“เลิกเรียนแล้วถ้าเธอไม่รอ ฉันตามถึงร้านเลยนะ!”
“เป็นนักเลงรึไง ทำไมชอบขู่ลิตาอยู่เรื่อย” ชาลีเหลือบมองคนน่ารักจนเขาอดเผลอใจที่จะหยิกแก้มเธอไม่ได้เลย ใบหน้าเธอถูกเขาหยิกแก้มจนชาลีอดที่จะขำออกมาไม่ได้เลย
“ฮ่า ๆ ” น่ารัก น่ารักจริง ๆ แก้มก็นุ่มมาก
“โอ๊ย ๆ จะ เจ็บนะ ลิตาเจ็บนะ มาหยิกแก้มลิตาทำไม!” หญิงสาวหน้างอรีบตีข้อมือของชายหนุ่มให้เขาปล่อยมือออกจากแก้มของเธอ เขานี่มันนักเลงหัวขวด เอ๊ย! นักเลงหัวไม้ตัวพ่อเลยจริง ๆ กับผู้หญิงก็ไม่เว้น!
“อย่ามาทำแก้มกลมใส่สิ ปะ ไปเรียนกันได้แล้ว” พูดแล้วก็ปล่อยมือที่หยิกแก้มเธออย่างจำใจแล้วใช้แขนแข็งแรงของตัวเองคล้องลำคอของเธอไว้ก่อนพากันเดินออกมาจากโรงยิม
“เดี๋ยว ทำไมนายต้องมาคล้องคอลิตาด้วย”
“ยัยเตี้ย หักเบิกตาดูบ้างว่าโรงเรียนนี้มันกว้างมากแค่ไหน” แล้วไง?
“ไปเร็วเดี๋ยวช้าโดนตัดชื่อเข้าห้องนะ” ชาลีไม่ฟังพลางพาเธอเดินมาเข้าเรียนท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมห้องที่มองมาแต่ก็มองได้ไม่นานทุกคนก็หันกลับไปราวกับว่าไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้นเลยแม้แต่น้อย
“ขวัญ~”
“ลิตาทำไมมาช้า เอ้านี่ขวัญซื้อน้ำส้มคั้นสดมาให้” ลิตาฉีกยิ้มอย่างสดใสแล้วเปิดขวดน้ำส้มคั้นสดแต่เพราะมือเธอลื่นมากทำให้ไม่สามารถเปิดขวดได้ เธอทำหน้ายู่ยื่นขวดน้ำส้มไปให้ครองขวัญช่วยเปิดให้ ครองขวัญยื่นมือไปยังไม่ทันรับน้ำส้มมาขวดน้ำส้มก็ลอยขึ้นเหนือศีรษะ
“ทำไมไม่ยื่นมาให้ฉันล่ะ” ชาลีเปิดขวดน้ำส้ม แต่ก็เปิดไม่ได้เช่นกันเพราะมือเขาก็ลื่นเมื่อครู่นี้เขาเพิ่งจะใช้ครีมทามือไปเองผลสุดท้ายคนที่เปิดได้ก็คือวินเนอร์ที่เดินเข้ามาพอดี
“ขอบใจ” ชาลีขอบคุณเพื่อน วินเนอร์เองก็พยักหน้าให้เขาราวกับว่าเขาไม่ได้คิดมากอะไร จากนั้นก็วางถุงผลไม้ที่ซื้อมาจากโรงอาหารไว้ให้กับครองขวัญเช่นเดิม
“ขะ ขอบใจนะ” ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางอาจารย์ผู้สอนก็มาทำตามหน้าที่ของตัวเอง และตลอดเวลาชั่วโมงของการเรียนลิตาก็ถูกก่อกวนโดยชาลีอยู่ตลอด เดี๋ยวทำนั่นตก เดี๋ยวทำนี่ตก ไม่พอแค่นั้นเขายังชอบขอยืมของหลายอย่างจากเธอทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มีครบทั้งหมดแต่ก็อ้างว่าของตัวเองมันหมดแล้วมีไม่พอใช้ กระทั่งถึงเวลาเลิกเรียน
“คาบเรียนสุดท้ายสิ้นสุดแค่นี้ ขอให้มีวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ดีนะคะเด็ก ๆ” ใครจะรู้เล่าว่าสี่หนุ่มกลุ่มแรร์จะมาเข้าวิชาชมรมเดียวกันกับลิตา และครองขวัญ แม้จะเป็นคาบสบาย ๆ แต่ก็มีการวัดระดับอยู่เสมอ มันยิ่งทำให้หงุดหงิดไปใหญ่
“เดี๋ยวฉันไปส่งเอง แต่เธอไปรับน้องสาวเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ”
“น้องนาย นายก็ไปเองสิ ลิตาจะเดินออกจากโรงเรียนพร้อมขวัญ”
“เป็นเงายัยนั่นรึไง ไม่ให้ไป ลากันในห้องเนี่ยแหละ” ลิตาทำหน้าบูดสุดท้ายก็ยอมเพราะตัดความรำคาญ เธอเดินไปลาครองขวัญที่ก็ถูกเงาร่างสูงตามติดเช่นเดียวกันกับเธอ เธอสองคนกอดลากันเป็นครั้งแรกขณะเดียวกันก็แอบซุบซิบกันเบา ๆ ทำเอาคนที่มองดูอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเริ่มอยากรู้อยากเห็นว่าทั้งสองคนซุบซิบกันเรื่องอะไร
“บ๊ายบายนะ” มือนุ่มของลิตาถูกคนช่วงชิงไปแล้ว เขาพาเธอเดินออกมาโดยคว้ากระเป๋าผ้าที่เธอใช้เป็นประจำออกมาด้วยแล้วพาเธอเดินไปที่ตึกมัธยมต้นโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาเลยสักคำเดียว
“พาย พี่ชายเธอมาแล้ว” ใบพายได้ยินเพื่อนสาวพูดก็หน้าบูดทันทีเธอบอกพี่ชายแล้วว่าไม่ต้องคอยมารับมาส่งเธอแล้วทำเหมือนเธอเป็นเด็กแต่เขาก็ไม่ยอมฟัง แต่เอ๊ะ! พาใครมาด้วยนะ
“พี่สาวคนสวยคนนั้นนี่นา” ขณะที่กำลังชะโงกหน้าออกไปมองพี่ชาย เพื่อนร่วมห้องของเธอก็พูดขึ้นมา
“พี่ชายเธอมีแฟนแล้วเหรอ น่ารักมากเลยนี่นา”
“แฟนเหรอ” พูดแล้วมองออกไปที่พี่ชายที่กำลังยืนซ้อนหลังของพี่คนสวยเขาหยิกแก้มของพี่คนสวยพลางหัวเราะออกมาด้วยอยากชอบใจ
“สงสัยจะแฟนพี่ฉันจริง ๆ แหละ” ก็ดูมีความสุขขนาดนั้นนี่นา
“ไปเร็ว ลุงเกื้อรออยู่” ใบพายเดินออกมา มือของพี่ชายก็ยังอยู่ที่แก้มนุ่มของพี่สาวคนนั้น เธอแอบอมยิ้มนิดหน่อยเพราะดูเหมือนพี่สาวคนนั้นจะไม่รู้ว่าพี่ชายของเธอถูกใจตัวเองแน่ ๆ
“อ๊ะ! พะ พี่ชาลี!” และแล้วไอ้พี่ชายคนนี้ก็ใช้มือข้างที่ว่างหยิกแก้มเธอจนได้
“เจ็บนะ”
“น่ารักจริง ๆ เลยน้องพี่” ชาลีพาใบพายไปส่งที่รถ ระหว่างทางก็ทะเลาะกันไปตีกันไปตามประสาพี่น้องส่วนลิตาก็ถูกพามาด้วยอย่างงง ๆ
“คุณหนูจะกลับด้วยเลยไหมครับ”
“ไม่ครับ ลุงเกื้อไปส่งน้องพายก่อน เดี๋ยวผมหาทางกลับเอง”
“อ่า ครับ อย่าดึกมากนะครับเดี๋ยวคุณลินเธอจะเป็นห่วง”
“ครับลุงเกื้อ” ลุงเกื้อพาใบพายไปแล้ว ก็เหลือเพียงแค่ชาลีกับลิตาเพียงแค่สองคนเท่านั้น ลิตากำลังจะเดินแยกออกมาเพราะคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวกับเธอแล้ว
“จะไปไหน”
“กลับหอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าน่ะสิ ลิตาต้องไปทำพาร์ตไทม์ต่อนะ”
“เหรอ งั้นเดี๋ยวฉันไปรอหน้าหอแล้วกันจะไปส่งที่ร้านพาร์ตไทม์”
“ต้องตามติดขนาดนี้เลยเหรอ ลิตาเป็นหนี้นายเหรอ” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นถามอย่างไม่เข้าใจทำไมเพื่อนชายคนนี้ชอบมาอยู่ใกล้เธออยู่เรื่อย รู้ไหมว่ามันจะแย่เอาได้ เพราะมันจะทำให้ใจดวงน้อย ๆ หวั่นไหวมากแค่ไหนกัน!
ใจเต้นอีกแล้ว ช่วยไปหล่อไกล ๆ หน่อยได้ไหมตาบ้าเอ๊ย!
“เธอเรียนปรับพื้นฐานกับฉันนี่ ต้องก็ต้องจ่ายค่าจ้างฉันสิ” หา! ไม่ได้สอนฟรี ๆ หรอกเหรอ
“ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงยัยเตี้ย” ลิตาบ่นงึมงำไม่ให้ชาลีได้ยินเสียงพลางเดินกระทืบเท้าปึงปังไปจนถึงหอพักของเธอ ชายหนุ่มนั่งรอเธออยู่หน้าหอพักมือก็เลื่อนโทรศัพท์มือถือไปด้วย ในระหว่างที่เขากำลังรอก็มีหลายคนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็มองเพราะเขาไม่เคยมาที่นี่เลยไงล่ะ และเขาก็ดันเป็นที่รู้จักของใครหลายคนเสียด้วย
“เสร็จแล้ว”
“ฉันไปส่งที่ร้านนะ” ในเมื่อคัดค้านไม่ได้ลิตาก็ต้องยอมให้เขาไปส่ง ขณะที่กำลังเดินไปด้วยกันเธอก็ลอบสังเกตเขาดี ๆ ในหัวที่ว่างเปล่าก็เริ่มขบคิดเรื่องของเขาอีกครั้ง เขาเป็นคนนิสัยไม่ดี ชอบแกล้ง แต่ก็มีมุมใจดี และอ่อนโยนอยู่เหมือนกันที่เขาตามติดเธอแบบนี้เพราะชอบแกล้งนักเรียนใหม่ หรือว่าเขาแอบมีใจให้เธอหรือเปล่านะ
“...ตา”
“ลิตา!” หญิงสาวหลุดจากภวังค์ความคิดไร้สาระ เงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้าพลางกะพริบตาปริบ
“เป็นอะไรของเธอ เรียกตั้งนานไม่ขาน”
“ลิตาคิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อยน่ะ”
“อ่า... ถึงร้านแล้วเหรอขอบใจที่มาส่งนะ”
“เธอเลิกกี่โมงเดี๋ยวฉันมารับ”
“ไม่ต้องมารับก็ได้ ลิตาเลิกดึกเดี๋ยวเดินกลับเองอยู่ใกล้แค่นี้เอง”
“ดึกกี่โมง”
“ไม่ต้อง...” ยังปฏิเสธได้ไม่เต็มเสียงสายตาของชาลีกำลังบ่งบอกว่าเขากำลังดุเธอ
“ทะ เที่ยงคืน”
“ก็แค่นี้ ทำไมชอบให้ฉันดุเธออยู่เรื่อยเลย” ชาลีเหลือบตามองคนตัวเล็กพลางถอนหายใจออกมา “เอาเถอะ เข้าไปทำงานเถอะ เดี๋ยวฉันมารับนะ” พูดจบแล้วก็จับปลายผมเปียของเธอทั้งสองข้างขึ้นมาแล้วแกว่งไปมาจนคนตัวเล็กนึกโมโหเผลอทุบลงที่ท่อนแขนแกร่งของเขาดัง ‘ตุบ’
“เจ็บนะ” ลิตารีบวิ่งหนีก่อนเปิดประตูเข้าร้านเธอยังหันมาแลบลิ้นใส่เขาอีกด้วย
น่ารักชะมัด น่ารักมากจริง ๆ
เวลาผ่านไปโดยที่ชาลีกลับบ้านไปก่อนพอสักห้าทุ่มกว่าเขาก็มารับเธอไปส่งที่หอตามสัญญาแถมก่อนส่งเธอเข้าหอพักเขายังพาเธอไปกินบะหมี่ก่อนอีกด้วย แล้วก็แยกย้ายกันไป
วันนี้ช่วงบ่ายลิตานัดกับครองขวัญไว้ว่าจะมาดูหนังด้วยกัน ก็ที่เธอซุบซิบกันเมื่อวานนั่นแหละลิตาเลยมาทำงานช่วงเช้าแล้วเลิกทำงานตอนเที่ยง หลังจากนั้นก็มาดูหนังกับครองขวัญ เมื่อดูหนังจบก็กำลังช่วยกันคิดว่าจะไปกินข้าวที่ไหนต่อดีทว่าเกิดเรื่องบังเอิญขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
“อ้าวมาทำอะไรกันที่นี่เหรอ” บ้าเอ๊ย ตกใจหมดเลย
“นะ นายสองคนมาทำอะไรกัน”
“ที่แท้ก็มีนัดแล้ว เลยไม่ยอมตอบข้อความของฉันใช่มั้ย” ชาลีดึงแขนลิตาเข้าหาตัวเขาพูดน้ำเสียงกดต่ำจ้องมองดูการแต่งตัวของเธอ
วันนี้ก็น่ารักอีกแล้ว
“ทำไมไม่รับสายเราล่ะขวัญ” ทางด้านวินเนอร์เองก็โมโหจนควันออกหูเหมือนกัน ที่จริงแล้วเขานัดเธอมาก่อน แต่เธอก็ไม่ยอมติดต่อเขาเลย
“ชะ ชาลี นายมาทำอะไรที่นี่”
“ยัยเตี้ย โทรศัพท์เธอไม่มีเน็ตเหรอ เธอไม่เห็นเหรอว่าฉันส่งข้อความหาเธอตั้งแต่กี่โมง”
“ละ ลิตาทำงานตั้งแต่หกโมงแล้วนะ” เธอเถียง แต่พอหันไปจะหาตัวช่วย เพื่อนเธอก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน อ่า... คงช่วยไม่ได้สินะ
“เพราะฉันรู้ไงว่าเธอจะทำงานตั้งแต่หกโมง ฉันเลยรีบตื่นมาส่งข้อความหาเธอ” ทำไมไม่เข้าใจกันบ้าง การตื่นเช้ามันลำบากแค่ไหนไม่รู้หรือไง ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอต้องทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนด้วย
ชอบลืมเขาอยู่เรื่อย
น่าจับมาตีก้นเสียให้เข็ด
“เธอผิดมั้ย” หืม นี่เธอกำลังจะเป็นคนผิดจริงเหรอ จะบ้าไปแล้วเธอไม่ใช่คนผิดเสียหน่อย!
“ลิตาไม่... ละ ลิ ลิตาผิดไปแล้ว”
“ผิดไปแล้วต้องทำยังไง” จะไปรู้หรือไง เกิดมาเพิ่งเคยผิดครั้งแรกนี่แหละ
“มะ ไม่รู้สิ” พูดพลางเฉสายตามองไปทางอื่น เธอไม่เห็นรู้ว่าเธอจะผิดตรงไหนเลยนี่นา แล้วทำไม...
“ก็ได้ งั้นเวลาหลังจากนี้ ฉันจะช่วงชิงมาเอง ถือเป็นการไถ่โทษโอเคมั้ย” หา!
“ไม่ได้หรอกเวลาของลิตาเป็นของขวัญไปแล้ว” พูดยังไม่ทันจบดีครองขวัญก็เดินเข้ามาหาลิตาสีหน้าค่อนข้างลำบากใจ
“ลิตา พอดีว่าขวัญมีนัดกับวินเนอร์น่ะ ขวัญต้องขอตัวไปก่อน อย่าโกรธขวัญเลยนะ” อ่า เธอโดนขโมยเพื่อนไปแล้วสินะ
“มะ ไม่เป็นไร ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก” ลิตายิ้มให้เพื่อนก่อนจะแยกกันไป
“ทีนี้เธอก็ว่างแล้วสินะยัยเตี้ย”
“คือ...”
“ไปกินข้าวกัน ฉันหิวมาก”