บทนำ

1729 Words
บทนำ หลานซูหนี่ว์นั่งรออยู่ในเรือนหอด้วยความตื่นเต้น วันนี้เป็นงานสมรสของนางกับฮวนเหอผิง บุรุษที่เป็นคู่หมายมาตั้งแต่ยังเล็ก บิดาของทั้งสองเป็นสหายกัน ไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยครั้ง และตกลงกันว่าจะให้ทั้งสองแต่งงานกัน ด้วยเพราะหลานเลี่ยงหลงเห็นว่าฮวนเหอผิงเป็นบุรุษที่ดี ซื่อตรง จริงใจ จึงหมายมั่นให้ดูแลบุตรสาวคนโต ที่มารดาจากไปตั้งแต่ยังเล็ก และเห็นว่ายามที่เหอผิงมาที่จวน บุตรสาวคนโตจะมีความสุขเป็นพิเศษ จึงมั่นใจว่ายามแต่งงานกันไปแล้ว บุตรสาวของตนจะมีชีวิตครอบครัวที่ดี ไม่ถูกคนอื่นทำร้ายดูถูก “อิงอิง ไปดูหน่อยเถิดว่างานเลี้ยงใกล้จะเลิกหรือยัง” ซูหนี่ว์เอ่ยบอกสาวใช้ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมหน้ายิ้มออกมาอย่างมีความสุขอย่างไม่อาจห้ามได้ “เจ้าค่ะ” อิงอิงเดินจากไปด้วยใบหน้าที่มีความสุขไม่ต่างจากผู้เป็นนาย หลังจากที่อิงอิงไปได้ไม่นาน ก็กลับมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะตอนนี้งานเลี้ยงที่โถงด้านหน้าได้จบลงแล้ว “งานเลี้ยงที่โถงจบลงแล้ว อีกไม่นานคุณชายใหญ่ก็คงจะมาเจ้าค่ะ” อิงอิงรายงานเจ้านาย พร้อมกับแสดงท่าทีขวยเขินออกมา “เช่นนั้นเจ้าก็ออกไปรอด้านนอกเถิด” หญิงสาวบอกให้สาวใช้ออกไปรอด้านนอก เพราะไม่นานเขาก็คงจะมา “เจ้าค่ะ” อิงอิงถอยออกไปตามคำสั่งของผู้เป็นนาย ไม่นานฮวนเหอผิงก็เดินมาที่ห้องหอด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แล้วเอ่ยปากสั่งให้เหล่าสาวใช้ออกไปจากบริเวณนี้ “พวกเจ้าออกไปให้หมด ไม่ต้องเฝ้าหน้าห้องหรอก” น้ำเสียงของเขาราบเรียบไม่ต่างจากใบหน้า ทำให้อิงอิงรู้สึกแปลกใจไม่น้อย แต่ก็ยอมทำตามคำสั่งอยู่ดี หลังจากสาวใช้ถอยออกไปหมดแล้ว เขาก็เปิดประตูเข้าไปในห้อง มองหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชา เดินเข้าไปหานางด้วยฝีเท้าที่มั่นคง ซูหนี่ว์ที่นั่งอยู่ตอนนี้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่รู้ว่าจะต้องแสดงสีหน้าเช่นไร ยามที่เขาเปิดผ้าคลุมหน้า จึงทำได้เพียงยิ้มออกมาอย่างเขินอายเท่านั้น ใบหน้าของนางขึ้นสีน้อย ๆ อย่างไม่อาจห้ามได้ เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของนาง พลางยื่นมือไปเปิดผ้าคลุมหน้าของนางอย่างแผ่วเบา สายตาที่มองไปที่นางล้ำลึกยากจะคาดเดา “ท่านพี่” ซูหนี่ว์เอ่ยเรียกเขาเบา ๆ แสดงท่าทีเขินอายออกมาอย่างเห็นได้ชัด “น้องหญิง” เขาเอ่ยเรียกนาง ก่อนจะหันหลังไปรินสุรามงคลที่ถูกเตรียมเอาไว้พลางเอ่ย “ดื่มสุรามงคลกันก่อนเถิด” “เจ้าค่ะ” นางลุกขึ้นเดินไปนั่งลงโต๊ะอาหารที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ เพื่อร่วมดื่มสุราและรับประทานอาหารร่วมกัน เขายื่นจอกสุราไปให้นาง ก่อนจะยกของตัวเองขึ้นดื่ม “ดื่ม” เขาดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนจะมองไปที่นางด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ “ดื่ม” นางยกสุราขึ้นดื่มจนหมดจอก ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มไม่ต่างกัน ดวงตาของนางเป็นประกาย ไม่นานดวงตาที่สุกสกาวก็ค่อย ๆ ดับลง เหอผิงที่เห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มอย่างสมเพช พาตัวนางไปนอนไว้บนเตียง ก่อนจะเดินออกไปอย่างไม่สนใจ ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับสตรีนางหนึ่งที่เดินกอดกันเข้ามาในห้องอย่างรักใคร่ “พี่เหอผิง เมื่อใดนางจะตื่นขึ้นมาหรือ” เสียงหวานถามออกมาอย่างออดอ้อน พลางมองไปยังคนที่นอนอยู่ด้วยสายตาที่สมเพชไม่ต่างกัน “อีกไม่นานนางก็จะตื่นขึ้นมา” เขาตอบพลางลูบหัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู หลานเยว่สือเป็นสตรีที่เขารัก และหมายที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน แต่ติดตรงที่บิดาของเขาต้องการแรงสนับสนุนของฟางหมิงยู่ ผู้เป็นตาของซูหนี่ว์ เขาจึงต้องจำใจยอมทำดีกับอีกฝ่าย ทั้งที่ในใจรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะเขานั้นหลงรักน้องสาวของนางตั้งแต่แรกเห็น ความสดใสร่าเริงนั้นไม่อาจทำให้เขาถอนตัวได้เลย ต่างจากผู้เป็นพี่สาวที่จืดชืดไม่มีอะไรน่าสนใจ เขาจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ข้างกายของเยว่สือ สตรีที่เขารัก จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้อยู่กับคนที่รักและบิดาพึงพอใจ จึงได้กำจัดซูหนี่ว์ออกไปให้พ้นทาง หลังจากที่บิดาได้รับตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีแล้ว เขาจึงเลือกวันนี้เป็นวันสังหารนาง เนื่องจากตอนนี้มีราชโองการแต่งตั้งจากฝ่าบาทแล้ว เขาจึงไม่ต้องกลัวอันใด “ดี ข้าละเกลียดท่าทางที่หยิ่งยโสของนางยิ่งนัก” นางแสดงท่าทีสมเพชออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง นางอดทนต่อเรื่องนี้มาทั้งชีวิต คอยมองท่าทีสูงส่งนั้นของอีกฝ่ายอย่างรังเกียจ ไม่มีครั้งไหนเลยที่นางรู้สึกพอใจหลังจากมองหน้าของซูหนี่ว์ อยากจะฆ่าให้ตายด้วยมือตนเองเสียด้วยซ้ำ “อือ...” หญิงสาวที่สลบไปร้องครางออกมาเบา ๆ พลางมองไปรอบ ๆ อย่างงุนงง ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดไป จึงได้หมดสติไปเช่นนี้ ตอนนี้นางรู้สึกไร้เรี่ยวแรง ไม่สามารถขยับตัวได้ “ตื่นแล้วหรือพี่สาว” เมื่อเห็นว่าผู้เป็นพี่สาวรู้สึกตัว เยว่สือจึงรีบเข้าไปถามด้วยท่าทางที่เป็นห่วง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสะใจ “ไม่เชื่อว่าเจ้าก็มีวันนี้” นางเดินเข้าไปใกล้ ๆ อีกฝ่าย ก่อนจะยื่นมือไปบีบที่คางของซูหนี่ว์อย่างแรง “วันนี้เจ้าจะต้องตายตกไปด้วยมือของข้า” นางเว้นวรรค ก่อนจะเอ่ยต่อ “รู้หรือไม่ว่าข้ารังเกียจเจ้ามากเพียงใด ตั้งแต่เด็กจนโตในใจของข้าหวังอยากจะสังหารเจ้ามาตลอด” “จะ...เจ้า!!” ซูหนี่ว์เอ่ยออกมาได้เพียงเท่านั้น เพราะไร้เรี่ยวแรงไม่มีแม้แต่แรงที่จะขยับปาก ได้แต่กลอกตาไปมาอย่างหวาดกลัว แล้วมองไปที่สามีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เตียงด้วยแววตาขอความเห็นใจ แต่นางกลับได้เพียงสายตาที่เย็นชา พร้อมกับรอยยิ้มสมเพช นางก็รู้ได้ทันทีว่าเรื่องนี้เขาต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน “ข้าจะบอกอะไรให้” เยว่สือเห็นแววตาที่อีกฝ่ายมองไปยังคนรักของตน ก็ยกยิ้มอย่างผู้ชนะ “พี่เหอผิงไม่เคยรักเจ้าเลย เขารักข้ามาตลอดเรื่องนี้เจ้าไม่มีทางชนะข้าไปได้” นางลุกขึ้น แล้วเดินเข้าไปกอดเหอผิงอย่างรักใคร่ เพื่อแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่านางเป็นผู้ชนะในเรื่องนี้ ซูหนี่ว์ได้แต่ร้องไห้ออกมาอย่างไม่สามารถทำอะไรได้ เพียงแค่จะขยับปากร้องขอความช่วยเหลือยังไม่สามารถทำได้ “เจ้าหมดประโยชน์แล้ว ก็ตายไปเสียเถิด วาสนานี้ของเจ้า ข้าจะขอรับเอาไว้เอง” พูดจบก็เดินไปหยิบมีดที่วางอยู่ไม่ไกล ครั้งนี้นางจะเป็นคนลงมือสังหารสตรีผู้นี้ด้วยมือของนางเอง เยว่สือยกยิ้มขึ้นอย่างร้ายกาจ เดินไปหาพี่สาวอย่างเชื่องช้า แล้วปักมีดสั้นลงไปที่ขาของอีกฝ่ายอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสะใจ ซูหนี่ว์ได้แต่ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด แต่เสียงนั้นช่างแผ่วเบา น้ำตาของนางไหลรินออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ นางเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ในใจอยากจะร้องเรียกสาวใช้ให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เลือดของหญิงสาวไหลออกมามากมาย จนกลิ่นคละคลุ้งไปทั่วห้อง เยว่สือแทงไปซ้ำ ๆ ตามลำตัวของพี่สาวจนพอใจ ก็ทิ้งมีดลงที่พื้นอย่างไม่สนใจ “ข้าระบายความแค้นมากพอแล้ว ท่านพี่เหอผิงจะทำอันใดกับนางก็ทำเถิดเจ้าค่ะ” “ได้ จากนี้นางก็ไม่สมควรมีชีวิตอีกต่อไป” เขาพูดอย่างต้องการเอาใจคนรัก แล้วจูบลงไปที่ศีรษะอย่างรักใคร่ ซูหนี่ว์ได้แต่นอนหายใจรวยริน มองภาพนั้นอย่างเคียดแค้น หากสวรรค์มีจริง นางก็อยากจะขอกลับมาแก้แค้นคนเหล่านี้ให้สาสมกับสิ่งที่พวกมันทำเอาไว้กับนาง ความทุกข์ทรมานที่ได้รับในวันนี้ นางจะไม่มีทางปล่อยผ่านไปง่าย ๆ อย่างแน่นอน หากตายกลายเป็นผี นางก็จะมาล้างแค้นคนเหล่านี้อย่างแน่นอน “ครานี้ก็เป็นเวลาตายของเจ้าแล้ว แม้แต่เทพเซียนก็ไม่สามารถช่วยเจ้าได้” เยว่สือพูดด้วยน้ำเสียงสะใจ มองไปที่พี่สาวด้วยสายตาเย้ยหยัน วันนี้เป็นวันที่นางมีความสุขที่สุด ที่จะได้เห็นซูหนี่ว์ตายไปด้วยตาของนางเอง “ลงมือเถิด เจ้าจะลงมือเองหรือให้ข้าเป็นคนลงมือ” เขาถาม เผื่อว่านางจะอยากเป็นคนจบชีวิตของอีกฝ่ายด้วยตัวของตนเอง “ครั้งนี้ข้าจะเป็นคนจัดการนางเอง” นางตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นคนจบชีวิตของผู้เป็นพี่สาวด้วยตนเอง มันคงจะสะใจมากกว่าหากอีกฝ่ายต้องมาตายภายใต้เงื้อมมือของนาง เมื่อตกลงกันได้แล้ว เยว่สือก็ตรงไปหาพี่สาวอย่างเชื่องช้า แล้วปักมีดลงไปที่อกซ้ายของพี่สาวอย่างไม่ลังเล ซูหนี่ว์ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นใจ เอ่ยกับหญิงโฉดชายชั่วคู่นี้ “จากนี้ไม่ว่าข้าจะตายไปเป็นผี ข้าก็จะกลับมาเอาคืนพวกเจ้าให้สาสม” น้ำเสียงและแววตาของนางเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ดวงตาของนางแดงก่ำ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD