วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงวันเกิดของชาลีจนได้ และวันเวลาที่ผ่านมามันเป็นความรู้สึกที่แปลก ๆ นิดหน่อย ชาลียังคงเจ้ากี้เจ้าการ และพยายามทำตัวติดกับเธอเป็นเงาอยู่ตลอด จนเธอรู้สึกชินไปแล้ว เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนอยู่ดี ๆ เขาก็หายไปเธอค่อนข้างกระวนกระวายใจนิดหน่อยเพราะว่าปกติแล้วเขาจะคอยก่อกวนเธออยู่เรื่อย สุดท้ายเธอก็รู้มาว่าเขาไปมีเรื่องกับรุ่นพี่มอห้ากลุ่มนั้นจนบาดเจ็บ แถมมาหาเธอที่ร้านพาร์ตไทม์จนพี่เจ้าของร้านต้องบอกให้เธอมาดูแลเขา จะว่าไปพี่เจ้าของร้านก็ใจดีมากจริง ๆ มากเสียจนเธอไม่กล้าทำความวุ่นวายให้เลยล่ะ
หลังจากที่ชาลีมาอ้อน เอ๊ย! ไม่ใช่ ต้องบอกว่าหลังจากที่ชาลีมาก่อกวนเธอเขาก็เริ่มพูดเป็นนัยอยู่ตลอดเวลาอย่างเช่นบอกว่าอีกไม่กี่วันจะมีงานเลี้ยงใหญ่ที่บ้านแถมยังชวนเธอไปด้วย แต่เธอก็ปฏิเสธเสียงแข็งไปเพราะว่าเธอไม่ได้สนิทกับเขามากขนาดนั้น ทำไมจะต้องไปวุ่นวายกับคนที่บ้านของเขาด้วย
ส่วนวันนี้เขาก็ยังมาวุ่นวายกับเธออยู่ดี ตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว ตอนกลางวันก็ไม่ปล่อยให้เธอไปหาเพื่อนแถมยังแย่งตัวเธอมาจากเพื่อนด้วยทำให้เธอไม่รู้ว่าชาลีกำลังต้องการอะไรจากเธอ
“นี่ เลิกตามลิตาได้แล้วนะ”
“เธอจะไม่ไปบ้านฉันจริง ๆ เหรอ”
“ทำไมลิตาต้องไปด้วย เราเพิ่งจะรู้จักกันเองนะ”
“เพิ่งรู้จักอะไร เราตัวติดกันตลอดเวลาเลยนะ”
“แล้วมันมีปัญหาอะไร สรุปบ้านนายมีอะไรกันแน่ทำไมถึงคะยั้นคะยอให้ลิตาไปนักหนา” ชาลีทำหน้าบูด ก่อนจะกัดปากแน่นอย่างไม่สบอารมณ์ เขาหันหน้าไปทางอื่นกอดอกไม่ยอมพูดกับเธออีก
“จะไม่สอนลิตาแล้วเหรอ”
“...” ชาลีเงียบไม่ยอมพูดอีกครั้ง เขาทำแบบนี้จนลิตารู้สึกว่าเธอกำลังทำอะไรผิดต่อเขาหรือเปล่า ทำไมเขาต้องงอนเธอด้วย
“อารมณ์ไม่ดีเพราะลิตาเหรอ” เขาหันมามองหน้าเธอก่อนที่จะจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอแล้วเม้มปากแน่น
ปากเธออวบอิ่มจนน่าจูบ แต่เขาต้องยับยั้งชั่งใจเอาไว้
“งั้นฟังเพลงกันมั้ย เผื่อนายจะอารมณ์ดีขึ้น” ลิตาเอาโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาเธอเสียบสายหูฟังแล้วแบ่งเขาข้างหนึ่ง เปิดเพลงที่เธอฟังบ่อยที่สุดให้เขาฟัง แต่มันติดปัญหาอยู่นิดหน่อยก็ตรงที่เธอชอบฟังเพลงรักสบาย ๆ นั่นทำให้สายตาที่ชาลีมองเธอในตอนนี้มันมีความหมายอะไรหรือเปล่าเธอก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่
“ชอบฟังเพลงหวาน ๆ แบบนี้เหรอ”
“ชะ ใช่” เขาอมยิ้ม เหลือบมองเธอทางหางตาปล่อยให้เพลงรักที่เธอฟังคลอดังอยู่แบบนั้น อารมณ์โมโหที่มีก่อนหน้านี้ก็หายไปจนหมดสิ้น ไม่เพียงแค่นั้น เขายังเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังหน้าแดงไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขา หรือเพราะเพลง หรือเพราะเขาฟังเพลงรักที่เธอเปิดกันแน่
“ว่าแต่ ทำไมถึงอยากให้ลิตาไปบ้านายนักล่ะ”
“กะ ก็... มันเป็นวันเกิดฉันน่ะ” เขาเขินจนหน้าแดงไปหมดบอกเธอถึงวันสำคัญของเขา
“งะ งั้นเหรอ” เธอก็อยากไปนะ แต่ว่าเธอกับเขาเพิ่งจะรู้จักกันแค่ผิวเผินแล้วถ้าหากว่าเธอไปบ้านเขาที่ต้องมีแต่คนในครอบครัว และเพื่อนคนสำคัญ เธอจะกลายเป็นยังไงไปได้ล่ะ ไม่ได้หรอกเธอกับเขาเราเป็นแค่เพื่อนที่ร่วมห้องเรียนเดียวกันก็เท่านั้น และเขาก็ไม่น่าจะคิดอะไรเกินเลยกับเธอหรอกมั้ง เพียงแค่คิดแค่นี้เธอก็อดน้อยใจไม่ได้เหมือนกับว่าเธอรู้สึกอยู่เพียงแค่ฝ่ายเดียวอย่างไรอย่างนั้น
“ไปนะ ไปบ้านฉัน”
“ละ ลิตาไปไม่ได้หรอก ชะ ช่วยเข้าใจลิตาหน่อยนะ” ถ้าเขาบังคับเธอขึ้นมาเธอก็คงจะปฏิเสธเขาได้ยาก แต่ว่าเธออึดอัดใจเกินกว่าที่จะทำแบบนั้นนะ
“ก็ได้ ถึงฉันจะน้อยใจแต่ก็พอจะเข้าใจ งั้นเธอช่วยไปฉลองวันเกิดกับฉันสองคนได้มั้ยล่ะ ฉันขอเวลาเธอแค่วันเดียว” ชาลีพูดมาตั้งขนาดนี้ ลิตาจะปล่อยให้เขาผิดหวังงั้นเหรอ
“นายจัดงานวันเกิดวันเสาร์เหรอ งั้นวันอาทิตย์เราเจอกันมั้ย”
ลิตาค่อนข้างตื่นเต้นกับนัดในวันนั้น ไม่รู้เหตุผลเพราะอะไรทั้ง ๆ ที่ชาลีเป็นฝ่ายเรียกร้องแต่เธอกลับคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันเป็นการ ‘นัดเดต’ บ้าจริงเธอหายใจไม่ค่อยออกเลย ยิ่งอยู่ใกล้ร่างกายเธอยิ่งร้อนไปหมด
“ได้ เดี๋ยวฉันมารับนะ มารับที่หอพักของเธอ” ลิตาพยักหน้าให้อย่างเข้าใจ ก่อนที่บรรยากาศในโรงยิมจะเงียบลง หลงเหลือเพียงแค่เสียงเพลงรักหวาน ๆ ที่ดังอยู่ในโสตของคนทั้งคู่
“ใกล้ได้เวลาเข้าเรียนแล้วล่ะ วันนี้เธอเข้าห้องเรียนไปก่อนนะเดี๋ยวฉันตามไป” ลิตาพยักหน้าให้เป็นการตอบรับ
“ห้ามไปเถลไถลที่อื่นนะ ถ้าจับได้เธอตายแน่”
“ระ รู้แล้วน่า” ชาลีช่วยลิตาเก็บข้าวของก่อนยื่นกระเป๋าผ้าให้เธอ จากนั้นลิตาก็เดินแยกตัวออกมา ส่วนเขาก็นั่งลงที่เดิมไม่ได้เดินไปไหน เพราะว่าหัวใจของเขามันเต้นแรงมากจนเขาคิดว่าเธอจะได้ยินมันหรือเปล่า เธอจะคิดอะไรเกินเลยกับเขาบ้างหรือเปล่านะ หรือมีแค่เขาที่คิดเกินเลยกับเธอแค่คนเดียว ชาลีใช้ศอกเท้าที่โต๊ะพลางเงยหน้าขึ้นอย่างคนที่คิดหนัก เขาไม่รู้ว่าเป็นอะไรแต่ว่า เขาชอบเธอ ชอบเธอมาก ๆ
“อ่า บ้าแล้ว ลิตาจะมาชอบฉันได้ยังไง”
พึมพำกับตัวเอง แล้วเดินออกมาจากโรงยิมก่อนจะแวะเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาแล้วสูดลมหายใจเข้าเดินเข้ามาอย่างเงียบขรึมนั่งลงในที่นั่งของตัวเอง
กระทั่งถึงวันเสาร์ซึ่งเป็นวันเกิดของชาลี ลิตากำลังคิดว่าจะส่งข้อความไปอวยพรวันเกิดให้กับเขาแต่เธอก็คิดมาแล้วทั้งวันกระทั่งจะข้ามวันอยู่แล้วก็ยังไม่ส่งข้อความไปอวยพรเขาเลยแม้แต่ข้อความเดียว
“โอ๊ย แล้วจะส่งไปว่าอะไรล่ะ”
วันนี้เธอได้ประจำอยู่ที่ชั้นสองกับพวกพี่สาว ทำให้เธอค่อนข้างว่างนิดหน่อยเพราะว่าชั้นหนังสือส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายนัก
“เครียดอะไรเหรอ” โบนัสถามเพราะสงสัยก็ลิตาน่ะน่าเอ็นดูจะตายไป
“เอ่อ คือว่าวันนี้วันเกิดเพื่อนแต่ลิตาไม่รู้ว่าจะอวยพรว่าอะไรน่ะค่ะ”
“ง่ายจะตายไป” ซูกัสขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะชะโงกหน้าลงมามองลิตาอีกครั้ง
“งะ ง่ายเหรอคะ”
“ใช่”
“งะ ง่ายยังไงคะ”
“ก็รู้สึกยังไงก็พิมพ์ลงไป ไม่จำเป็นต้องสวยหรูหรอกแค่จริงใจก็พอ” ซูกัสพูดก่อนเดินเข้าไปโอบเอวบางของโบนัสพลางส่งยิ้มหวาน ๆ ให้กับแฟนสาวของตัวเอง
“อ้อ เข้าใจแล้วค่ะ”
“เอาล่ะ งั้นก็สู้ ๆ นะ” โบนัสชูสองนิ้วให้กับลิตาก่อนที่จะโอบกอดแฟนสาวของตัวเองตอบกลับไป
ติ๊ง~
[ชาลี : จนจะหมดวันแล้วเธอก็ไม่ส่งข้อความมาหาฉันเลยสักข้อความ]
ลิตาที่กำลังพยายามพิมพ์ข้อความไปหาชาลี แต่ยังพิมพ์ไม่จบเลยชาลีก็ส่งข้อความตัดพ้อมาหาเธอก่อน แหม ช่างขี้น้อยใจจริง ๆ เลยนะ
[ลิตา : สุขสันต์วันเกิดนะ ลิตาดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับนายนะ]
[ชาลี : อือ] กว่าเขาจะตอบกลับมาได้ก็ใช้เวลาไปร่วมสิบห้านาทีจนมันข้ามวันมาแล้วลิตาก็เลิกจากงานพาร์ตไทม์แล้ว เธอเดินมาจนถึงหน้าโรงเรียนก็เห็นว่ามีใครบางคนกำลังยืนพิงป้ายโรงเรียนอยู่เธอชะงักเท้าจนหยุดอยู่กับที่ สายลมเย็นของช่วงเวลากลางคืนพัดผ่านร่างบาง เสียงรถที่วิ่งอยู่บนถนนที่ผ่านไปแค่บางคัน แสงไฟสลัวจากข้างทาง และร้านรวง ทำให้สายตาของคนทั้งคู่ประสานกันโดยบังเอิญอย่างแท้จริง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวโดยไม่ทราบสาเหตุมาก่อนเธอหยุดก้าวขาโดยไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
ตึก...
ตึก...
ตึก...
เสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามา ขณะที่ขาเรียวของเธอยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ เธอไม่รู้ว่าเขามาได้ยังไง และมารอเธอนานแค่ไหน แต่ในตอนนี้หัวสมองของเธอมันว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย ในดวงตาเธอมีเงาของเขาสะท้อนออกมา และเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ในตอนที่เขาก้าวขาเข้ามายืนประจันหน้ากับเธอ
ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว ไม่มีใครรู้เลยว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ในหัวแต่บรรยากาศแบบนี้ ในตอนนี้ มันทำให้ทั้งสองคนเหมือนถูกหยุดเวลาเอาไว้
“เอ่อ มะ มาทำอะไรเหรอ ไหนบอกว่าที่บ้านจัดงานเลี้ยงไง”
“ถึงเธอจะไม่สนใจฉัน ปล่อยให้ฉันรอ ฉันก็ต้องมารับเธอไปส่งที่หออยู่ดีนั่นแหละ”
“ทะ ทำไมล่ะ” ชาลีไม่รู้ว่าจะตอบว่าอย่างไร เขาได้แต่ยืนจ้องหน้าหญิงสาวที่ทำให้เขาหงุดหงิดใจแบบนี้ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วตอบเธอ
“ก็เราเป็นเพื่อนกันนิ ฉันจะห่วงเธอมันก็ไม่แปลกไม่ใช่รึไง เห็นว่าย้ายมาจากบ้านนอกก็กลัวจะเธอจะใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพลำบากน่ะสิ” ปากหนอปากทำไมถึงพูดไปอย่างนั้นนะ ตอนที่เขาเห็นข้อความของเธอแม้จะเป็นประโยคสั้น ๆ เขาก็ดีใจ และก็เสียใจด้วยเหมือนกัน ดีใจที่เธอส่งข้อความมาอวยพร แต่ก็เสียใจที่เธอเห็นเขาเป็นแค่เพื่อน
เขาไม่ได้อยากอะไรกับเธอหรอก เขาแค่รู้สึกว่าเขาอยากเป็นเพื่อนที่พิเศษกับเธอขึ้นมาหน่อยเท่านั้นเอง ใครจะไปคิดเล่าว่าเธอเห็นเขาเป็นเพียงแค่เพื่อนธรรมดาคนหนึ่งก็เท่านั้นไม่ได้พิเศษอะไรเลย
“อ้อ อือ เราเป็นเพื่อนกันนี่เนอะ” อยู่ ๆ หัวใจของลิตาก็รู้สึกหวิว ๆ ขึ้นมาเธอเข้าใจไปว่าเขาอาจจะรู้สึกพิเศษกับเธอขึ้นมาสักหน่อย แต่แท้จริงแล้วมันก็ไม่ใช่ เขาเห็นเธอเป็นเพียงเพื่อนธรรมดาคนหนึ่งก็เท่านั้น
“ขะ ขอบใจที่มาส่งนะ นายไม่ต้องลำบากแบบนี้ก็ได้” เศร้านิดหน่อยแหะไม่เป็นไรมันก็แค่ความเข้าใจผิดของตัวเอง
“ไม่เป็นไร คนอย่างฉันอยากจะทำอะไรก็จะทำ” ชาลีเหลือบตามองลิตาเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเขาพูดแรงไปหรือเปล่า รู้สึกผิดนิดหน่อยที่พูดน้ำเสียงหนักใส่เธอแบบนั้น
ฟู่~
ช่างมันเถอะ
“เธอ ของขวัญวันเกิดฉันล่ะ” สองฝีเท้าหยุดเดินอีกครั้ง เธอไม่คิดว่าเขาจะมาทวงถึงที่
“คะ คืออยู่ที่หอน่ะ”
“มีของขวัญวันเกิดให้ฉันด้วยเหรอ”
“มีสิ ลิตาเตรียมเอาไว้แล้ว” ลิตาฉีกยิ้มให้ชาลีอย่างพยายามจะทำให้มันสดใสที่สุดเพื่อปกปิดความรู้สึกบางอย่างของตัวเองเอาไว้ ทว่าเมื่อเดินมาถึงที่หน้าหอพักมือของเธอก็ถูกเขาคว้าเอาไว้อย่างที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว ชาลีใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยที่หลังมือเธอ
“ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะ ฉันก็ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนเธอ ยัยเตี้ย”