ ชาลีวางมือบนศีรษะของลิตาพลางยิ้มจนตาปิด ก่อนมองไปที่คนที่เข้ามาใหม่อีกครั้ง
“ฉันไม่ได้ทำแบบไม่มีเหตุผลหรอกนะ” เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนบังลิตาก่อนกระตุกคอเสื้อของคนที่เข้ามาหาเรื่อง
“ฉันเดินของฉันอยู่ดี ๆ ไอ้เวรนั่นก็มาหาเรื่องฉันก่อนเอง” พูดแล้วเลื่อนสายตามองไปทางด้านหลังที่คนคนนั้นในวันนี้เขามาพร้อมกับไม้เท้า ร่างกายเต็มไปด้วยรอยช้ำที่ชาลีทำเอาไว้
“อีกอย่าง มันมายุ่งกับน้องสาวของฉันทำไมล่ะ อยู่ตั้งมอห้าแต่มาอยู่กับเด็กมอหนึ่งเนี่ยนะ” วินเนอร์ลุกขึ้นบ้าง เขาพอจะรู้เหตุผลแล้วที่ชาลีบ้าคลั่งเมื่อวาน
“หา นี่ไปทำอีท่าไหนถึงไปยุ่งกับน้องพายได้วะ” ชาลีเคยพูดอยู่บ่อย ๆ ถ้าน้องยังไม่บรรลุนิติภาวะเขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายน้องได้
“กะ ก็แค่เห็นว่าน้องเขาน่ารักดี”
“อยากโดนอีกเหรอวะ รอบนี้ฉันจะหักขาแกอีกข้างเลยเอามั้ย!” ภายในห้องสมุดความเงียบเริ่มปกคลุม แม้แต่อาจารย์ประจำห้องยังยืนนิ่งอย่างทำตัวไม่ถูก
“ชะ ชาลี ชะ ช่วยไปตีกันข้างนอกได้มั้ย ที่นี่มันห้องสมุดนะ” ลิตาเกรงใจคนอื่นมากเพราะตอนนี้โต๊ะของเธอเป็นจุดสนใจของคนทั้งห้องสมุด ครองขวัญเองก็นั่งสั่นอย่างกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอถึงขั้นที่คิดเอาไว้เลยว่าถ้าพวกเขาตีกันจริง ๆ เธอจะดึงตัวลิตาแล้วพาหนีออกไปให้เร็วที่สุด
“จะเอาไง จะต่อมั้ย” ชาลีถามพลางเชิดหน้าขึ้นน้ำเสียงของเขาดุดันจนน่ากลัว
“วันนี้แค่มาดูหน้า แต่ถ้ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ฉันจะทำให้แกลงไปนอนกองกับพื้น อ้อ แล้วก็... แฟนน่ารักดีนิ” พูดพลางเลียปากไปด้วยก่อนพากันเดินออกไปจากห้องสมุดที่เคยเงียบสงบ
“ขะ ขวัญ เราออกไปข้างนอกกันมั้ย”
“ไป”
“จะไปไหน เธอมานี่เลยมากับฉัน” ไอ้บ้านี่!
“จะพาไปไหน” ชาลีไม่ตอบ แต่ดึงกระเป๋าผ้าของลิตาให้เดินตามเขาไป จนมาหยุดอยู่ที่โรงยิมขนาดใหญ่ในช่วงเช้า และช่วงกลางวันจะไม่ค่อยมีใครเข้ามาส่วนใหญ่แล้วจะมากันหลังเลิกเรียนมากกว่าเพราะมันสามารถเล่นได้อย่างเต็มที่
“ต่อไปนี้ ที่นี่ก็คือที่ติวของเธอ ทุกเช้าก็มาเจอกันที่นี่ กลางวันกินข้าวเสร็จก็มาที่นี่ เข้าใจมั้ย” ที่นี่เป็นโรงยิมขนาดใหญ่ และมีที่นั่งหลายจุดมาก ลิตาเห็นแล้วก็อดที่จะอ้าปากค้างให้กับความหรูหราใหญ่โตนี้ไม่ได้เลย
“เข้าใจแล้ว”
“วันนี้เช้าติวไม่ทันแล้ว ตอนเที่ยงมาเจอกันนะ ส่วนตอนนี้ไปเรียนกัน” พูดจบก็ดึงกระเป๋าผ้าของลิตาให้ตามตัวเองไป ขณะที่กำลังเดินไปด้วยกันหลายสายตาก็มองมาแต่ชาลีไม่ได้สนใจอะไรพวกนั้นอยู่แล้ว
ตึก ๆ ตึก ๆ
หมับ!
“หืม” เอวหนาถูกกอดจากทางด้านหลังทำให้ฝีเท้าของเขาหยุดลงพร้อมกับลิตาด้วย
“พี่ชาลี ขอตังหน่อยจะไปซื้อปังเย็นกิน”
“เพิ่งจะเช้าเองจะกินปังเย็นแล้วเหรอ” ใบพายไม่อยากใช้เงินของตัวเอง เธอเห็นพี่ชายกำลังเดินอยู่เลยรีบวิ่งมาขอเงินเพราะเงินของเธอจะเอาไว้เติมเว็บตูนน่ะสิ
“ก็ที่ร้านปังเย็นมีเมนูชาไทยด้วยน่ากินมากเลย” ชาลีล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงที่อยู่ด้านหลัง แล้วหยิบเอาแบงก์สีแดงออกมาให้น้อง
“ไม่พอ”
“ทำไมไม่พอ มันแพงขนาดนั้นเลยรึไง” มันถ้วยละห้าสิบบาท เงินจะเหลืออีกห้าสิบบาท แต่มันเติมเว็บตูนไม่พอตอนนี้มีเรื่องที่เธอติดงอมแงมมีตั้งห้าร้อยกว่าตอนด้วย
“อะ ๆ อีกร้อยพอมั้ย” พอก่อนก็ได้พรุ่งนี้ค่อยไถใหม่ ใบพายพยักหน้าก่อนแบมือไปด้านหน้าแล้วฉีกยิ้มสดใส แม้แต่ลิตาที่มองอยู่ยังรู้สึกว่าน่ารักเลย อยากหยิกแก้มจัง
หลังจากที่ถูกใบพายไถเงินชาลีกับลิตาก็เข้าไปเรียนหนังสือด้วยกัน พอถึงเวลาพักก็แยกกันไปกินข้าวกับเพื่อนของตัวเอง และมาเจอกันที่โรงยิม ชาลีเริ่มติวให้เธอด้วยน้ำเสียงโทนอ่อนโยนจนลิตารู้สึกเลยว่าเขาใจเย็น และอ่อนโยนกับเธอมาก ในตอนแรกเธอคิดว่าเธอจะถูกเขาทุบจนสมองเบลอเสียอีกที่ไหนได้อันไหนที่เธอไม่เข้าใจเขาก็จะสอนเธอใหม่ตั้งแต่ต้นอย่างใจเย็นเลยล่ะ
บ้าจริง
แบบนี้มันก็ขี้โกงชัด ๆ เลยนี่
[1] “พินยินมีพยัญชนะทั้งหมด 21 ตัว และมีพยัญชนะพิเศษ 2 ตัว มีสระเดี่ยวทั้งหมด 6 เสียง และสระประสมทั้งหมด 30 เสียง วรรณยุกต์ในภาษาจีนมีทั้งหมด 5 เสียง รวมเสียงเบา แต่มีสัญลักษณ์กำกับเสียงเพียง 4 เสียง ส่วนอีกหนึ่งเสียงที่เหลือเป็นเสียงเบาไม่มีสัญลักษณ์กำกับเสียง...” ชาลีตั้งใจอธิบายในขณะที่ลิตาได้แต่นั่งเหม่อ
“นี่ยัยเตี้ยฟังอยู่มั้ยเนี่ย”
“ฟะ ฟังอยู่” เขายกนาฬิกาข้อมือดูก็เห็นว่าใกล้เวลาที่จะเรียนคาบบ่ายแล้ว
“เก็บของได้แล้ว เดี๋ยวไปเรียนคาบบ่ายไม่ทัน”
“ขอบคุณค่ะเหล่าซือ” ชาลีมองคนตัวเล็กทางหากตาพลางเผลอเลียปากที่แห้งผาดของตัวเอง
“เลิกเรียนแล้วเดี๋ยวฉันไปส่ง”
“หืมไม่เป็นไร เดี๋ยวลิตาไปเอง ลิตาจะกลับไปอาบน้ำที่หอก่อน”
“ลิตา! อย่าขัดใจ” ไอ้บ้า! เอาแต่ใจ นิสัยไม่ดี!