บทที่ 7
และวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่หลานซูหนี่ว์ได้พาน้องชายไปพบเป่าหนิงเฟิ่งที่จวน เพราะนางมีเรื่องที่จะต้องพูดคุยกับเขา ตอนนี้ท่านย่าก็เอ็นดูและเชื่อใจนางเป็นอย่างมาก คอยสอนเรื่องการดูแลจวนให้ เพราะอีกไม่นานนางก็ต้องออกเรือน ตอนนี้การดูแลเรื่องบัญชีของจวนจึงอยู่ในการดูแลของนาง สร้างความไม่พอใจให้หลาย ๆ คน
“เจ้าเก่งไม่น้อยที่สามารถทำให้เรื่องการดูแลบัญชีตกมาอยู่ในมือของเจ้าได้” หนิงเฟิ่งเอ่ยชมออกมาอย่างจริงใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าสหายจะสามารถดึงเรื่องการดูแลจวนมาอยู่ในมือของตนเองได้ ปานนี้แม่เลี้ยงของนางจะไม่กระอักเลือดไปแล้วหรือ
“เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น” นางเทียวไปเทียวมาที่เรือนของท่านย่า หาใช่เพียงเพื่อต้องการความเอ็นดูไม่ ของบางอย่างหากอดทนไม่มากพอ ก็ยากที่จะได้มา แต่ดีหน่อยที่นางทำตัวดีมาตลอด ท่านย่าจึงไว้ใจง่าย ๆ
“แผนการต่อจากนี้ของเจ้าก็คือ...”
“กำจัดสองแม่ลูกนั่น” นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาเป็นอุปสรรคของน้องชายนางอย่างแน่นอน ตอนนี้เขายังเด็กมากนัก ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องเผชิญเรื่องร้าย ๆ ด้วยตนเอง
“หากมีอันใดให้ข้าช่วยก็บอกแล้วกัน” หนิงเฟิ่งมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้วยสายตาอ่อนโยน ตอนนี้เขาก็คงทำได้เพียงยื่นมือไปช่วยนางในฐานะสหายเท่านั้น แม้ในใจอยากจะเป็นมากกว่านั้นก็เถิด
“ข้าคงต้องรบกวนเจ้าอีกมาก” ตอนนี้นางอยากได้สาวใช้ที่เก่งเรื่องการต่อสู้มาไว้ข้างกายอีกคน แต่นางยังไม่แน่ใจว่าจะไปขอกับผู้ใดดี จะเป็นท่านตาหรือว่าสหายผู้นี้ดี
เขายิ้มออกมาน้อย ๆ ไม่กล้าเผยความในใจ เพราะไม่รู้ว่านางนั้นคิดอย่างไร หากเขาเอ่ยออกไป แล้วนางไม่ได้คิดเช่นเดียวกับเขา เขากลัวว่าจะเสียนางไป ไม่อาจหวนกลับมาเป็นเช่นเดิมได้
หลานซูหนี่ว์กลับจวนด้วยท่าทางครุ่นคิด ว่าจะจัดการอย่างไรกับสองแม่ลูกนั้นดี ตอนนี้อำนาจในจวนแทบจะตกมาอยู่ในมือของนางเกือบทั้งหมดแล้ว แต่ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้น นางต้องทำอันใดสักอย่างเพื่อที่จะยึดอำนาจการดูแลจวนมาอยู่ในมือของนาง จนกว่าน้องชายของนางสามารถดูแลมันได้ด้วยตนเอง
เมื่อมาถึงจวนก็ตรงไปที่เรือนของผู้เป็นย่าทันที เพราะตอนนี้นางพอจะคิดอะไรดี ๆ ออกแล้ว ค่อย ๆ กำจัดทั้งสองอย่างช้า ๆ แบบไม่ทันให้ตั้งตัว
“คารวะท่านย่า”
“มีอันใดหรือ” มู่อิงฮวาเอ่ยถามหลานสาวด้วยท่าทีราบเรียบ
“คือหลานอยากได้บัญชีทั้งหมดของจวนเจ้าค่ะ อยากจะตรวจสอบเสียหน่อย” บัญชีทั้งหมดของจวนมีฮูหยินใหญ่ของจวนเป็นคนดูแล หากนางอยากจะได้มาครอบครองก็ต้องพึ่งพาท่านย่าผู้นี้
“มีอันใดหรือไม่” อิงฮวาถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“ไม่มีอันใด หลานอยากจะศึกษาดูเท่านั้นเจ้าค่ะ” แม้จะเอ่ยออกไปเช่นนั้น แต่ท่าทางของนางมีพิรุธอย่างไม่อาจปิดบัง นางก็ไม่รู้หรอกว่าบัญชีเล่มนั้นจะผิดปกติหรือไม่ หากครั้งนี้นางสร้างความไม่ไว้วางใจระหว่างท่านย่าและสตรีผู้นั้นได้ จากที่นางจะได้ดูแลจวนเพียงชั่วครู่ นางก็อาจจะได้ดูแลจวนจนกว่านางจะออกเรือนเลยก็ได้
มู่อิงฮวาพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะหันไปสั่งสาวใช้คนสนิทไปนำบัญชีมาให้หลานสาว นางรู้ดีว่าต้องมีสิ่งผิดปกติอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นซูหนี่ว์คงไม่มาขอบัญชีด้วยตนเองเช่นนี้ เห็นทีนางจะต้องตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด
“กลับไปก่อนเถิด เดี๋ยวข้าจะให้สาวใช้นำไปให้ที่เรือน”
“เจ้าค่ะ” เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว นางก็กลับเรือนของตนเอง เพราะรู้ดีว่าก่อนที่สมุดบัญชีจะถูกส่งมาให้นาง ท่านย่าจะต้องตรวจสอบก่อนเป็นแน่ นางไม่รู้หรอกว่าซูอ้ายเหมยผู้นั้นจะเป็นคนซื่อตรงเพียงใด แต่นางก็มีวิธีการของนางที่จะทำให้ท่านย่าหมดความไว้ใจต่ออีกฝ่าย
มู่อิงฮวาตรวจสอบบัญชีอย่างคร่าว ๆ แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ จึงได้ส่งไปให้ซูหนี่ว์ที่เรือน พลางจับตาดูความเคลื่อนไหวของทั้งสอง
หลานซูหนี่ว์ที่ได้รับสมุดบัญชี ก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือน แสร้งทำเป็นตรวจสอบบัญชีที่ได้รับมา ทั้งที่ความเป็นจริงนางมิได้สนใจมันเลยแม้แต่น้อย หากคนพวกนั้นทำผิด คงจะต้องร้อนตัวแล้วทำอันใดสักอย่าง
ในขณะที่นางกำลังพักผ่อนอย่างสบายใจอยู่ภายในเรือน หลานเยว่สือก็บุกมาหาถึงที่เรือน
“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูเยว่สือมาร้องโวยวายอยู่ที่หน้าเรือนเจ้าค่ะ” อิงอิงเข้ามาแจ้งผู้เป็นนาย ตอนนี้สาวใช้ต่างกันไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาสร้างความวุ่นวายภายในเรือน นางจึงรีบเข้ามาแจ้งคุณหนู
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น” นางถาม แต่ก็พอจะเดาออกว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น
“นางมาร้องตะโกนว่าถูกคุณหนูกลั่นแกล้งเจ้าค่ะ”
ซูหนี่ว์พยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะเดินนำอิงอิงออกไปจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น
“เกิดอันใดขึ้น” หญิงสาวเจ้าของเรือนกล่าวด้วยเสียงเข้ม พลางมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ
“ท่านจงใจกลั่นแกล้งข้าหรือไม่ เหตุใดข้าจึงได้เงินน้อยกว่าทุกเดือน แล้วเช่นนี้มันจะไปพออันใด” ตั้งแต่ที่ซูหนี่ว์ได้จัดการเรื่องบัญชีของจวน เงินที่นางได้ก็ลดลงไปมาก
“จะไปน้อยอันใด ข้าก็ให้เงินตามที่กำหนดไว้” นางคิดเอาไว้แล้วว่าเยว่สือจะต้องมาด้วยเรื่องนี้ เพราะจากที่ดู ๆ ก่อนหน้า เงินจำนวนนี้กับการใช้ชีวิตของนางอย่างไรก็ใช้ไม่พอ
“ไม่จริง เจ้าจงใจกลั่นแกล้งข้า หากเจ้าไม่ยอมเพิ่มเงินให้ข้า ข้าจะไปฟ้องท่านย่าว่าเจ้ากระทำการอย่างไม่ยุติธรรม หาทางกลั่นแกล้งข้า” นางยกผู้เป็นย่าขึ้นมาขู่ คิดว่าอย่างไรอีกฝ่ายจะต้องกลัว
“เช่นนั้นเจ้าก็ไปร้องเรียนเรื่องนี้กับท่านย่าเถิด ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้ใดจะถูกลงโทษ” นางเอ่ยออกมาอย่างท้าทาย นางจ่ายเงินไปตามที่จวนได้กำหนดไว้ แต่นางคิดว่ามารดาของอีกฝ่ายยามที่ดูแลบัญชีคงจะให้นางใช้อย่างไม่ขาดมือ เมื่อถูกจำกัดค่าใช้จ่ายจึงไม่พอใจเช่นนี้
“เจ้า...” แต่ก่อนที่เยว่สือจะได้เอ่ยอันใด ก็ถูกมารดาขัดขึ้นมาก่อน
“สือเอ๋อร์ หยุดเดี๋ยวนี้!!” ซูอ้ายเหมยร้องออกมาเสียงดัง เพื่อขัดขวางไม่ให้บุตรสาวเอ่ยอันใดต่อ
“ท่านแม่ ท่านมาก็ดีแล้ว ต้องจัดการให้ลูกนะเจ้าคะ” นางหันไปร้องขอความเห็นใจจากมารดา
“หยุด!! กลับไปคุยกันที่เรือน” อ้ายเหมยได้แต่ดุบุตรสาวที่สร้างเรื่องลำบากให้ตน
“แต่...”
“ไม่มีแต่ กลับไปคุยกันที่เรือน” นางรีบดึงตัวบุตรสาวกลับไปที่เรือน มิเช่นนั้นต้องเกิดเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน
หลานเยว่สือที่เห็นท่าทีจริงจังของมารดาก็ได้แต่เก็บความไม่พอใจเอาไว้ แล้วเดินกลับไปที่เรือนของมารดาอย่างว่าง่าย
“เจ้าทำอันใดลงไปรู้ตัวหรือไม่!!” เมื่อมาถึงอ้ายเหมยก็เอ่ยด่าบุตรสาวทันที นางไม่คิดเลยว่าบุตรสาวของนางจะโง่เง่าได้ถึงเพียงนี้
“ก็นางซูหนี่ว์มันจงใจกลั่นแกล้งข้า จะให้ข้ากล้ำกลืนฝืนทนได้หรือ” เยว่สือตอบอย่างไม่สำนึก ด้วยไม่รู้ว่าตนเองนั้นผิดอันใด
“กลั่นแกล้งอย่างไร” ผู้เป็นแม่ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“ก็มันลดเงินลูก จะให้ลูกอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร” นางบอกสาเหตุที่ต้องไปโวยวายอยู่ที่หน้าเรือนของซูหนี่ว์
“เจ้านี่มันจริง ๆ เลย เหตุใดไม่มาหาข้าก่อน” อ้ายเหมยไม่รู้ว่าจะต้องเอ่ยอันใดออกมาเลย เมื่อได้ยินคำพูดของบุตรสาว นี่นางคิดว่าเงินทุกเดือนที่นางใช้อย่างมือเติบนั้นได้มาอย่างถูกต้องเช่นนั้นหรือ
“เหตุใดต้องมาหาท่านด้วย ในเมื่อท่านมิได้ดูแลบัญชีแล้ว” หญิงสาวได้แต่เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ นี่นางทำอันใดผิดไปอย่างนั้นหรือ
“เงินที่เจ้าใช้อย่างมือเติบทุกเดือนนั้น เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าได้มาอย่างถูกต้อง หากไม่ใช่เพราะข้า เจ้าจะได้ใช้ชีวิตสุขสบายเช่นนี้หรือ” นางบอกให้บุตรสาวเข้าใจ จะได้ไม่ต้องไปสร้างเรื่องสร้างราวให้ใหญ่โตเช่นนี้อีก
“ท่านแม่หมายความว่า...”
“ใช่ ข้าทำเช่นที่เจ้าคิด หากไม่อยากใช้ชีวิตอย่างลำบากก็อย่าไปหาเรื่องซูหนี่ว์อีก หากจะทำอันใดต้องมาปรึกษาข้าก่อนเท่านั้น จากนี้ก็อยู่เฉย ๆ เช่นที่เจ้าเคยอยู่เป็นพอ ที่เหลือเดี๋ยวข้าจัดการเอง” นางอบรมบุตรสาวเสร็จสรรพ และเชื่อว่าบุตรสาวจะสามารถทำตามที่นางบอกได้
หลานซูหนี่ว์นั่งทบทวนเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้น นางไม่คิดว่าเยว่สือจะมีความคิดตื้นเขินเพียงนี้ อะไรควรไม่ควรก็ยังไม่สามารถคิดได้ด้วยตนเอง มิน่าเล่าเหอผิงจึงสามารถควบคุมนางได้ง่าย และไม่เผยพิรุธให้นางได้รู้เลยแม้แต่น้อย
นางไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดเขาจึงเลือกที่จะเข้าหาน้องสาวผู้นี้ของนางอีกคน คนหัวอ่อนควบคุมง่าย หลอกล่อด้วยความรักและผลประโยชน์ เพียงเท่านี้ก็ไม่สามารถรอดพ้นเงื้อมมือของเขาแล้ว
แต่นางไม่คิดที่จะเห็นใจผู้ใดทั้งนั้น ในเมื่อเลือกที่จะหักหลังนางแล้ว ทั้งยังเลือกที่จะกำจัดนางไปให้พ้นทางโดยส่งนักฆ่ามาลอบสังหาร เพียงเท่านี้ก็ไม่สามารถให้อภัยได้แล้ว
ทว่าเมื่อเกิดเรื่องในวันนี้ขึ้น นางก็คิดว่าเพียงแค่น้องสาวคนเดียวของนางคงไม่สามารถจัดการได้อย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าจะต้องมีคนคอยควบคุมอยู่ และคนผู้นั้นคงจะเป็นผู้ใดไปไม่ได้ นอกจากมารดาของนาง ซูอ้ายเหมย
นางก็คิดว่าเรื่องนี้จะน่าเบื่อเกินไป แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ดี จะได้เล่นอะไรสนุก ๆ นานขึ้นมาหน่อย เพราะหากเป็นน้องสาวต่างมารดาของนางคงใช้เวลาจัดการเพียงไม่นาน
คิดไม่ถึงว่าซูอ้ายเหมยจะสนับสนุนบุตรสาวในเรื่องนี้ด้วย แทนที่จะหาสามีดี ๆ ให้บุตรสาว แต่กลับส่งเสริมในทางที่ผิด หากสั่งสอนไปในทางที่ดีไม่ได้ นางก็จะช่วยสั่งสอนพวกนางสองแม่ลูกเอง
ป่านนี้เรื่องที่เกิดขึ้นคงจะไปถึงหูของท่านย่าแล้ว นางก็ไม่จำเป็นต้องทำอันใดมาก จากนี้ท่านย่าคงส่งคนไปตรวจสอบอย่างลับ ๆ นางก็ไม่รู้ว่าซูอ้ายเหมยผู้นั้นจะทำเช่นที่นางคิดเอาไว้หรือไม่ แต่ถึงขั้นใช้จ่ายเงินของจวนอย่างไม่คิดเช่นนี้ นางก็คิดว่าอีกฝ่ายคงยักยอกเงินของจวนไปไม่น้อย คงต้องดูต่อไปว่าท่านย่าจะเจอหลักฐานอันใดหรือไม่
หากอ้ายเหมยไม่ได้ทำจริง ๆ นางก็จะช่วยสร้างความไม่น่าไว้วางใจขึ้นมาอีกครั้ง จากนี้ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้ดูแลเรื่องบัญชีของจวนอีก ท่านย่าก็คงไม่ไว้ใจให้อีกฝ่ายมาดูแลต่อ