ตอนที่ 1 แรกพบก็ไม่ถูกชะตาซะแล้ว

2457 Words
มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งเต็มไปด้วยนักศึกษามากหน้าหลายตาที่เดินสวนกันไปมาบ้างก็นั่งคุยบ้างก็นั่งเล่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือใบเฟิร์น หรือ พิศลดา อัครมณี สาวน้อยแสนสวยจากจังหวัดสุพรรณบุรีที่เข้ามาเป็นเฟรชชี่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ด้วยหน้าตาสะสวยผิวพรรณที่ขาวนวลเนียนรูปร่างอรชรทำให้พวกผู้หญิงทั้งรุ่นพี่ และรุ่นเดียวกันต่างอิจฉาสาวน้อยบ้านนาคนนี้ พิศลดาศึกษาอยู่คณะบริหารธุรกิจและวันนี้เธอและเพื่อนๆ ก็จะต้องเข้าฟังการบรรยายแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านธุรกิจกับนักธุรกิจชื่อดังของประเทศ “เฟิร์นแกรู้ไหมว่าวันนี้พวกเราจะได้เจอคุณมาร์ตินด้วย ฉันเนี่ยอยากจะเจอตัวเป็นๆ มานานมากละ วันนี้ฝันฉันเป็นจริงแล้วอะ” ลิลลี่สาวหมวยเพื่อนของพิศลดาพูดขึ้นขณะที่ทั้งคู่นั่งอยู่ภายในร้านกาแฟของมหาวิทยาลัย “เขาคือใครอ่ะฉันไม่รู้จัก” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นเธอไม่รู้จักจริงๆ เลยไม่รู้ว่าจะดีใจกับเพื่อนยังไง “นี่เธอไปอยู่ที่ไหนมายะถึงไม่รู้จักนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่ออย่างคุณมาร์ติน แต่ไม่เป็นไรฉันจะบอกให้ เขาเป็นนักธุรกิจ เจ้าของบริษัทบัตเตอร์เบียร์ และก็เจ้าของคลับดังๆ แล้วก็ธุรกิจอื่นๆ อีกหลายอย่าง รวยมากเลยแหละ และที่สำคัญยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนเลยมีแต่คู่ควงที่เขาควงไม่ซ้ำหน้า” “เหอะ! เจ้าชู้ทำไมคนรวยๆ ถึงชอบใช้ผู้หญิงเปลืองนักนะ” โปรไฟล์ดีทุกอย่างแต่เจ้าชู้อย่างนี้เธอไม่ปลื้มหรอกเพราะเธอเกลียดคนเจ้าชู้ที่สุด “นั่นน่ะสิ นี่ไงหนังสือเล่มนี้มีคุณมาร์ติน” ลิลลี่หยิบนิตยสารฉบับหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะที่พวกเธอนั่งยื่นให้กับพิศลดา หญิงสาวรับมาเปิดดูคร่าวๆ เธอยอมรับว่าเขาหล่อหล่อมากตามแบบฉบับลูกครึ่งไม่แปลกที่สาวๆ จะตามกรี๊ดเขาแต่ยกเว้นเธอไว้คนหนึ่งละกัน “แกๆ นั่นๆ เห็นไหมคนที่หล่อๆ นะที่ลงมาจากรถคันนั้นนะนั่นนะคุณมาร์ตินตัวจริงหล๊อหล่อเนอะ” ลิลลี่ที่มองออกไปนอกร้านมองเห็นมาร์ตินพอดีเลยรีบชี้ให้พิศลดาดูด้วยความตื่นเต้น พิศลดามองไปทางที่ลิลลี่ชี้ให้ดูก็เห็นผู้ชายใส่สูทมาดเนี้ยบหน้าตาหล่อเหลาไม่ต่างจากนิตยสารที่เธอดูเลยรูปร่างสูงใหญ่กำลังยืนคุยอะไรบางอย่างกับผู้ชายอีกสองคนที่ดูท่าทางจะเป็นลูกน้องก่อนที่สายตาของเธอจะปะทะเข้ากับสายตาคมดุที่มองมาตรงมายังเธอ มาร์ติน บัตเตอร์ นักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อ รูปร่างสูงใหญ่ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มดูดุดันรับกับคิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบ ผิวขาว กำลังเดินตรงมายังร้านกาแฟที่มีนักศึกษานั่งกันอยู่บางตาด้วยท่าทางน่าเกรงขาม สายตาคู่คมจับจ้องอยู่ที่โต๊ะของนักศึกษาสาวที่เขาเผลอสบตาด้วย เมื่อสั่งกาแฟเสร็จเขาก็เดินมาหาที่นั่งและเลือกที่จะนั่งใกล้ๆ กับโต๊ะของคนที่เขาลอบมองอยู่อย่างสนใจ ใบหน้าเรียวสวย ดวงตากลมโตที่แลดูสดใสรับกับคิ้วเรียวสวย ริมฝีปากอวบอิ่มน่าสัมผัส ผิวขาวอมชมพู รูปร่างอรชรในชุดนักศึกษามันชวนมองจนเขาไม่อยากจะลสายตามองไปที่อื่นแล้วสายตาเจ้ากรรมก็มาหยุดอยู่ที่อกอิ่มที่ดุนดันอยู่ภายใต้เสื้อนักศึกษาสีขาวสะอาดและเรียวขาขาวขาวนวลเนียนที่โผล่พ้นออกมานอกกระโปรงนักศึกษาสีดำมันทำให้เขาขัดใจอยู่ไม่น้อยที่สาวเจ้าใส่กระโปรงสั้นเกินไป “ใบเฟิร์นคุณมาร์ตินมานั่งใกล้พวกเราด้วยอะ” ลิลลี่กระซิบเสียงเบาด้วยท่าทางตื่นเต้น “เธอจะตื่นเต้นอะไรเนี่ยลิลลี่” พิศลดาปรามเพื่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนเธอออกอาการซะโอเวอร์แล้วมองไปยังโต๊ะที่มาร์ตินนั่งอยู่และก็เห็นว่าเขากำลังจ้องมองเธออยู่ “ก็ตื่นเต้นที่ได้เจอคุณมาร์ตินตัวเป็นๆ ไงละ” ลิลลี่ตอบเพื่อนและยิ้มให้มาร์ตินเมื่อเห็นเขามองมา “ได้เจอแล้วยังไงล่ะ” พิศลดาพูดเสียงไม่เบานักเพราะเริ่มจะไม่พอใจสายตาของเขาที่ใช้มองเธออย่างจาบจ้วงพิศลดาเลยพูดแบบไม่มีเสียงไปให้เขา “ไม่มีมารยาท” แล้วก็แลบลิ้นไปให้เขา “หึ” มาร์ตินอมยิ้มให้กับความแก่นเซี้ยวของเธอยิ่งเห็นลิ้นน้อยๆ แบบนั้นอยากจะจับมาจูบแลกลิ้นซะให้เข็ด แต่เขาก็ต้องตกใจกับความคิดของตัวเอง ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยจูบกับใครเลย ถึงแม้ว่าภายนอกคนจะมองว่าเขาเป็นพวกใช้ผู้หญิงเปลืองแต่เมื่อเขาทำกิจกรรมบนเตียงเพื่อปลดปล่อยตามความต้องการของผู้ชาย เขาก็ไม่เคยจูบหรือให้ใครจูบเลย เพราะเขาจะเก็บไว้ให้กับคนที่เขารักจริงๆ เท่านั้น แต่กับสาวน้อยคนนี้เขามีความคิดแบบนี้ได้ยังไงทั้งๆ ที่เพิ่งจะเคยเจอกันครั้งแรก และไม่ได้รู้จักกันเลยสักนิด “เฟิร์นฉันว่าฉันไปขอถ่ายรูปกับคุณมาร์ตินดีกว่าไหนๆ ก็ได้เจอตัวแล้ว” ลิลลี่พูดจบก็ลุกขึ้นเดินไปหามาร์ตินทันที ลิลลี่เข้าไปคุยกับมาร์ตินก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะ “อ้าวทำไมไม่ถ่ายละเขาไม่ถ่ายด้วยเหรอ” พิศลดาถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนเดินกลับมาทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ถ่ายรูปเลย “เปล่าแต่คุณมาร์ตินบอกว่าให้แกช่วยถ่ายให้จะดีกว่า เพราะเขาไม่อยากจะเซลฟี่ นะแกไปถ่ายให้หน่อยนะๆ” ลิลลี่ดึงแขนเพื่อนให้ลุกไปถ่ายรูปให้ “เรื่องมากจริงเชียว” พิศลดาบ่นใบหน้าสวยงอง้ำแต่ก็ยอมเดินมาถ่ายให้เพื่อนแต่โดยดี “ถ่ายได้เลยครับ” มาร์ตินนั่งอมยิ้มน้อยๆ ที่เขายิ้มไม่ใช่ยิ้มให้กล้องแต่ยิ้มให้ช่างภาพจำเป็นต่างหาก “เสร็จแล้วฉันกลับไปนั่งรอที่โต๊ะนะ” พิศลดาส่งโทรศัพท์คืนให้เพื่อนแล้วหมุนตัวจะเดินกลับไปนั่งแต่ก็ถูกเรียกไว้ก่อน “เดี๋ยวก่อนสิเธอไม่ถ่ายรูปกับฉันเหรอ” มาร์ตินถามยิ้มๆ เห็นแก้มป่องแล้วอยากจะจับมาหอมแก้มนัก “ไม่ค่ะคุณไม่ใช่ดาราสักหน่อย” พิศลดาปฏิเสธทันควันทำไมเธอต้องอยากถ่ายรูปกับเขาด้วย “ถ้าเป็นดาราเธอถึงจะถ่ายรูปด้วยใช่ไหม” มาร์ตินถามเสียงห้วนไอดาราเจ้าบทบาทพวกนั้นจะมาสู้คนอย่างเขาได้ยังไง “เปล่าแค่เปรียบเทียบเฉยๆแล้วทำไมคุณต้องไม่พอใจฉันด้วย” พิศลดาถามเสียงสะบัดอย่างไม่พอใจที่คนตรงหน้ารวนใส่เธอโดยไม่ทราบสาเหตุ “เอ่อฉันว่าเราไปกันเถอะขอตัวก่อนนะคะคุณมาร์ติน” ลิลลี่เอ่ยขอตัวจากมาร์ติน “เดี๋ยวก่อนเธอชื่ออะไรสาวน้อย” มาร์ตินชี้มาที่พิศลดาแต่เธอไม่ตอบเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ “เอ่อเพื่อนหนูชื่อพิศลดาค่ะชื่อเล่นว่าใบเฟิร์น” ลิลลี่เป็นฝ่ายตอบแทนเพื่อนก่อนจะเดินตามพิศลาไป “ใบเฟิร์นงั้นเหรอชื่อน่ารักสมกับตัวเลย” มาร์ตินพึมพำเบาๆ “คุณมาร์ตินมานานรึยังคะเนี่ย ถ้าอรรู้ว่าคุณมาแล้วจะรีบมาหาเลยค่ะ ถ้าไม่ออกมาหากาแฟดื่มก็คงไม่รู้ว่าคุณถึงแล้ว” สาวสวยในชุดเดรสสีแดงสดกับรองเท้าส้นสูงสีเดียวกันเดินเข้ามาหามาร์ตินแล้วทรุดกายเย้ายวนลงข้างๆ ชายหนุ่ม มือขาวจับที่ท่อนแขนแกร่ง หน้าอกหน้าใจถูไถไปที่แขนเขาอย่างยั่วยวน “ผมเพิ่งมาถึงนะครับ” มาร์ตินตอบเสียงเรียบไม่สนใจการยั่วยวนของอาจารย์สาวที่เขาเคยมีสัมพันธ์ด้วย “ค่ะ” อรนุชอาจารย์สาวคนสวยของมหาวิทยาลัยแสดงท่าทางสนิทสนมกับมาร์ตินอย่างออกนอกหน้าจนพิศลดากับลิลลี่ต้องเบ้ปาก “อาจารย์อรนุชแทบจะสิงคุณมาร์ตินแล้วนะนั่นเป็นถึงอาจารย์แต่ดันทำตัวไม่เหมาะสมซะเอง” ลิลลี่กระซิบกับพิศลดาอย่างไม่ชอบใจ “ฉันว่าก็พอกันทั้งคู่แหละ” พิศลดาพูดเสียงไม่เบานักแต่ก็ไม่ได้เอ่ยชื่อใครออกมาแค่พูดลอยๆ แต่มาร์ตินที่ได้ยินและรู้ดีว่าสาวน้อยนั้นหมายถึงเขาอย่างแน่นอน มีแต่อรนุชเท่านั้นที่ไม่ได้สนใจอะไร และไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรทั้งสิ้น “ผมว่าคุณนั่งดีๆ ดีกว่านะคุณเป็นถึงอาจารย์มานั่งกอดแขนเบียดผมแบบนี้มันไม่เหมาะเท่าไหร่” มาร์ตินจับมือของอรนุชออกจากท่อนแขนของเขา ถึงแม้ว่าเขากับอรนุชจะเคยมีสัมพันธ์กันแต่มันก็แค่เขาต้องการปลดปล่อยอารมณ์ของบุรุษเพศไม่ใช่ความเสน่หาหรือรักใคร่ใดๆ ทั้งสิ้น และที่สำคัญเขาไม่อยากจะให้สาวน้อยที่ของเขามองเขาในทางที่ไม่ดีมากไปกว่านี้ เพราะดูท่าทางแล้วคงจะไม่ชอบหน้าเขาเอามากๆ เลย “คุณนี่น่ารักจังเลยค่ะ ห่วงภาพลักษณ์ของอรด้วย” อรนุชที่เข้าใจผิดคิดไปอีกทางนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อคิดว่ามาร์ตินเป็นห่วงภาพพจน์ความเป็นอาจารย์ของเธอ จึงโน้มหน้าเข้าไปหวังจะหอมแก้มเขา แต่ชายหนุ่มเบี่ยงใบหน้าหลบ “ผมไม่ได้ห่วงคุณกรุณาอย่าเข้าใจผิด และที่สำคัญผมไม่ชอบให้ใครมาจูบมาหอมคุณก็น่าจะรู้ดี อย่ามาสำคัญตัวเอง ระหว่างเรามันก็เป็นแค่เพียงข้อตกลงไม่มีอย่างอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง” มาร์ตินพูดเสียงเรียบ เขาไม่จำเป็นที่จะต้องไว้หน้าใครแล้วไม่สนใจด้วยว่าอรนุชจะรู้สึกยังไง อรนุชที่ได้ยินดังนั้นก็นั่งเงียบไม่กล้าจะเอ่ยอะไรออกมา เพราะเสียงที่เขาพูดกับเธอไม่ได้เบาเลยทำให้ตอนนี้เธออายมาก ปากบางเม้มเข้าหากันแน่น เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นแล้วมองมายังอาจารย์สาวกับนักธุรกิจหนุ่ม คนที่โดนหนักสุดก็คงจะเป็นอรนุชที่ทำตัวไม่เหมาะสมแถมยังโดนฝ่ายชายพูดแบบไม่ไว้หน้าอีก ท่าทางเชิดๆ หยิ่งๆ จึงไม่หลงเหลืออยู่เลย “ไปกันเถอะลิลลี่” พิศลดาลุกขึ้นยืนเดินนำลิลลี่ออกไปจากร้าน โดยมีสายตาของมาร์ตินคอยจับจ้องอยู่แล้วรีบลุกตามออกไปโดยไม่สนใจอรนุชอีกเลย “ยัยอาจารย์นั่นจากที่เชิดๆ หยิ่งๆ ตอนนี้หมดสภาพเลยเนอะ” ลิลลี่พูดขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่กำลังเดินไปยังหอประชุม “นี่ละผู้ชาย พอเบื่อแล้วก็เขี่ยทิ้ง แต่บางทีอาจารย์อรนุชก็ทำตัวเองรู้ทั้งรู้ว่าเป็นได้แค่ของเล่นก็ยังจะไปเล่นกับเขาอีก” “เรื่องนั้นช่างมันเถอะตอนนั่งอยู่ในร้านฉันเห็นคุณมาร์ตินมองแกบ่อยมากนะแล้วที่สำคัญตอนที่เขาให้ฉันเรียกแกไปถ่ายรูปให้เขาก็เอาแต่จ้องแกไม่วางตาเลยฉันว่าเขาต้องชอบแกแน่ๆ เลยความสวยของแกคงเข้าตาคุณมาร์ตินเข้าแล้วล่ะ” “จะบ้าเหรออย่างฉันเนี่ยนะ ไม่มีทางหรอกย่ะ แล้วอีกอย่างแกบอกว่าเขาเปลี่ยนผู้หญิงบ่อยขนาดนี้ก็คงมองฉันเหมือนผู้หญิงที่เขาเคยควงด้วยนั่นแหละ แต่เผอิญฉันไม่ได้เหมือนสาวๆ ของเขา ฉันไม่ชอบคนเจ้าชู้แกก็รู้ ถ้าฉันจะรักใครสักคน คนนั้นต้องรักฉันจริง และที่สำคัญนั่นรุ่นพ่อเลยนะ” “เวอร์แก 18 เขา 30 แค่ห่างกัน 12 ปี เองฮ่าๆ” ลิลลี่พูดอย่างขำๆ ไม่ได้คิดจริงจังอะไร ก็จริงอย่างที่เพื่อนเธอพูด ถ้าเราจะรักใครสักคน คนนั้นจะต้องรักเราจริงๆ “ว่าฉันแก่ขนาดเป็นพ่อเธอเลยเหรอสาวน้อย ถ้าจะเป็นพ่อก็ต้องเป็นพ่อทูนหัวของเธอเท่านั้นและฉันก็ยังไม่มีใครนะ” มาร์ตินพึมพำออกมาเบาๆ แล้วเดินตามหลังสองสาวไปเงียบๆ “อร๊าย! คุณมาร์ตินหล่อมากๆ เลยแกว่าไหมลิลลี่ เฟิร์น” ชมพู่สาวโคราชที่เพิ่งจะมาถึงมหาวิทยาลัยเอ่ยขึ้น “เบาๆ หน่อยก็ได้มั้งชมพู่ฉันว่าฉันหนักแล้วนะแกนี่หนักกว่าฉันเยอะเลย” ลิลลี่กระแทกไหล่ชมพู่เบาๆ ชมพู่เป็นเพื่อนอีกคนหนึ่งของเธอและพิศลดา “ฉันนี่นะเยอะ แกลองดูพวกรุ่นพี่แล้วก็พวกรุ่นเดียวกับเราสิ สะดีดสะดิ้งกว่าฉันซะอีก” ชมพู่พยักเพยิดไปยังพวกรุ่นพี่แล้วก็พวกรุ่นเดียวกันที่นั่งยืดคอบ้างก็หยิบเครื่องสำอางค์ขึ้นมาเติมหน้า “เออว่ะ” ลิลลี่พยักหน้าเห็นด้วย เสียงอื้ออึงเงียบลงเมื่อมาร์ตินเดินเข้ามา สายตาเขากวาดมองไปจนทั่วห้องแล้วหยุดมองที่สาวน้อยของเขาที่กำลังมองมาทางเขาพอดี ปากหยักยกขึ้นน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยแนะนตัวอย่างเป็นทางการ แต่ก็ต้องสะดุดลงเมื่อสายตาคู่คมเห็นว่ามีผู้ชายหน้าอ่อนมานั่งข้างสาวน้อยของเขา และพูดคุยกันจนทำให้เขาเกิดอาการไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ในเมื่อเขา และเธอไม่ได้เป็นอะไรกัน คุยกันสักคำก็ยังไม่เคย “คุณมาร์ตินเขาเป็นอะไรทำไมหน้าตาบึ้งตึงขนาดนั้นเหมือนไม่พอใจอะไรเลย” ชายหนุ่มที่นั่งข้างพิศลดาเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยแล้วยังสายตาแปลกๆ ที่มาร์ตินส่งมาให้เขาอีกทำเหมือนโกรธอะไรเขางั้นแหละ พิศลดาลอบมองมาร์ตินตามที่เพื่อนร่วมคณะเธอพูดขึ้น อยู่ๆ ทำไมอีตานั่นถึงทำท่าเหมือนอยากจะฆ่าใครขนาดนั้นด้วย น้ำเสียงที่ใช้พูดก็ห้วนสิ้นดีแถมมองมาทางเธอตาขวางๆ อีก ท่าจะบ้าเธอไม่ได้ทำอะไรให้สักหน่อย หลังจากที่มาร์ตินบรรยายเสร็จพิศลดาก็ออกไปจากห้องทันทีไม่ได้รุมล้อมเขาเหมือนกับคนอื่น กว่าชายหนุ่มจะแยกตัวออกจากวงล้อมได้ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร และก็ต้องหัวเสียเมื่อมองหาสาวน้อยของเขาไม่เจอเลยสบถคำหยาบคายออกมา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD