01 - อัจฉริยะที่เป็นนักเลง

2141 Words
“ขวัญเดี๋ยวลิตาไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” “ให้ขวัญไปด้วยมั้ย” “ไม่เป็นไร เจอกันบนห้องเลยก็ได้” ครองขวัญพยักหน้าให้อย่างเข้าใจ ก่อนหันมากินอะไรต่อส่วนลิตาก็แยกตัวออกมาไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังของโรงอาหาร เธอค่อนข้างเป็นกังวลเพราะถึงแม้ว่าการได้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนไฮโซชื่อดังแห่งนี้ด้วยทุนการศึกษา แต่เธอก็คิดว่ามันน่าจะมีค่าใช้จ่ายอื่นแฝงด้วยหรือเปล่า ถึงแม้ว่าทุนการศึกษาที่เธอได้รับจะเป็นการจ่ายค่าเทอมให้ทั้งสองเทอมรวมถึงภาคฤดูร้อน และค่ากิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากโรงเรียนรวมถึงยังมีเงินซัปพอร์ตให้เป็นรายเดือน หากไม่สุรุ่ยสุร่ายก็สามารถมีเงินเก็บได้เลยที่กล่าวมาทั้งหมดนี้แลกกับเกรดการเรียนที่ไม่ต่ำกว่า 3.5 ในทุกเทอม หากเกรดตกจาก 3.5 เธอก็จะถูกริบสิทธิ์ทุนการศึกษาอันน่าเสียดายนี้ โชคดีที่เธอค่อนข้างหัวดีจึงได้เกรด 4 มาโดยตลอด ก่อนหน้าที่จะย้ายมาเธออาศัยอยู่กับป้า ป้าของเธอไม่มีลูกเลยรับเธอซึ่งแม่กับพ่อเสียไปแล้วมาเลี้ยงเองตั้งแต่เด็ก กระทั่งป้าของเธอแต่งงานใหม่ ป้ามีความกังวลมากเพราะไม่เชื่อใจสามีตัวเองป้าเลยขอให้เธอย้ายออกเพื่อความปลอดภัยของเธอ ซึ่งเธอเข้าใจป้าเป็นอย่างดี เธอเห็นข่าวออกบ่อยมากเธอเองก็ไม่อยากเสี่ยงแม้ว่าสามีของป้าจะเป็นคนที่นิสัยดีอบอุ่นมากในสายตาของเธอกับป้าก็ตาม หลังจากที่เธอย้ายออกมาเธอยังไม่มีที่พักแต่ก็โชคดีมากที่โรงเรียนมีหอสำหรับนักเรียนไว้ให้ด้วยแต่ก็ต้องจ่ายค่าห้องพักด้วยเหมือนกัน ที่หอนี้แยกระหว่างหอชายกับหอหญิง แต่ก็ไม่ได้เคร่งครัดมากเพราะเป็นตึกที่อยู่ข้างกัน และใช้ส่วนกลางร่วมกัน ครูดูแลหอมีเพียงสี่คนแยกหอชายสองคนหอหญิงสองคน ซึ่งที่หอก็จะเป็นห้องที่อยู่ได้สองคนต่อหนึ่งห้อง มีห้องน้ำในตัว และใช้ครัวส่วนกลาง และเธอคิดอยู่ว่าจะหางานพิเศษทำแถว ๆ นี้เป็นค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดฝัน และหากคำนวณดูแล้วเพียงพอก็อาจจะย้ายไปอยู่หอนอกเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนทุนคนอื่นได้ใช้ห้องพักด้วย ซึ่งหอพักต้องจองทุกเทอม หากไม่จองไว้ก็จะไม่มีที่อยู่ “เฮ้อ... เย็นนี้ลองไปร้านหนังสือดีกว่า” ร้านหนังสือที่ว่าเป็นร้านหนังสือที่เปิดเป็นคาเฟ่ เธอจะลองไปสมัครพาร์ตไทม์ที่นั่นไม่รู้ว่าพนักงานจะเต็มแล้วหรือยังเธอรู้สึกชอบบรรยากาศร้านนั้นมาก เป็นแบบที่เธอชอบเหมือนในอนิเมะเลยล่ะ ครืด~ ครืด~ ครืด~ โทรศัพท์มือถือของเธอสั่นอยู่ในกระเป๋ากระโปรงนักเรียน ลิตารีบล้างมือแล้วเช็ดจนแห้งหลังจากที่เธอเพิ่งจัดการกับธุระส่วนตัวของตัวเองเรียบร้อยแล้ว เมื่อเห็นชื่อที่โทรเข้ามาหญิงสาวก็กดยิ้มดีใจ ‘ป้า’ “จ๋าป้า” เธอส่งเสียงสดใสต้อนรับปลายสายที่โทรเข้ามาตอนแรกเธอยอมรับว่าถึงเธอจะเข้าใจที่ต้องออกมาจากบ้านของป้าแต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ที่ป้าเลือกสามีคนใหม่มากกว่าเธอที่เป็นหลาน แต่พอมาคิดดูว่าสักวันที่เธอโตกว่านี้เธอก็อาจจะต้องออกมาจากบ้านของป้าเมื่อถึงเวลานั้นป้าก็ต้องอยู่คนเดียว ทำให้วันนี้เธอเข้าใจป้าอย่างที่สุดเพราะถึงเธอจะออกมาจากบ้านในวัยเพียงแค่นี้แต่ป้าก็ไม่เหงา และไม่ได้ทอดทิ้งเธอไปเสียทีเดียว (ลิตา ไปเรียนวันแรกเป็นยังไงบ้าง) ป้าของเธอพูดไม่เพราะ น้ำเสียงแข็งกระด้าง หากใครคนอื่นได้ยินอาจคิดว่าป้าพูดจากดเธอก็ได้ แต่ว่าสำหรับเธอแล้วนี่คือความเป็นห่วงที่ป้ามีให้ ป้าของเธอเข้าสังคมไม่เก่ง และมีอาการเกร็งทุกครั้งที่ต้องเจอกับสายตาของใครหลายคนที่มองมาจนบางทีท่านเกร็งจนเครียด และอาเจียนออกมา เธอเคยพาป้าไปหาหมอ และหมอได้บอกว่าป้ามีอาการของโรค PTSD เธอเคยสงสัยว่าอะไรทำให้ป้ามีการเครียดแบบนี้ แต่ต่อมาเธอได้รับรู้เมื่อตัดสินใจถามป้า ป้าก็ยอมเล่าให้ฟังแต่โดยดีว่าท่านมักถูกสายตาของใครหลายคนจ้องมองด้วยความดูถูกเหยียดหยาม และถูกแกล้งอยู่เสมอจนท่านรู้สึกเครียด และไม่กล้าออกจากบ้านป้าหางานทำไม่ได้เพราะเข้าสังคมไม่เก่ง กระทั่งมีอาชีพเป็นนักเขียนนิยายก็ถูกคนรอบข้างดูถูก ป้าจึงเก็บตัวเงียบไม่ยอมไปพบเจอใคร กระทั่งผลงานของท่านที่พยายามมาอย่างหนักเกิดโด่งดังขึ้นมาทำให้สำนักพิมพ์ และร้านหนังสือชื่อดังมากมายพยายามติดต่อหาท่าน กระทั่งป้าตัดสินใจร่วมงานกับสำนักพิมพ์หนึ่งเข้า และมีโอกาสได้รู้จักกับลุงซึ่งเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์นั้น และแต่งงานกันในเวลาต่อมา “ดีค่ะ ลิตามีเพื่อนคนแรกแล้วด้วยนะคะ” เธอตอบกลับป้าไปด้วยน้ำเสียงสดใส (มีเพื่อนแล้วเหรอ มีเงินพอใช้มั้ย) แม้น้ำเสียงของปลายสายจะแข็งกระด้างไปบ้าง แต่ก็รับรู้ด้วยความอบอุ่นทั้งหมดของหัวใจว่าป้าที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็กเป็นห่วงเธอมากกว่าใคร ป้าไม่เคยลงไม้ลงมือกับเธอ และไม่เคยด่าทอเธอให้เจ็บช้ำน้ำใจ ท่านออกจะเหมือนคนที่แสดงออกไม่เก่งมากกว่าเสียอีก “มีเงินพอใช้ค่ะ มีเพื่อนหนึ่งคนแล้วชื่อครองขวัญ ลิตาคิดว่าหากอะไรเข้าที่เข้าทางแล้วจะลองไปสมัครทำพาร์ตไทม์แถวโรงเรียนด้วยค่ะ” (...ลิตา โกรธป้ามั้ย) ป้าเงียบไปเหมือนชั่งใจก่อนถามว่าเธอโกรธท่านหรือเปล่าที่ให้เธอออกจากบ้านมา ปกติแล้ววัยอย่างเธอที่เพิ่งขึ้นแค่มอสี่ต้องอยู่กับผู้ปกครองไม่ใช่อาศัยอยู่คนเดียว “ไม่ค่ะ ลิตาไม่โกรธ” จะเอาอะไรไปโกรธผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูมาล่ะ ท่านไม่เคยให้เธออดข้าวเลยสักมื้อ แถมยังซื้อขนม ผลไม้ มาให้เธอกินอย่างบ้าคลั่งทั้ง ๆ ที่ท่านไม่ชอบออกจากบ้านด้วยซ้ำไป (ป้าขอโทษนะ ป้าจำเป็น) อาจเพราะท่านไว้ใจคนยากกระทั่งสามีของตน ท่านยังไว้ใจยากเลย จะว่าไปลุงก็เก่งเหมือนกันที่ชนะใจป้าได้จนได้แต่งงานกัน แต่ว่าทางลุงก็มีปัญหากับทางบ้านเพราะที่บ้านไม่ยอมรับป้า ลุงเลยออกมาอยู่กับป้า แทนที่จะพาป้าเข้าบ้าน ซึ่งตอนแรกท่านจะซื้อคอนโดใหม่แล้วชวนป้าไปอยู่ด้วยแต่ป้าก็ติดบ้านเกินกว่าจะทิ้งไปได้ ทุกอย่างเลยกลายเป็นอย่างนี้ “ไม่เป็นอะไรเลยค่ะ ป้ารู้มั้ยคะว่าทำไม แค่วันนี้วันเดียวป้าก็โทรหาลิตาตั้งสองครั้งแล้วนะคะ” มันหมายความว่าท่านเป็นห่วงเธอมากจริง ๆ (ถ้ามีใครมารังแก ลิตาต้องบอกป้าทันทีนะ) “แน่นอนค่ะ ป้าของลิตาเก่งจะตายไป คนที่รังแกลิตาต้องวิ่งหนีกระเจิงแน่นอนค่ะ” เธอพูดไปยิ้มไปอดนึกถึงตอนเด็กไม่ได้ มือที่เคยไขว่คว้าแต่ความว่างเปล่ากลับได้จับแสงสว่างเพราะผู้หญิงคนนี้ (ทักมาคุยกับป้าบ้าง จะได้ไม่ต้องโทร) “เข้าใจแล้วค่ะ” เธอตอบพลางคิดว่าต่อให้ทักไปกว่าป้าจะตอบก็สองสามวันนั่นแหละ ท่านจับโทรศัพท์ที่ไหนล่ะ แค่ตอนนี้ที่ท่านโทรมาหา เธอก็รู้สึกดีมากเลยล่ะ หลังจากที่คุยกับป้าจบไปแล้วลิตาก็เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากระโปรงอย่างอารมณ์ดี เธอเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วมองไปทางโรงอาหารเพื่อดูว่าครองขวัญยังอยู่หรือขึ้นห้องไปแล้วซึ่งเมื่อมองไปแล้วก็ไม่เจอกับครองขวัญเธอเลยจะเดินกลับขึ้นไปที่ห้องเรียน เธอเดินดูบรรยากาศในโรงเรียนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะได้มาเรียนที่โรงเรียนไฮโซแบบนี้ ขณะที่กำลังจะเดินไปที่ลิฟต์ซึ่งอยู่ใต้อาคารก็เจอกับรูปของเพื่อนชายร่วมห้องที่ติดอยู่ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ และบอร์ดเกียรติคุณยกยอนักเรียนที่เรียนเก่ง สายตาของเธอก็เห็นว่ารูปเหล่านั้นเป็นรูปของนักเรียนที่เก่งทางด้านวิชาการ และกิจกรรมต่าง ๆ กันไป แต่จะมีอยู่สี่คนที่ได้ติดรูปอยู่ในทุกบอร์ดบ่งบอกถึงความเป็นอัจฉริยะของชั้นปี เห็นว่าที่ลิฟต์คนเยอะ ลิตาก็ยืนรอ และอ่านสิ่งต่าง ๆ ที่ติดอยู่ที่บอร์ด เธออ่านชื่อของอัจฉริยะเหล่านั้นเบา ๆ ราวกับกำลังพึมพำอยู่ในลำคอ “ชาลี วินเนอร์ ไลก้า วาโย โหนี่มันเพื่อร่วมห้องเราทุกคนเลยนี่นา” อดภูมิใจไม่ได้เลย ทุกคนหน้าตาดี และเรียนเก่งขนาดนี้ได้ยังไง ในชีวิตนี้มันไม่มีคนที่เพอร์เฟกต์ร้อยเปอร์เซ็นต์เสียหน่อย แต่นี่มันเกินไปแล้ว ในตอนที่กำลังยืนดูรูปที่บอร์ดอย่างพยายามใช้ความคิดเธอก็จำได้ว่าครองขวัญเลยบอกว่าพวกเขาต่างก็เป็นนักเลงที่คุมชั้นมอสี่เอาไว้ “เป็นอัจฉริยะที่เป็นนักเลงงั้นเหรอ?” “แล้วมีปัญหาอะไรไม่ทราบ อยากโดนนักเลงสอยร่วงไหมล่ะ” เฮือก! น้ำเสียงติดไม่พอใจดังขึ้นจากทางด้านหลัง ลิตาสะดุ้งตกใจในครั้งแรกก่อนจะหันไปมองทางด้านหลังอย่างช้า ๆ เมื่อเห็นใบหน้าของใครบางคนที่สูงกว่าเธอจนมองเห็นได้แค่ลำคอเขา เธอก็ต้องเงยหน้ามองอีกนิดเพื่อให้เห็นชัด ๆ แม้ใจจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร แต่เมื่อเห็นหน้าอย่างชัด ๆ สิ่งที่เธอคิดเอาไว้มันก็ยืนยันได้ในที่สุด ไม่มีใครเพอร์เฟกต์ร้อยเปอร์เซ็นต์จริง ๆ ด้วย ก็เพราะอีตานี่มันเป็นนักเลงไงล่ะ “ทำไม? อยากเจอนักเลงจริง ๆ ไหมล่ะ” ลิตาเผลอใช้สายตาไล่มองไปทั่วตัวของชายคนนี้ เขาตัวสูง หุ่นกำยำเกินกว่าจะเป็นเด็กมอสี่ แต่ที่หลังมือกลับมีเลือดติดอยู่ และที่เสื้อสีขาวก็เหมือนจะมีรอยแดง ๆ กระจายอยู่แถวชายเสื้อ ไปต่อยใครมาเนี่ย? “ขะ ขอโทษค่ะ” ลิตาเผลอเอ่ยขอโทษออกมาโดยไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไร เธอรู้แต่ว่าเธอต้องเอาตัวรอด ไม่อย่างนั้นเลือดที่อยู่หลังมือของชายคนนี้อาจจะเป็นเลือดเธอแน่นอน “ขอโทษ? ทำไม? ทำอะไรผิด? ทำไมต้องขอโทษ?” ท่าทางคุกคามของชายหนุ่มทำให้เธออดตัวสั่นเพราะหวาดกลัวไม่ได้ เธอเบิกตากว้างโดยที่ไม่รู้ว่าจะหันไปทางไหน แม้ตรงนี้คนจะเยอะแต่เมื่อมองดูรอบ ๆ แล้วกลับไม่เห็นใครสักคนที่จะสามารถก้าวขามาช่วยเธอได้เลย ไม่สิ พวกเขาไม่อยากยุ่งกับเธอเสียมากกว่า “มีพาวเวอร์แบงก์มั้ย” เธอล้วงมือลงไปในกระเป๋าผ้าที่สะพายมาด้วยแล้วยื่นให้เขาโดยอัตโนมัติ และเขาก็รับมันไปโดยที่สายตาไม่ละไปจากใบหน้าของเธอเลย ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย... ติ๊ง~ รอดแล้ว! ขณะที่กำลังตั้งใจภาวนาในใจเพื่อขอให้รอดพ้นไปจากสถานการณ์ที่แสนน่ากลัวนี้ คำอธิษฐานที่ยังไม่เสร็จดีของเธอก็เป็นผลเพราะเมื่อได้ยินเสียงลิฟต์ดังขึ้น เธอก็รีบหมุนตัวแล้วออกมาจากชายหนุ่มที่ดูน่ากลัวตรงหน้าทันที ขณะที่ชายหนุ่มคนนั้นก็มองตามเธอกระทั่งประตูลิฟต์ปิดลง แม่ง! หัวใจเกือบวาย เธอน่ารักเกินไปแล้ว “ไอ้ชาลี ไปสอยใครมาวะ?” วาโยถาม เขาเดินเข้ามาพร้อมกับไลก้า และวินเนอร์ “พี่มอห้า”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD